ReadyPlanet.com
dot
dot
ส่วนสมาชิกหอการค้า TakCC Member Login
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
สมัครสมาชิกหอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletสิทธิประโยชน์สมาชิก
bulletขั้นตอนการสมัคร
bulletdownload ใบสมัครสมาชิก
dot
เกี่ยวกับ หอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletประวัติหอการค้าจังหวัดตาก
bulletข้อบังคับ หอการค้าจังหวัดตาก
bulletวิสัยทัศน์
bulletโครงสร้าง และพันธกิจ
bulletทำเนียบคณะกรรมการ
bulletสถานที่ติดต่อ
dot
อัลบั้มภาพ
dot
bulletภาพกิจกรรม
bulletผลงานเด่นที่ผ่านมา
dot
รายงานการประชุม
dot
dot
ข้อมูลจังหวัด และ สถิติการค้า
dot
bulletข้อมูลจังหวัดตาก
bulletสถิติการค้าชายแดน จังหวัดตาก
bulletท่าสินค้า และ คลังสินค้า ชายแดน
bulletจุดท่องเที่ยวในจังหวัดตาก
dot
ข่าวสารประเทศเพื่อนบ้าน
dot
bulletพม่า
bulletจีน
bulletเวียดนาม
bulletกัมพูชา
bulletลาว
bulletฐานข้อมูลกลุ่มประเทศ GMS
dot
ลิงค์ที่น่าสนใจ
dot
bulletHOT LINKS
bullet รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง
bulletโครงการป้ายของดีจังหวัดตาก


http://www.dft.go.th/th-th/index


ยุบ ร.ส.พ.องค์กรฟอกหนัง-แบตเตอรี่ยังไม่พอ อีก 2 แห่งจ่อคิว! “สบพ.-กคช.” หนาว
ยุบ ร.ส.พ.องค์กรฟอกหนัง-แบตเตอรี่ยังไม่พอ อีก 2 แห่งจ่อคิว! “สบพ.-กคช.” หนาว
โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 25 ตุลาคม 2550 10:25 น.
       * คลังเสนอแผนยกเครื่องรัฐวิสาหกิจใหม่ทั้งระบบ
       * ข้อมูลล่าสุดยุบ 3 องค์กรยังไม่พอ เพราะอีกหลายแห่งฐานะย่ำแย่
       * สบพ.! แจ็กพอต เพราะรายได้ทรุดฮวบ ถูกบริษัทเอกชนแย่งตลาดจนไร้อนาคต
       * ส่วน กคช.จ่อคิวล้มละลายเพราะพิษ “ทักษิณ ชินวัตร”
       * รัฐวิสาหกิจอื่น เร่งผ่าตัดใหญ่ก่อนถูกเชือด.....

       
       หลังจากมีการปฏิรูประบบราชการ ได้เกิดคำถามกับสังคมว่าแล้วองค์กรรัฐวิสาหกิจต่างๆ ที่ดูล้าสมัยและหลายแห่งประสบภาวะขาดทุนอย่างหนักเป็นเวลาหลายปี ซึ่งเป็นภาระที่รัฐบาลต้องให้การอุดหนุนจำนวนมหาศาลในแต่ละปีนั้น ควรจะต้องมีการผ่าตัดด้วยหรือไม่ และในปี 2547 กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการพลิกฟื้นกิจการของรัฐวิสาหกิจที่มีผลประกอบการขาดทุน 13 แห่งทันที!
       
        3 ปีของการดำเนินงาน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้เริ่มชำแหละหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่บางแห่งประสบภาวะขาดทุนอย่างหนักต่อเนื่องหลายปี บางแห่งมีแนวโน้มที่จะขาดทุนในอนาคต และอีกหลายแห่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่ปัจจุบันภาครัฐอาจไม่จำเป็นต้องให้การอุดหนุนเพราะมีภาคเอกชนที่มาให้บริการประชาชนได้ดีกว่า ออกมาได้จำนวน 13รัฐวิสาหกิจ ที่ต้องเข้าสู่การปรับโครงสร้างการบริหารจัดการ และเข้าสู่แผนการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งนอกจากจะลดการขาดทุนที่เป็นภาระหนักของรัฐบาลแต่ละปีแล้ว ยังจะเป็นการกำหนดแยกรายได้และค่าใช้จ่ายการให้บริการเชิงพาณิชย์และเชิงสังคมออกมาได้อย่างชัดเจน คือไม่ขาดการบริการสังคม ขณะเดียวกันบางส่วนยังสร้างรายได้เข้าสู่รัฐบาลอีกทางหนึ่งได้ด้วย
       
       จัด 13 รัฐวิสาหกิจเป็น 3 กลุ่ม
       
       แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยกับ “ผู้จัดการรายสัปดาห์” ว่าตามแผนการพลิกฟื้นรัฐวิสาหกิจต่างๆ นี้ เบื้องต้นกระทรวงการคลังได้จัดกลุ่มรัฐวิสาหกิจทั้ง 13 แห่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ดังนี้
       
        กลุ่มแรก คือ กลุ่มสามารถพลิกฟื้นได้โดยไม่ต้องรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ประกอบด้วยรัฐวิสาหกิจ 8 แห่ง ได้แก่ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.),องค์การคลังสินค้า (อคส.), สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.), องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.), องค์การส่งเสริมกิจการโคนม (อสค.), องค์การสวนสัตว์ (อสส.), การเคหะแห่งชาติ (กคช.), บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.)
       
        “ไปรษณีย์ไทยกำลังจะหลุดออกจากกลุ่มนี้ เพราะปี 2547 เป็นต้นมา ปณท.มีความสามารถในการฟื้นฟูกิจการได้และมีผลประกอบการที่ดีมีกำไรขึ้นมาแล้ว จากการปรับรูปแบบการบริหารองค์กรให้ทันสมัยขึ้น และมีการขึ้นค่าอากรแสตมป์ไป 1 บาท”
       
        กลุ่มที่สอง ถือเป็นกลุ่มรัฐวิสาหกิจที่สามารถพลิกฟื้นได้โดยความช่วยเหลือจากภาครัฐ ประกอบด้วยรัฐวิสาหกิจ 2 แห่งคือ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงานตามแผน และ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนฟื้นฟู
       
        ส่วนกลุ่มที่สาม คือกลุ่มที่ต้องมีการลดบทบาทหรือยุบเลิก ประกอบด้วย 3 หน่วยงานคือ องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (รสพ.), องค์การแบตเตอรี่ (อบต.) และองค์การฟอกหนัง (อฟน.) ที่ทั้ง 3 ขณะนี้ทั้ง 3 องค์กรมีพระราชกิจจานุเบกษาให้ยุบไปแล้วและกำลังอยู่ในขั้นตอนของการชำระบัญชี
       
        “องค์การแบตเตอรี่ เดิมเป็นกิจการที่ดำเนินเพื่อความมั่นคง แต่ปีหนึ่งก็ต้องถามว่าแบตเตอรี่ที่ทำรถถังนั้นมีการใช้สักกี่อัน แล้วแบตเตอรี่ที่ทำรถทหาร ปัจจุบันทหารเขาก็ไม่ได้ใช้ขององค์การแบตเตอรี่แล้ว เพราะเอกชนก็ทำได้และผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมากกว่า”
       
        รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล คาดว่าจากข้อมูลที่มีการนำเสนอมายังรัฐบาลนั้น พบว่านอกจาก 3 หน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่เพิ่งถูกยุบไปนั้น ยังมีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอื่นที่จ่อคิวถูกยุบ และบางแห่งต้องผ่าตัดกันอย่างหนัก
       
       สบพ.จ่อคิวถูกยุบรายต่อไป
       
       เริ่มกันด้วยรัฐวิสาหกิจที่ชื่อว่า “สถาบันการบินพลเรือน” หรือ สบพ.จะเป็นหน่วยงานต่อไปที่ถูกเชือดเพราะมีอนาคตริบหรี่เต็มที
       
        “น่าเสียดายมากถ้าไม่รีบปรับตัว ก็ต้องถูกยุบเป็นรายต่อไป ลองคิดดูว่าเดิมเป็นสถาบันสอนการบิน 1 ใน 3 ของภูมิภาคเอเชียนี้ มีคนและมีบริษัทที่ต้องการส่งคนมาเรียนการบินมากมาย แต่สุดท้ายไม่ยอมพัฒนาประสิทธิภาพของตัวเอง จนบริษัทเอกชนมาเปิดทำการเอง แล้ววันนี้จะไปสู้อะไรใครได้ รอแค่วันตายเท่านั้น”
       
        สถาบันการบินพลเรือน ได้รับการตราพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันการบินพลเรือน เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคม เมื่อ พ.ศ.2535 มีหน้าที่สำคัญในการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านการบินเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของประเทศ ซึ่งอดีตถือเป็นหน่วยงานเดียวของทั้งภาครัฐและเอกชนในการดำเนินธุรกิจผลิตนักบิน แม้กระทั่งบริษัทการบินไทยก็ยังส่งบุคลากรมาฝึกบินที่ สบพ.
       
        “ตลาดนักบินแม้จะไม่ได้อยู่ในวงกว้างแต่ความต้องการเข้าเรียนด้านการฝึกบินมีมากขึ้นเป็นจำนวนมหาศาล ซึ่ง สบพ.น่าจะทำรายได้กับองค์กรได้ไม่ยาก แต่ปรากฏว่าข้อมูลทางการเงินด้านรายได้ของ สบพ.ไม่ได้เป็นเช่นนั้น”
       
        โดยในปี 2546 สบพ.มีการขาดทุน 93 ล้านบาท,ปี 2547 ขาดทุน 17 ล้านบาท,ปี 2548 ขาดทุน 8 ล้านบาท, ปี 2549 ขาดทุน 12 ล้านบาท
       
        “แม้ตัวเลขขาดทุนของ สบพ.จะมีไม่มากในเวลานี้ แต่เป็นหน่วยงานที่เห็นชัดเจนที่สุดว่าจะมีผลกำไรขาดทุนในอนาคตอย่างมหาศาล”
       
       สาเหตุเป็นเพราะในอดีต สบพ.ถือเป็นหน่วยงานสอนนักบินแห่งเดียวในไทย และเป็น 1 ใน 3 ของเอเชีย มีคนที่ต้องการเรียนมาก แต่ยังขาดทุน แต่ขณะนี้มีหน่วยงานเอกชนสามารถเปิดสอนการบินได้ เช่น บางกอกอวิเอชั่นเซ็นเตอร์ และมีแนวโน้มที่บริษัทการบินไทยซึ่งเป็นลูกค้าเก่าของสบพ.รวมทั้งสายการบินยักษ์ใหญ่อย่างบางกอกแอร์เวย์ก็มีข่าวว่ากำลังดำเนินการเพื่อตั้งโรงเรียนฝึกบินของตัวเองขึ้นมา ณ เวลานั้น สบพ.อาจต้องรับศึกหนัก
       
       แหล่งข่าวในบริษัท การบินไทย กล่าวว่า สบพ.มีปัญหาที่ถูกพูดถึงกันมากเรื่องการรองรับนักเรียนการบินได้น้อย ขณะที่เวลานี้ความต้องการนักบินมีอยู่สูง โดยเฉพาะตั้งแต่ปีนี้จนอีก 5 ปีข้างหน้า จะมีนักบินของการบินไทยกว่า 100 คนเกษียณอายุ จากนักบินทั้งหมด 1,200 คน ทำให้ความต้องการนักบินมีสูงมาก แต่สบพ.ก็ไม่สามารถรองรับนักเรียนได้เพียงพอ ซึ่งน่าเสียดาย เพราะหากพ้นระยะ 5 ปีนี้ไป ตลาดการบินก็จะคงตัว ไม่มีความต้องการนักบินเพิ่มมากนัก
       
       สำหรับบริษัทเอกชนที่มาเปิดสอนการบินได้นั้น ในข้อเท็จจริงแล้วกรมการขนส่งทางอากาศควรจะพิจารณาว่าสมควรให้ใบอนุญาตไปได้อย่างไร เพราะหากมีการให้ใบอนุญาต โรงเรียนการบินของเอกชนก็สามารถแข่งขันกับ สบพ.โดยตรง
       
       ทั้งนี้ เพราะในแวดวงนักบินในเมืองไทยเป็นวงการแคบ มีคนไม่กี่คน คนที่ไปขอเปิดโรงเรียนสอนบินก็คือพวกนักบินด้วยกันเอง คนที่ไปสอนหลายคนก็สอนที่ สบพ.ด้วย ซึ่งก็เป็นมาตรฐานเดียวกัน ใบอนุญาตที่ได้จากกรมขนส่งทางอากาศก็แบบเดียวกัน
       
       ดังนั้น จุดที่จะแข่งขันกันรุนแรงอยู่ที่ใครจะมีงบในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และการทำการตลาด รวมทั้งเส้นสายต่างๆ ดีกว่ากันเท่านั้น แม้กระทั่งการบินไทยปัจจุบันยังส่งบุคลากรไปเรียนทั้งของ สบพ. และบางกอกอวิเอชั่นเซ็นเตอร์แม้จะเคยทำสัญญากับสบพ.ว่าจะส่งบุคลากรไปฝึกบินที่ สบพ.ทั้งหมดก็ตามซึ่ง เป็นปัญหาฟ้องร้องกันมาทุกวันนี้
       
       แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ย้ำอีกว่า ปัญหาสำคัญของการบินพลเรือนที่น่าเป็นห่วงมากๆ คือเรื่องของทิศทางองค์กรที่ยังไม่ชัดเจน ขาดความคล่องตัวด้านการตลาด การใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินขาดประสิทธิภาพ และที่สำคัญจำนวนเครื่องบินและพื้นที่ฝึกบินมีจำกัด เครื่องบินเก่ารับมาจากกรมการขนส่งทางอากาศ พนักงานฝ่ายบริหารและปฏิบัติการมีจำนวนมากเกินความจำเป็น มีการจัดแบ่งกลุ่มงานมากถึง 13 กลุ่มงาน
       
       ขณะที่ครูสอนการบินและช่างมีน้อย จึงทำให้ สบพ.ขาดประสิทธิภาพในการบริหารงาน และประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่อง ขณะที่ข้อมูลด้านการบัญชีก็ไม่สามารถแยกต้นทุนกำไรได้ ขณะที่เงินเดือนครูฝึกก็น้อย จนต้องไปรับจ้างสอนในบริษัทเอกชน ทำงาน 2 ขากันไป ดังนั้นเชื่อว่าอีกไม่นาน สบพ.อาจถึงขั้นถูกสั่งยุบ!
       
       “รัฐจึงต้องไปดูว่าเอกชนสามารถผลิตนักบินได้เพียบพอกับความต้องการตลาดหรือไม่ ถ้าเพียงพอ ก็ไม่จำเป็นต้องมีสบพ.อีก ต่อไป ถ้าจะคงไว้ สบพ.ก็ต้องหาบทบาท อื่นทดแทน”
       
       เคหะหืดขึ้นคอ
       แก้ปัญหาเจ๊งเอื้ออาทร
       
       หน่วยงานต่อมาที่ต้องผ่าตัดใหญ่ คือ “การเคหะแห่งชาติ” หรือ กคช. ที่ประสบปัญหารุนแรงในขณะนี้ สิ่งที่น่าสนใจ คือ ข้อมูลด้านบัญชีกำไรขาดทุน ปี 2546 กคช.ขาดทุน 206 ล้านบาท แต่ปี 2547 ได้กำไรมา 324 ล้านบาท ต่อเนื่องมาถึงปี 2548 ได้กำไร 345 ล้านบาท และปี 2549 ได้กำไรสูงถึง 756 ล้านบาท แต่ 6 เดือนแรกของปีนี้การเคหะกลับมีตัวเลขที่ขาดทุนไปแล้วสูงถึง 912 ล้านบาท ซึ่งถือว่าขาดทุนสูงเป็นประวัติการณ์
       
       “การขาดทุนของการเคหะฯ พูดได้อย่างเดียวว่าเป็นเพราะถูกแทรกแซงทางการเมือง โดยเฉพาะโครงการบ้านเอื้ออาทรที่ทำให้การเคหะต้องหยุดทำโครงการอื่นทั้งหมดมาตั้งแต่ปี 2546-2547 ที่ผ่านมา”
       
       โดยปัญหาโครงการเอื้ออาทรที่ กคช.ต้องประสบอยู่ในเวลานี้ คือไม่สามารถปล่อยให้มีการเช่าซื้อได้ทั้งหมด เนื่องจากผู้กู้ไม่ผ่านคุณสมบัติ ทำให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ไม่ปล่อยเงินกู้ ขณะที่กคช.ต้องแบกรับภาระหนี้โครงการเอื้ออาทรกว่าหมื่นล้านบาทซึ่งส่วนใหญ่กู้มาจากธนาคารกรุงไทย อีกทั้งยังประสบปัญหาคนที่ได้สิทธิซื้อบ้านเอื้ออาทรกลายเป็นหนี้เสีย (NPL) ทำให้ความสามารถในการชำระเงินมีปัญหา และกคช.มีหนี้สินต่อทุนสูงมากถึง 7 เท่า
       
       ขณะที่ปัญหาแลนด์แบงก์ที่มีอยู่ ส่วนใหญ่เป็นที่ดินที่ไม่มีศักยภาพเพราะเป็นที่ดินตาบอดไม่ติดถนน ขณะที่ที่ดินที่ดูจะมีศักยภาพที่สุดของ กคช.คือ ที่ดินรอบสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ก็ไม่สามารถนำมาพัฒนาเป็นโครงการต่างๆ ได้ เพราะเข้าไปซื้อที่ดินในขณะที่ที่ดินมีราคาแพงมาก ถ้ามีการนำมาพัฒนาการ กคช.ก็ต้องแบกต้นทุนที่สูงมาก และรูปแบบการพัฒนาที่ดินรอบสุวรรณภูมิต้องตกไปในที่สุด เพราะต้องเร่งทำโครงการเอื้ออาทรก่อน
       
       “ปัญหาการเมืองทำให้การเคหะพัง ใครมาเป็นรัฐมนตรี เป็น ส.ส.ก็อยากจะมีโครงการที่อยู่อาศัยให้คนในท้องที่ตัวเอง แต่ไม่ดูเลยว่าเป็นพื้นที่ที่ไม่มีศักยภาพเลย ในป่าอย่างนี้ ใครจะซื้อ ก็ขาดทุนย่อยยับ”
       
       นอกจากนี้ ในด้านรายรับใหม่เพื่อมาชดเชยกับรายจ่ายที่มีอยู่ไม่มี และต้องแบกภาระต้นทุนเงินกู้เฉลี่ยที่สูงกว่าราคาอัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน รวมกับการค้ำประกันให้กับธอส.หากลูกค้ากู้เงินไม่ผ่านการเคหะต้องรับซื้อคืนในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6.2% ของลูกค้าด้วย ทำให้ฐานะทางเงินของกคช.ยากที่จะฟื้นตัว แม้มีความคิดที่จะออกพันธบัตรหรือกู้ยืมเงินระยะยาวโดยปราศจากสินทรัพย์ค้ำประกันจากตลาดเงินด้วยตนเองก็ไม่สามารถทำได้เพราะมีศักยภาพต่ำ
       
       ไม่เกิน 2 ปี “กคช.” ล้มละลาย
       
       ไกร ตั้งสง่า กรรมการในคณะกรรมบริหารการการเคหะแห่งชาติ และกรรมการสภาวิศวกร และอุปนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวกับ "ผู้จัดการรายสัปดาห์" ว่า ปัญหาการขาดทุนสะสมของ กคช. เกิดในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ 6 ปีของการบริหารงานของ กคช.ที่ผ่านมา งานของ กคช. 100% คือการเร่งทำโครงการเอื้ออาทร ซึ่งเป็นปัญหามากในเวลาต่อมา และเป็นปัญหาหลักที่จะทำให้กคช.ล้มละลายในอีก 2 ปีข้างหน้าถ้าไม่รีบแก้ไข
       
       โดยปัญหาของโครงการเอื้ออาทรที่สำคัญ คือ โครงการเอื้ออาทรเป็นการซื้อขายบ้านแบบเทรินท์คีย์ คือซื้อที่ดินมาทำโครงการ แต่ภาคการเมืองได้สั่งการให้มีการล็อกทั้งพื้นที่ทั้งราคา คือ การเคหะต้องทำบ้าน 2 ชั้นมีขนาด 23 ตารางวา คอนโดมีเนียมขนาด 30 ตารางเมตร และราคาต้องไม่เกินยูนิตละ 4 แสนบาท
       
       “ล็อกราคาทั้งข้างบนทั้งข้างล่าง เมื่อราคามันขยับไม่ได้ ก็เป็นปัญหาหมักหมม การซื้อขายที่ดินก็ไม่ได้มีการประเมินราคาที่ดินตามราคากลไกตลาด เป็นเรื่องของประชานิยมล้วน ๆ ถ้าปล่อยไว้อีก 2 ปี การเคหะต้องล้มละลายแน่”
       
       ไกร กล่าวอีกว่า ข้อเท็จจริงแล้วบ้านเอื้ออาทรเป็นโครงการที่ดี คือ ให้คนรายได้น้อยได้มีที่อยู่อาศัย แต่ต้องไม่ขาดทุน ถ้าขาดทุนก็ขาดทุนได้นิดหน่อย หรือมีกำไรนิดหน่อยถึงจะอยู่ได้ แต่เมื่อนักการเมืองเข้าไปที่การเคหะวันเว้นวัน ไม่ได้ปล่อยให้หน่วยงานบริหารจัดการได้เอง วันหนึ่งก็ต้องเจ๊ง
       
       นอกจากนี้ ในการบริหารที่จัดให้มีการจองก่อน แล้วนำยอดจองมาทำสัญญา ท้ายที่สุดแล้วธนาคารไม่ปล่อยเงินกู้ให้ ทำให้ยูนิตที่มีอยู่กว่า 61,000 หน่วย อีก 3 หมื่นหน่วยกำลังก่อสร้าง และอีก 2 หมื่นหน่วยเพิ่งให้มีการชะลอไปนั้น จะทำให้ กคช.มีบ้านเอื้ออาทรทั้งหมด 9 หมื่นหน่วย ซึ่งปัญหาการกู้เงินไม่ผ่านนั้น ตามปัญหาเรื่อง credit line และการไม่อนุมัติของเครดิตบูโร บอกตามตรงว่ามีจำนวนมาก และถ้า กคช.ขายได้สัก 20% ก็ถือว่าเก่งแล้ว
       
       “ตอนนี้การเคหะฯ มี 7 หมื่นหน่วยก็ต้องแบกดอกเบี้ยได้ 70 ล้านบาทต่อเดือนแล้ว คิดดูว่าถ้าอีก 3 หมื่นหน่วยสร้างเสร็จ การเคหะต้องแบกภาระหนี้เพิ่มอีกเท่าไร”
       
       นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ คือ ปัญหาแลนด์แบงก์ โดยเฉพาะในส่วนของที่ดินที่จะเอามาทำบ้านเอื้ออาทร ส่วนใหญ่เป็นที่ดินที่กคช.ไปขายเอกชนในราคาถูก และเอกชนก็นำกลับมาขายให้ กคช.ราคาแพง และที่ดินที่มีอยู่ไม่ได้มีการประเมินราคาที่แท้จริง ขณะนี้กคช.ได้จ้างทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ทำการจำแนกอยู่ และพบว่าที่ดินส่วนใหญ่เป็นที่ดินประเภท C และ D ไม่มีศักยภาพในการทำการตลาดแทบทั้งสิ้น
       
       “บางแห่งไปทำบ้านเอื้ออาทรในพื้นที่ฟันปลา 7,000 กว่าหน่วย แล้วที่ดินฟันปลาจะไปจัดบริการทำโครงสร้างพื้นฐานได้ยังไง 2 ปีผ่านมาก็มีแต่การถมดิน เราต้องไปบอกให้หยุด อย่างที่สมุทรสาครก็มีที่ดินไปสร้างในนาเกลือ มีปัญหามลพิษทางกลิ่นมาก ใครจะไปซื้อ”
       
        อย่างไรก็ดี ทางรอดเดียวของกคช.ขณะนี้นั้น ในส่วนของเอื้ออาทรต้องกลับมาทบทวน ดูว่าส่วนไหนที่เลิกได้ ส่วนไหนชะลอได้ ควรทำ ยิ่งสร้างออกมาช้าเท่าไรก็ยิ่งทำให้ กคช.อยู่รอด และต้องเร่งทำการบริหารจัดการ บริหารเรื่องการเงิน ทำการตลาด การขาย และการประชาสัมพันธ์อย่างหนัก ตลอดจนต้องจัดโครงสร้างองค์กรใหม่ เพราะการมี 4 Business Unit ในองค์กรเดียวทำให้เกิดปัญหาการขายที่ซ้ำซ้อนและไม่ได้ประสิทธิภาพ
       
       อย่างไรก็ดี ทางบอร์ดได้เสนอแนะกคช.ควรทำโครงการที่มีหลากหลาย เหมาะสมกับศักยภาพของที่ดิน เช่นที่ดินที่ระยองก็เป็นที่ดินที่ดีที่สามารถทำบ้านขนาด 50 ตารางวาได้ และสามารถปรับฐานลูกค้า เป็นผู้มีรายได้ที่สูงขึ้นด้วย เพื่อแก้วิกฤตในขณะนี้
       
        “ที่ดินแต่ละที่ มีวิถีชีวิตของคนที่อยู่คนละอย่างกัน เช่น เชียงราย กับถนนพัฒนาการกทม.จะไปมีพื้นที่เท่ากันคือ 23 ตารางวาได้อย่างไร ในเมื่อคนที่จังหวัดเชียงรายอาจต้องการเนื้อที่การพักอาศัยที่มากกว่า แต่กรุงเทพฯ มีพื้นที่จำกัดกว่า” กรรมการบอร์ดย้ำ
       
       จวกยับ FTA กระทบหนัก “อสค.”
       
       ขณะที่หน่วยงานที่น่าเป็นห่วงอีกหน่วยงานหนึ่ง คือ องค์การส่งเสริมโคนมแห่งประเทศไทย หรือ อสค. โดย อสค.ถือเป็นหน่วยงานที่โดนพิษ FTA ไปเต็มๆ เพราะข้อตกลง FTA โดยเฉพาะ FTA ไทย-ออสเตรเลีย ไทย-นิวซีแลนด์ ที่มีข้อตกลงเรื่องการนำเข้านมผงในอัตราภาษีที่ถูกทำให้กระทบกับ อสค.โดยตรง เพราะเมื่อผู้ประกอบนมกล่องมีการนำนมผงไปผลิตนมกล่องด้วยต้นทุนที่ถูกกว่า
       
       ส่งผลให้ อสค.ที่แม้จะมีจุดเด่นสินค้า คือ นมไทย-เดนมาร์ก ที่เป็นนมกล่องรายเดียวในประเทศไทยที่ผลิตขึ้นมาจากน้ำนมดิบ แต่ก็สู้กับผู้ประกอบการภาคเอกชนไม่ได้ในเกือบทุกกรณี คือเครื่องจักรมีจำกัด และเป็นเครื่องจักรเก่า มีสต๊อกกล่องนมจำนวนมากที่ยังไม่ได้นำมาใช้งาน ขณะที่การทำการตลาด การทำประชาสัมพันธ์มีน้อยกว่าภาคเอกชนมาก จึงทำให้ปัจจุบัน อสค.ไม่สามารถแข่งขันกับภาคเอกชนได้เลย
       
       ขณะที่ภาคการดำเนินกิจกรรมทางสังคม อสค.ก็ยังมีหน้าที่หลักในการประกันราคาน้ำนมให้เกษตรกร และส่งเสริมด้านการปศุสัตว์ด้วย (ผสมเทียม) ทำให้รายจ่ายของ อสค.มีมากกว่ารายได้
       
       อย่างไรก็ดี อสค.มั่นใจได้ว่าจะไม่มีการยุบหน่วยงาน เพราะองค์กรนี้ก่อเกิดจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงต้องการให้ประชาชนคนไทยทุกคนได้ดื่มน้ำนมคุณภาพดีและราคาถูก รวมทั้งให้เกษตรกรไทยมีรายได้จากการส่งเสริมการเลี้ยงโคนม
       "เรื่องของน้ำนมสดที่มีคุณภาพจะเป็นจุดแข็งของ อสค.ที่จะใช้ในการแข่งขันในตลาดผู้บริโภคได้"
       
       ดังนั้น จุดที่ควรปรับที่สุดของ อสค.เวลานี้คือ ต้องเร่งทำการตลาดเรื่องจุดเด่นที่มีให้มาก คือ การที่เป็นรายเดียวในประเทศไทยที่ผลิตจากนมสด เพิ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น และที่สำคัญต้องมีการจัดทำงบการเงินใหม่ แยกเป็น 2 บัญชี คือบัญชีพาณิชย์ กับบัญชีทางสังคม เพื่อให้ภาครัฐสามารถเข้ามาอุดหนุนด้านบัญชีทางสังคมและอสค.บริหารบัญชีเชิงพาณิชย์ให้มีความสามารถในการเลี้ยงตนเองอยู่ได้
       
       ดัน อ.อ.ป.ทำข้อมูลใหม่
       เน้นค้าไม้พาณิชย์
       
       ด้านหน่วยงานเล็กๆ อีกหน่วยงานหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้คือ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ หรือ อ.อ.ป. โดย อ.อ.ป.มีผลการดำเนินงานที่น่าสนใจคือไม่ขาดทุน แต่รายได้น่าจะมีมากกว่าที่เป็นอยู่ คือจากปี 2546 ที่มีกำไร 94 ล้านบาท มาปี 2547 มีกำไร 72 ล้านบาท ปี 2548 มีกำไร 41 ล้านบาท ปี 2549 มีกำไร 61 ล้านบาท และครึ่งปี 2550 มีกำไร 39 ล้านบาท
       
       “อ.อ.ป.เป็นหน่วยงานที่คลังได้ไปศึกษารายละเอียดแล้ว ซึ่งจากข้อมูลที่เสนอมานั้นรัฐบาลมองว่าน่าเสียดายเพราะดูแล้วน่าจะสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติได้มากมายมหาศาล”
       
       โดยเฉพาะในเรื่องของการปลูกป่าเศรษฐกิจ ปัจจุบัน อ.อ.ป.มีไม้สัก ไม้ยางพาราอยู่ประมาณ 25% ของป่าทั้งหมดและมีแผนที่จะพัฒนาไปเป็น 40% ปัจจุบันมีปัญหาเรื่อง GPS ที่เป็นเทคโนโลยีที่จะทำให้รู้ว่า อ.อ.ป.มีพื้นที่ป่าไม้ในไทยจำนวนเท่าไร และอยู่บริเวณใดที่สามารถนำเป็นสินทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ได้
       
       อีกทั้ง ออป.ยังมีปัญหาด้านการขาดสภาพคล่องอย่างหนัก แม้จะมีตัวเลขที่เป็นกำไร ในแต่ละปี อ.อ.ป.ต้องของบสนับสนุนจากรัฐบาลมากถึง 300-500 ล้านบาทในการปลูกทดแทนไม้ใหม่ แต่ไม่ทราบว่าในสต๊อกของตัวเองมีไม้อยู่เท่าไร อีกทั้งราคาซุงของ อ.อ.ป.ก็ยังเป็นราคาที่ถูกมาก หากมีการปรับปรุงด้านระบบข้อมูล และปรับราคาซุงให้เท่ากับราคาท้องตลาด เชื่อว่าออป.จะเป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพด้านการสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ได้ไม่ยาก!
       
       ดังนั้น ผลการศึกษาและข้อมูลต่างๆ ที่กระทรวงการคลังนำเสนอมายังรัฐบาลนั้นจะเป็นข้อมูลสำคัญในการที่รัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไรต่อรัฐวิสาหกิจต่างๆ ที่สำคัญผู้บริหารรัฐวิสาหกิจต่างๆ ก็ต้องเร่งดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานอย่างรวดเร็ว เพราะไม่เช่นนั้นโอกาสที่จะถูกยุบหรือปรับเปลี่ยนกิจกรรมขององค์กรไปจากวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งย่อมเป็นไปได้ในเร็ว ๆนี้
       
       **************
       
       สั่งผ่าตัดใหญ่ ขสมก.
       “ลดคน-เพิ่มเทคโนฯ” สู่ห้างสรรพสินค้าในอู่
       
       ปรับโครงสร้าง “ขสมก.” ทั้งเรื่องคุณภาพ-บริการ ชี้ปัญหาใหญ่ “คนล้นงาน-บริการห่วย!” ชูขายฝันเบื้องต้นใช้ NGV ทุกคันพร้อมเสนอ E-Ticket แทนเงินสดลดพนักงานเก็บเงิน-คิดเงินตามระยะทาง-วิ่งจุดต่อจุดสะดวกรวดเร็วพร้อมเป็น Feeder ขนคนทั้งในเมือง-นอกเมืองเข้าสู่ระบบราง พร้อมพัฒนาอู่สู่ Department Store ขณะที่ ผอ.ขสมก.ขานรับแต่ยืนยันไม่ปลด "คน" แต่เกลี่ยคนตามความสามารถ พร้อมเปิดเออรี่ฯลดคนไปในตัว ด้านรฟท.เดินหน้าโครงการฟื้นฟูแล้ว
       
       หากพูดถึงการฟื้นฟูกิจการรัฐวิสาหกิจหนึ่งในองค์กรที่กล่าวถึงกันมากที่สุดองค์กรหนึ่งคือ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก.พูดถึงกันมาทุกยุคทุกสมัย แต่หากศึกษากันตามข้อมูลแล้ว ขสมก.แม้เป็นบริการสาธารณะ (PSO) ก็จะยังสามารถทำกำไรได้ ถ้ามีการบริการจัดการที่มีคุณภาพ ท่ามกลางปัญหาหนี้สินกว่า 51,000 ล้านบาท
       
       กลยุทธ์แก้วิกฤต ขสมก.
       
       สำหรับสาเหตุที่ ขสมก.ขาดทุนมาตลอดนั้นคือ แบกรับภาระค่าน้ำมันที่สูงขึ้น แต่ขึ้นราคาตั๋วชดเชยส่วนต่างไม่ได้, รายจ่ายเงินเดือนพนักงานจำนวนมาก,แบกรับภาระส่วนต่างค่าตั๋วมาตลอดโดย ขสมก.มีรายได้ 6,000 ล้านบาทต่อปี แต่ลดลงปีละ 2% ซึ่งสาเหตุมาจากการลดลงของจำนวนผู้โดยสาร ขณะที่รายจ่าย 10,000 ล้านบาทต่อปีเพิ่มขึ้นปีละ 6% จากต้นทุนทางการเงิน และจำนวนพนักงานที่สูงเกินความจำเป็น
       
       โดยกระทรวงการคลังได้เสนอแผนปรับปรุงโครงสร้างมายังรัฐบาล เสนอให้แก้ปัญหาภายในของขสมก.เป็นอันดับแรก คือ ปัญหาคนล้นงาน เพราะพนักงานมีอยู่มากกว่าความจำเป็น และให้ลดในจุดนี้คือเข้าโครงการเกษียณก่อนอายุ (Early Retirement) พร้อมกันนี้ต้องปรับปรุงเส้นทางการเดินรถ (Re-routing) เพื่อลดเส้นทางซ้ำซ้อนที่ลางสายวิ่งทับเส้นทางเดียวกันถึง 30 สายก็มีซึ่งต้องเร่งสำรวจเส้นทางใหม่ที่ให้ประชาชนเข้าถึงและเดินทางไม่ไกลรวมทั้งคิดค่าเดินทางตามความจริงต่อกิโลเมตร
       
       ประกอบกับในยุคที่ราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้น ขสมก.ควรปรับปรุงรถมาใช้ NGV แทนการใช้น้ำมันดีเซลแบบเก่าเพื่อลดรายจ่ายค่าน้ำมันที่แพงขึ้น พร้อมกันนี้ขสมก.ยังสามารถซื้อรถใหม่เข้ามาเพิ่มในการบริการได้เพื่อสร้างคุณภาพและบรรยากาศในการเดินทาง
       
       พัฒนาอู่เป็น Department Store
       
       นอกจากนี้ยังจะให้มีระบบ E-Ticket (Electronic Ticketing) แทนการใช้เงินสดในการจ่ายบริการค่ารถเมลล์ ขณะเดียวกันก็สามารถลดจำนวนพนักงานได้อีกทางพร้อมกันนี้ ขสมก.ต้องพัฒนาตัวเองเป็น Feeder ส่งต่อผู้โดยสารเข้าสู่ระบบราง หรือการเป็น Main Operator ในพื้นที่นอกเขตเมืองที่มีข้อจำกีดในการเข้าถึงระบบราง
       
       “ก่อนประกาศเส้นทางการเดินรถใหม่ ขสมก.ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้ก่อนอย่างน้อย 6 เดือนขณะเดียวกันก็ต้องนำรถใหม่ที่ซื้อมาวิ่งให้บริการ ซึ่งจะเป็นภาพลักษณ์ใหม่ของ ขสมก.ที่ทันสมัยและปลอดภัย” แหล่งข่าวระบุ และชี้อีกว่า ขสมก.ต้องแยกบทบาทจากเป็นผู้กำกับดูแลและเป็นผู้ให้บริการมาเป็นผู้ให้บริการเพียงอย่างเดียวซึ่งจะทำให้องค์กรมีคล่องตัว
       
       อย่างไรก็ดี ยังมีแผนพัฒนาอู่จอดรถเมล์พัฒนาพื้นที่ให้เป็น Department Store เพราะหากรถเมล์ใช้ NGV ทุกคนแล้วพื้นที่น่าจะสะอาดไม่เปราะเปลื้อนคราบน้ำมันจึงง่ายต่อการพัฒนาพื้นที่ในเป็นศูนย์การค้าย่อมสร้างรายได้ให้ ขสมก.ได้อีกทาง
       
       ขสมก.ขานรับเดินหน้ายกระดับ
       
       ด้าน พิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผู้อำนวยการ ขสมก.กล่าวว่า ทาง ขสมก.มีความเห็นสอดคล้องกับข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ที่เห็นควรฟื้นฟูกิจการ ขสมก.ที่ต้องการยกระดับการบริการด้วยคุณภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ โดยขณะนี้กำลังศึกษาหลายโครงการ อาทิ โครงการปรับเปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิงของรถโดยสารเดิมเป็นก๊าซธรรมชาติ (NGV), โครงการจัดหารถโดยสารใหม่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง, การทบทวนสัญญาว่าจ้างเหมาซ่อม, โครงการปรับและจัดสรรเส้นทางรถโดยสารประจำทางและ โครงการปรับปรุงการบริหารจัดการและกำกับดูแลรถร่วม
       
       นอกจากนี้ยังต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในบริหารจัดการ โครงการพัฒนาระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) ซึ่งจะมีการลงทุนระบบไอทีโดยการนำระบบ GPS มาช่วยในการควบคุมรถโดยสารลงทุนระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัตรโดยสารสมาร์ทการ์ด โดยจะใช้งบประมาณลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาทหรือตกประมาณคันละ 10,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่น้อยมากในขณะที่สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูง
       
       หนุนใช้เออลีฯ-ขอเงินซื้อรถใหม่ NGV
       
       ส่วนการปรับโครงสร้างพนักงานนั้น ผอ.ขสมก.ย้ำยันว่าจะไม่มีการปลดพนักงานอย่างแน่นอน แต่จะใช้วิธีการถ่ายโอนพนักงานในโครงการเกษียณก่อนอายุโดยสมัครใจ (Early Retirement) นอกจากนี้ยังจะมีโครงการฝึกอบรม เพื่อปรับเปลี่ยนและเพิ่มทักษะในการทำงาน,โครงการบริหารจัดการในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Change Management Process)แม้ว่าต่อไปจะไม่มีกระเป๋าโดยสารแล้ว เนื่องจากมีการใช้ระบบตั๋วโดยสารสมาร์ทการ์ดมาแทนแต่ขสมก.ก็ไม่มีการปลดพนักงานกระเป๋าโดยสารโดยในเบื้องต้นจะใช้โครงการเกษียณก่อนอายุโดยสมัครใจ ส่วนการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์หันมาใช้ NGVทั้งหมดของ ขสมก.มีรถยนต์โดยสารทั้งสิ้น 3,800 คันซึ่งจะเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์เอ็นจีวีทั้งหมดรัฐบาลน่าจะสนับสนุนเรื่องงบประมาณในส่วนนี้
       
       "มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยจึงต้องคุยกับกลุ่มสหภาพพนักงานเพื่อชี้แจงและอธิบายถึงเหตุผลในการนำเสนอแผนการฟื้นฟูดังกล่าว" ผอ.ขสมก.ระบุ
       
       ร.ฟ.ท.เดินหน้ายกเครื่อง "คน" อันดับแรก
       
       ส่วนความคืบหน้าของฟื้นฟูของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ตามติ ครม. 24 ก. ค.)ที่ได้ดำเนิน ไปแล้วนั้นรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ ร.ฟ.ท.ได้ปรับโครงสร้างการบริหารจัดการภายในใหม่โดยเน้นปรับโครงสร้างของบุคลากรแบ่งงานสำคัญ 3 ด้าน 1.ปรับโครงสร้างภาพรวมของคน 2.ปรับกระบวนการทำงานเสียใหม่ลดจำนวนคนลงให้เหมาะกับงานหรือจ้างบริษัทข้างนอกเข้ามาทำงานแทนและ 3.ปรับเครื่องมือการทำงานโดยนำเทคโนโลยีมาใช้แทนคนเพิ่มขึ้นเพราะ ร.ฟ.ท.มีเจ้าหน้าที่มากถึง 18,000 คนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันร.ฟ.ท.เตรียมตั้งระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาการจ่ายเงินบำนาญที่ต้องจ่ายปีละ 2,000 กว่าล้าน โดย ร.ฟ.ท.จ่ายไปแล้ว 50,000 กว่าล้านบาท
       
       รอคลอดตั้งบริษัทลูกบริหารทรัพย์สิน
       
       ด้านการปรับตัวด้านการบริหารในส่วนของการเดินรถ, การให้บริการประชาชน, การซ่อมราง, การซ่อมหัวรถจักรจะตั้งบริษัทลูกขึ้นมา 3-4 บริษัท เพื่อบริหารในส่วนต่างๆ ประกอบด้วย บริษัทเกี่ยวกับการซ่อมหัวรถจักร บริษัท บริหารสินทรัพย์ บริษัท บริหารการเดินรถ บริษัท บริหารรถไฟฟ้า เพื่อบริหารโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ เป็นต้นโดยขณะนี้ร.ฟ.ท.เร่งเสนอแผนการจัดตั้งบริษัทลูกที่จะบริหารโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ ซึ่งจะแยกออกจากแผนฟื้นฟูรถไฟคาดว่าจะเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีภายในเดือนธันวาคม 2550 นี้
       
       อย่างไรก็ดี ร.ฟ.ท.ยังปรับระบบการบริหารภายในโดยกำลังทำระบบวันสต็อปเซอร์วิสมาใช้กับบางแผนกเพื่อลดขั้นตอนการทำงานที่มีหลายขั้นตอนอย่างเช่น การขอเช่าที่ดินของรถไฟในอนาคต จะยื่นได้ในจุดเดียวจบไม่ต้องผ่านหลายโต๊ะ
       
       **************
       
       ยกเครื่องใหม่ 3องค์กรเกษตร
       "อ.ต.ก.- อคส.- อ.ต." ชูจุดแข็งมุ่งกำไร
       
       เปิดแผนปรับโครงสร้าง "อ.ต.ก.- อคส.- อ.ต." ใหม่หมด และแบ่งหน้าที่ชัดเจนให้ อ.ต.ก.เป็นตลาดกลางสินค้าการเกษตร/ศูนย์รวมผู้ผลิต ขณะที่อคส.อัพเกรดเน้นระบบโลจิสติกส์ และคลังสินค้าซึ่งจะนำไปสู่การเป็น spot market ในอนาคต ขณะที่ อ.ต.แนวโน้มไม่รอดเร่งปรับตัวใช้พื้นที่ในต่างจังหวัด 5 แห่งให้เป็นประโยชน์
       
       องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) องค์การคลังสินค้า(อคส.) เป็น 2 หน่วยงานที่อยู่ในกลุ่มรัฐวิสาหกิจที่สามารถพลิกฟื้นโดยไม่ต้องรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กระทรวงการคลังได้นำเสนอแผนให้รัฐบาลและรัฐบาลได้มีคำสั่งให้ดำเนินการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการภายในปี 2550 เนื่องจากทั้ง 2แห่ง มีหน้าที่งานรับผิดชอบดูจะทับซ้อนกันมาตลอด นอกจากยังคาบเกี่ยวกับหน้าที่ของ"องค์การตลาด" ของกระทรวงมหาดไทยอีกด้วย
       
       แยกหน้าที่ "อคส.-อตก." ที่ซ้ำซ้อน
       
       อย่างไรก็ดีแม้ว่าอ.ต.ก.และอคส. มีหน้าที่บทบาทที่คล้ายคลึงกันโดยมีวัตถุประสงค์การจัดตั้งคือ อ.ต.ก.ภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะทำหน้าที่รักษาระดับราคาสินค้าการเกษตร ส่วนอคส.ภายใต้สังกัดกระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบทางด้านแทรกแซงราคาตลาดและรับจำนำพืชผล แต่ในทางปฏิบัติที่ผ่านมาเกิดความซ้ำซ้อนทางการทำงานอย่างมากและเกิดแย่งรับจำนำสินค้าการเกษตรในบางครั้งโดยโครงสร้างใหม่นี้ สคร.เสนอแนะให้แบ่งแยกหน้าที่ชัดเจนในการปฏิบัติงานทั้งสร้างความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้
       
       แหล่งข่ากจากทำเนียบรัฐบาล ระบุว่าปัญหาของ อ.ต.ก.และ อคส.ที่ผ่านมานั้นพบว่า อ.ต.ก.มีผลขาดทุนอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2545 โดยมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนตัวผู้บริหารระดับสูงบ่อย และปัจจุบันกำลังสรรหา CEO มานั่งบริหารองค์กร ขณะเดียวกันจำนวนพนักงานบางฝ่ายมีจำนวนมากเกินปริมาณงานซึ่งทั้งอ.ต.ก.และอคส.มีพนักงานแห่งละกว่า 400 คนซึ่งทำให้รายจ่ายมากกว่ารายได้แม้จะมีการยุบเลิกบางธุรกิจแล้วก็ยังไม่สามารถลดพนักงานในส่วนนั้นได้ทำให้มีค่าใช้จ่ายบุคลากรสูง
       
       นอกจากนี้รัฐวิสาหกิจทั้ง 2 แห่งมีคลังสินค้าที่อยู่ในส่วนภูมิภาคหลายแห่งที่ยังขาดทุนและทรุดโทรมอย่างมาก แต่ปัญหาใหญ่ที่พบคืองบการเงินของทั้งอ.ต.ก.และอคส.ยังไม่ได้รับการรับรองจากสตง.ให้เป็นปีปัจจุบันเนื่องจากมีงานนโยบายที่ยังปิดโครงการไม่เสร็จอีกจำนวนมาก
       
       ปรับโครงสร้างตาม SOD
       
       โดยแผนการปรับโครงสร้างหรือ SOD (Statement of Direction) ดังกล่าวจะให้ทั้ง อ.ต.ก.และอคส.ปรับปรุงประสิทธิภาพองค์กรก่อนโดยการประเมินสถานะทางการเงินและกิจการทั้ง 2 แห่ง โดยเริ่มจากสะสางงานนโยบายที่ยังไม่ปิดโครงการ รวมถึงภาระหนี้สิน และภาระทางการเงินที่เกิดขึ้นจากงานนโยบายทั้งหมด นอกจากนี้เพื่อความชัดเจนยังแบ่งเรื่องการแทรกแซงราคาสินค้าทั้งหมดของทั้ง อ.ต.ก.และ อคส.ให้โอนไปให้องค์กรใหม่ที่อยู่ภายใต้คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) และคณะกรรมการนโยบายข้าว (กนข.)โดยตรงเป็นผู้ดำเนินงานโดยมีกรมการค้าภายในเป็นเลขาธิการคณะกรรมการ
       
       ต่อจากนั้นจะพัฒนาอ.ต.ก.ให้เป็นตลาดเพื่อกลางการเกษตร (Farmer Markets) ทำให้เป็นศูนย์รวมผู้ผลิตและผู้ประกอบการค้าส่งในการซื้อขายผลผลิตทางการเกษตร และข้อมูลราคาที่เป็นธรรมส่วนอสค.จะทำหน้าที่ Logistics Provider ด้านระบบขนส่งและคลังสินค้าซึ่งอาจจะเปิดโอกาสให้มีการตั้งบริษัทลูกในอนาคตเพื่อดึงเอกชนเข้ามาเป็นหุ้นส่วน (Partnership)ในการทำ Logistics สำหรับธุรกิจค้าขายสินค้าสินค้าการเกษตร
       
       ขณะเดียวกันได้กำหนดแผนในอนาคตอ.ต.ก.จะกลายเป็นตลาดกลางประมูลสินค้าการเกษตรทำให้เกิดการประมูลสินค้าที่เรียกว่า Spot Market คล้ายๆ AFET ( Agricultural Futures Exchange of Thailand) ซึ่งจะช่วยให้ราคาสินค้ามีเสถียรภาพ ลดความเสี่ยงในราคา รวมทั้งสร้างอำนาจต่อรองระหว่างรายเล็กและรายใหญ่ได้อีกทาง
       
       หนุนอคส.มุ่งโลจิสติกส์
       
       ด้าน "ศิริพล ยอดเมืองเจริญ" ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการปรับโครงสร้างดังกล่าวว่าต้องหารือกันในทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องก่อน เพราะการจะให้อคส.ไปดูแลระบบโลจิสติกส์ในการขนส่งสินค้าเกษตรต้องมีอะไรมารองรับเพราะอคส.ดูทั้งภายในและการส่งออกด้วย ซึ่งคณะกรรมการชุดที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ดูแลเรื่องระบบโลจิสติกส์ยังไม่ได้คุยกันในรายละเอียด
       
       ส่วนปัญหาการทำงานซ้ำซ้อนระหว่างอ.ต.ก.และอสค.นั้นต้องมาหารือกันก่อนว่าจะให้ออกมาอย่างไรเพราะตอนนี้ยังไม่เห็นหนังสือจึงไม่รู้รายละเอียดมากนัก และคณะกรรมบอร์ดอคส.ก็ยังไม่ได้มีการประชุมในเรื่องนี้ด้วย
       
       อ.ต.ก.ขานรับปรับโครงสร้างดีขึ้นแน่.!
       
       ด้านโอวาท อภิบาลภูวนารถ รักษาการแทนในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อ.ต.ก.)เชื่อว่าแผนการปรับโครงสร้างดังกล่าวจะช่วยให้อ.ต.ก.มีคล่องตัวในการบริหารงานมากทำโดยเป้าหมายหลักคือ Farmer Markets ก็จะบรรลุผลได้อย่างแน่นอนโดยเรามองไปถึงว่าจะปรับปรุงคลังสินค้าที่อยู่ทั่วประเทศ 6 แห่งให้ทันสมัยสามารถเป็นตลาดกลางสินค้าทางการเกษตรในภูมิภาคต่างๆ (Markets Place) ของประเทศได้อย่างทั่วถึงในอนาคต
       
       ส่วนปัญหาเรื่องรายจ่ายพนักงานที่อ.ต.ก.ต้องแบกรับนั้นหลังจากที่เปิดโครงการเกษียณก่อนกำหนด (Early Retirement) ไป 3 ครั้งก็ลดได้จำนวนหนึ่งแต่ขณะนี้มีคนที่รอเกษียณอายุราชการจำนวนมากเรื่องปัญหารายจ่ายพนักงานจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของอ.ต.ก.อีกต่อไป นอกจากนี้อ.ต.ก.จะต้องทำตลาดในต่างประเทศเพิ่มเติมจึงต้องรับคนใหม่เข้ามาเพื่อดูแลซึ่งเป็นวัยหนุ่ม-สาวรุ่นใหม่ที่จบมาตรงสาขางานที่รับผิดชอบโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตามอ.ต.ก.ยังมีแผนพัฒนาตลาดที่พหลโยธินให้ทันสมัยมากขึ้นโดยสถานที่ดังกล่าวจะผลักดันให้เป็นศูนย์กลางของกล้วยไม้ และปลาสวยงามในอนาคต
       
       " ปีนี้ (2550) เป็นปีแรกที่อ.ต.ก.จะมีกำไรประมาณ 100 ล้านบาทซึ่งก่อนหน้านี้ขาดทุนต่อเนื่องมา 5ปีซึ่งปีนี้น่าจะมีโบนัสให้พนักงานเพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำงานก็ได้" ผอ.อ.ต.ก.กล่าวทิ้งท้าย
       
       อ.ต.เสริม Market Place อีกทาง
       
       อย่างไรก็ตามการพัฒนาตลาดกลางจะต้องร่วมมือกับองค์การตลาด (อ.ต.) ที่อยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากอ.ต.มีทรัพย์สินที่เป็นตลาดสาธารณะอยู่ 5 แห่งทั่วประเทศและยังเป็นศูนย์กลางในการขนถ่ายสินค้าการเกษตรทั่วทั้งประเทศ เช่น ตลาดกลางผักและผลไม้ปากคลองตลาดที่มีศักยภาพที่สนับสนุนส่งเสริมการพัฒนา Market Place ของอ.ต.ก.อีกทางหนึ่งด้วยโดยเฉพาะบริเวณปากคลองตลาดหาก ทำเลดีมากพัฒนาพื้นที่จริงๆแล้วน่าจะเปิดร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้อีกด้วย
       
       สำหรับแนวโน้มธุรกิจของอ.ต.นั้นอยู่ในสถานะที่เลี้ยงตัวเองได้เพราะมีบุคคลกรไม่มากอีกทั้งยังได้ประมูลส่งข้าวให้กรมราชทัณฑ์มาโดยตลอด แต่จากนี้ไปนับแต่มีการระบบอี -อ๊อกชั่นเข้ามาทำให้รายได้ส่วนนี้หายไปทำให้ในอนาคตธุรกิจของอ.ต.อาจจะนำไปสู่การขาดทุนในอนาคต
       
       3 องค์กรร่วมมือวิน-วิน
       
       แหล่งข่าวจากทำเนียบ ยังย้ำว่าหาก 3 องค์กรเดินไปตามแผนที่วางไว้เราจะได้เห็นตลาดกลางที่เรียกว่า Spot market ในอนาคตอันใกล้เพราะเป็นการแบ่งหน้าที่การทำงานอย่างชัดเจนอาทิอคส.ก็มุ่งไปที่การขัดการระบบขนส่งโลจิสติกส์ การเป็นคลังสินค้าซึ่งนำไปสู่การประมูลอย่างมีระบบ ส่วนอ.ต.ก.ก็จะเป็นศูนย์รวมผู้ประกอบการด้านสินค้าการเกษตรแบบวงจรที่มีทั้งข้อมูลด้านราคา และคุณภาพขณะที่อ.ต.ก็จะมาช่วยสนับสนุนด้านที่ดินของอ.ต.ก.หากไม่ทั่วถึงเพราะจะไปหวังการประมูลส่งข้าวให้กรมราชทัณฑ์เพียงอย่างเดียวไม่ได้อีกแล้ว
       
       นอกจากนี้สิ่งที่ลืมไม่ได้คือการสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานทั้ง 3 องค์กรซึ่งตรงนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ระบุไว้ชัดว่าหากรัฐวิสาหกิจใดสามารถลดการขนาดทุนในกิจการลงมาได้พนักงานจะได้รับเงินค่าตอบแทน หรือมีโบนัสได้
       
       ************
       
       สหภาพ 3องค์กรดิ้นสุดฤทธิ์
       ฟื้นรสพ-ฟอกหนัง- แบตเตอรี!
       
       3 รัฐวิสาหกิจที่ถูกยุบเดินหน้าเรียกร้องความยุติธรรม รสพ.ดิ้นเสนอแผนฟื้นฟูผ่าน สคร.เพื่อยื่นต่อ ครม.ให้พิจารณา ให้ รสพ.กลับมาอีกครั้ง ขณะที่“ฟอกหนัง – แบตเตอรี”ยื่นหนังสือร้องศาลปกครองสูงสุดให้พิจารณาและพลิกฟื้นองค์กรอีกครั้ง ด้านที่ปรึกษา สรส.ชี้พนักงานทั้ง 3 องค์การที่ถูกยุบเลิกมีชีวิตที่ยังไม่รู้ชะตากรรม ระบุ รสพ.หนักสุดตกต่ำยิ่งกว่าคนงานที่รับจ้างรายวันเสียอีก
       
       ในบรรดารัฐวิสาหกิจทั้ง 13 แห่ง องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกระทรวงคมนาคมถือเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งแรกที่มีพระราชกฤษฎีกา “ยุบเลิก” ตามด้วยองค์การฟอกและองค์การแบตเตอรี่ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงกลาโหม ที่ถูกคณะรัฐมนตรีมีมติยุบเลิกกิจการ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2550 ตามโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจซึ่งกระทรวงการคลัง
       
       นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นมาจะเห็นทั้ง 3 หน่วยงานเริ่มมีการเคลื่อนไหวเพื่อให้รัฐบาลได้ทบทวนมติ ครม.ที่สั่งยุบเลิกให้ทั้ง 3 หน่วยงานนั้นสามารถพลิกฟื้นองค์กรให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง
       
       รสพ.เสนอแผนพลิกฟื้น แต่รอมติ ครม.
       
       ชุลีพร ด้วงฉิม ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) บอกกับ “ผู้จัดการรายสัปดาห์”ว่านับจากวันที่ 27 ธันวาคม2548 ซึ่งเป็นวันที่มีมติ ครม.สั่งให้มีการยุบเลิก รสพ.พนักงาน รสพ.ทุกคนได้ต่อสู้มาโดยตลอดจนถึงปัจจุบันวันจึงได้ทำแผนฟื้นฟูกิจการเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) สังกัดกระทรวงการคลัง .เพื่อให้ สคร.นำเสนอแผนการฟื้นฟูของ รสพ.เข้าสู่การพิจารณาของคระรัฐมนตรีเพื่อให้มีมติพลิกฟื้น รสพ.อีกครั้งหนึ่ง
       
       สำหรับแผนการฟื้นฟูกิจการนั้นได้ไปนำเสนออย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ปัจจุบันกำลังรออยู่ว่า สคร.จะเห็นชอบกับแผนฟื้นฟูหรือไม่ แต่ในส่วนของพนักงานทุกคนก็มีความหวังว่าจะสามารถพลิกฟื้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
       
       นอกจากนี้ได้ทำหนังสือยื่นต่อ คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้ช่วยเหลือในการผลักดันให้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบฟื้นฟู ร.ส.พ.อีกครั้ง ซึ่งคุณหญิงจารุวรรณ ได้รับไว้พิจารณาแล้ว เพราะพบว่า รสพ.เป็นหน่วยงานที่ดำเนินงานด้านขนส่งในเชิงพาณิชย์ทุกรูปแบบ ทั้งทางบกและทางน้ำ และ ร.ส.พ. ยังมีอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสถานีขนส่งสินค้าและที่ดินอยู่ทุกภูมิภาค จึงเป็นที่หมายตาของผู้ที่ต้องการแสวงหาผลประโยชน์
       
       “ สตง. ได้เล็งเห็นความสำคัญ จึงได้ช่วยผลักดันเพื่อให้ ร.ส.พ. อยู่คู่กับคนไทยตลอดไป เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ซึ่งปัจจุบัน คณะรัฐมนตรีมอบหมายกระทรวงการคลังร่วมกับกระทรวงคมนาคม สภาพัฒน์ฯ สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันพิจารณาหาแนวทางฟื้นฟู ร.ส.พ. ให้ได้ข้อยุติ และนำผลการพิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป”
       
       ชุลีพร บอกอีกว่า พนักงาน รสพ.จำนวนมากได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเนื่องจากแต่ละคนมีภาระหน้าที่รับผิดชอบต่อการดำเนินชีวิตของคนในครอบครัว ซึ่งหากใครไม่ได้เจอกับตัวเองก็จะไม่รู้ว่า “นรก”มีจริงๆและก็ไม่ได้เกิดกับตัวของพนักงานเท่านั้นครอบครัวของเขาก็ได้รับผลกระทบไปด้วย
       
       “ชีวิตของคน รสพ.ตอนนี้ลำบากมากบางคนที่สู้แล้วก็เกิดท้อแท้ บางคนถึงกับล้มเจ็บซึ่งหากเปรียบเทียบพนักงาน รสพ.กับพนักงานที่กินค่าแรงอื่นๆเราถือว่าแย่ที่สุด”
       
       แบตเตอรี่ – ฟอกหนัง
        ฝากความหวังที่ศาลปกครอง
       
       ส่วน องค์การฟอกหนังและองค์การแบตเตอรี่ ก็เป็นหน่วยงานล่าสุดที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ยุบเลิกตาม รสพ.ทำให้พนักงานทั้งสองแห่งต้องดิ้นรนหาที่พึ่งเพื่อให้องค์กรของตนยังคงอยู่ต่อไป
       
       บุญมา ป๋งมา รองเลขาธิการฝ่ายปฏิบัติการ สรส.บอกว่า เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อศาลปกครองเพื่อให้มีการเปิดการไต่สวนฉุกเฉินขึ้นทำให้พวกเรามีความหวังว่าองค์การทั้งสองแห่งจะยังสามารถดำเนินการต่อไปได้
       
       “การยุบเลิกรัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่งนั้นต้องรอการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดซึ่งจะตัดสินอย่างไรเราก็พร้อมจะปฏิบัติตาม”
       
       นอกจากนี้ยังได้นำเรื่องไปร้องเรียนต่อศาลแรงงานเพื่อขอให้มีการจ่ายเงินบำเน็จ คงค้างของพนักงานทั้งสองหน่วยงานที่ค้างจ่ายตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 มาจนถึงวันนี้ก็ 5 ปีมาแล้วยังไม่มีใครได้รับเงินก้อนดังกล่าวเลย
       
       “หน่วยงานทั้งสองแห่งขาดทุนพนักงานทุกคนก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือผู้บริหาร เช่นยอมลดขั้นของตัวเองคนละ 7 ขั้นนับจากปี 2545 เป็นต้นมา รวมเงินที่ถูกลดขั้นมีถึง 136 ล้านบาทแล้วยังมาสั่งยุบเลิกองค์กรอีกอย่างนี้อนาคตพวกเราจะเป็นอย่างไรก็คงไม่ต้องหาคำตอบ” บุญมา ระบุ




บทความ/สาระ

คนตาก พร้อมบิน เร่งรัดให้ขยายสนามบิน ฟื้นการใช้สนามบินรับโบอิ้ง บูมท่องเที่ยว ขนส่งสินค้า รับ AEC
รัฐไทย-เมียนมา หารือเพิ่มจุดผ่านแดนถาวร กระตุ้นการค้าสองชาติขยายตัว
แม่สอด เขตเศรษฐกิจพิเศษหมื่นล้าน
"แม่สอด" เกต์เวย์ถนนระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก
พม่า โอกาสการค้า-การลงทุนที่ SMEs ไทยไม่ควรมองข้าม
เปิดฟ้ามะละแหม่ง แม่สอดสานท่องเที่ยว
ประธานหอการค้าตาก เผยเขตเศรษฐกิจชายแดนแม่สอด เนื้อหอม นักธุรกิจ"ไทย-จีน-ญี่ปุ่น" สนใจลงทุนชายแดน และฝั่งพม่า
พฤติกรรมผู้บริโภคในอาเซียน”...ตัวแปรสำคัญที่ SMEs ไทยควรรู้ก่อนก้าวสู่ AEC
พลังงานน้ำมัน...ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
พริกกะเหรี่ยง : การพัฒนาพันธุ์พื้นเมืองสู่พันธุ์การค้า
เดินทางเสริมสร้างมงคลกับ 9 วัดอารามหลวง
ไฮไลท์“ลอยกระทง” เสน่ห์สีสันแห่งสายน้ำ
เหลียวหลังแลหน้าเลือกตั้งพม่า7พ.ย.
อสังหาฯป่วน 'แบงก์'ระงับปล่อยกู้ แนะกลยุทธ์ไม่ให้ถูกยึดบ้าน ผ่อนไม่ได้มีทางออก!
เอกชนจี้สลายขั้วรัฐบาลเก่า _ทุกภาคส่วนเริ่มมีหวัง ลุ้นได้นายกฯใหม่คนดีมีฝีมือ
เชื่อมทาง 3 แม่ สู่แดน 3 หมอก
เพิ่มงบฯขาดดุลแสนล้าน ไม่ใช่หลักประกันความเสี่ยงเศรษฐกิจ 52
'สมชาย' +เซ่นตุลาเดือด + บิ๊กธุรกิจบีบยุบสภา หวั่นความรุนแรงลุกลามทุบท่องเที่ยว ตลาดทุนป่นปี้
เชียร์กองทัพ “ปฏิวัติ” ก่อนชาติพัง! 2 ขั้วเมิน “คนกลาง” –ชี้ ‘คนชั้นสูง’ เสริมจุดแข็งพันธมิตร
วิกฤตสหรัฐกระทบไทย ชำแหละกองทุนรวม ผู้ถือหุ้นเจ๊งระนาว!
ทุนเชียงรายเพรียกหา“ศูนย์กระจายสินค้า” รับระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้เชื่อมจีน
หอฯเหนือถกแผนรับมือคุนหมิง-กรุงเทพฯหวั่นไทยเป็นทางผ่าน
เลห์แมนล้มฉุดทุนไทย + ต่างชาติเทขาย 2 แสนล้าน/ธนาคารแห่งประเทศไทยผวาเงินไหลออก/เอไอเอสำรองฉุกเฉินเพียบ
เกษตร4แสนไร่สังเวยอุทกภัย ประกันเมินพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก
เปิดบัญชีกลุ่มธุรกิจหลังสิ้นยุค ‘ทักษิณ’เรืองอำนาจ ธุรกิจอิงการเมืองฟุบ บิ๊กอสังหาฯ กระอัก
'รัฐบาลทำอะไรผิด' ทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงตรงไหน?
ทองทุบสถิติ 30 ปี ถือ 7วันกำไร 600 บาท เซียนเตือนอย่า'บุ่มบ่าม'
“พลังงานทางเลือก” จุดเปลี่ยนเกมค่ายรถ มะกัน-ญี่ปุ่นใครจะคว้าชัยในเวทีใหม่
สตง.พบ 2 โครงการปล่อยกู้ 'ฮุนเซน' เอื้อชินคอร์ป? คดีเอ็กซิมแบงก์ โผล่เขมร ทักษิณ!ตัวการอีกแล้ว
20.08น. วินาทีเปิดปักกิ่งเกมส์ โชว์สปิริตเอเชียที่สุดแห่งโอลิมปิก
ศึกแบงก์ชิงเงินฝากปรอทแตก
นอมินีรากหญ้า ถึงยุค ‘คนไทย’ ตายหยังเขียด
รัฐถังแตกสั่งรื้อภาษีที่ดินใหม่ คนมี 'บ้าน-ที่ดิน'อ่วมจน-รวย !จ่ายเท่ากัน
ปราสาทพระวิหาร 'มรดกโลก'ทับซ้อน พลังงานไทย-เขมร
ค้าปลีกระนองแท็กทีมแข่งโลตัส + ชูกลยุทธ์เชิงรุก-เปิดดีลิเวอรีตีกินตลาดต่างอำเภอ
ปลุกสำนึกพลเมืองรวมพลังฝ่าทางตันสังคมไทย
น้ำมันพ่นพิษขาดดุลการค้า-เดินสะพัดสูงสุด 'เลี้ยบ'ลั่นเร่งออกมาตรการรับมือให้เร็วขึ้น
โชว์ห่วยลุ้นสนช. เข็นพ.ร.บ.ค้าปลีก ทันสมัย'สุรยุทธ์'
กูรูร้านอาหาร/ค้าปลีกไทยใน'ดูไบ' ชี้ช่อง'ทำธุรกิจแดนอาหรับ'
สินค้าจ่อขึ้นราคาอีกรอบ + หลังบะหมี่ขาวมาม่านำร่องขึ้นเป็น 7 บาท/มาลีบ่นอุบต้นทุนกระป๋องขึ้น 20%
ข้าวยากน้ำมันแพง
ข้าวแกงแซงฟาสต์ฟูด + คนไทยคอตกสินค้ายกทัพขึ้นราคา/เมย์เดย์ค่าจ้างเพิ่มแค่ 9 บาท
แผนแก้วิกฤตอาหารโลกแค่ภาพลวงตา ข้อมูลจริง คนไทยตายผ่อนส่ง!
มองโลจิสติกส์ไทย ผ่านมิติ 'ดร.ปรีชา พันธุมสินชัย' แนะสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วยRosettaNet
กลยุทธ์บริหารโลจิสติกส์ด้วยการจัดสรรเป้าประสิทธิภาพ(ตอนจบ)
ชี้ช่องรัฐ... วางโมเดล 'เอาชนะ' ต้นทุนโลจิสติกส์พุ่ง
กลยุทธ์บริหารโลจิสติกส์ด้วยการจัดสรรเป้าประสิทธิภาพ(ตอน1
ไทยเปิบข้าวแพงขึ้น 30% + แบรนด์ข้าวถุงงัดข้อ 'มิ่งขวัญ' งดส่งโมเดิร์นเทรด, แบงก์แฉเล่ห์โรงสีเบี้ยวหนี้
น้ำมันตลาดโลกพุ่ง ปตท. สุดอั้น ตรึงราคารัฐเหลว
ดาวน์30บาทถอยเชฟโรเลต โตโยต้าเกทับซื้อวีโก้ลุ้นรับวีโก้
เปิดเดินรถไฟเชื่อมไทย-ลาวเม.ย.นี้
ผู้ผลิตยอมอุ้มผู้บริโภค + ยูนิลีเวอร์/สหพัฒนฯขานรับกรมการค้าภายใน มีนาคม-กรกฎาคม ลดราคาสินค้า 2-3 บาท/ชิ้น
หอการค้าเชียงรายเดินหน้าเชื่อม4ชาติ
เดิมพัน 4 หมื่นล้านปั๊มเศรษฐกิจ + 'คลัง' คาดหวังอสังหาฯ-มนุษย์เงินเดือนปลุกกำลังซื้อดันจีดีพีโต 6%
UD Packaging เทรนด์ใหม่....รู้ก่อนรวยก่อน
สงครามสินค้าราคาแพง ฉากจบที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
บีบธปท.ลดดอกเบี้ย + เอกชนพ้องเสียงกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้านเงินไหลเข้าเก็งกำไร2ต่อดอกเบี้ย-ค่าเงิน-ซับไพรม์
วิกฤติราคาน้ำมันกำลัง เปลี่ยนขั้วอำนาจเศรษฐกิจโลก
เคล็บลับเก็งกำไร”บ้าน-ที่ดิน” เปิดทำเลทอง ทั่วประเทศ
กลเม็ดหาน่านน้ำใหม่ ของ 3 แบรนด์ที่ยักษ์ใหญ่ฟัดไม่ลง
หลากปัญหารุมเร้า... ปี2550-2551 คนไทยเสี่ยงป่วยทางจิต
เศรษฐกิจฝืด เงินบาทแข็ง ทัวร์ใน-นอก แก้เกมดึงคนเที่ยวปีใหม่
พลิกตำรารบ 3 แบรนด์ “โครงการหลวง
เปิดโผ....10 อาชีพฮอตฮิต เรียนแล้วไม่ตกงาน !
ทุ่มแจกโบนัสสู้เงินเฟ้อ + ปลอบขวัญสู้ศึกของแพงปี 51 / TDRI แนะปรับรายได้ต้องไม่น้อยกว่า 7.5%
ลูกเล่นการตลาด 4 พรรคการเมืองใหญ่
ยักษ์ไทยการ์เมนต์ออกอาการเซ + ยอดขายวืดเกือบ 700 ล้าน/จีน-ปินส์ก๊อปปี้สินค้าตีตลาดยับ
ชำแหละส่งออกโค้งสุดท้าย เป้า 4.9 ล้านล้าน พลาด-ไม่พลาด?
คนจีน-คนไทยก็เจอของแพงเหมือนกัน
เจาะกลวิธีหาเงิน 6 พรรคใหญ่ อภิมหาโปรเจกล้านๆ ๆ ฝันที่เป็นจริง
คลังรีดแวต-ภาษีเงินได้ + ขยายฐานรายได้เข้ารัฐ/รับมือประชานิยมรัฐบาลหน้า
ยักษ์ค้าปลีกแข็งข้อพาณิชย์ เมินร่วมถกไกด์ไลน์ค้าปลีก
เส้นทางไล่ล่าใหม่ 2 อภิไทคูน เจริญ-ธนินทร์
เอ็มโอยู'ค้าปลีก เป็นธรรมทุกฝ่าย เลิกขายต่ำกว่าทุน
โมเดิร์นเทรดรุกฆาต! ขวางพ.ร.บ.ค้าปลีกฯสุดฤทธิ์
ระวังตกเป็นเหยื่อรายใหม่ แฉสารพัดกลโกง การเงิน!
โชวห่วยขอนแก่นประสานสมาชิกเร่งทำคัตเอาต์หนุนพ.ร.บ.ค้าปลีก
ยุทธศาสตร์แห่งอนาคตสู้ศึกใน-นอก ยุคผู้ประกอบการไทยโดดเดี่ยว ชนิดไม่ต้องง้อรัฐบาลใหม่
สินค้าฝ่อมนต์ปลุกลูกค้าเสื่อม
สิ้นปีส่งออกอาหารทะลุ 6 แสนล.2 สภาฯเชื่อปีหน้าสิ้นคาแพงขึ้น
หอฯลำปางชวนนักศึกษาประกวดแผนการตลาด
ฟูจิฟาร์ม” ข้าวญี่ปุ่นบนแผ่นดินไทย
Stacey ปฏิวัติวงการของขวัญ ชูจุดขายผู้รับไม่พอใจ ‘เปลี่ยนได้’
เปิดบันทึกสู้ศึกโมเดิร์นเทรด"โชวห่วย"แพร่ มุ่งคืนกำไรโครงการ 4-ลุ้นเกิด"สำนึกท้องถิ่น"
พาณิชย์เจียระไนมุกดาหาร ศูนย์กลางการท่องเที่ยวชายแดน
‘20 กฎ’ ลดภาษีบุคคลธรรมดา (2) article
‘20 กฎ’ ลดภาษีบุคคลธรรมดา (1) article
อันตราย! อากาศร้อนจัดเสี่ยงเกิดโรค “ฮีตสโตรก
ทุนจีนลุยลงทุนจากเชียงรุ้ง-ริมน้ำโขง/คสศ.จี้รัฐปรับแผนรับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ article
เวียดนาม-สหรัฐฯ ดี๊ด๊านัดเจรจาเตรียมเปิด FTA article
รุ่น "เตี่ย" กับ "เสี่ย" "รอยต่อ" ธุรกิจสองเจนฯ article
อุด "รูรั่ว" กิจการ article
สิ่งที่ได้เรียนรู้ จากการเป็นผู้ประกอบการ article
แต่งร้านให้ได้ล้าน : ฟื้นฟูร้านค้าปลีกด้วยดีไซน์ article
โชวห่วยฮึดสู้โมเดิร์นเทรดอีก ชูเพลงปลุกใจ-อัดซัปพลายเออร์ช่วยไม่เต็มที่ article
แนวรบค้าปลีกภูธรปี"50 ระอุ รัฐบาล-สนช.เร่งคลอด พ.ร.บ.ค้าปลีก โชห่วยลุ้นช่วยต่อลมหายใจธุรกิจ article
ค้าชายแดนเฮพม่าจู๋จี๋กะเหรี่ยง article
ส่งออกเวียดโต 22% เชื่อปีหน้าทะลุ $46 พันล้าน article
แนะ3ขุมพลังศก.จีนจับมือรุกตลาดโลก article
เลขาฯ ยูเอ็น แสดงความยินดีที่พม่าปล่อยตัวนักโทษการเมือง article
ผู้ถือหุ้นชี้ชะตาไอทีวี +วิบากกรรมสื่อเสรี รอโหวตต่อชีวิต 29 ธ.ค. ลือเทมาเสกขายหุ้นทิ้ง มีกลุ่มใหม่จ้องเสียบ article
เราจะปล่อยให้ ร้านค้าปลีกไทยตายหมดหรือ article
ต้มยำกุ้งปัดส่งเงินหนุนโจรใต้ จี้"สุรยุทธ์"พูดให้ชัดหวั่นคุมเข้ม article
จุดเปลี่ยนประเทศไทย article
15 แนวทางการปรับตัวของค้าปลีกท้องถิ่น เพื่อความอยู่รอด article
ดัชนีเชื่อมั่นคนไทยปรับเพิ่มในรอบ5เดือนอานิสงส์คปค article
เมื่อโลตัสแม่สาย บุกทำลายวิถีการค้าท้องถิ่นยับ มินิมาร์ท-ซุปเปอร์สโตร์-โชว์ห่วยปิดกิจการเพียบ article
หลัก 5 ประการที่ร้านค้าปลีกควรใส่ใจ article
เปิดรูโหว่ "หวยบนดิน" "เงินบาป" ที่คนเห็นแก่ได้ อยากล้วง article
Singapore most competitive economy in Asia: survey article
New migrant worker regulations in Tak Province article
พาณิชย์เพิ่งตื่นคุมกำเนิดโมเดิร์นเทรดช่วยโชห่วย article
ค้าปลีกไทยเดี้ยงหมดทางสู้จี้รัฐเข้มกติกาคุมยักษ์ต่างชาติ article
หอฯเมืองคอนชี้เศรษฐกิจฝืด ห้างฯยักษ์สู้เดือดดับค้าปลีก article
หอฯกระบี่ ปลุก อปท.ต้านค้าปลีกข้ามชาติ หวั่นรายย่อยท้องถิ่นสูญพันธุ์ article
ขายสาขา"ริมปิงซูเปอร์มาร์เก็ต"ให้ท็อปส์ "ตันตรานนท์"พ่ายทุนค้าปลีกข้ามชาติ article
นโยบายก๊าซหุงต้ม 2 ราคา ทางแก้ไม่สะเด็ดน้ำของรัฐ
New capital brings Myanmar rulers closer to problem border regions article
กสิกรไทยรุกขยายตลาดSMEsใต้ชี้"อุตฯยาง-รถยนต์-จยย."ยังฉลุย article
Change Management จงเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงคนอื่น article
ร้านทองพิษณุโลกอัดโปรโมชั่นดึงลูกค้าเข้าร้าน article
โอเชียน ชุมพร ปรับกลยุทธ์รับศึกโมเดิร์นเทรด article
สินค้าชิงช่องทางค้าปลีกทุกเม็ด เซลส์-หน่วยรถหัวปั่นสร้างยอด article
แปลงโฉมบรรจุภัณฑ์ เปลี่ยนดีไซน์ ดันยอดขาย เพิ่มมูลค่า article
ปักหลัก"จังหวัดเบ๊นเตร"ผลิตครบวงจร "ลิเบอร์ตี้-แอพพาเรล"ย้ายฐานไปญวน article
สรุปผลโพล "คุณเห็นด้วยกับการตัดถนนเส้นอุ้มผาง-คลองลาน หรือไม่?" article
'หอการค้าไทย' ชี้เศรษฐกิจปีนี้โตไม่เกิน4% เหตุการเมืองอึมครึม article
ไปรอด ไปโลด : รู้เรา ด้วยแผนธุรกิจ article
จีนจัดทัพเตรียมใหญ่ในอาเซียน article
งานแสดงสินค้านำเข้า-ส่งออกเมืองคุนหมิงของจีนปี 2006 article
ศูนย์การค้าจีนไทยก่อตั้งขึ้นที่เมืองคุนหมิน article
บทสัมภาษณ์นายด่านศุลกากรเชียงแสน "สนับสนุนเขตปลอดภาษีหรือนิคมปลอดภาษีสินค้าจีนที่เชียงราย" article
แผนลงทุน Contract Farming ปี 2549-2550 จังหวัดตาก article
ขอเชิญร่วมถวายพระพรและบริจาคในโครงการ "ไทยทั้งชาติ ถวายพระพร ร้อยอักษร ถวายพระเจ้าอยู่หัว" article
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 15 ส.ค. 2550
สินค้าเปิดศึกรับลมหนาว +สกินแคร์/เสื้อกันหนาว/เครื่องทำน้ำอุ่นอัดกิจกรรมแย่งแชร์อุตลุด
เสื้อผ้าโลคัลลุ้นเศรษฐกิจฟื้น + พีน่ากรุ๊ปเร่งบริหารต้นทุนเพิ่มทางรอด/บลู พินฯเลื่อนนำเข้า 2 แบรนด์อินเตอร์
เชิญบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยนากรีส
ก๊าซหุงต้มถังละ300 +ชง 'ปิยสวัสดิ์' ชี้ขาดเดือนนี้/จี้แท็กซี่ติดเอ็นจีวี รับเปลี่ยนตัวถังฟรี ***หัวหน้าข่าวต่อ::สินค้าจ่อปรับราคาอีก10รายการ
อุดรฯตั้งหอการค้าระดับอำเภอ รองรับศก.ขยายตัว
ขุมทรัพย์ครึ่งแสนล้านไทย ยังไม่ติดเชื้อไฟสงครามย่างกุ้ง
เผือกร้อน...บิ๊กหอการค้าไทย 19 หอฯภาคอีสานสิ้นหวัง พ.ร.บ.ค้าปลีก
ศูนย์การค้ารวมพลังร้องพาณิชย์ ค้าน"ม.24"พรบ.ค้าปลีกฉบับสนช.
นักธุรกิจไทยหนีลงทุนพม่าซบเวียดนาม ด้านหอฯ เชียงรายเร่งหม่องเปิดด่านจีน
พ.ร.บ.ค้าปลีกแท้ง! โมเดิร์นเทรดเฮ... กรรมาธิการสนช.แห้ว
เปิดโอทอปบึงลาดโพธิ์ บริการนักท่องเที่ยว
ปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตามอง
บริหารการเงิน...เพื่อชีวิตที่พอเพียง
Silverlake” อาณาจักรไร่องุ่นของ “สุพรรษา” นางเอกรุ่นใหญ่
‘สปันจ์’ เบเกอรี่เงินล้านลุยแฟรนไชส์
เชื่อมั่นภาค ‘การค้า-บริการ’โงหัวไม่ขึ้น สสว.เผยดัชนี “อสังหาฯ” กระทบหนักสุด
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 04 ก.ย. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 5 ก.ย. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 28 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 28 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 28 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 23 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันที่ 23 ส.คง 50
เชิญเข้าร่วมงานแสดงสินค้าTHAIFEX - World of Food ASIA 2008
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันที่ 21 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 20 ส.ค. 50
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 20 ส.คง 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 16 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 16 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 16 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 15 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประจำวันที่ 15 ส.ค.50
ดูริโอ้” ธุรกิจนักเศรษฐศาสตร์ คนตกงานสู่เถ้าแก่รุ่นเยาว์
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
ฮงล้วแม่สอดสู้ค้าปลีกต่างชาติ ดึงลูกค้าไทย-พม่ากลับมาถึง 60%
ฮงล้วแม่สอดสู้ค้าปลีกต่างชาติ ดึงลูกค้าไทย-พม่ากลับมาถึง 60%
ยักษ์ค้าปลีก/คอนซูมเมอร์ ออกแคมเปญกระตุ้นกำลังซื้อ
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
เที่ยวอิ่มบุญกับไฮไลท์งานเข้าพรรษา
อนาคต"โชวห่วย"ใต้เงามัจจุราช(จบ) ห้างยักษ์ยึดทั่วไทยจุดจบร้านชุมชน
โมเดิร์นเทรดส่งโมเดลใหม่อาละวาด เย้ยกฎหมายค้าปลีกไทยเงื้อง่าราคาแพง
“ปิยะบุตร” ย้ำอุตฯ สิ่งทอยังไปได้-แถมต้องการแรงงานอีกเพียบ
ปัญหาแรงงานเข้าขั้นวิกฤติ 7จังหวัดอันดามันขาดแคลนหนัก
สิ่งทอผวาอียู-สหรัฐเลิกเซฟการ์ดจีน +มีผลบังคับใช้ไทยตกที่นั่งลำบาก/สั่งเบนเข็มเร่งยึดตลาดอาเซียน
ผลสำรวจ SMEs ให้ความหวังเชื่อปี 50 ทำรายได้ 4.908 ลล.บ.
ผลสำรวจ SMEs ให้ความหวังเชื่อปี 50 ทำรายได้ 4.908 ลล.บ.
เตรียมลดภาษีกู้เศรษฐกิจชายแดนใต้ เล็งผุดนิคมฯฮาลาลแห่ง 2 ที่นราธิวาส
ไม้พม่าทะลักเข้าไทยต่อเนื่อง 6 เดือน 1.5 หมื่นตัน 260 ล.
หอการค้าอุดรฯไอเดียกระฉูด จัดประกวด "แผนธุรกิจ" นักศึกษา ปูทางสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่
หอการค้า-เอกชนสงขลาชงรัฐ 6 มาตรการ อุ้มธุรกิจ12 อำเภอเสริมเขตพัฒนาพิเศษฯ
กรมส่งเสริมฯสอบข้อเท็จจริง"ผักกางมุ้ง" ย้ำหากรัฐผิดพร้อมเลิกหนี้เกษตรกรพบพระ
กรมส่งเสริมฯสอบข้อเท็จจริง"ผักกางมุ้ง" ย้ำหากรัฐผิดพร้อมเลิกหนี้เกษตรกรพบพระ
นักธุรกิจภูเก็ตนำเข้าจยย.ไฟฟ้าจากจีน เจาะตลาดกลุ่มประหยัดน้ำมัน-ดูแลสวล.
เงียบมานาน..พม่าพูดชัดประเคนหลุมก๊าซให้จีน
เตรียมความพร้อมโลจิสติกส์ไทย รับสถานการณ์เปิดเสรีการค้าจีน-อาเซียน
เส้นทางต่อสู้ค้าส่งค้าปลีกรายย่อยยุคค้าปลีกข้ามชาติสยายปีกเต็มเมือง
หอฯตราดชี้ปัญหาศก.-การเมือง ไม่กระทบท่องเที่ยว-ค้าชายแดน
พาณิชย์จัดประชุมใหญ่ดันธุรกิจไทยโกอินเตอร์
เผยพ.ร.บ.ค้าปลีกกระทบผู้บริโภค จับตาผลกระห่วงโซ่ธุรกิจทั้งระบบ
โชวห่วยร้องพาณิชย์ยักษ์ค้าปลีกเร่งผุดสาขา
กรมพัฒนาธุรกิจฯ ดัน SMEs โกอินเตอร์ มั้นใจเศรษฐกิจชะลอตัวไม่กระทบธุรกิจไทย
สิ่งทอ - จักรยานยนต์ธุรกิจดาวรุ่ง …!แนะพ่อค้าไทยเกาะติดเวียดนามฟีเวอร์
โชวห่วยพะเยาผนึกสมาพันธ์ฯต้านห้างยักษ์ แนะปิดทางเข้า-พ่อค้าปากช่องนัดม็อบ 27 เม.ย.
ทันเกมภาษี (1)
โชวห่วยเชียงคำขึ้นป้ายต้าน"โลตัส"ทั่วเมือง หวังผังเมืองรวมสกัดทุนยักษ์ตอกเข็ม20พ.ค.
เปิดรายละเอียดสาระสำคัญ ร่างรัฐธรรมนูญ 2550
‘20 กฎ’ ลดภาษี บุคคลธรรมดา (3)
พ.ร.บ.ค้าปลีก: การตัดสินใจเพื่อคนไทยใช่หรือไม่? (ตอนจบ)
พ.ร.บ.ค้าปลีก : การตัดสินใจเพื่อคนไทยใช่หรือไม่? (ตอนที่ 1)
จาก ย่างกุ้ง สู่ราชธานี เนย์ปิดอว์
สสว.ยกระดับผู้ประกอบการแข่งขันเวทีโลก ‘ปิยะบุตร’เชื่อมั่น SMEs แกนหลักขับเคลื่อนศก.ไทย article
หอฯไทยจัดถกประเด็นเขตอุตสาหกรรมกัมพูชา article
อย่ามองข้าม Talent Management article
'อาเซียนซัมมิต'เครื่องร้อน ผู้นำ10ชาติตั้งเออีซีเร็วขึ้น 5 ปี article
เวียดนามเศรษฐกิจร้อน ส่งซิกลดค่าเงินด่ง? article
เก็บภาพประทับใจกับสถานที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นในความทรงจำ article
อินเดียขุดไอเดียทำโรงไฟฟ้าพม่าชิงก๊าซกับ ปตท. article
ธปท.เผยประเมินผลกระทบตลาดหุ้นไว้แล้ว-ยืนกรานไม่ทวนมาตรการ 30% article
ปล่อยรัฐฟ้องล้มละลาย ทางออกสุดท้าย'ไอทีวี' article
'สนธิ'สั่งปรับทัพรับมือรบในเมือง ปูดคนเถื่อนชุมนุม10ธ.ค. article
สุรยุทธ์ยัน ทหารสืบอำนาจ จะลาออก! article
นายกฯให้ศาลตัดสินทักษิณกลับเมืองไทย article
กมธ.ติดตามแก้ปัญหาสุวรรณภูมิลุยตรวจ-แก้ปัญหา “สุวรรณภูมิ” article
คนทีโอทีดิ้นส่งข้อมูลให้“คุณชายอุ๋ย” article
คตส.เตรียมฟันอีก 2 โครงการใหญ่ - สรุปที่ดิน “พจมาน” ก่อนปีใหม่ article
พม่าสั่งแบงก์ใหญ่ตรวจละเอียดห้ามรับฝาก ‘เงินบาป' article
ปิดทางนอมินีต่างด้าว พาณิชย์แก้ กม.คุมสิทธิ์ออกเสียง article
หากคนเลวไม่สำนึก ก็สมานฉันท์ได้ยาก ย้ำบ้านเมืองที่ล่มจม ‘ฝ่ายดี’ยังไม่สามัคคี article
หม่อมอุ๋ยยันไม่ป้องอ.สรรพากร ย้ำโทษต้องเป็นไปตามกฏหมาย article
บิ๊กแอร์บัสสยบกระแสลบ โชว์ A380 แตะ'สุวรรณภูมิ' article
ทรท.ร้อนตัว!!..รีบปฏิเสธส่งคนร่วมม็อบ 10 ธ.ค. article
ทางการหม่องลงดาบเจ้าหน้าที่ศุลกากรทุจริตอีกนับร้อย article
เวียดนามเปิดสะพานแขวนเชื่อมอ่าวฮาลอง article
"สมภพ"ยันร่างกฎหมายค้าปลีกเป็นธรรม article
คนกรุงเตรียมควักกระเป๋าเพิ่ม บีทีเอสสรุปชัดขึ้นราคา 1 มี.ค.50 article
แรลลี่โฮจิมินห์-อุบลฯ-มุกดาหารร่วมเปิดสะพานมิตรภาพ article
มิติใหม่น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ นวัตกรรมรับกระแสรักสุขภาพ article
เชียงใหม่ฝันค้างสูญเม็ดเงินกว่า 3 พันล้าน "แม้ว"ไม่อยู่สารพัดเมกะโปรเจกต์ถูกระงับ article
อุ๋ยยื่นฟันรวด ครม.ทักษิณ ปลัดคลัง-บอร์ดออกหวยผิด ก.ม. article
สมาพันธ์ฯต้านค้าปลีกยักษ์บีบสนช. เร่งคลอดพ.ร.บ.ค้าปลีกก่อนเจอม็อบ article
พระเทพฯเสด็จเปิดสะพานโขง2 ค้าชายแดนคึกคัก-สินค้าผ่านเพิ่ม40% article
"ชวน"แนะฟื้นฟูสามเหลี่ยมศก.- เสริม 5 จว.เขตพิเศษฯ article
บทพิสูจน์นโยบายโปร่งใสของรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ article
เอ็กซิมแบงก์ไทยช่วยขายพันธบัตรลาวระดมทุนน้ำเทิน 2 article
ไทย+17 ชาติ เซ็นลงขันทำทางรถไฟทรานส์เอเชีย article
พม่าจัดฉาก 'ซูจี' พบ 'แกมบารี' หวั่นถูกลงแส้ article
ตั้งราคาอย่างไร ให้กำไรที่สุด article
การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา กลไกสำคัญในการเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย article
Burmese workers fear Thai ID papers article
เปิด"คู่มือ"สู่"สุวรรณภูมิ" ไม่หลง-ไม่ไกล-ไปได้หลายทาง article
ลาก่อน...“ดอนเมือง” ที่คิดถึง article
ขอเชิญร่วมงาน "หอการค้าแฟร์ 2006" article
พม่า...โอกาสในแดนสนธยา article
ดัชนีความสุขผู้บริโภคเดือนก.ค.ลดลงจากเดือน มิ.ย.จากปัญหาการเมืองและค่าครองชีพ article
เดอะวอฟเฟิล’ ดันชอปพรีเมียม ยกระดับชนแฟรนไชส์ขนมนอก article
เผย 3 ปัจจัยหลักเตือนชะลอลงทุน สสว.เตรียมตั้งศูนย์เตือนภัย SMEs article
ชูธุรกิจโรงพยาบาลแชมเปี้ยนโปรดักต์ เชียงใหม่ลุ้น5พันล้านสปีด"ฮับสุขภาพ" article
‘โลตัส’ ลองของรุกเมืองปากพนัง - โชวห่วยม็อบต้านสุดฤทธิ์ article
ติวเข้มโชห่วยรับมือห้างค้าปลีกข้ามชาติรุกตลาดต่างจังหวัด article
ตั้งฮั่วเส็งฮึดสู้ศึกค้าปลีกลุยมินิซูเปอร์มาร์เก็ต article
เซย์ไฮ กับแนวคิด พรีเมี่ยม คอนวีเนี่ยนสโตร์ article
หอฯกระบี่ชูธงต้านยักษ์ค้าปลีก หวั่นซ้ำรอยทุบโชห่วยสูญพันธุ์ article
10 วิธีเริ่มธุรกิจแบบ "ฉลาดๆ" article
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่10(พ.ศ.2550-2554) article
การใช้ Competency ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ อย่างมีประสิทธิภาพ article
จริยธรรมธุรกิจและจรรยาบรรณ article
ข่าวดี!!! เชิญสั่งจองเสื้อสีเหลือง ตราสัญลักษณ์ รุ่นใหม่ มีกระเป๋า article
ตลาดส่งออกไอศกรีมไทย article
โอกาศและอุปสรรค การส่งออกสินค้า OTOP article
การส่งออก อัญมณีและเครื่องประดับของอินเดีย article
อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของกัมพูชา article
ขอเชิญร่วมแข่งขันแรลลี่การกุศล “หอการค้าไทย Family Rally” 49 article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.