ReadyPlanet.com
dot
dot
ส่วนสมาชิกหอการค้า TakCC Member Login
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
สมัครสมาชิกหอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletสิทธิประโยชน์สมาชิก
bulletขั้นตอนการสมัคร
bulletdownload ใบสมัครสมาชิก
dot
เกี่ยวกับ หอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletประวัติหอการค้าจังหวัดตาก
bulletข้อบังคับ หอการค้าจังหวัดตาก
bulletวิสัยทัศน์
bulletโครงสร้าง และพันธกิจ
bulletทำเนียบคณะกรรมการ
bulletสถานที่ติดต่อ
dot
อัลบั้มภาพ
dot
bulletภาพกิจกรรม
bulletผลงานเด่นที่ผ่านมา
dot
รายงานการประชุม
dot
dot
ข้อมูลจังหวัด และ สถิติการค้า
dot
bulletข้อมูลจังหวัดตาก
bulletสถิติการค้าชายแดน จังหวัดตาก
bulletท่าสินค้า และ คลังสินค้า ชายแดน
bulletจุดท่องเที่ยวในจังหวัดตาก
dot
ข่าวสารประเทศเพื่อนบ้าน
dot
bulletพม่า
bulletจีน
bulletเวียดนาม
bulletกัมพูชา
bulletลาว
bulletฐานข้อมูลกลุ่มประเทศ GMS
dot
ลิงค์ที่น่าสนใจ
dot
bulletHOT LINKS
bullet รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง
bulletโครงการป้ายของดีจังหวัดตาก


http://www.dft.go.th/th-th/index


เจาะกลวิธีหาเงิน 6 พรรคใหญ่ อภิมหาโปรเจกล้านๆ ๆ ฝันที่เป็นจริง
เจาะกลวิธีหาเงิน 6 พรรคใหญ่ อภิมหาโปรเจกล้านๆ ๆ ฝันที่เป็นจริง!?
โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 22 พฤศจิกายน 2550 09:39 น.
       * กลยุทธ์ขายฝันเพื่อดูดคะแนนเสียงนับวันจะรุนแรงขึ้น
       * แต่ละพรรคตั้งเป้าใช้เงินไม่ต่ำกว่าล้าน ๆ บาท
       * โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ผุดบนกระดาษให้เห็นทั่วประเทศ
       * แต่พรรคไหนจะทำได้จริง! และเม็ดเงินหลายล้านล้าน ๆ บาท จะมาจากไหน
       * ที่สำคัญคนไทยต้องเตรียมใจแบกหนี้อ่วมแน่!...

       
       ถึงฤดูการเลือกตั้ง บรรดาพรรคการเมืองและนักการเมืองต่างขายฝันให้กับประชาชน ด้วยการหยิบยื่นนโยบายการลงทุนทั้งภาคเศรษฐกิจ และภาคสังคม โดยย้ำเสมอว่า หากพรรคตัวเองสามารถชนะเลือกตั้งนโยบายเหล่านี้จะเกิดขึ้นทันทีทันใด ซึ่งงบประมาณในการลงทุนของแต่ละพรรคที่โฆษณาชวนเชื่อไว้นั้น จะมีมูลค่าสูงถึงกว่าล้านล้านบาท
       
       แต่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่? และงบลงทุนหรือเม็ดเงินดังกล่าวแต่ละพรรคมีกลวิธีการในการจัดสรรอย่างไร ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทยทั้งปัญหาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้นโดยคาดการณ์กันที่ 200 เหรียญต่อบาเรล ปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ปัญหาการเมืองภายในและผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ล้วนแต่เป็นปัจจัยลบต่อการหาเงินมาลงทุนโครงการตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้
       
       อย่างไรก็ดีการนำเสนอกลวิธีการหาเงิน ของ 6 พรรคการเมืองใหญ่เพื่อทำโครงการนั้น จะเป็นเครื่องชี้วัดศักยภาพของพรรคการเมืองต่าง ๆ หากได้รับเลือกตั้งเข้ามาแล้วจะกระทำได้อย่างที่ระบุไว้หรือไม่ หรือยังคงขายฝันกันต่อไป!
       
       ปชป.ลั่นเป็นสาริกาลิ้นทอง
       เจรจากู้ 4 ประเทศได้แน่!
       
       เกียรติ สิทธิอมร หนึ่งในทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าเงินลงทุนระบบสาธารณูปโภคในโครงการต่างๆกว่า 950,000 ล้านบาทนั้นทางพรรคได้ทำการศึกษาในเบื้องต้นของทุกโครงการแล้วว่าจะสามารถหาเงินได้แน่นอนโดยเงินเหล่านี้จะมาจากสองส่วน ก็คือเงินงบประมาณแผ่นดิน โดยรัฐจะต้องเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมดโดยเฉพาะการขยายระบบชลประทานทั่วประเทศ ซึ่งในระยะ 4-5 ปีนี้เรายังพอมีเงินเงินประมาณแผ่นดินที่จะใช้ลงทุนเพื่อการลงทุนอย่างเพียงพอ ส่วนโครงการอื่นๆจะเป็นการร่วมลงทุนกับภาคธุรกิจเอกชน
       
       "หากเรามีนโยบายที่ชัดเจน เปิดการประมูลอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมารับรองว่าจะมีภาคเอกชนจากทั่วโลกเดินทางมาเจรจาร่วมลงทุนกับเราเอง"
       
       นอกจากนี้เรายังมีนโยบายที่จะเจรจาเพื่อกู้เงินกับต่างประเทศ อาทิประเทศฝรั่งเศส ญี่ปุ่น จีนและอเมริกา ซึ่งทั้ง 4 ประเทศพร้อมที่จะปล่อยกู้ให้กับเราอยู่แล้วโดยเฉพาะหากนำเงินกู้นั้นมาลงทุนในระบบสาธารณปโภคขั้นพื้นฐาน
       
       อย่างไรก็ตามการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ที่เกิดความล่าช้าและมีปัญหาไม่สามารถแปลงนโยบายออกเป็นภาคปฏิบัตินั้นส่วนใหญ่เกิดจากปัญหา 3 ประการคือ 1. ผู้ที่เข้ามาบริหารประเทศบริหารไม่เป็นและยังมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง 2. ไม่มีความเชี่ยวชาญในการเจรจากับแหล่งเงินกู้จึงหาแหล่งเงินไม่ได้ ขณะที่ปชป.สามารถทำได้ทันทีที่เข้ามาบริหารประเทศ 3.การเข้าถึงแหล่งเงินกู้มีน้อย ซึ่งที่ผ่านมามีข่าวแค่การไปเจรจากับเจบิค แต่ในความเป็นจริงยังมีอีกหลายประเทศที่พร้อมจะให้เงินกู้กับรัฐบาลที่มีนโยบายในการลงทุนที่ชัดเจนโดยเฉพาะการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
       
       "ประชัย"เน้นออกพันธบัตร
       
        ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย กล่าวถึงแนวทางการหาเงินมาลงทุนนั้น จะใช้วิธีการกู้ระยะยาว 30 ปี โดยการออกพันธบัตร 600,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการทยอยออก เช่น หากรัฐบาลจะดำเนินการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน มูลค่าก่อสร้าง 50,000 ล้านบาท รัฐบาลก็จะออกพันธบัตร50,000 ล้านบาท เป็นต้น
       
       โดยรัฐบาลจะเป็นผู้ออกพันธบัตรแล้วนำไปขายให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(แบงก์ชาติ) ซึ่งแบงก์ชาติก็จะนำเงินสดมาให้รัฐบาลใช้ในการลงทุน จากนั้นรัฐบาลก็จะจัด ทำงบรายจ่ายประจำ ปีละ 15,000 ล้านบาทมาชำระในส่วนของงบลงทุนต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่ทั่วโลกใช้กัน การเลือกวิธีนี้เพราะเห็นว่าวันนี้แบงก์ชาติมีเงินสำรองต่างประเทศถึง 80,00ล้านเหรียญหรือ2.77 ล้านล้านบาทซึ่งสามารถพิมพ์ธนบัตรได้อีก 4.4 ล้านล้านบาท ปัจจุบันรัฐบาลพิมพ์ธนบัตรแค่ 9 แสนล้านบาทเท่านั้น ดังนั้นแบงก์ชาติจึงสามารถพิมพ์ธนบัตรได้อีกประมาณ 3ล้านล้านบาท แต่การพิมพ์ธนบัตรก็มีเงื่อนไขค้ำประกันนอกจากเงินตราต่างประเทศค้ำประกัน รัฐบาลก็ออกพันธบัตรมาค้ำประกันแทน
       
       "แบงก์ชาติก็เหมือนกงสีที่มีเงินเยอะแต่ไม่กล้าลงทุน ไม่กล้าเอาเงินมาใช้แต่กลับเก็บเงินไว้เพื่อไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เวียดนาม เขมร ในขณะที่ประเทศไทยต้องการลงทุนกลับไม่เอาเงินส่วนนี้มาลงทุน กฎหมายเดิมมันบ้า ตัวเองมีเงินตราต่างประเทศมากมายกลับต้องไปกู้เงินจากต่างประเทศมาใช้ในขณะที่เงินตราของเรากลับนำไปให้ประเทศอื่นกู้"
       
       เขาบอกอีกว่า ไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดปัญหาเงินเฟ้อตามมาจากการออกพันธบัตร เพราะเป็นการนำเงินไปใช้ในการลงทุน ซึ่งจะเป็นการลดต้นทุนการผลิตได้ถูกลงส่งผลให้ค่าโดยสารถูกลง ถ้าคิดในแง่ค่าโดยสารทั่วประเทศค่าโดยสารก็คือต้นทุนของประเทศ
       
       นอกจากนี้หากพรรคได้เป็นรัฐบาล จะดำเนินการแก้ข้อกฎหมาย พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะที่เดิมระบุไว้ว่า หากกู้เงินเกิน 20% ของงบประมาณแผ่นดิน รัฐบาลจะต้องไปกู้เงินนอกประเทศ80% ซึ่งตรงนี้เห็นว่าไม่เหมาะสม ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าประเทศไทยมีเงินตราต่างประเทศมากพอที่จะลงทุนในประเทศได้และยังสามารถพิมพ์ธนบัตรมาใช้เอง ซึ่งรัฐบาลไม่ได้ไปเอาเงินจากคลังมาใช้แต่จะเป็นการกู้เงินจากคลังมากกว่า
       
       นอกจากนี้หากกู้เงินในประเทศมาใช้จะทำให้ต้นทุนในการก่อสร้างจะถูกลงมาก และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้ามาแข่งขันกัน รวมถึงการนำรถไฟมาประกอบเองในประเทศไม่ต้องไปซื้อจากญี่ปุ่นเหมือนกับที่ผ่านๆมา ดังนั้นหากพรรคได้เป็นรัฐบาลจะแก้กฎหมายจะปรับแก้จากการกู้เกิน20% ที่ใช้ในการลงทุนพัฒนาประเทศไ ม่ต้องกู้เงินจากต่างประเทศแทน
       
       ชท.หวั่นประชาชนแบกหนี้
       ดึงเอกชนร่วมทุนแทน!
       
       วีรศักดิ์ โค้วสุรัตน์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงวิธีการหาเงินทุนของพรรคชาติไทยเพื่อดำเนินโครงการต่างๆ จะไม่เน้นการออกพันธบัตรมากนัก เพราะจะเป็นการสร้างภาระหนี้ในอนาคตให้กับประเทศ แต่จะเน้นการใช้งบประมาณแผ่นดิน หรือดึงเอกชนที่มีศักยภาพเข้ามาลงทุน
       
       โดยโครงการรถไฟฟ้าของพรรคชาติไทยกำหนดให้รัฐบาลเป็นผู้ลงทุนระบบรางเอง และเปิดให้เอกชนลงทุนซื้อขบวนรถและรับสัมปทานเดินรถ ซึ่งรางอาจใช้ของอินเดียหรือจีนได้ ขณะที่โครงการ Ring Rail หรือรถไฟฟ้าที่แล่นรอบนอกเมือง รัฐบาลจะเป็นผู้ลงทุนสร้างรางให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ส่วนการเดินรถอาจใช้บริษัทลูกของ ร.ฟ.ท. หรือเอกชนเข้ามาบริหาร
       
       ส่วนโครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน เนื่องจากมีต้นทุนในการก่อสร้างและการเดินรถสูงกว่าระบบลอยฟ้า ดังนั้นพรรคชาติไทยจึงมีแนวคิดที่จะให้เปิดพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าให้เอกชนเข้ามาพัฒนาในเชิงพาณิชย์ ในลักษณะของศูนย์การค้าใต้ดิน เพื่อนำรายได้มาชดเชยเงินลงทุนก่อสร้างของภาครัฐ โดยจะเปิดโอกาสให้เอกชนกำหนดที่ตั้งและออกแบบสถานีเอง
       
       ขณะที่การก่อสร้างท่าเรือเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการขนส่งทางน้ำจะให้เอกชนเข้ามาลงทุนเช่นกัน ส่วนระบบขนส่งน้ำมันทางท่อจะต้องให้รัฐบาลเป็นผู้ลงทุน ซึ่งต้องศึกษาและดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป และโครงการก่อสร้างถนนลาดยางในชนบท จะใช้งบประมาณแผ่นดิน ในรูปแบบงบประมาณผูกพัน 2-3 ปี และการสร้างทางลอดน้ำ รัฐบาลจะลงทุนร่วมกับชาวบ้านในสัดส่วน 50 : 50
       
       พผ. ชู 3 แนวทางหาเงิน
       
       วชิระมณฑ์ คุณะเกษมธนาวัฒน์ โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน แนวทางการระดมทุนเพื่อผลักดันโครงการต่างๆ ของพรรคเพื่อแผ่นดินมี 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การใช้งบประมาณแผ่นดิน การกู้เงินจากต่างประเทศ การดึงเอกชนเข้าร่วมลงทุน และการออกพันธบัตร ถือเป็นแนวทางสุดท้ายแต่พรรคเพื่อแผ่นดินจะให้น้ำหนักมากเป็นพิเศษ
       
       แนวทางดังกล่าวจะเป็นการดึงเอาเงินฝากก้อนใหญ่กว่า 5.5 ล้านล้านบาทที่ถูกแช่นิ่งอยู่ในระบบ และได้ผลตอบแทนต่ำ มาใช้ในการลงทุน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ ปัจจุบันตลาดตราสารอนุพันธ์ของไทยยังเติบโตน้อย ภาครัฐต้องเป็นตัวนำในการกระตุ้นตลาด สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน เพื่อให้ตลาดคึกคัก และเติบโตอย่างเต็มที่
       
       โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าจะใช้รูปแบบการลงทุนเช่นเดียวกับในปัจจุบัน คือ รัฐลงทุนเฉพาะระบบราง โดยใช้วงเงินกู้ร่วมหลายสถาบัน (Syndicate Loan) จากสถาบันการเงินในประเทศ ร่วมกับการกู้เงินจากต่างประเทศ โดย 5 เส้นทางจะใช้งบลงทุนรวม 800,000 ล้านบาท ใช้ระยะเวลา 5-6 ปี
       
        ส่วนการเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน เช่น ท่าเรือ มีแนวคิดที่จะนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วย ซึ่งจะทำให้มีแนวทางการระดมทุนจากตลาดมากขึ้น ไม่ต้องพึ่งพาเฉพาะการกู้เงินจากสถาบันการเงิน ส่วนระบบสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรมจะเป็นการลงทุนโดยภาครัฐ 100% สำหรับเม็ดเงินลงทุนที่คาดว่าจะต้องใช้สำหรับการลงทุน พรรคเพื่อแผ่นดินยังไม่มีการกำหนดตัวเลขที่ชัดเจน เนื่องจากเป็นพรรคใหม่ เพิ่งก่อตั้ง ยังศึกษาไม่เสร็จ
       
       รช.ใช้ 3 ยุทธศาสตร์หาเงินปั้นโครงการ
       
        ดร.เกษมสันต์ วีระกุล รองหัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กล่าวว่า งบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งรัฐนั้น จะต้องใช้เงินจาก 3 ส่วน คือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และรัฐก่อหนี้ในการกู้ยืมเงิน มารวมกัน โดยในส่วนของภาครัฐบาล พรรคฯ วางแผนไว้ 2 ระนาบ ระนาบแรกคือในระยะสั้น พรรคฯเห็นว่าควรจะดำเนินนโยบายการคลังแบบขาดดุล 2.5% ของ GDP ที่มีอยู่ประมาณ 8.8 ล้านล้านบาท จากปัจจุบันที่ดำเนินนโยบายขาดดุล 1.8% ของ GDP อยู่แล้ว เป็นเวลา 3 ปี ก่อนดำเนินนโยบายสมดุล ก็จะเพิ่มเงินบริหารจัดการได้อีก 2 แสนล้านบาทต่อปี รวม 3 ปีเป็นเงิน 6 แสนล้านบาท ซึ่งจะมีการกลับไปพิจารณางบประมาณที่มีอยู่แล้วว่าส่วนใดทีไม่จำเป็นเร่งด่วนจะมีการปรับโยกมาลงในโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานก่อน
       
        ระยะกลางถึงยาว โครงการลงทุนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ ที่วางแผนไว้นั้น จะไม่ได้ใช้เงินในการก่อสร้างทีเดียว แต่เป็นการทยอยใช้เงิน คือเริ่มตั้งแต่ปีที่ 2 ปีที่ 3 และปีที่ 4 ขึ้นอยู่กับการบริหารเม็ดเงิน
       
       โครงการเหล่านี้ไม่ใช่โปรเจคใหม่ แต่การก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานนี้มีความจำเป็นมาก ต้องทำให้สำเร็จ เพราะนอกจากจะเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันแล้วยังเป็นการลดต้นทุนโลจิสติกส์ของไทย ซึ่งจะส่งผลทางอ้อมต่อการ กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว รวมถึงส่งผลต่อการจ้างงานที่จะมากขึ้น
       
       ทั้งนี้ ต้องบอกให้ชัดเจนว่า ในระยะ 2 ปีแรกตัวเลขการ กระตุ้นเศรษฐกิจจะยังไม่มีมากนัก เพราะเป็นช่วงวิธีการ ช่วงทำเอกสาร และดำเนินการเรื่องกฎหมาย จะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ก็เริ่มปีที่ 3 หรือ 4 ของการเป็นรัฐบาลแล้ว โดยเน้นมาตรการลดภาษีต่าง ๆ จะจะเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยเพิ่มเงินให้ภาครัฐ
       
       ในส่วนทุนจากภาคเอกชน จะปรับปรุงโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานสำเร็จ โดยเฉพาะการสร้างรถไฟฟ้าเชื่อมต่อกัน จะทำให้กลุ่มธุรกิจที่ได้ประโยชน์ตามมาคือ กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ฉะนั้นในสถานีใหญ่ๆ ที่เป็นต้นทางปลายทาง วางแผนว่าจะเปิดให้มีการทำสัมปทานโดยให้กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ได้เข้ามาวางแผนพัฒนา ทำเป็นศูนย์การค้าขายขึ้น ซึ่งจะมีรายได้เข้ารัฐอีกมาก
       
       ส่วนทุนจากการกู้ยืมนั้น รัฐจำเป็นต้องกู้ยืมเงินมาจากแหล่งเงินกู้ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อมาดำเนินโครงการให้สำเร็จ โดยยึดกรอบวินัยการเงินการคลังคือรัฐสามารถก่อหนี้สาธารณะได้ไม่เกิน 40% ของ GDP ปัจจุบันไทยมีหนี้สาธารณะอยู่ประมาณ 37% ซึ่งยังสามารถก่อหนี้สาธารณะได้อีก 3%
       
        ปัจจุบันยังบอกไม่ได้ว่า เงินทุน 3 กลุ่มจะแบ่งมาจากแหล่งไหนกี่ % เพราะแต่ละโครงการต้องทำการศึกษาให้ละเอียดอีกครั้งหนึ่งว่าจะต้องใช้เงินเท่าไร และงบที่มีอยู่เดิมส่วนไหนที่สามารถโยกหรือปรับลดได้ ทั้งนี้ขอให้ประชาชนมองจุดสำคัญ 2 จุดให้ดีคือ
       
        1.ถ้าไม่ยอมขาดดุลการคลังเพิ่มเป็น 2.5% ของGDP โปรเจคใหญ่ใครก็ทำไม่ได้
       
        2.ถ้าไม่ยอมขาดดุลการคลังเพิ่มเป็น 2.5% ของ GDP พร้อมเพิ่มภาษี ก็เท่ากับรัฐเก็บภาษีไม่ได้ เลิกพูดถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจได้เลยเพราะมันเป็นไปไม่ได้ เศรษฐกิจไม่มีทางฟื้น
       พปช.เน้นใช้รายได้จากภาษี
       
       ขณะเดียวกันในส่วนของพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองใหญ่ที่มีฐานการเมืองที่แข็งแกร่งนั้น "ผู้จัดการรายสัปดาห์" ได้พยายามติดต่อข้อสัมภาษณ์มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ทีมเศรษฐกิจของพรรค แต่ไม่ได้รับการติดต่อกลับจึงเป็นการนำเสนอจากฐานข้อมูลที่มิ่งขวัญ เคยให้สัมภาษณ์ไว้เท่านั้น พบว่า พรรคพลังประชาชนได้จัดประเภทการลงทุนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอาทิ รถไฟฟ้า 5 สาย คมนาคมระบบรางฯลฯ จะมีที่มาของเงินทุน 2 ก้อนหลักด้วยกันคือ เงินก้อนแรกมาจากการเก็บภาษีอากร อาจจะประมาณ 80-90% รวมกับเงิน รัฐบาลได้มาจากการลงทุนผ่านกิจกรรมที่เป็นรัฐวิสาหกิจต่างๆ ซึ่งเป็นรายได้ประจำ และเงินก้อนที่ 2 คือ"เงินพิเศษ" ที่จะหารายได้เข้าประเทศ
       
       ในระยะสั้นกับระยะกลาง คือกระตุ้นการท่องเที่ยว การเร่งเจรจาการลงทุน ส่งเสริมให้ต่างชาติให้มีการเข้ามาลงทุนทำอุตสาหกรรมในประเทศ การหลอมรวมเศรษฐกิจในหลายๆ ระบบหลายมิติ และจะมีการกระตุ้นและสร้างความเชื่อมั่นของรายได้ที่มาจากต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบการลงทุนที่แท้จริงและเงินทุนต่างๆ ที่ไหลเข้าสู่ระบบ
       
       ************
       
        3พรรคแตะมือตั้งรัฐบาล
       ดันรถไฟฟ้า7สายเกิด!
       
        ปชป.ยิ้มรับสูตรรัฐบาลผสมร่วม "ชท.-พผ." มั่นใจรถไฟฟ้า 7 สายเกิดแน่ พปช. ฝันได้เสียงข้างมากตั้งรัฐบาลผสมไม่เกิน 3 พรรคมีสิทธิดันบิ๊กโปรเจกแจ้งเกิด หากไม่ถูกคมช.สลายพรรค รวมใจไทยฯชี้จีดีพีคือตัวแปรสำคัญผุดโครงการรถไฟฟ้า มั่นใจหลังเลือกตั้งอีก 1ปีโครงการใหญ่ไม่คืบแน่
       
       นโยบายเมกะโปรเจค ที่บรรดาพรรคการเมืองต่างนำมาขายไอเดีย หาเสียงกับประชาชนอย่างคึกคักตลอดฤดูกาลหาเสียงนั้นล้วนแล้วเป็นโครงการยักษ์ที่เรียกความสนใจและเสียงฮือฮาได้อย่างดียิ่ง โดยเฉพาะบิ๊กโปรเจคด้านขนส่งมวลชนที่พรรคใหญ่ต่างแข่งขันกันนำเสนอ
       
       ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟฟ้า 7 สาย ภายใต้งบ 2.6 แสนล้านบาท ของประชาธิปัตย์ พลังประชาชน นำเสนอโครงการรถไฟฟ้า 9 สาย ด้วยราคา 15 บาทตลอดสาย ด้าน "ประชัย เลี่ยวไพรัตน์" ประกาศตัดราคาคู่แข่งให้คนกรุงเทพฯนั่งรถไฟฟ้า 15 บาทตลอดสาย10 ปี แต่โปรโจคของพรรคการเมืองใดจะสามารถสำเร็จได้จริงหรือไม่นั้น อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเป็นไปได้ด้านแหล่งเงินทุนหรือหลักการที่ดีเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขว่าพรรคใดจะได้เสียงข้างมากและเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง...
       
        ล่าสุดเมื่อคณะกรรมการฝ่ายกฎหมายของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ออกคำสั่งจำกัดบทบาทของอดีตกรรมการบริหารพรรค ทั้ง 111 คน รอบ 2 ยิ่งทำให้เกิดความปั่นป่วนในทางการเมืองมากขึ้นกับพรรคต่างๆ โดยเฉพาะพรรคพลังประชาชน ที่เป็นเป้าหมายการสกัดจำนวนที่นั่งส.ส.ให้เหลือที่สุดในรอบนี้ ดูจะได้รับแรงกระทบมากที่สุด เมื่อผนวกกับกระแสข่าวว่าพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกฯ กำลังอยู่เบื้องหลังผลักดันให้ 3 พรรคใหญ่คือ ประชาธิปัตย์-ชาติไทย-เพื่อแผ่นดิน ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ยิ่งเป็นการเพิ่มความร้อนแรงทางการเมืองมากขึ้น
       
       พปช.ชี้รบ.ผสม 3พรรค
       มีลุ้นบิ๊กโปรเจก
       
       มีการคาดการณ์กันว่า พรรคใหญ่อย่างพลังประชาชน น่าจะมีโอกาสคว้าเก้าอี้ส.ส.ได้มากที่สุดตามผลการสำรวจของโพลสำนักต่างๆ หรือแม้แต่โพลของกอ.รมน. ก็ตาม แต่เมื่อพลังประชาชนกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เพราะทั้งอดีตกรรมการบริหารพรรค ถูกล็อคบทบาทตามคำสั่งของกกต.ขณะที่หัวหน้าพรรค "สมัคร สุนทรเวช" กำลังหาทางฝ่ามรสุมคดีทุจริตรถดับเพลิง กทม. ที่อยู่ในมือคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) เวลานี้ โอกาสที่พลังประชาชน จะเข้าไปนั่งเป็นฝ่ายบริหารสานต่อนโยบายประชานิยม รอบ2 จะยังมีอยู่หรือไม่ ...
       
        จำลอง ครุฑขุนทด อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ในฐานะแกนนำพรรคพลังประชาชน ระบุว่าแนวคิดการทำนโยบายต่างๆของพรรคนั้นจะคิดโดยรอบด้านและ ไม่ใช่คิดทีละจุด ดังนั้นโครงการเมกะโปรเจกที่พรรคนำเสนอได้บอกถึงที่มาที่ไป ความเป็นไปได้ ทั้งในเรื่องของหลักการ และแหล่งเงินทุนอย่างชัดเจน แต่การที่จะได้รับโอกาสเข้าไปนั่งเป็นฝ่ายบริหารผลักดันนโยบายแต่ละด้านนั้นต้องขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่าพรรคจะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่
       
       " เราจะทำได้ต่อเมื่อเราได้เป็นเสียงข้างมาก หรือมีที่นั่งในครม. แต่ถ้าเป็นรัฐบาลผสมก็ต้องพิจารณาดูว่าเป็นการร่วมกันกี่พรรค ซึ่งหากเป็นรัฐบาลร่วมเพียง2-3 พรรค โอกาสที่เราจะผลักดันโครงการสำคัญๆ อย่างรถไฟฟ้า ก็มีความเป็นไปได้"
       
       ในทางกลับกันพรรคประเมินว่าหากรัฐบาลผสมประกอบด้วยพรรคการเมืองมากกว่า 3 พรรคขึ้นไป โอกาสที่จะได้เห็นบิ๊กโปรเจกจากพรรคพลังประชาชน ย่อมริบหรี่เต็มที เพราะในปี 2544 เมื่อครั้งที่พรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลผสม แต่ทรท.เป็นพรรคใหญ่ได้เสียงข้างมากหลังการเลือกตั้ง จึงสามารถกำหนดนโยบายประชานิยมออกมาแก้ไขปัญหาได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการต่อสู้ทางการเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้ อาจทำให้พรรคพลังประชาชนยากต่อการได้มาซึ่งเสียงข้างมาก
       
       สูตร "ปชป.-ชท.-พผ."มีลุ้น
       
       หากพรรคขนาดใหญ่อันดับ 1 อย่างพลังประชาชนอาจประสบปัญหาในข้อกฎหมายและการตกเป็นเป้าหมายการลิดรอนจำนวนเก้าอี้ส.ส. ความเป็นไปได้ลำดับต่อมาอาจตกไปอยู่ที่ ประชาธิปัตย์ เพราะเนื่องจากเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้าน 1 ใน3 พรรคที่ไม่มีปัญหาอดีตกรรมการบริหารพรรค 111 คนเป็นอุปสรรค
       
       จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคเชื่อมั่นว่าจะได้โอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยจะเป็นรัฐบาลผสม ส่วนจะเป็นไปตามสูตร ประชาธิปัตย์-ชาติไทย-เพื่อแผ่นดิน หรือไม่นั้นต้องรอประเมินผลหลังการเลือกตั้งว่าพรรคใดจะได้ส.ส.จำนวนเท่าใด แต่สำหรับปชป.นั้นมีพันธมิตรทางการเมืองไว้ชัดเจนแล้ว ดังนั้นเราจะให้ความสำคัญกับพรรคพันธมิตรอย่างพรรคชาติไทยก่อนเป็นอันดับแรก
       
       " เราเชื่อว่าโครงการเมกะโปรเจกที่แต่ละพรรคนำเสนออยู่เวลานี้ จะสำเร็จได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับความเป็นไปได้ของโครงการ เพราะบางพรรคอาจจะเสนอในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เสนอเกินจริง แต่ประชาธิปัตย์คิดทุกอย่างไว้ครอบคลุมทุกด้าน อย่างรถไฟฟ้า 7 สายมีความเป็นไปได้สูง"
       
       จับตาจีดีพีปี 51-ล้มรถไฟฟ้าทุกพรรค!
       
       อย่างไรก็ตามโอกาสที่แนวนโยบายหลักๆจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ โดยเฉพาะโครงการใหญ่ที่ต้องอาศัยเงินลงทุนกว่าแสนล้านบาท อย่างโครงการรถไฟฟ้าของแต่ละพรรคนั้น นอกเหนือไปจากการอาศัยชัยชนะทางการเมืองแล้ว ยังมีประเด็นด้านอื่นที่มีความสำคัญไม่แพ้กันนั่นคือตัวเลขอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในปีหน้า
       
       สุรพร ดนัยตั้งตระกูล แกนนำพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ระบุว่าโครงการเมกะโปรเจกที่แต่ละพรรคหาเสียงไว้นั้น จะประสบความสำเร็จหรือไม่ ย่อมไม่ได้ขึ้นอยู่กับโอกาสการได้เป็นฝ่ายบริหารเท่านั้น แต่ต้องไม่ลืมว่าอย่างโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่หาเสียงกันไว้นั้นต้องใช้เม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาล ซึ่งส่วนใหญ่ต้องมาจากการกู้ยืมจากต่างประเทศทั้งสิ้น
       
       " ยังบอกไม่ได้ว่ารัฐบาลสมัยหน้า จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร หลังเลือกตั้งไปแล้วการเมืองจะนิ่งมากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าการเมืองไม่นิ่งจริง แต่กลับเต็มไปด้วยการแบ่งขั้วอย่างชัดเจนเหมือนเวลานี้ ประกอบกับรัฐบาลใหม่ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นได้ โอกาสที่จะไปเจรจาขอกู้เงินต่างประเทศ ยิ่งเป็นไปได้น้อยมาก เอาแค่รัฐบาลนี้มีภาพลักษณ์ที่ดีแค่ไหน แต่เจบิคก็ยังไม่อยากให้เรากู้มาลงรถไฟฟ้าสายสีม่วง"
       
       รวมใจไทยฯพร้อมจับทุกขั้ว
       
       แกนนำพรรครวมใจไทยฯชี้ว่า การออกมาประกาศจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลของแกนนำประชาธิปัตย์และแกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน ซึ่งระบุถึงสูตร "ปชป.-ชท.-พผ." นั้นยิ่งเป็นการชี้ให้เห็นว่าการแบ่งฝ่ายทางการเมืองยังมีอย่างเหนียวแน่น และยิ่งทำให้เกิดความแตกแยกมากขึ้น ขณะที่ภาคประชาชนกลับมีความเบื่อหน่ายกับการเมืองมากขึ้น ดังนั้นหากสถานการณ์ทางการเมืองหลังเลือกตั้ง ยังเป็นไปในลักษณะดังกล่าวในที่สุดแล้วจะส่งผลให้เกิดความแย้งขึ้นในสภาผู้แทนฯจนไม่สามารถทำงานได้ต่อไป
       
       ดังนั้นไม่ว่าพรรคใดจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสิ่งแรกที่ต้องเร่งดำเนินการคือทำให้การเมืองนิ่งมากที่สุด จนสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น จากนั้นจะเกิดการจับจ่ายใช้สอยจากภาคประชาชนมากขึ้น ระบบเศรษฐกิจจะเริ่มขยับตัว เมื่อรัฐบาลมีเสถียรภาพมากพอ ก็จะส่งผลต่อการตัวเลขจีดีพีของเราขยับตัวดีขึ้น หลังจากนั้นจึงจะไปสู่เรื่องของการผลักดันโปรเจคต่างๆได้
       
       "คาดว่า 1 ปีหลังเลือกตั้งจะยังไม่มีพรรคใดสามารถผุดโครงการใหญ่ ๆที่ต้องใช้เม็ดเงินก้อนใหญ่มาลงทุนเกิดขึ้นได้แน่นอน จนกว่าจีดีพีของเราจะส่งสัญญาณที่ดีชัดเจนมากขึ้น และถึงแม้ว่าจีดีพีของเราอาจจะดีขึ้นได้จริง แต่ต่างประเทศก็จะให้น้ำหนักกับเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลว่ามีมากน้อยแค่ไหนด้วยเช่นกัน" สุรพร กล่าว
       
       **************
       
       อภิมหาโปรเจคท์
       โฆษณาชวนเชื่อหรือทำจริง ?
       
       ภายใต้การโหมนโยบายประชานิยมของเหล่าบรรดาพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่วาดโครงการเมกกะโปรเจคหลากหลายรูปแบบ เพื่อช่วงชิงคะแนนเสียงจากประชาชนในการเลือกตั้ง 23 ธันวาคมนี้ หากพิจารณาโครงการต่าง ๆ ที่พรรคการเมืองชูนโยบายไว้จะพบว่าแทบจะไม่มีความแตกต่างกันมากนัก เกือบทุกพรรคยังเน้นที่การสานต่อโครงการเดิม ๆ ที่เคยเสนอขายกันมาในรัฐบาลก่อน ๆ
       
       ชาติไทยเน้นสร้างงาน
       
       พรรคชาติไทย ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง โดยการใช้รถไฟเป็นพระเอกในการเข้ามาช่วยแก้ปัญหา นอกจากนี้จะเพิ่มบทบาทของการขนส่งทางน้ำให้มากขึ้น ด้วยยุทธศาสตร์ "เปิดประตูขนส่งสินค้าทางทะเลฝั่งตะวันออก" ด้วยการสร้างท่าเทียบเรือใหม่บริเวณหาดใหญ่ จ.สงขลา และจังหวัดอื่นๆ ที่ติดฝั่งอ่าวไทย
       
       ด้านการสร้างถนนจะทำเพื่อสนับสนุนให้เป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้าเกษตรเข้าสู่ตลาดได้ พร้อมสานต่อนโยบาย "ทำถนนลาดยาง ไร้ฝุ่น ทุกหมู่บ้าน ระยะทาง 50,000 กม. ภายใน 3 ปี"
       
       ส่วนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าในเมืองมีแนวคิดว่าจะใช้เส้นทางที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร มีอยู่นำมาใช้ ส่วนการก่อสร้างในส่วนที่อยู่นอกเมืองให้ก่อสร้างในระดับทางราบ เชื่อมต่อกับระบบรถไฟธรรมดา ส่วนเส้นทางที่ต้องเป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน จะต้องเป็นเส้นทางที่ถูกที่สุด
       
       การสร้าง Ring Rail หรือรถไฟที่แล่นรอบนอกเมือง เป็นแนวคิดที่อิงมาจาก ถ.วงแหวนรอบนอก โดยการขีดเส้นทางวางรางให้ห่างจากใจกลางเมืองในรัศมี 40 กม. ในด้านนโยบายพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก เช่น ฝาย อ่างเก็บน้ำ บ่อน้ำชุมชน ลดปัญหาขาดแคลนน้ำในหน้าแล้ง
       
       "เพื่อแผ่นดิน" พัฒนาระบบโลจิสติกส์
       
       ในส่วนของกรุงเทพฯ และปริมณฑลของพรรคเพื่อแผ่นดินจะเร่งเดินหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง สายสีแดง และส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าบีทีเอสไปยังฝั่งธนบุรี นอกจากนี้จะใช้ระบบ Commuter Train เพื่อขนส่งคนจากเมืองบริวาร 4 ทิศเข้าสู่กรุงเทพฯ เช่น ปทุมธานี ชลบุรี โดยจะลงทุนปรับปรุงรางเดิมของ ร.ฟ.ท. ที่มีอยู่
       
       ขณะที่ระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ จะมีการปรับปรุงให้เชื่อมโยงกับระบบอื่นๆ ได้แก่ ระบบน้ำ และระบบราง เพิ่มเส้นทางรถประจำทางให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ตามการขยายตัวของเมืองที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และจะปรับรถทุกคันให้ใช้ก๊าซอีจีวี อีกทั้งจะพัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้วยโครงการรถไฟรางคู่ ภายใต้โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมโยงทะเลอันดามันและอ่าวไทย
       
       สำหรับแนวคิดเรื่องการบริหารจัดการน้ำ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งด้วยการใช้ "ระบบท่อ" เรียกว่า Springkler System เป็นระบบหยดน้ำ ที่ควบคุมปริมาณน้ำด้วยระบบซอฟต์แวร์
       
       รช. เน้นระบบขนส่งมวลชนเชื่อมเมือง
       
        ด้านพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา เน้นการวางแผนจัดการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยในส่วนกทม. โครงการแรกโครงข่ายรถไฟฟ้า 6 สาย พรรคฯจะผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็วและเชื่อมโยงกันกับรถเมล์ด่วน รถ และเรือประจำทางให้เสร็จภายใน 4 ปี
       โครงการต่อมาคือการใช้รถไฟ Commuter Train เชื่อมโยงรถไฟฟ้าสู่ 4 เมืองรอง คืออยุธยา สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา นครปฐม โครงการรถไฟความเร็วสูง และโครงการมอเตอร์เวย์ระหว่างเมือง โครงการนี้จะทำคู่ขนานกับโครงการรถไฟความเร็วสูง
       
       โครงการปรับปรุงรถโดยสาร ขสมก. จะแยกทำเป็น 2 ส่วนคือ ในส่วนหนี้สิน จะแยกมาบริหารหนี้โดยเฉพาะ อีกส่วนจะมีการบริหารการเดินรถใหม่ โดยเน้นการเปลี่ยนรถเมล์ที่มีอยู่ให้เป็นรถใหม่ปรับอากาศ และใช้ก๊าซเอ็นจีวีแทน
       
       โครงการโยงความเจริญ 4 ชั้น โลจิสติกส์ ครอบคลุมทั้ง 4 ภาคเชื่อต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะเป็นการพัฒนาระบบราง ระบบรางคู่ ในการขนส่งโลจิสติกส์แทนการใช้รถบรรทุกขนสินค้าที่มีต้นทุนสูง นอกจากนี้ก็มีโครงการทำต่อเนื่องที่สำคัญกับการท่องเที่ยวคือโครงการไทยแลนด์ริเวียร่า เชื่อมแหล่งท่องเที่ยวตั้งแต่ ชะอำถึงระนอง โครงการนี้จะใช้รถไฟที่มีอยู่แล้ว
       
       ส่วนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับคนจังหวัดอื่นๆนั้น พรรคเสนอนโยบายแก้ปัญหา "น้ำ" อย่างยั่งยืนภายใน 4 ปี
       
       ปชป.พัฒนากทม.-ต่างจังหวัดควบคู่
       
       พรรคประชาธิปัตย์ มุ่งที่การลงทุนในระบบขนส่งมวลชนและระบบรถไฟรางคู่ทั่วประเทศ สร้างระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯและปริมณฑลทั้งระบบรางทั้งบนดินและใต้ดิน ระบบรถเมล์ด่วน BRTระบบรถเมล์ (ขสมก.)ระบบรถเมล์เล็ก
       
       โดยจะเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจชนบทด้วยการลงทุนขยายระบบชลประทานทั่วประเทศ การจัดสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็ก การสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า การสร้างระบบการกระจายน้ำด้วยคลองเปิดปิดท่อผันน้ำด้วยระบบแรงดันน้ำ และสร้างฝายน้ำล้นเพื่อชะลอการไหลของน้ำ
       
       อีกโครงการหนึ่งที่พรรค.มั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการเพื่อชาวต่างจังหวัดได้ในทันทีคือการสร้างระบบรถไฟรางคู่ทั่วประเทศ และโครงการสำคัญอีกโครงการหนึ่งก็คือการสร้างท่าเรือน้ำลึกฝั่งทะเลอันดามันเพื่อเชื่อมประเทศไทยกับอินเดียและกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ยุโรปและอัฟริกา
       
       "น้าหมัก"ปั้นรถไฟฟ้า 9 เส้น
       
       พรรคพลังประชาชนก็เดินหน้าภารกิจเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า คือ การพลิกเศรษฐกิจไทยให้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง โดยจะลงทุนโครงการขนาดใหญ่มูลค่า 1.5 ล้านล้านบาท เพื่อดึงเม็ดเงินจากต่างชาติเข้ามา เช่น การสร้างโครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะ ในรูปแบบรถไฟฟ้า 9 เส้นทางรอบ กทม. รวมถึงการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ พัฒนากองเรือเพิ่ม สนับสนุนให้เปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิงรถยนต์จากน้ำมันไปเป็นไฟฟ้า
       
        ส่วนรถไฟจะขยายความกว้างของรางทั่วประเทศให้เท่าขนาดมาตรฐานที่ทั่วโลกใช้กันอยู่ คือ กว้างประมาณ 1.5 เมตร เพื่อให้สามารถบรรทุกสิ่งของที่มีน้ำหนักได้มาก โครงการจัดการระบบน้ำ และนโยบายพัฒนาระบบถนน โดยจะดำเนินการก่อสร้างถนนให้เป็นใยแมงมุมกระจายเข้าสู่ชุมชน และทางด่วนใยแมงมุมและพัฒนาโครงสร้างเพื่อระบบโลจิสติกส์
       
       มัชฌิมาชูแผนพัฒนารอบทิศ
       
       นโยบายในการหาเสียงของพรรคมัชฌิมา มีแนวคิดจะสร้างรถไฟฟ้า 10 สายทางในเวลา 4 ปี มูลค่าการลงทุน เดิมพรรคประเมินมูลค่าการลงทุนไว้ที่ 600,000 ล้านบาท นอกจากนี้มีแผนจะก่อสร้างรถไฟรางคู่ความเร็วสูงไปเหนือ อีสานและใต้ เพื่อเชื่อมกับเพื่อนบ้าน
       
       สำหรับการก่อสร้างถนนในต่างจังหวัดพรรคจะสร้างถนนคอนกรีตเข้าหมู่บ้านใช้เงินลงทุนประมาณหมื่นล้านบาท ในด้านการชลประทานจะสร้างเขื่อนเก็บน้ำหรือแก่งเสือเต้น และทำคลองก้างปลาเพื่อระบายน้ำไปยังส่วนต่างๆ นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ประชาชนขุดบ่อ 9 ล้านบ่อ โดยจะให้รถแม็คโค ครอบครัวละ 1คัน 9 ล้านครัว ประมาณ 8 พันหมู่บ้าน
       
       ขุดคอคอดกระเพื่อย่นระยะเวลาในการขนส่งสินค้าโดยไม่ต้องไปผ่านประเทศสิงค์โปร์ บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า และพัฒนาทำเป็นเขตปลอดภาษี




บทความ/สาระ

คนตาก พร้อมบิน เร่งรัดให้ขยายสนามบิน ฟื้นการใช้สนามบินรับโบอิ้ง บูมท่องเที่ยว ขนส่งสินค้า รับ AEC
รัฐไทย-เมียนมา หารือเพิ่มจุดผ่านแดนถาวร กระตุ้นการค้าสองชาติขยายตัว
แม่สอด เขตเศรษฐกิจพิเศษหมื่นล้าน
"แม่สอด" เกต์เวย์ถนนระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก
พม่า โอกาสการค้า-การลงทุนที่ SMEs ไทยไม่ควรมองข้าม
เปิดฟ้ามะละแหม่ง แม่สอดสานท่องเที่ยว
ประธานหอการค้าตาก เผยเขตเศรษฐกิจชายแดนแม่สอด เนื้อหอม นักธุรกิจ"ไทย-จีน-ญี่ปุ่น" สนใจลงทุนชายแดน และฝั่งพม่า
พฤติกรรมผู้บริโภคในอาเซียน”...ตัวแปรสำคัญที่ SMEs ไทยควรรู้ก่อนก้าวสู่ AEC
พลังงานน้ำมัน...ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
พริกกะเหรี่ยง : การพัฒนาพันธุ์พื้นเมืองสู่พันธุ์การค้า
เดินทางเสริมสร้างมงคลกับ 9 วัดอารามหลวง
ไฮไลท์“ลอยกระทง” เสน่ห์สีสันแห่งสายน้ำ
เหลียวหลังแลหน้าเลือกตั้งพม่า7พ.ย.
อสังหาฯป่วน 'แบงก์'ระงับปล่อยกู้ แนะกลยุทธ์ไม่ให้ถูกยึดบ้าน ผ่อนไม่ได้มีทางออก!
เอกชนจี้สลายขั้วรัฐบาลเก่า _ทุกภาคส่วนเริ่มมีหวัง ลุ้นได้นายกฯใหม่คนดีมีฝีมือ
เชื่อมทาง 3 แม่ สู่แดน 3 หมอก
เพิ่มงบฯขาดดุลแสนล้าน ไม่ใช่หลักประกันความเสี่ยงเศรษฐกิจ 52
'สมชาย' +เซ่นตุลาเดือด + บิ๊กธุรกิจบีบยุบสภา หวั่นความรุนแรงลุกลามทุบท่องเที่ยว ตลาดทุนป่นปี้
เชียร์กองทัพ “ปฏิวัติ” ก่อนชาติพัง! 2 ขั้วเมิน “คนกลาง” –ชี้ ‘คนชั้นสูง’ เสริมจุดแข็งพันธมิตร
วิกฤตสหรัฐกระทบไทย ชำแหละกองทุนรวม ผู้ถือหุ้นเจ๊งระนาว!
ทุนเชียงรายเพรียกหา“ศูนย์กระจายสินค้า” รับระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้เชื่อมจีน
หอฯเหนือถกแผนรับมือคุนหมิง-กรุงเทพฯหวั่นไทยเป็นทางผ่าน
เลห์แมนล้มฉุดทุนไทย + ต่างชาติเทขาย 2 แสนล้าน/ธนาคารแห่งประเทศไทยผวาเงินไหลออก/เอไอเอสำรองฉุกเฉินเพียบ
เกษตร4แสนไร่สังเวยอุทกภัย ประกันเมินพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก
เปิดบัญชีกลุ่มธุรกิจหลังสิ้นยุค ‘ทักษิณ’เรืองอำนาจ ธุรกิจอิงการเมืองฟุบ บิ๊กอสังหาฯ กระอัก
'รัฐบาลทำอะไรผิด' ทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงตรงไหน?
ทองทุบสถิติ 30 ปี ถือ 7วันกำไร 600 บาท เซียนเตือนอย่า'บุ่มบ่าม'
“พลังงานทางเลือก” จุดเปลี่ยนเกมค่ายรถ มะกัน-ญี่ปุ่นใครจะคว้าชัยในเวทีใหม่
สตง.พบ 2 โครงการปล่อยกู้ 'ฮุนเซน' เอื้อชินคอร์ป? คดีเอ็กซิมแบงก์ โผล่เขมร ทักษิณ!ตัวการอีกแล้ว
20.08น. วินาทีเปิดปักกิ่งเกมส์ โชว์สปิริตเอเชียที่สุดแห่งโอลิมปิก
ศึกแบงก์ชิงเงินฝากปรอทแตก
นอมินีรากหญ้า ถึงยุค ‘คนไทย’ ตายหยังเขียด
รัฐถังแตกสั่งรื้อภาษีที่ดินใหม่ คนมี 'บ้าน-ที่ดิน'อ่วมจน-รวย !จ่ายเท่ากัน
ปราสาทพระวิหาร 'มรดกโลก'ทับซ้อน พลังงานไทย-เขมร
ค้าปลีกระนองแท็กทีมแข่งโลตัส + ชูกลยุทธ์เชิงรุก-เปิดดีลิเวอรีตีกินตลาดต่างอำเภอ
ปลุกสำนึกพลเมืองรวมพลังฝ่าทางตันสังคมไทย
น้ำมันพ่นพิษขาดดุลการค้า-เดินสะพัดสูงสุด 'เลี้ยบ'ลั่นเร่งออกมาตรการรับมือให้เร็วขึ้น
โชว์ห่วยลุ้นสนช. เข็นพ.ร.บ.ค้าปลีก ทันสมัย'สุรยุทธ์'
กูรูร้านอาหาร/ค้าปลีกไทยใน'ดูไบ' ชี้ช่อง'ทำธุรกิจแดนอาหรับ'
สินค้าจ่อขึ้นราคาอีกรอบ + หลังบะหมี่ขาวมาม่านำร่องขึ้นเป็น 7 บาท/มาลีบ่นอุบต้นทุนกระป๋องขึ้น 20%
ข้าวยากน้ำมันแพง
ข้าวแกงแซงฟาสต์ฟูด + คนไทยคอตกสินค้ายกทัพขึ้นราคา/เมย์เดย์ค่าจ้างเพิ่มแค่ 9 บาท
แผนแก้วิกฤตอาหารโลกแค่ภาพลวงตา ข้อมูลจริง คนไทยตายผ่อนส่ง!
มองโลจิสติกส์ไทย ผ่านมิติ 'ดร.ปรีชา พันธุมสินชัย' แนะสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วยRosettaNet
กลยุทธ์บริหารโลจิสติกส์ด้วยการจัดสรรเป้าประสิทธิภาพ(ตอนจบ)
ชี้ช่องรัฐ... วางโมเดล 'เอาชนะ' ต้นทุนโลจิสติกส์พุ่ง
กลยุทธ์บริหารโลจิสติกส์ด้วยการจัดสรรเป้าประสิทธิภาพ(ตอน1
ไทยเปิบข้าวแพงขึ้น 30% + แบรนด์ข้าวถุงงัดข้อ 'มิ่งขวัญ' งดส่งโมเดิร์นเทรด, แบงก์แฉเล่ห์โรงสีเบี้ยวหนี้
น้ำมันตลาดโลกพุ่ง ปตท. สุดอั้น ตรึงราคารัฐเหลว
ดาวน์30บาทถอยเชฟโรเลต โตโยต้าเกทับซื้อวีโก้ลุ้นรับวีโก้
เปิดเดินรถไฟเชื่อมไทย-ลาวเม.ย.นี้
ผู้ผลิตยอมอุ้มผู้บริโภค + ยูนิลีเวอร์/สหพัฒนฯขานรับกรมการค้าภายใน มีนาคม-กรกฎาคม ลดราคาสินค้า 2-3 บาท/ชิ้น
หอการค้าเชียงรายเดินหน้าเชื่อม4ชาติ
เดิมพัน 4 หมื่นล้านปั๊มเศรษฐกิจ + 'คลัง' คาดหวังอสังหาฯ-มนุษย์เงินเดือนปลุกกำลังซื้อดันจีดีพีโต 6%
UD Packaging เทรนด์ใหม่....รู้ก่อนรวยก่อน
สงครามสินค้าราคาแพง ฉากจบที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
บีบธปท.ลดดอกเบี้ย + เอกชนพ้องเสียงกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้านเงินไหลเข้าเก็งกำไร2ต่อดอกเบี้ย-ค่าเงิน-ซับไพรม์
วิกฤติราคาน้ำมันกำลัง เปลี่ยนขั้วอำนาจเศรษฐกิจโลก
เคล็บลับเก็งกำไร”บ้าน-ที่ดิน” เปิดทำเลทอง ทั่วประเทศ
กลเม็ดหาน่านน้ำใหม่ ของ 3 แบรนด์ที่ยักษ์ใหญ่ฟัดไม่ลง
หลากปัญหารุมเร้า... ปี2550-2551 คนไทยเสี่ยงป่วยทางจิต
เศรษฐกิจฝืด เงินบาทแข็ง ทัวร์ใน-นอก แก้เกมดึงคนเที่ยวปีใหม่
พลิกตำรารบ 3 แบรนด์ “โครงการหลวง
เปิดโผ....10 อาชีพฮอตฮิต เรียนแล้วไม่ตกงาน !
ทุ่มแจกโบนัสสู้เงินเฟ้อ + ปลอบขวัญสู้ศึกของแพงปี 51 / TDRI แนะปรับรายได้ต้องไม่น้อยกว่า 7.5%
ลูกเล่นการตลาด 4 พรรคการเมืองใหญ่
ยักษ์ไทยการ์เมนต์ออกอาการเซ + ยอดขายวืดเกือบ 700 ล้าน/จีน-ปินส์ก๊อปปี้สินค้าตีตลาดยับ
ชำแหละส่งออกโค้งสุดท้าย เป้า 4.9 ล้านล้าน พลาด-ไม่พลาด?
คนจีน-คนไทยก็เจอของแพงเหมือนกัน
คลังรีดแวต-ภาษีเงินได้ + ขยายฐานรายได้เข้ารัฐ/รับมือประชานิยมรัฐบาลหน้า
ยักษ์ค้าปลีกแข็งข้อพาณิชย์ เมินร่วมถกไกด์ไลน์ค้าปลีก
เส้นทางไล่ล่าใหม่ 2 อภิไทคูน เจริญ-ธนินทร์
เอ็มโอยู'ค้าปลีก เป็นธรรมทุกฝ่าย เลิกขายต่ำกว่าทุน
โมเดิร์นเทรดรุกฆาต! ขวางพ.ร.บ.ค้าปลีกฯสุดฤทธิ์
ระวังตกเป็นเหยื่อรายใหม่ แฉสารพัดกลโกง การเงิน!
โชวห่วยขอนแก่นประสานสมาชิกเร่งทำคัตเอาต์หนุนพ.ร.บ.ค้าปลีก
ยุทธศาสตร์แห่งอนาคตสู้ศึกใน-นอก ยุคผู้ประกอบการไทยโดดเดี่ยว ชนิดไม่ต้องง้อรัฐบาลใหม่
สินค้าฝ่อมนต์ปลุกลูกค้าเสื่อม
สิ้นปีส่งออกอาหารทะลุ 6 แสนล.2 สภาฯเชื่อปีหน้าสิ้นคาแพงขึ้น
ยุบ ร.ส.พ.องค์กรฟอกหนัง-แบตเตอรี่ยังไม่พอ อีก 2 แห่งจ่อคิว! “สบพ.-กคช.” หนาว
หอฯลำปางชวนนักศึกษาประกวดแผนการตลาด
ฟูจิฟาร์ม” ข้าวญี่ปุ่นบนแผ่นดินไทย
Stacey ปฏิวัติวงการของขวัญ ชูจุดขายผู้รับไม่พอใจ ‘เปลี่ยนได้’
เปิดบันทึกสู้ศึกโมเดิร์นเทรด"โชวห่วย"แพร่ มุ่งคืนกำไรโครงการ 4-ลุ้นเกิด"สำนึกท้องถิ่น"
พาณิชย์เจียระไนมุกดาหาร ศูนย์กลางการท่องเที่ยวชายแดน
‘20 กฎ’ ลดภาษีบุคคลธรรมดา (2) article
‘20 กฎ’ ลดภาษีบุคคลธรรมดา (1) article
อันตราย! อากาศร้อนจัดเสี่ยงเกิดโรค “ฮีตสโตรก
ทุนจีนลุยลงทุนจากเชียงรุ้ง-ริมน้ำโขง/คสศ.จี้รัฐปรับแผนรับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ article
เวียดนาม-สหรัฐฯ ดี๊ด๊านัดเจรจาเตรียมเปิด FTA article
รุ่น "เตี่ย" กับ "เสี่ย" "รอยต่อ" ธุรกิจสองเจนฯ article
อุด "รูรั่ว" กิจการ article
สิ่งที่ได้เรียนรู้ จากการเป็นผู้ประกอบการ article
แต่งร้านให้ได้ล้าน : ฟื้นฟูร้านค้าปลีกด้วยดีไซน์ article
โชวห่วยฮึดสู้โมเดิร์นเทรดอีก ชูเพลงปลุกใจ-อัดซัปพลายเออร์ช่วยไม่เต็มที่ article
แนวรบค้าปลีกภูธรปี"50 ระอุ รัฐบาล-สนช.เร่งคลอด พ.ร.บ.ค้าปลีก โชห่วยลุ้นช่วยต่อลมหายใจธุรกิจ article
ค้าชายแดนเฮพม่าจู๋จี๋กะเหรี่ยง article
ส่งออกเวียดโต 22% เชื่อปีหน้าทะลุ $46 พันล้าน article
แนะ3ขุมพลังศก.จีนจับมือรุกตลาดโลก article
เลขาฯ ยูเอ็น แสดงความยินดีที่พม่าปล่อยตัวนักโทษการเมือง article
ผู้ถือหุ้นชี้ชะตาไอทีวี +วิบากกรรมสื่อเสรี รอโหวตต่อชีวิต 29 ธ.ค. ลือเทมาเสกขายหุ้นทิ้ง มีกลุ่มใหม่จ้องเสียบ article
เราจะปล่อยให้ ร้านค้าปลีกไทยตายหมดหรือ article
ต้มยำกุ้งปัดส่งเงินหนุนโจรใต้ จี้"สุรยุทธ์"พูดให้ชัดหวั่นคุมเข้ม article
จุดเปลี่ยนประเทศไทย article
15 แนวทางการปรับตัวของค้าปลีกท้องถิ่น เพื่อความอยู่รอด article
ดัชนีเชื่อมั่นคนไทยปรับเพิ่มในรอบ5เดือนอานิสงส์คปค article
เมื่อโลตัสแม่สาย บุกทำลายวิถีการค้าท้องถิ่นยับ มินิมาร์ท-ซุปเปอร์สโตร์-โชว์ห่วยปิดกิจการเพียบ article
หลัก 5 ประการที่ร้านค้าปลีกควรใส่ใจ article
เปิดรูโหว่ "หวยบนดิน" "เงินบาป" ที่คนเห็นแก่ได้ อยากล้วง article
Singapore most competitive economy in Asia: survey article
New migrant worker regulations in Tak Province article
พาณิชย์เพิ่งตื่นคุมกำเนิดโมเดิร์นเทรดช่วยโชห่วย article
ค้าปลีกไทยเดี้ยงหมดทางสู้จี้รัฐเข้มกติกาคุมยักษ์ต่างชาติ article
หอฯเมืองคอนชี้เศรษฐกิจฝืด ห้างฯยักษ์สู้เดือดดับค้าปลีก article
หอฯกระบี่ ปลุก อปท.ต้านค้าปลีกข้ามชาติ หวั่นรายย่อยท้องถิ่นสูญพันธุ์ article
ขายสาขา"ริมปิงซูเปอร์มาร์เก็ต"ให้ท็อปส์ "ตันตรานนท์"พ่ายทุนค้าปลีกข้ามชาติ article
นโยบายก๊าซหุงต้ม 2 ราคา ทางแก้ไม่สะเด็ดน้ำของรัฐ
New capital brings Myanmar rulers closer to problem border regions article
กสิกรไทยรุกขยายตลาดSMEsใต้ชี้"อุตฯยาง-รถยนต์-จยย."ยังฉลุย article
Change Management จงเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงคนอื่น article
ร้านทองพิษณุโลกอัดโปรโมชั่นดึงลูกค้าเข้าร้าน article
โอเชียน ชุมพร ปรับกลยุทธ์รับศึกโมเดิร์นเทรด article
สินค้าชิงช่องทางค้าปลีกทุกเม็ด เซลส์-หน่วยรถหัวปั่นสร้างยอด article
แปลงโฉมบรรจุภัณฑ์ เปลี่ยนดีไซน์ ดันยอดขาย เพิ่มมูลค่า article
ปักหลัก"จังหวัดเบ๊นเตร"ผลิตครบวงจร "ลิเบอร์ตี้-แอพพาเรล"ย้ายฐานไปญวน article
สรุปผลโพล "คุณเห็นด้วยกับการตัดถนนเส้นอุ้มผาง-คลองลาน หรือไม่?" article
'หอการค้าไทย' ชี้เศรษฐกิจปีนี้โตไม่เกิน4% เหตุการเมืองอึมครึม article
ไปรอด ไปโลด : รู้เรา ด้วยแผนธุรกิจ article
จีนจัดทัพเตรียมใหญ่ในอาเซียน article
งานแสดงสินค้านำเข้า-ส่งออกเมืองคุนหมิงของจีนปี 2006 article
ศูนย์การค้าจีนไทยก่อตั้งขึ้นที่เมืองคุนหมิน article
บทสัมภาษณ์นายด่านศุลกากรเชียงแสน "สนับสนุนเขตปลอดภาษีหรือนิคมปลอดภาษีสินค้าจีนที่เชียงราย" article
แผนลงทุน Contract Farming ปี 2549-2550 จังหวัดตาก article
ขอเชิญร่วมถวายพระพรและบริจาคในโครงการ "ไทยทั้งชาติ ถวายพระพร ร้อยอักษร ถวายพระเจ้าอยู่หัว" article
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 15 ส.ค. 2550
สินค้าเปิดศึกรับลมหนาว +สกินแคร์/เสื้อกันหนาว/เครื่องทำน้ำอุ่นอัดกิจกรรมแย่งแชร์อุตลุด
เสื้อผ้าโลคัลลุ้นเศรษฐกิจฟื้น + พีน่ากรุ๊ปเร่งบริหารต้นทุนเพิ่มทางรอด/บลู พินฯเลื่อนนำเข้า 2 แบรนด์อินเตอร์
เชิญบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยนากรีส
ก๊าซหุงต้มถังละ300 +ชง 'ปิยสวัสดิ์' ชี้ขาดเดือนนี้/จี้แท็กซี่ติดเอ็นจีวี รับเปลี่ยนตัวถังฟรี ***หัวหน้าข่าวต่อ::สินค้าจ่อปรับราคาอีก10รายการ
อุดรฯตั้งหอการค้าระดับอำเภอ รองรับศก.ขยายตัว
ขุมทรัพย์ครึ่งแสนล้านไทย ยังไม่ติดเชื้อไฟสงครามย่างกุ้ง
เผือกร้อน...บิ๊กหอการค้าไทย 19 หอฯภาคอีสานสิ้นหวัง พ.ร.บ.ค้าปลีก
ศูนย์การค้ารวมพลังร้องพาณิชย์ ค้าน"ม.24"พรบ.ค้าปลีกฉบับสนช.
นักธุรกิจไทยหนีลงทุนพม่าซบเวียดนาม ด้านหอฯ เชียงรายเร่งหม่องเปิดด่านจีน
พ.ร.บ.ค้าปลีกแท้ง! โมเดิร์นเทรดเฮ... กรรมาธิการสนช.แห้ว
เปิดโอทอปบึงลาดโพธิ์ บริการนักท่องเที่ยว
ปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตามอง
บริหารการเงิน...เพื่อชีวิตที่พอเพียง
Silverlake” อาณาจักรไร่องุ่นของ “สุพรรษา” นางเอกรุ่นใหญ่
‘สปันจ์’ เบเกอรี่เงินล้านลุยแฟรนไชส์
เชื่อมั่นภาค ‘การค้า-บริการ’โงหัวไม่ขึ้น สสว.เผยดัชนี “อสังหาฯ” กระทบหนักสุด
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 04 ก.ย. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 5 ก.ย. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 28 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 28 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 28 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 23 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันที่ 23 ส.คง 50
เชิญเข้าร่วมงานแสดงสินค้าTHAIFEX - World of Food ASIA 2008
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันที่ 21 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 20 ส.ค. 50
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 20 ส.คง 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 16 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 16 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 16 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 15 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประจำวันที่ 15 ส.ค.50
ดูริโอ้” ธุรกิจนักเศรษฐศาสตร์ คนตกงานสู่เถ้าแก่รุ่นเยาว์
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
ฮงล้วแม่สอดสู้ค้าปลีกต่างชาติ ดึงลูกค้าไทย-พม่ากลับมาถึง 60%
ฮงล้วแม่สอดสู้ค้าปลีกต่างชาติ ดึงลูกค้าไทย-พม่ากลับมาถึง 60%
ยักษ์ค้าปลีก/คอนซูมเมอร์ ออกแคมเปญกระตุ้นกำลังซื้อ
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
เที่ยวอิ่มบุญกับไฮไลท์งานเข้าพรรษา
อนาคต"โชวห่วย"ใต้เงามัจจุราช(จบ) ห้างยักษ์ยึดทั่วไทยจุดจบร้านชุมชน
โมเดิร์นเทรดส่งโมเดลใหม่อาละวาด เย้ยกฎหมายค้าปลีกไทยเงื้อง่าราคาแพง
“ปิยะบุตร” ย้ำอุตฯ สิ่งทอยังไปได้-แถมต้องการแรงงานอีกเพียบ
ปัญหาแรงงานเข้าขั้นวิกฤติ 7จังหวัดอันดามันขาดแคลนหนัก
สิ่งทอผวาอียู-สหรัฐเลิกเซฟการ์ดจีน +มีผลบังคับใช้ไทยตกที่นั่งลำบาก/สั่งเบนเข็มเร่งยึดตลาดอาเซียน
ผลสำรวจ SMEs ให้ความหวังเชื่อปี 50 ทำรายได้ 4.908 ลล.บ.
ผลสำรวจ SMEs ให้ความหวังเชื่อปี 50 ทำรายได้ 4.908 ลล.บ.
เตรียมลดภาษีกู้เศรษฐกิจชายแดนใต้ เล็งผุดนิคมฯฮาลาลแห่ง 2 ที่นราธิวาส
ไม้พม่าทะลักเข้าไทยต่อเนื่อง 6 เดือน 1.5 หมื่นตัน 260 ล.
หอการค้าอุดรฯไอเดียกระฉูด จัดประกวด "แผนธุรกิจ" นักศึกษา ปูทางสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่
หอการค้า-เอกชนสงขลาชงรัฐ 6 มาตรการ อุ้มธุรกิจ12 อำเภอเสริมเขตพัฒนาพิเศษฯ
กรมส่งเสริมฯสอบข้อเท็จจริง"ผักกางมุ้ง" ย้ำหากรัฐผิดพร้อมเลิกหนี้เกษตรกรพบพระ
กรมส่งเสริมฯสอบข้อเท็จจริง"ผักกางมุ้ง" ย้ำหากรัฐผิดพร้อมเลิกหนี้เกษตรกรพบพระ
นักธุรกิจภูเก็ตนำเข้าจยย.ไฟฟ้าจากจีน เจาะตลาดกลุ่มประหยัดน้ำมัน-ดูแลสวล.
เงียบมานาน..พม่าพูดชัดประเคนหลุมก๊าซให้จีน
เตรียมความพร้อมโลจิสติกส์ไทย รับสถานการณ์เปิดเสรีการค้าจีน-อาเซียน
เส้นทางต่อสู้ค้าส่งค้าปลีกรายย่อยยุคค้าปลีกข้ามชาติสยายปีกเต็มเมือง
หอฯตราดชี้ปัญหาศก.-การเมือง ไม่กระทบท่องเที่ยว-ค้าชายแดน
พาณิชย์จัดประชุมใหญ่ดันธุรกิจไทยโกอินเตอร์
เผยพ.ร.บ.ค้าปลีกกระทบผู้บริโภค จับตาผลกระห่วงโซ่ธุรกิจทั้งระบบ
โชวห่วยร้องพาณิชย์ยักษ์ค้าปลีกเร่งผุดสาขา
กรมพัฒนาธุรกิจฯ ดัน SMEs โกอินเตอร์ มั้นใจเศรษฐกิจชะลอตัวไม่กระทบธุรกิจไทย
สิ่งทอ - จักรยานยนต์ธุรกิจดาวรุ่ง …!แนะพ่อค้าไทยเกาะติดเวียดนามฟีเวอร์
โชวห่วยพะเยาผนึกสมาพันธ์ฯต้านห้างยักษ์ แนะปิดทางเข้า-พ่อค้าปากช่องนัดม็อบ 27 เม.ย.
ทันเกมภาษี (1)
โชวห่วยเชียงคำขึ้นป้ายต้าน"โลตัส"ทั่วเมือง หวังผังเมืองรวมสกัดทุนยักษ์ตอกเข็ม20พ.ค.
เปิดรายละเอียดสาระสำคัญ ร่างรัฐธรรมนูญ 2550
‘20 กฎ’ ลดภาษี บุคคลธรรมดา (3)
พ.ร.บ.ค้าปลีก: การตัดสินใจเพื่อคนไทยใช่หรือไม่? (ตอนจบ)
พ.ร.บ.ค้าปลีก : การตัดสินใจเพื่อคนไทยใช่หรือไม่? (ตอนที่ 1)
จาก ย่างกุ้ง สู่ราชธานี เนย์ปิดอว์
สสว.ยกระดับผู้ประกอบการแข่งขันเวทีโลก ‘ปิยะบุตร’เชื่อมั่น SMEs แกนหลักขับเคลื่อนศก.ไทย article
หอฯไทยจัดถกประเด็นเขตอุตสาหกรรมกัมพูชา article
อย่ามองข้าม Talent Management article
'อาเซียนซัมมิต'เครื่องร้อน ผู้นำ10ชาติตั้งเออีซีเร็วขึ้น 5 ปี article
เวียดนามเศรษฐกิจร้อน ส่งซิกลดค่าเงินด่ง? article
เก็บภาพประทับใจกับสถานที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นในความทรงจำ article
อินเดียขุดไอเดียทำโรงไฟฟ้าพม่าชิงก๊าซกับ ปตท. article
ธปท.เผยประเมินผลกระทบตลาดหุ้นไว้แล้ว-ยืนกรานไม่ทวนมาตรการ 30% article
ปล่อยรัฐฟ้องล้มละลาย ทางออกสุดท้าย'ไอทีวี' article
'สนธิ'สั่งปรับทัพรับมือรบในเมือง ปูดคนเถื่อนชุมนุม10ธ.ค. article
สุรยุทธ์ยัน ทหารสืบอำนาจ จะลาออก! article
นายกฯให้ศาลตัดสินทักษิณกลับเมืองไทย article
กมธ.ติดตามแก้ปัญหาสุวรรณภูมิลุยตรวจ-แก้ปัญหา “สุวรรณภูมิ” article
คนทีโอทีดิ้นส่งข้อมูลให้“คุณชายอุ๋ย” article
คตส.เตรียมฟันอีก 2 โครงการใหญ่ - สรุปที่ดิน “พจมาน” ก่อนปีใหม่ article
พม่าสั่งแบงก์ใหญ่ตรวจละเอียดห้ามรับฝาก ‘เงินบาป' article
ปิดทางนอมินีต่างด้าว พาณิชย์แก้ กม.คุมสิทธิ์ออกเสียง article
หากคนเลวไม่สำนึก ก็สมานฉันท์ได้ยาก ย้ำบ้านเมืองที่ล่มจม ‘ฝ่ายดี’ยังไม่สามัคคี article
หม่อมอุ๋ยยันไม่ป้องอ.สรรพากร ย้ำโทษต้องเป็นไปตามกฏหมาย article
บิ๊กแอร์บัสสยบกระแสลบ โชว์ A380 แตะ'สุวรรณภูมิ' article
ทรท.ร้อนตัว!!..รีบปฏิเสธส่งคนร่วมม็อบ 10 ธ.ค. article
ทางการหม่องลงดาบเจ้าหน้าที่ศุลกากรทุจริตอีกนับร้อย article
เวียดนามเปิดสะพานแขวนเชื่อมอ่าวฮาลอง article
"สมภพ"ยันร่างกฎหมายค้าปลีกเป็นธรรม article
คนกรุงเตรียมควักกระเป๋าเพิ่ม บีทีเอสสรุปชัดขึ้นราคา 1 มี.ค.50 article
แรลลี่โฮจิมินห์-อุบลฯ-มุกดาหารร่วมเปิดสะพานมิตรภาพ article
มิติใหม่น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ นวัตกรรมรับกระแสรักสุขภาพ article
เชียงใหม่ฝันค้างสูญเม็ดเงินกว่า 3 พันล้าน "แม้ว"ไม่อยู่สารพัดเมกะโปรเจกต์ถูกระงับ article
อุ๋ยยื่นฟันรวด ครม.ทักษิณ ปลัดคลัง-บอร์ดออกหวยผิด ก.ม. article
สมาพันธ์ฯต้านค้าปลีกยักษ์บีบสนช. เร่งคลอดพ.ร.บ.ค้าปลีกก่อนเจอม็อบ article
พระเทพฯเสด็จเปิดสะพานโขง2 ค้าชายแดนคึกคัก-สินค้าผ่านเพิ่ม40% article
"ชวน"แนะฟื้นฟูสามเหลี่ยมศก.- เสริม 5 จว.เขตพิเศษฯ article
บทพิสูจน์นโยบายโปร่งใสของรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ article
เอ็กซิมแบงก์ไทยช่วยขายพันธบัตรลาวระดมทุนน้ำเทิน 2 article
ไทย+17 ชาติ เซ็นลงขันทำทางรถไฟทรานส์เอเชีย article
พม่าจัดฉาก 'ซูจี' พบ 'แกมบารี' หวั่นถูกลงแส้ article
ตั้งราคาอย่างไร ให้กำไรที่สุด article
การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา กลไกสำคัญในการเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย article
Burmese workers fear Thai ID papers article
เปิด"คู่มือ"สู่"สุวรรณภูมิ" ไม่หลง-ไม่ไกล-ไปได้หลายทาง article
ลาก่อน...“ดอนเมือง” ที่คิดถึง article
ขอเชิญร่วมงาน "หอการค้าแฟร์ 2006" article
พม่า...โอกาสในแดนสนธยา article
ดัชนีความสุขผู้บริโภคเดือนก.ค.ลดลงจากเดือน มิ.ย.จากปัญหาการเมืองและค่าครองชีพ article
เดอะวอฟเฟิล’ ดันชอปพรีเมียม ยกระดับชนแฟรนไชส์ขนมนอก article
เผย 3 ปัจจัยหลักเตือนชะลอลงทุน สสว.เตรียมตั้งศูนย์เตือนภัย SMEs article
ชูธุรกิจโรงพยาบาลแชมเปี้ยนโปรดักต์ เชียงใหม่ลุ้น5พันล้านสปีด"ฮับสุขภาพ" article
‘โลตัส’ ลองของรุกเมืองปากพนัง - โชวห่วยม็อบต้านสุดฤทธิ์ article
ติวเข้มโชห่วยรับมือห้างค้าปลีกข้ามชาติรุกตลาดต่างจังหวัด article
ตั้งฮั่วเส็งฮึดสู้ศึกค้าปลีกลุยมินิซูเปอร์มาร์เก็ต article
เซย์ไฮ กับแนวคิด พรีเมี่ยม คอนวีเนี่ยนสโตร์ article
หอฯกระบี่ชูธงต้านยักษ์ค้าปลีก หวั่นซ้ำรอยทุบโชห่วยสูญพันธุ์ article
10 วิธีเริ่มธุรกิจแบบ "ฉลาดๆ" article
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่10(พ.ศ.2550-2554) article
การใช้ Competency ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ อย่างมีประสิทธิภาพ article
จริยธรรมธุรกิจและจรรยาบรรณ article
ข่าวดี!!! เชิญสั่งจองเสื้อสีเหลือง ตราสัญลักษณ์ รุ่นใหม่ มีกระเป๋า article
ตลาดส่งออกไอศกรีมไทย article
โอกาศและอุปสรรค การส่งออกสินค้า OTOP article
การส่งออก อัญมณีและเครื่องประดับของอินเดีย article
อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของกัมพูชา article
ขอเชิญร่วมแข่งขันแรลลี่การกุศล “หอการค้าไทย Family Rally” 49 article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.