ReadyPlanet.com
dot
dot
ส่วนสมาชิกหอการค้า TakCC Member Login
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
สมัครสมาชิกหอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletสิทธิประโยชน์สมาชิก
bulletขั้นตอนการสมัคร
bulletdownload ใบสมัครสมาชิก
dot
เกี่ยวกับ หอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletประวัติหอการค้าจังหวัดตาก
bulletข้อบังคับ หอการค้าจังหวัดตาก
bulletวิสัยทัศน์
bulletโครงสร้าง และพันธกิจ
bulletทำเนียบคณะกรรมการ
bulletสถานที่ติดต่อ
dot
อัลบั้มภาพ
dot
bulletภาพกิจกรรม
bulletผลงานเด่นที่ผ่านมา
dot
รายงานการประชุม
dot
dot
ข้อมูลจังหวัด และ สถิติการค้า
dot
bulletข้อมูลจังหวัดตาก
bulletสถิติการค้าชายแดน จังหวัดตาก
bulletท่าสินค้า และ คลังสินค้า ชายแดน
bulletจุดท่องเที่ยวในจังหวัดตาก
dot
ข่าวสารประเทศเพื่อนบ้าน
dot
bulletพม่า
bulletจีน
bulletเวียดนาม
bulletกัมพูชา
bulletลาว
bulletฐานข้อมูลกลุ่มประเทศ GMS
dot
ลิงค์ที่น่าสนใจ
dot
bulletHOT LINKS
bullet รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง
bulletโครงการป้ายของดีจังหวัดตาก


http://www.dft.go.th/th-th/index


เศรษฐกิจฝืด เงินบาทแข็ง ทัวร์ใน-นอก แก้เกมดึงคนเที่ยวปีใหม่
เศรษฐกิจฝืด เงินบาทแข็ง ทัวร์ใน-นอก แก้เกมดึงคนเที่ยวปีใหม่
โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 27 ธันวาคม 2550 08:33 น.
        มรสุมรอบด้านส่งผลให้ธุรกิจท่องเที่ยวไทยระส่ำทั้งอินบาวด์-เอาท์บาวด์
        หลายค่ายเตรียมงัดกลยุทธ์ออกมาสู้กันสุดฤทธิ์ทั้งราคา ทั้งโปรโมชั่น
        ได้เวลาโรงแรม-ทัวร์-สายการบินงัดกลยุทธ์ออกมาชิงผู้บริโภคยุคเงินแฟ่บ
       จับตาท่องเที่ยวปี 51 หากไม่ปรับตัวเท่ากับเอาคอพาดเขียง

       
       ตัวเลขนักท่องเที่ยวกว่า 14.5 ล้านคนที่เดินทางเข้าประเทศไทยในปี 50 แม้ว่าจะเป็นสถิติที่น่าพอใจสำหรับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)แต่สำหรับเอกชนในภาคธุรกิจท่องเที่ยวบริการต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า สถิติแบบนี้ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จเสียด้วยซ้ำ ! เพราะหลายค่ายธุรกิจทั้งบริษัททัวร์ สายการบิน โรงแรม ต่างยังต้องวิ่งสู้ฟัดเพื่อให้อยู่รอดบนสภาวะของการแข่งขันที่รุนแรงทั้งในประเทศและประเทศรอบข้าง
       
       แม้ว่าตัวเลขของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ยอดนักท่องเที่ยวที่เดินทางภายในประเทศยังเหมือนเดิม เนื่องจากเหตุผลที่ว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยขับรถเที่ยวเองกันมากขึ้น และเที่ยวในระยะใกล้ๆ ประมาณ 200-300 กว่ากิโลเมตรเป็นต้น แต่ในตัวเลขโดเมสติกที่ได้มาจะลดลงไปประมาณ 10 % โดยสังเกตจากรถบัสของผู้ประกอบการที่มีอยู่ แทบจะไม่ค่อยได้ออก โดยจะเหลือเกินครึ่งที่มีอยู่ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงในช่วงปีใหม่จากที่เคยได้ประมาณ 8 คันรถบัส ก็เหลือประมาณ 2 -3 คันรถบัสเท่านั้น ซึ่งลดลงไปค่อนข้างจะเยอะ ดังนั้นผู้ประกอบการด้านนี้จะโดนผลกระทบมากส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะนักท่องเที่ยวซื้อผ่านอินเตอร์เน็ต จองโรงแรมเอง และก็ไปเที่ยวกันเองเพิ่มขึ้น
       
        ผู้ประกอบการนำเที่ยวเชื่อว่าเทรนด์ท่องเที่ยวในปี 2551 จึงน่าจะเป็นการเที่ยวด้วยตัวเองมากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการอาจจะต้องช่วยตัวเอง และดูแลตัวเองค่อนข้างจะหนักโดยจะต้องปรับกลยุทธ์ของบริษัทด้วยการหันไปทำตลาด เอาต์บาวนด์ เพราะถ้าเปรียบเทียบกับการเดินทางในประเทศกับการเที่ยวต่างประเทศใกล้ๆ เมืองไทย อย่างเช่น ไปประเทศเวียดนาม ไปประเทศจีนราคาทัวร์จะไม่แตกต่างกันมาก ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้น พร้อมๆ กับปัจจัยของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายออกไปถูกลง
       
       ฤดูกาลท่องเที่ยวไทยช่วงท้ายปี 2007 ส่งผลไปถึงปีใหม่ 2008 จึงดูจะคึกคักมีสีสันเป็นพิเศษหลายค่ายธุรกิจต่างส่งแคมเปญออกมาอัดกันถี่ยิบชนิดหายใจกันแบบรดต้นคอทีเดียว แน่นอนปรากฎการณ์แบบนี้จึงหนีไม่พ้นในเรื่องของการสร้างสงครามโปรโมชั่นเพียงเพื่อหวังกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทาง
       
       บ.ทัวร์เตรียมขยายฐาน
       อัดโปรโมชั่นดึงยอด
       
       ทัวร์อินบาวนด์และโดเมสติกต้องปรับตัวสู้มรสุมธุรกิจนำเที่ยว ยอมแบกรับภาระต้นทุนเพิ่ม หั่นกำไรให้เหลือน้อยลงควบคู่ไปกับการโหมกระตุ้นรายได้ด้วยจำนวนลูกค้าแทนรายได้ที่สูญเสีย หลายค่ายหันไปเน้นจับมือพันธ์มิตร เช่น บัตรเครดิต และ สายการบิน จัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายปีหน้าให้โตขึ้น ขณะเดียวกันบริษัททัวร์เกิดใหม่ก็ยังคงมีเพิ่มขึ้น
       
       สอดคล้องกับที่ ทักษิณ ปิลวาสน์ ประธานสาขาธุรกิจนำเที่ยวภายในประเทศ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยบอกกับ “ผู้จัดการรายสัปดาห์”ว่า ในปี 2551 ที่กำลังจะมาถึงนี้หากบริษัทนำเที่ยวยังไม่มีการปรับตัวเชื่อได้ว่าโอกาสในการทำตลาดย่อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรง เนื่องจากปัจจัยรอบด้านที่เข้ามากระทบไม่ว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าส่งผลให้การเดินทางออกนอกประเทศมีเพิ่มขึ้น รวมไปถึงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิมซึ่งเคยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไปยังสถานที่ซ้ำๆแต่แหล่งท่องเที่ยวกลับไม่มีการพัฒนาปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาวะของความเป็นจริง
       
       “ดอยสุเทพฯ ที่ยังไม่มีการพัฒนาให้สร้างกระเช้าขนคนขึ้นไปสักการะพระธาตุ ส่งผลให้คนชราหรือคนพิการไม่สามารถเดินทางขึ้นไปได้ ขณะที่ต่างประเทศเองมีความสะดวกสบายไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไป ซึ่งกลายเป็นจุดอ่อนที่ประเทศไทยต้องหันมาให้ความสำคัญกันมากขึ้น”ทักษิณ กล่าว
       
       การปรับตัวของผู้ประกอบการนำเที่ยวภายในประเทศที่สำคัญ ทักษิน บอกว่า สิ่งแรกที่ต้องทำคือเปลี่ยนแคมเปญท่องเที่ยวให้เน้นเฉพาะท่องเที่ยวเฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง อาทิ ท่องเที่ยวจังหวัดไหนก็จังหวัดนั้นแห่งเดียวไปเลย โดยหยิบกลยุทธ์ของการดึงเอาวัฒนธรรม ศิลปะความบันเทิง หรือแม้แต่อาหารพื้นเมืองมาเป็นจุดขาย ซึ่งเชื่อได้ว่าจะสามารถช่วยลดต้นทุนของค่าใช้จ่าย
       
       “จากเดิมที่เคยจังแพคเกจทัวร์ไปเที่ยวยัง ภูเก็ต กระบี่ พังงา 3 วัน 2 คืน ล่าสุดมีการจัดแพคเกจทัวร์กระบี่ 3 วัน 2 คืน แทน ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งลูกค้าให้ความสนใจกับรูปแบบของการจัดนอกจากจะได้รับความสนุกกับสถานที่ท่องเที่ยวแล้วยังได้ชมศิลปวัฒนธรรมรวมไปถึงได้ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองอีกด้วย”ทักษิณ กล่าว
       
       ด้วยรูปแบบของการจัดแพคเกจทัวร์ที่เลือกเฉพาะจุดท่องเที่ยวนั้น ประธานสาขาธุรกิจนำเที่ยวในประเทศไทย บอกว่าสามารถที่จะนำไปใช้ได้ทั่วทั้งประเทศไทย เพราะศักยภาพของประเทศไทยในเรื่องของการให้บริการทั้ง สายการบิน และโรงแรม ก็มีอยู่จำนวนมากเพียงพอสำหรับรองรับกลุ่มลูกค้าได้อย่างดี
       
       ขณะเดียวกันการจดทะเบียน 3 in 1 หรือที่เรียกว่าต้องจดทะเบียนบริษัทเพื่อประกอบธุรกิจนำเที่ยวควรจะจด 2 แสนบาทเพื่อจะได้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ เหตุผลง่ายๆก็คือหากธุรกิจนำเที่ยวภายในประเทศเกิดมีปัญหาขึ้นมาก็สามารถที่จะหาทางออกด้วยการจัดนำเที่ยวในต่างประเทศแทนและไม่ต้องมาคอยหลบๆซ่อนๆเพื่อเปิดให้บริการเหมือนบริษัทนำเที่ยวเถื่อนที่มีอยู่จำนวนไม่น้อย
       
       สำหรับผู้ประกอบการนำเที่ยวอย่างหนุ่มสาวทัวร์ สามารถ ศรีดาวเรือง ผู้จัดการฝ่ายสินค้าและการตลาด บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ จำกัด ได้บอกไว้ถึงวิธีการแก้เกมว่า ในปี 2551 บริษัทฯจะเน้นวิธีทำการตลาดโดยรักษาฐานลูกค้าเก่า เพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่ และยังเดินกลยุทธ์กระตุ้นยอดขายด้วยการจับมือกับพันธมิตร จัดแพกเกจทัวร์เส้นทางต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ออกมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยมุ่งหวังให้ผลประกอบการของบริษัทเติบโตเฉลี่ยปีละ 5-10%
       
       ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท ยังคงเป็นวัยทำงาน และ กลุ่มครอบครัว ซึ่งมีทั้งเที่ยวแบบ กรุ๊ปประชุมสัมมนา และนักท่องเที่ยวทั่วไป โดยยอดขายของบริษัท จะได้จากการขายทัวร์หน้าร้าน 40% และอีก 60% เป็นทัวร์อินเซนทีฟ ซึ่งลูกค้าคือบริษัทห้างร้านต่างๆ
       
       สำหรับความเห็นส่วนตัวมองว่า บริษัทนำเที่ยวที่เกิดขึ้นใหม่ จำนวนมากในขณะนี้ ไม่ค่อยมีผลกับบริษัทมากนัก เพราะเชื่อว่าธุรกิจนำเที่ยวเป็นธุรกิจบริการที่ต้องการความเชื่อมั่น ลูกค้าซื้อความมั่นใจเพื่อที่จะได้รับบริการที่ดีในวันพักผ่อน ส่วนบริษัททัวร์ที่เกิดขึ้นใหม่ๆนั้น แต่ละรายก็จะมีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นตลาดของตัวเองอยู่แล้ว
       
       อย่างไรก็ตาม จากสภาพเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทั้งเรื่องของราคาน้ำมันแพง ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ตลอดจนความไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปีนี้ ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถปรับขึ้นราคาได้ตามต้นทุนที่แท้จริง โดยปีนี้บริษัทยอมรับว่า ไม่ได้ปรับขึ้นราคาทัวร์เลย ส่งผลให้กำไรของบริษัทลดลงประมาณ 10% ซึ่งการอยู่รอดขององค์กรคือต้องพยายามขายแพคเกจทัวร์เพิ่มขึ้น โดยหวังว่า ปริมาณยอดขายที่เพิ่มขึ้น จะมาทดแทนรายได้จากกำไรที่หายไป
       
       "บริษัทโชคดีที่มีรถบัส รถตู้เป็นของตัวเอง จึงประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องการเช่ารถ ประกอบกับ หนุ่มสาวทัวร์อยู่ในธุรกิจนี้มานานกว่า 20 ปี จึงเป็นที่รู้จักของลูกค้าเป็นอย่างดี เห็นได้จากสัดส่วนลูกค้าที่มาใช้บริการซ้ำ มีสัดส่วนประมาณ 20-30% ของลูกค้าทั้งหมด"
       
       ขณะเดียวกันแผนการตลาดในปีหน้า หนุ่มสาวทัวร์ จะเพิ่มเส้นทางท่องเที่ยว เพื่อความหลากหลายให้ลูกค้าได้เลือก โดยเส้นทางในประเทศเน้นแบบที่มีกิจกรรม เช่น ซอฟแอดเวนเจอร์แนวอนุรักษ์ และผจญภัย นอกจากนั้นยังจะเพิ่มเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อรองรับกลุ่มเยาวชน และ ผู้สูงอายุ ซึ่งวิธีการทำตลาด จะจับมือกับพันธมิตร ที่มีลูกค้าเป็นเป้าหมายเดียวกัน มาออกเป็นแคมเปญแพกเกจทัวร์ เช่น บริษัทบัตรเครดิต เป็นต้น ล่าสุดได้จับมือกับไทยแอร์เอเชีย จัดแพกเกจทัวร์กรุงเทพ-เชียงรายด้วยแคมเปญซื้อ 1 แถม 1
       
       ในทุกๆปี บริษัท จะต้องเพิ่มโปรแกรมทัวร์ ในเส้นทางต่างๆ ให้หลากหลายขึ้น เพื่อให้ลูกค้าเก่าได้มีทางเลือกเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆบ้าง ซึ่งเส้นทางที่เที่ยวที่นำมาจัดเป็นโปรแกรมทัวร์นี้ ส่วนใหญ่ ก็ได้แนวคิดมาจากนโยบายของภาครัฐ และดูกระแสความสนใจของตลาด
       
       ล่าสุดทางกระทรวงการท่องเที่ยวจะตื่นตัวเรื่องท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และ การท่องเที่ยวแบบเรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชน โดยมีสำนักพัฒนาการท่องเที่ยว(สพท.) เป็นหน่วยงานพัฒนาชุมชนที่มีศักยภาพขึ้นเป็นแหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนการจัดให้มีมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว ดังนั้นทางภาคเอกชน โดยเฉพาะที่ หนุ่มสาวทัวร์ จึงนำจุดนี้มาขยายผล ส่วนกลุ่มเป้าหมาย ก็มองว่า ตลาดผู้สูงอายุ เป็นอีกหนึ่งตลาด ที่มีกำลังซื้อดี
       
       คนไทยแห่เที่ยวนอก
       
        ธุรกิจท่องเที่ยวของแต่ละประเทศรอบข้างกลายเป็นสีสันที่ประเทศไทยกำลังถูกปลุกเร้าไปด้วยแคมเปญใหม่ๆหวังยั่วน้ำลายนักท่องเที่ยวคนไทยให้เดินทางเข้าไป กอปรกับสายการบินของแต่ละประเทศต่างยื่นข้อเสนอพร้อมจะขนนักท่องเที่ยวในราคาสุดพิเศษ และที่สำคัญค่าเงินบาทที่แข็งค่าส่งผลให้นักท่องเที่ยวคนไทยเริ่มสนใจเดินทางออกนอกประเทศกันมากขึ้น
       
       เส้นทางท่องเที่ยว มาเก๊า ที่เร่งผุดแคมเปญ "Experience Macau"ออกมาโดยมีสายการบินอย่างไทยแอร์เอเชียรับหน้าที่ขนส่งผู้โดยสารจากประเทศไทยลงมาเก๊าเพียงสายการบินเดียวต่างได้รับความนิยมเป็นพิเศษ ขณะเดียวกันที่ผ่านมาประเทศ สิงคโปร์ ก็ส่ง ยูนีกลี่ย์ สิงคโปร์ วีคเอนท์ พร้อมกระแทกโปรโมชั่นวันหยุดผนึกสายการบินต้นทุนต่ำอย่างเจ็ตสตาร์ดั๊มพ์ราคาค่าตั๋วเริ่มต้นที่52 บาทล่อใจนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อยทีเดียว
       
       ด้านเกาะ ฮ่องกง ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางในแต่ละปีหลายสิบล้านคนก็คงไม่อาจหยุดนิ่งทนเห็นการเคลื่อนไหวต่อไปได้อีกจึงหยิบเอา “Hong Kong Living Culture" ผุด4ธีมดันเที่ยวตลอดปี ส่วนเสือเหลืองอย่างมาเลเซียกลับใช้กลยุทธ์นำงานฉลองเอกราชจัด 50 กิจกรรมท่องเที่ยวตลอดทั้งปีเช่นกัน
       
       การแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรงของตลาดท่องเที่ยว(ทัวร์อินบาวน์)ของแต่ละประเทศจึงน่าจะสร้างปัญหาส่งผลกระทบต่อประเทศไทยไม่ใช่น้อย ดังนั้นการแก้เกมของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ในช่วงท้ายของปีนี้จึงดูจะสาหัสเอาการภายใต้สภาวะแรงกดดัน เพราะโจทย์ที่รัฐบาลตั้งให้กลับสวนกระแสของความเป็นจริงด้วยงบประมาณประจำปีที่ถูกจำกัด
       
       กอปรกับประเทศรอบข้างโซนเอเชียที่มีธีมท่องเที่ยวเด่นชัด แถมยังเร่งอัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่องหวังดึงนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าประเทศกำลังกลายเป็นกลเกมเพื่อแย่งชิงนักท่องเที่ยว
       
       แต่ใช่ว่าประเทศไทยจะน้อยหน้าเหล่าประเทศรอบข้างในแถบโซนเอเชีย หากมองถึงศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่ในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็น โรงแรม-สายการบิน สถานที่ท่องเที่ยวที่มีอยู่หลากหลายรูปแบบ รวมไปถึงงานบริการที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตนจนสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติมาแล้ว ปัจจัยต่างๆเหล่านี้กำลังถูกนำมาปรับใช้ให้เข้ากับกลยุทธ์เก่าที่เมื่อครั้งอดีตเคยสร้างความสำเร็จในระดับหนึ่งนำมาปัดฝุ่นใหม่เพื่อใช้ต่อกรกับศึกท่องเที่ยวท้ายปี-ปีใหม่
       
        ขณะเดียวกันเรื่องของการสำรวจจุดท่องเที่ยวใหม่ๆและหาคู่ค้าพันธมิตรต่างประเทศที่มีคุณภาพทางสมาคมฯยังต้องเร่งพัฒนาศักยภาพให้มากขึ้น เพราะแนวโน้มตลาดท่องเที่ยวระยะทางไกลอาจจะมีการลดลง เนื่องจากปัญหาของต้นทุนสูงขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าตั๋วเครื่องบิน น้ำมัน และ Land Operation
       
        นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่าตลาดระยะทางใกล้ อาจมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตลาด จีน ฮ่องกง ,กรีซ,ตุรกีและตะวันออกกลาง ด้วยปัจจัยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่ต่ำกว่า การเดินทางที่ระยะสั้นคล่องตัวดี สายการบินที่มีจำนวนมากทำให้เกิดการแข่งขันส่งผลให้ตั๋วเครื่องบินมีราคาถูก ขณะเดียวกันโรงแรมที่พักที่เปิดให้บริการก็จะมีราคาถูกตามไปด้วย
       
        สอดคล้องกับที่ อเนก ศรีชีวะชาติ นายกสมคมไทยบริการท่องเที่ยว(TTAA)กล่าวถึง ผลกระทบจากปัญหาน้ำมันแพง กับค่าครองชีพที่สูงจนทำให้กำลังซื้อคนไทยลดลง ได้ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจบริษัทนำเที่ยวระยะไกล ไปในทวีปยุโรป หรืออเมริกา มีจำนวนลดลงมาก จากที่ผ่านมาเคยมีบริษัททัวร์ที่ทำเส้นทางไกลมากถึง 40% แต่ปัจจุบันลดเหลือเพียง 20% เท่านั้น เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวสนใจจองไปน้อย จนทำให้การจัดไปแต่ละครั้งไม่คุ้มค่า
       
       “ปกติการเดินทางไปยุโรปแต่ละครั้งต้องมีกลุ่ม 16 คนขึ้นไปถึงจะคุ้ม แต่หากต่ำกว่านั้นก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายสูงไป โดยค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นส่วนใหญ่มาจากค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง (เซอร์ชาร์จ) ที่แพงขึ้น คิดเป็นสัดส่วน 25-30% ของค่าเดินทางทั้งหมด อาทิ เส้นทางกรุงเทพฯ-ญี่ปุ่น ปกติจะคิดค่าเซอร์ ชาร์จ เพียง 1,000-2,000 บาท แต่หลังจากเจอวิกฤติการณ์น้ำมันแพง ค่าเซอร์ชาร์จได้ปรับราคาเป็นเกือบ 5,000 บาท ซึ่งหากเทียบตั๋วเครื่องบินไปยุโรป ราคาก็ยิ่งแพงเพิ่มขึ้นอีกมาก”เป็นข้อเปรียบเทียบที่ เอนก หยิบยกขึ้นมา
       
       แม้ว่าภาครัฐจะออกนโยบายไม่สนับสนุนให้หน่วยงานราชการทั่วประเทศมีการเดินทางออกไปดูงานต่างประเทศ เพื่อลดค่าใช้จ่าย อาจส่งผลกระทบต่อบริษัททัวร์ในเส้นทางระยะไกลอีกด้วย เพราะกลุ่มข้าราชการที่เดินทางไปดูงาน หรือจัดสัมมนาถือเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ โดยในแต่ละปีหนึ่งมีการเดินทางไปจำนวนมากมายหลายร้อยคน
       
       ดังนั้น เมื่อสถานการณ์เป็นไปเช่นนี้ บริษัททัวร์ระยะไกลคงอยู่รอดลำบาก สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าที่เดินทางมีฐานการขยายตัวระหว่างระดับกลางไปถึงระดับล่างเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การปรับตัวเพื่อใช้กลยุทธ์ใหม่เพื่อลดต้นทุนและให้มีกำไรจึงเปลี่ยนไปใช้การเปิดเส้นทางทัวร์ระยะใกล้มากขึ้นด้วยเช่นกัน อาทิตลาด จีน เกาหลี เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ หรือในย่านเอเชียตะวันออก เพราะต้นทุนจะต่ำมาก โดยเฉพาะภาพรวมของแพ็คเกจราคาทัวร์กลุ่มนี้ยังถูกกว่าเมื่อเทียบกับยุโรปและอเมริกา
       
       ทั้งนี้ ราคาแพ็กเกจทัวร์ท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่ได้รับความนิยมที่สุด อยู่ที่ราคา 20,000 บาท ซึ่งส่วนใหญ่จะไปจีน ขณะที่ 30,000-40,000 บาท จะได้รับความนิยมตามลงมา เช่น เกาหลี ส่วนราคาตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป จะจำหน่ายได้ค่อนข้างลำบาก และได้รับความสนใจน้อยกว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา
       
        ปัจจุบันการทำตลาดทัวร์เอาว์บาวน์นอกจากจะเจอการแข่งขันกับผู้ประกอบการเดียวกันแล้ว ยังต้องพบกับปัญหาบริษัททัวร์อินบาวน์หลายแห่งที่แอบมาทำธุรกิจทัวร์เอาต์บาวน์แบบผิดกฎหมาย จนทำให้เกิดปัญหาการร้องเรียนของผู้บริโภคเกี่ยวกับถูกโกงเงิน หรือปล่อยทิ้งที่ต่างประเทศ ซึ่งกลายเป็นปัญหาเรื้อรังยากที่จะแก้ไข
       
        แต่ปัจจุบันความพยายามของสมาคมไทยบริการท่องเที่ยวหรือ TTAA คือหน่วยงานที่พร้อมจะให้ความร่วมมือเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดเกี่ยวกับบริษัททัวร์ต่างแดนให้กับผู้บริโภค...ปฏิบัติการเช็คบิลทัวร์นอกระบบของ TTAAออกมาแบบนี้เห็นที่บริษัททัวร์เถื่อนคงจะทำงานกันลำบากมากขึ้น
       
       จุดเปลี่ยนโลว์คอสแอร์ไลน์
       
       จากสถานการณ์ความผันผวนของราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในขณะนี้มีสายการบินของไทย ทยอยเริ่มประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ ฟิลเซอร์ชาร์ต (FUEL SURCHARGE)แล้ว ล่าสุดโดยทางสายการบินไทยแอร์เอเชีย ได้ประกาศปรับค่าธรรมเนียมเพิ่ม 150 บาททุกเส้นทางบินระหว่างประเทศ
       
       ขณะที่อีกหนึ่งกลยุทธ์คือ“ต้อนรับเครื่องใหม่ป้ายแดง เริ่มต้นเพียง 1 บาท!”น่าจะเป็นโมเดลทางการตลาดที่ดีที่สุดในช่วงนี้ของธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำอย่าง ไทยแอร์เอเชีย ...นับจากเกิดอุบัติเหตุการลื่นไถลของสายการบินวัน ทู โก ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 89 คน แน่นอนกระแสเรื่องของความปลอดภัยดูจะมาแรงเป็นพิเศษ และคงจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ที่จู่ๆสายการไทยแอร์เอเชียจะหยิบเรื่องของเครื่องบินลำใหม่มาใช้โปรโมทเพียงเพื่อหวังสร้างกระแสความปลอดภัยให้ผู้โดยสารพอใจที่จะไม่ลังเลในการเข้าใช้บริการ
       
       ไทยแอร์เอเชีย เองดูจะเป็นสายการบินโลว์คอสเพียงสายเดียวที่ได้เปรียบคู่แข่งขันในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเป็นต้นแบบโมเดลที่ใช้ราคาถูกมาเป็นจุดขายสร้างเกมรุกทางการตลาดอย่างได้ผล ขณะที่แอร์เอเชียบริษัทแม่ในมาเลเซียก็แผ่ขยายฐานเส้นทางบินไปแล้วกว่า 10 ประเทศพร้อมๆกัน ส่งผลให้ไทยแอร์เอเชียพร้อมที่จะบินไปในเส้นทางเครือข่ายของแอร์เอเชียได้โดยไม่ยากเย็นนัก
       
       ศักยภาพความพร้อมของไทยแอร์เอเชียทั้งหลายทั้งปวงดูจะสอดคล้องกับสิ่งที่ไทยแอร์เอเชียกำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน นั่นก็คือการเปลี่ยนจุดยืนจากเดิมที่เคยใช้กลยุทธ์เรื่องของราคาถูกเป็นจุดขาย แต่ ณ วันนี้กระแสของความปลอดภัยเรื่องของเครื่องบินส่งผลให้ไทยแอร์เอเชียไม่ยอมปล่อยโอกาสดีๆอย่างนี้ต้องหลุดมือไป สุดท้ายก็ดึงเครื่องบินลำใหม่อย่างแอร์บัส A 320 มาเชิดให้เป็นพระเอก...ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะลงตัวเสียจริงๆ...
       
       จริงอยู่ตั๋วราคาถูกเป็นโมเดลต้นแบบของธุรกิจโลว์คอสแอร์ไลน์ที่ใช้ได้ผลสามารถสร้างแรงจูงใจให้มีลูกค้าเข้าไปใช้บริการจำนวนมากในแต่ละปี ส่งผลให้ที่ผ่านมาไทยแอร์เอเชียซึ่งเป็นต้นแบบที่นำกลยุทธ์เรื่องของราคามาใช้มียอดลูกค้าใช้บริการสูงกว่า 3 ล้านคนต่อปีและได้ผลกำไรเป็นกอบเป็นกำ สร้างกระแสจุดประกายให้สายการบินโอเรียนท์ไทยที่เปิดให้บริการอยู่แล้วจะหยุดดูความสำเร็จของไทยแอร์เอเชียฝ่ายเดียวนั้นคงไม่ได้อีกต่อไป แต่ด้วยข้อจำกัดที่มีอยู่หลายอย่างไม่อาจที่จะต่อสู้ได้อย่างเต็มที่ จนในที่สุดจึงเลือกที่จะเปิดบริษัทลูกออกมา นั่นก็คือสายการบิน วันทูโก เพียงเพื่อหวังมาใช้ต่อกรสู้กับไทยแอร์เอเชียสร้างสงครามราคาออกมาได้อย่างสมน้ำสมเนื้อที่สุด
       
       ขณะเดียวกันกรณีที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ปรับกลยุทธ์ นำทัวร์อินบาวน์เข้าไทย โดยมุ่งเน้นตลาดเอเชียมากขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่ดีมากๆ เพราะค่าเดินทางจากประเทศรอบๆ เมืองไทยไม่สูงมากนัก และหลายๆ ประเทศมีศักยภาพ โดยเฉพาะเศรษฐกิจของประเทศจีน ซึ่งเคยเป็นนักท่องเที่ยวหลักของไทยนั้นค่อนข้างดีแม้ว่าในเวลานี้การท่องเที่ยวของชาวจีนจะชะงักไป แต่คาดว่าในอนาคตคงจะดีขึ้น นอกจากนี้การท่องเที่ยวในประเทศจะมีราคาไม่แพงมาก ดังนั้นจึงเหมาะกับสถานการณ์ในเวลานี้ ที่เป็นช่วงน้ำมันแพง จึงมองว่าทางททท. มาถูกทางแล้ว
       
       อย่างไรก็ตามหากททท.ไปรุกตลาดจีน-อินเดีย อย่างมีแบบแผนและเป็นรูปธรรมชัดเจน ไปด้วยความหนักแน่น สายการบินไทยแอร์เอเชียเตรียมจะปรับกลยุทธ์ไปทางประเทศอินเดียมากขึ้น เพื่อให้การท่องเที่ยวไปในทิศทางเดียวกัน ขณะที่เที่ยวบินใหม่ของสายการบินไทยแอร์เอเซีย ที่เปิดให้บริการจากกรุงเทพฯ ไประนอง ได้มีการจองตั๋วล่วงหน้าเต็ม 100 % ดังนั้นจึงคาดว่าในอนาคตเส้นทางบินดังกล่าวคงมีแนวโน้มที่ดีอย่างแน่นอน
       
       ส่วนสาเหตุที่สายการบินต่างๆ มีแผนที่จะปรับอัตราค่าธรรมเนียมสูงขึ้นนั้น มาจากปัจจุบันราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องปรับค่าธรรมเนียมดังกล่าวให้สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งเนื่องจากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันในปัจจุบันไม่สามารถชดเชยค่าใช้จ่ายน้ำมันได้ทั้งหมด ทั้งนี้การกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมน้ำมันดังกล่าวได้พิจารณาแล้วว่าอัตราที่กำหนดไว้เป็นอัตราที่ตลาดผู้โดยสารรับได้ แม้บางสายการบินจะจัดเก็บคาธรรมเนียมน้ำมันในอัตราสูงแต่ลดราคาตั๋วเครื่องบินเพื่อจูงใจว่าค่าตั๋วถูก
       
       ส่วนอีกค่ายการออกแคมเปญทุกเส้นทางใช้ตั๋วราคาเดียวจนกลายเป็นกลยุทธ์การทำตลาดของ วัน ทู โก ไปเสียแล้วกลับนำโมเดลของสายการบินไทยแอร์เอเชียมาปรับใช้โดยไม่ให้ธุรกิจได้รับผลกระทบภาวะขาดทุน ด้วยการจัดรายการส่งเสริมการขายจำน่ายตั๋วเครื่องบินราคาถูก แต่จะมีความชัดเจนกว่า ในเรื่องของเงื่อนไข และจำนวนว่าแต่ละเที่ยวบินจะมีตั๋วราคาถูกกี่ที่นั่ง
       
       การทดลองจัดแคมเปญส่งเสริมการขายครั้งนี้ ด้วยวิธีการจำหน่ายตั๋วเครื่องบินราคาถูกซึ่งระบุชัดเจนว่าเที่ยวบินละ 1 ที่นั่ง ได้รับความสำเร็จระดับหนึ่งและผลตอบรับจากลูกค้าดีมาก ยอดจำหน่ายตั๋วของ วัน ทู โก เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดส่งผลให้มียอดจำนวนผู้โดยสารตลอดทั้งปี 2549 ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านคน
       
       กลยุทธ์ด้านราคาจึงนับเป็นจุดขายที่นำเสนอขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือทางการตลาดของธุรกิจที่ได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆแม้แต่สายการบินนกแอร์ที่เคยออกปากมาตั้งแต่ต้นว่าจะไม่มีการลงไปเล่นเรื่องของราคาอย่างเด็ดขาดเมื่อครั้งตอนเปิดให้บริการใหม่ๆก็ยังอดใจไม่ได้ที่จะออกแคมเปญ “บินทั่วไทย ในราคาตั๋ว 3 บาท”มาเป็นครั้งที่สอง
       
       จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ผ่านมาทุกสายการบินต้นทุนต่ำต่างหยิบเรื่องของตั๋วราคาถูกมาเป็นจุดขายแทบทั้งสิ้นและเป็นการยืนยันได้ว่ากลยุทธ์เรื่องของตั๋วราคาถูกนั้นใช้ได้ผลจริงๆ
       
       ความไม่แน่นอนก็คือความไม่แน่นอนเหตุการณ์อุบัติเหตุไม่คลาดฝันที่เพิ่งเกิดขึ้นของสายการบิน วัน ทู โก ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักหน่วงทำให้ธุรกิจโลว์คอสแอร์ไลน์ต้องถึงจุดพลิกผันทั้งๆที่ทุกอย่างกำลังลงตัว
       
       กระแสความปลอดภัยจากเครื่องบินคือสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะสร้างความเชื่อมั่นของผู้โดยสารให้กลับคืนมาและการปรับจุดยืนของแต่ละสายการบินจึงถูกหยิบนำกลับมาทบทวนอีกครั้งเพื่อให้สอดคล้องกับกระแสเรียกร้องความปลอดภัยจากเครื่องบิน ซึ่งดูเหมือนจะทำให้ความสำคัญเรื่องของตั๋วราคาถูกต้องลดบทบาทลงไปอย่างเห็นได้ชัด และสายการบินวัน ทู โก ก็เป็นสายการบินหนึ่งที่ออกมายอมรับว่าจำนวนผู้โดยสารลดลงประมาณ 10% จนทำให้ต้องลดเที่ยวบินบางเส้นทางลงไปเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดทุน ขณะที่แคมเปญตั๋วราคาเดียวในทุกเส้นทางก็ยังเปิดให้บริการเหมือนเดิมแต่ก็ไม่สามารถที่จะสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้ากลับเข้ามาใช้บริการได้เหมือนแต่ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ
       
       ฤาว่า...ธุรกิจโลว์คอสแอร์ไลน์กำลังถึงจุดเปลี่ยน!...ประโยคดังกล่าวนี้น่าจะเป็นจริง เพราะขนาดต้นแบบโมเดลตั๋วเครื่องบินราคาถูกอย่าง ไทยแอร์เอเชีย ยังขยับตัวปรับเปลี่ยนจุดยืนใหม่ด้วยการดึงเครื่องบินลำใหม่มาเป็นจุดขายแต่ก็ไม่วายที่จะตบท้ายโปรโมชั่นด้วยตั๋วราคาถูกควบคู่กันไป
       
       ยุทธการใช้ความใหม่ของเครื่องบินมาเปิดให้บริการของไทยแอร์เอเชียควบคู่ไปกับโปรโมชั่นเรื่องของตั๋วราคาถูกกำลังจะกลายเป็นสูตรสำเร็จที่ถูกไทยแอร์เอเชียสร้างขึ้นมาเพื่อหวังกระตุ้นให้คนกลับมาเดินทางโดยสารด้วยเครื่องบินอีกครั้ง หลังจากที่ลูกค้าบางส่วนขาดความมั่นใจที่จะใช้บริการสายการบินต้นทุนต่ำไปแล้ว
       
       ว่ากันว่ากลยุทธ์ดังกล่าวกลับเป็นผลดีสำหรับไทยแอร์เอเชีย แต่ในทางกลับกันผลเสียทั้งหมดกลับตกไปอยู่ที่สายการบินต้นทุนต่ำอย่าง วัน ทู โก ซึ่งมีแต่เครื่องบินรุ่น MD 82 อยู่ในมืออีกกว่า 7 ลำและมีอายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 10 ปีซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้ต่อไปจนกว่าจะหมดสัญญาเช่า แม้ว่าต้นปี 2550 วัน ทู โก เองมีแผนที่จะเช่าเครื่องบินล็อตใหม่มาให้บริการก็ตามแต่กลเกมครั้งนี้ที่ไทยแอร์เอเชียกำลังเดินหมากอยู่นั้นแรงพอที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจการบินทั้งระบบได้เหมือนกัน
       
       แม้แต่นกแอร์ สายการบินโลว์คอสที่ร่วมก๊วนการแข่งขันในรูปแบบเดียวกันก็มีเครื่องบินโบอิ้ง 747-300 ที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้จำนวนกว่า 156 ที่นั่งและเป็นเครื่องบินที่เช่าจากการบินไทยแถมยังมีอายุการใช้งานมานานเช่นกันยังได้รับผลกระทบบ้างแต่ไม่มากมายอะไรนัก อาจสันนิษฐานได้ว่าเนื่องจากเป็นเครื่องบินคนละรุ่นกับ วัน ทู โก และยังเป็นเครื่องบินที่ถูกการันตีโดยการบินไทยว่าเคยใช้อยู่ก็ได้ แต่นกแอร์มีแผนที่จะเช่าเครื่องบินมาเสริมทัพในช่วงต้นปี 2551 เช่นกันซึ่งจากเดิมที่มีอยู่แล้ว 5 ลำ
       
       การเปิดเกมรุกของไทยแอร์เชีย ด้วยการหันมาโปรโมทเครื่องบินลำใหม่ควบคู่ไปพร้อมๆกับโมเดลการตลาดเรื่องของตั๋วราคาถูกในครั้งนี้ นอกจากจะสร้างแรงกระตุ้นให้คนอยากเดินทางโดยสารด้วยเครื่องบินกลับมาใช้บริการแล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยแอร์เอเชียจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของสายการบินต้นทุนต่ำไปพร้อมๆกับสร้างความเชื่อมั่นในสายตาของผู้บริโภคให้กลับคืนมาอีกครั้ง...เพื่อช่วงชิงความเป็นหนึ่งทางธุรกิจการบินในยามที่โอกาสนั้นมาถึง...แม้ว่าจะต้องแลกมากับความบอบช้ำของคู่แข่งขันก็ตาม…
       
       **************
       
       ท่องเที่ยวไทยท้าชนต่างชาติ
       
        แคมเปญ“อะเมซิ่งไทยแลนด์”นับเป็นวิถีทางแก้เกมการตลาดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ที่ถูกนำมาใช้เป็นกลยุทธ์สร้างอิมเมจไปพร้อมๆกับอัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพท่องเที่ยวของไทยที่มีอยู่การมุ่งเน้นในเพื่อชู 7 สินค้าอะเมซิ่งโปรดักส์จึงถูกหยิบนำมาใช้
       
       ขณะที่“วิถีไทย หัวใจของแผ่นดิน” ถูกนำเสนอรูปแบบการท่องเที่ยวได้รู้จักและสัมผัสถึงตัวตนของประเทศไทยในแง่มุมต่างๆ ขณะที่ “มรดกแห่งแผ่นดิน” กลายเป็นสินค้าด้านวัฒนธรรม ความภูมิใจในความเป็นไทยที่ถูกออกมานำเสนอดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงเป็นอีกวิธีหนึ่ง
       
       ยุทธศาสตร์“เสน่ห์แห่งธรรมชาติ” สำหรับผู้ที่ห่วงใยธรรมชาติถูกนำเสนอให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ทำให้นักท่องเที่ยวตระหนักถึงคุณค่าสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมๆกับสร้าง“สุขภาพนิยม” ที่เน้นความรู้สึกกระปรี้ กระเปร่า สดชื่น แข็งแรง กระฉับกระเฉง รวมไปถึง “ความหลากหลายของทะเล (Beach)” ที่ถูกนำเสนอความสวยงามของท้องทะเล เหมือนสัมผัสสวรรค์บนดิน และที่หนีไม่พ้นคือ “ความสุขที่แตกต่าง” รูปแบบสินค้าที่ทันสมัยตามกระแสนิยม ปิดท้ายด้วย “เทศกาลและความมัน”สีสันท่องเที่ยวที่นำเสนอเทศกาล งานประเพณี กิจกรรมสนุกสนาน ความบันเทิง มาเป็นกลยุทธ์
       
       การเปิดเกมรุกของท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้พื้นที่ประเทศไทยเป็นฐานสร้างอิมเมจและโปรโมทโปรโมชั่นต่างๆเพื่อหวังขยายอาณาจักรดูท่ากำลังเข้มข้นและร้อนแรงไม่แพ้กันทีเดียว
       
       การเปิดตัวแคมเปญ "Experience Macau" ต่อจากแคมเปญ "A world of difference, the difference is Macau"ของ มาเก๊า ในประเทศไทยและเน้นในเรื่องประสบการณ์ท่องเที่ยวมาเก๊าในรูปแบบใหม่ ทั้งไลฟสไตส์ เรื่องการทานอาหาร การท่องเที่ยว เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ต่างๆ การผจญภัย จากเดิมที่เน้นเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์เป็นหลัก
       
       "คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปมาเก๊าจำนวนกว่า 1.5 แสนคน”จารุณี ตันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดการท่องเที่ยวมาเก๊า คาดหวังที่จะต้องทำให้ได้
       
       ขณะที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวคนไทยที่เพิ่มขึ้นประมาณ 72% จากเดิม 8.98 หมื่นคนส่งผลให้การท่องเที่ยวมาเก๊ามั่นอกมั่นใจว่าจะสามารถทำยอดตัวเลขได้โดยไม่ยากนัก ขณะที่ภาพรวมของตลาดนักท่องเที่ยวทั้งหมดคาดว่าสิ้นปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเก๊าจำนวน 23 ล้านคน เพิ่มขึ้นประมาณ 10%
       
       นอกเหนือจากนั้นแพ็คเกจพิเศษ 3 วัน 2 คืนในราคาเพียง 7,555 บาท ที่สายการบินมาเก๊าร่วมกับบัตรเครดิต HSBC ยังเป็นตัวช่วยเสริมให้เส้นทางท่องเที่ยวมาเก๊าได้อย่างดี
       
       อัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดของมาเก๊าในรอบหลายปีที่ผ่านมา สืบเนื่องมาจากคนไทยเริ่มรู้จักมาเก๊ามากกว่าจุดขายเดิมคือการเป็นกาสิโนเพียงอย่างเดียว เพราะมาเก๊าเริ่มโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ที่สวยงาม มีกลิ่นอายของศิลปตะวันตก กลายเป็นมนต์เสน่ห์ที่ดึงดูดให้มีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางมากขึ้น ผสมผสานกับโครงการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจรที่กำลังกลายเป็นจุดขายใหม่บนเกาะเล็กๆ "มาเก๊า" แห่งนี้ และการท่องเที่ยวบวกกับศูนย์กลางตลาดไมซ์กำลังโตวันโตคืน พร้อมที่ผงาดขึ้นเป็นเสือตัวใหม่แห่งเอเชีย
       
       ขณะเดียวกันการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ ในประเทศไทยได้ออกแคมเปญ "ยูนีกลี่ย์ สิงคโปร์ วีคเอนท์" ใน 7 เมืองหลักรอบสิงคโปร์ในช่วงวันหยุดศุกร์-อาทิตย์ ได้แก่ กรุงเทพฯ ประเทศไทย, เชนไน ประเทศอินเดีย, กวางโจว ประเทศจีน, จาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย, ฮ่องกง และยาโฮบาลู และ กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 31 มีนาคม 2551 บวกกับการอัดโปรโมชั่นลดราคาโรงแรม ที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวกว่า 20% แถมยังมอบตั๋วเครื่องบินสายการบินเจ็ทสตาร์ในราคาพิเศษ ที่เริ่มต้นเพียง 52 บาทต่อเที่ยวเช่นกัน
       
       การออกแคมเปญ "Hong Kong Living Culture" ภายใต้สโลแกน "ฮ่องกงสัมผัสแล้วคุณจะรัก" ที่อาศัยวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกผสมผสานอย่างลงตัว แยกออกเป็น 4 ธีมหลัก ได้แก่ Blend of New & Old เน้นโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวใหม่ พร้อมประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ , Beyond Shopping ไฮไลท์จะอยู่ที่เทศกาลช๊อปปิ้ง และแหล่งช๊อปปิ้งที่หลากหลาย , Hidden Treasure มุ่งเน้นไปที่ความหลากหลายของฮ่องกง อาทิ เกาะต่างๆ พื้นที่สีเขียว โปรแกรมส่องธรรมชาติและวัฒนธรรม และWinter Delight เน้นโปรโมทฮ่องกงวินเทอร์เฟส แหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมสำหรับครอบครัวในช่วงฤดูหนาว จากแคมเปญนี้การท่องเที่ยวฮ่องกงคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งหมดจำนวนกว่า 26.4 ล้านคน เพิ่มขึ้นประมาณ 4.6%เดินทางเข้าประเทศ
       
       ส่วนเสือเหลืองอย่างมาเลเซียหยิบเอาแคมเปญ "Visit Malaysia 2007" Celebrating 50 Years of Nationhood เพื่อเฉลิมฉลองเอกราชครบ 50 ปี มาโปรโมทโดยมีกิจกรรมกว่า 50 ประเภทจัดตลอดทั้งปี50ไปพร้อมๆกับการจัดโปรโมชั่นร่วมกับสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ จัดแพ็คเกจพิเศษ 3 วัน 2 คืน ในราคาเริ่มต้น 8,999 บาท ที่สำคัญรุกจัดโรดโชว์ต่างจังหวัดทั่วประเทศไทยอีกด้วย
       
       *************
       
       เปิดแผน ททท.
       
       ปีงบประมาณ 2551 สำหรับแผนพัฒนาการท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)กับตลาดในประเทศ ว่าด้วยการส่งเสริมเรื่องให้ความสำคัญกับการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เน้นการรณรงค์ให้คนไทยเกิดจิตสำนึกช่วยกันดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยวให้คงความสวยงาม และร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี ภายใต้แคมเปญ "เก็บเมืองไทยให้สวยงาม" เน้นการดำเนินงานที่สอดรับกับแนวคิด "การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต" เพื่อกระตุ้นให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศภายใต้แคมเปญ "เที่ยวไทยให้สนุก..เติมความสุขให้ชีวิต" โดยส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มจังหวัด ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวในมิติของการเรียนรู้และสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสังคมผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่สนับสนุนการภูมิใจในความเป็นชาติไทย รักในวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ
       
       ตัวอย่างเช่น ในปี 2550 นี้ ได้นำงาน "เทศกาลเที่ยวเมืองไทย" กลับมาจัดอีกครั้ง ถือเป็นการจัดงานด้านวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศที่ยิ่งใหญ่ของปี และ เป็นงานที่ได้รับความสำเร็จอย่างสูงทั้งในด้านผู้เข้าชมงาน และ "พันธมิตร"ที่ร่วมมือในการจัดงานครั้งนี้ (สมาคมท่องเที่ยว ฯลฯ) ทั้งนี้ ททท. จะจัดงาน "เทศกาลเที่ยวเมืองไทย" เป็นประจำทุกปีต่อไป
       
       อีกทั้งยังเน้นการทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่างอย่างใกล้ชิด ทั้งในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยมีการทำงานร่วมกันในรูปแบบต่างๆกับ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาพันธ์ธุรกิจท่องเที่ยวในภูมิภาคต่างๆสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ รวมทั้งบัตรเครดิตของธนาคารต่างๆ เป็นต้น เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ
       
       ขณะที่ตลาดต่างประเทศ เน้นนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคหลัก ๆ เช่น ภูมิภาคยุโรปภูมิภาคเอเชีย-ตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันออกกลางเป็นหลัก โดยดำเนินการรักษาฐานกลุ่มตลาดเดิม ประมาณ 18 ตลาด และดำเนินการตลาดเชิงรุกกลุ่มตลาดใหม่ (EmergingMarkets) คือ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย รัสเซีย และ กลุ่มประเทศCommonwealth of Independent States (CIS) กลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกตะวันออกกลาง (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดิอารเบีย) ซึ่งแม้ว่าตลาดเหล่านี้จะยังมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทย ในสัดส่วนฐานตลาดขนาดเล็ก แต่มีศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตสูงมาก
       
       ซึ่งกลยุทธ์และแนวทางการส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศเน้น "การส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ มุ่งเน้นรายได้มากกว่าจำนวน นักท่องเที่ยว" โดยประยุกต์ใช้สื่ออิเลคทรอนิคส์ร่วมสมัยในการทำตลาด E-Marketing ควบคู่ไปกับการทำตลาดในลักษณะดั้งเดิม (Traditional) ในการสร้างการรับรู้ประเทศไทย ขยายตลาดไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพ และรักษาฐานตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มเดิม ผ่านเครือข่ายพันธมิตรที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวเดิม ในลักษณะของการบอกต่อกันในกลุ่มครอบครัวและเพื่อน (Word of Mouth) การเสนอรายการท่องเที่ยว หรือข้อเสนอพิเศษ เสนอขายผ่านร้านอาหาร สายการบิน บริษัทนำเที่ยว ฯลฯ
       
       รวมถึงการเข้าร่วมงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยว Travel Trade Showที่จัดขึ้นในประเทศต่างๆ และเดินทางไปจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยว(Road Show) ด้วย โดยมีกลยุทธ์ในการดำเนินงาน ดังนี้ คือ สร้าง Brand "ประเทศไทย" ให้เป็นที่รู้จักและจดจำ ,เสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน,ขยายตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ,รักษาส่วนแบ่งทางการตลาด และส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวซ้ำ และสร้างแบรนด์ "ประเทศไทย" ให้เป็นที่รู้จักและจดจำ
       
       ทั้งนี้เพื่อตอกย้ำแบรนด์ "ประเทศไทย" ต่อการรับรู้ของนักท่องเที่ยวให้ประเทศไทยเป็นทางเลือกแรกในการวางแผนการเดินทาง และเพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย ททท. จึงมีแผนดำเนินการ 3 ประการ คือ จะสร้างความชัดเจนในการสื่อสารการตลาด ให้นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการต่างๆ มองภาพลักษณ์ประเทศไทยไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งภาพลักษณ์ที่ต้องการจะสื่อไปยังตลาด ก็คือ "AmazingThailand" ซึ่งขณะนี้ ก็เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางของตลาด
       
       ขณะเดียวกัน ททท. จะตอกย้ำภาพลักษณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ให้เกิดการรับรู้และจดจำ โดยจะขยายการประชาสัมพันธ์แบรนด์ "Amazing Thailand" ให้กว้างขวางเท่าที่จะทำได้ ในพื้นที่ตลาดต่างๆ ในสื่อที่หลากหลาย การนำเสนอจุดแข็งของสินค้าที่ ททท.คัดเลือกไปเสนอขายก็จะสอดคล้องและสนับสนุนแบรนด์ คือ ต้องมีความ "Amazing" จริงๆ และจะนำเสนอสินค้าที่เป็นจุดแข็งของแบรนด์ ซึ่งก็คือ 7 Amazing Wonders เพื่อช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แบรนด์ประเทศไทย
       
       *****************
       
       แผนสกัดทัวร์ศูนย์เหรียญ
       
       “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” สารพัดเล่ห์รีดเงินออกจากกระเป๋านักท่องเที่ยวชาวจีนจนทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย !! เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่...พูดกันมานาน...แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดเสียที แม้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมรัฐบาลก็เคยแสดงท่าทีว่าจะเอาจริงกับปัญหานี้ก็ตาม...แต่ก็เงียบไป ทั้งที่มีข้อมูลเบาะแส “ทัวร์ศูนย์เหรียญ”อยู่ในมือ
       
       ด้วยวิธีการต้องซื้อ-ต้องจ่าย “ค่าหัว” เพื่อให้ได้ลูกทัวร์ต่างประเทศเข้ามา เสร็จแล้วก็ต้องมาเปลี่ยนหรือแทรกโปรแกรมพิเศษนอกเหนือจากแพ็กเกจที่เสนอขายลูกทัวร์ไว้ ส่วนใหญ่ “ไกด์” คือคนที่ต้องซื้อ-ต้องจ่ายให้กับ “บริษัททัวร์” แล้วก็จำเป็นต้อง “ถอนทุน+รีดกำไร” ต้องพยายามทำทุกวิถีทางให้ลูกทัวร์ควักกระเป๋าจ่ายเงินไปกับสินค้า-สถานที่เที่ยวที่จะได้ “ค่าคอมมิสชั่น” บางรายพาลูกทัวร์ไปช้อปปิ้งแล้วสมคบกับ ร้านจิวเวลรี่ “โก่งราคา-ต้มตุ๋น” ที่ผ่านมาปัญหานี้เข้าขั้นวิกฤติไปแล้ว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากต่างพากันขยาดเบนเข็มไปเที่ยวประเทศอื่น ๆ แทน เช่น มาเลเซีย, สิงคโปร์, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ ฯลฯ ขณะเดียวกันประเทศเหล่านี้ต่างใช้กลยุทธ์อัดโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าประเทศอีกทางหนึ่งด้วย
       
       ล่าสุดผู้ประกอบการธุรกิจทัวร์อินบาวน์โดยเฉพาะทัวร์จีนกว่า 20 รายได้รวมกลุ่มกันเป็นพันธมิตรเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ด้วยการเปิดเกมรุกบุกตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีคุณภาพมากขึ้นไปพร้อมๆกับขยายเส้นทางใหม่ๆหวังสร้างความหลากหลายให้นักท่องเที่ยวมีทางเลือกมากขึ้น
       
       และเพื่อเป็นการยกระดับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่จะนำเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย รวมถึงเพื่อสกัดกั้นบริษัทนำเที่ยวที่เป็นนอมินีของต่างชาติที่เข้ามาทำทัวร์ศูนย์เหรียญจนสร้างปัญหามากว่าทศวรรษ ดังนั้นจึงต้องใช้ยุทธการแก้เกมด้วยการจับมือเป็นพันธมิตรร่วมกันของผู้ประกอบการท่องเที่ยวคนไทยหาเส้นทางใหม่ๆเพื่อขยายตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีคุณภาพให้มีการพำนักอยู่ในประเทศไทยยาวนานขึ้น
       
       สอดคล้องกับที่ แหล่งข่าวระดับสูงของวงการทัวร์จีน ที่บอกกับ “ผู้จัดการรายสัปดาห์”ว่า ปัญหาของบริษัททัวร์จีนที่เป็นนอมินีในไทยเกิดขึ้นก็คือพร้อมที่จะยอมรับข้อเสนอทุกอย่างจากบริษัททัวร์ต่างประเทศ(บริษัทแม่ในจีน) ที่จะเป็นคนป้อนลูกทัวร์เข้ามา อาทิยอมเรื่อง การกดราคา, การจ่ายค่าหัว ทั้ง ๆ ที่สามารถปฏิเสธไม่รับข้อเสนอก็ได้
       
       กอปรกับมีการประกาศหลายครั้งว่าจะล้าง “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” แต่หันกลับไปมองในอดีต...เมื่อหลายปีก่อนทางการพยายามจะแก้ปัญหาเรื่องการ “ซื้อหัวลูกทัวร์” โดยมีการเซ็นสัญญาเอ็มโอยูกับทางจีน แต่ปัญหาก็ยังมีอยู่ ครั้งนั้นทางชมรมมัคคุเทศก์จีนออกมาระบุว่ายังคง ต้องเสียค่าหัวลูกทัวร์ หัวละ 3,700 บาท ให้เจ้าของบริษัททัวร์ แถมต้องเซ็นสัญญาว่าจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ และนอกจากนี้...ในแต่ละกรุ๊ปทัวร์ไกด์ยังต้องเสียเงินอีกกรุ๊ปละ 1,000 บาท เป็น “ค่าคุ้มครอง” ในการพาลูกทัวร์เที่ยวได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล โดยบริษัททัวร์จะเป็นผู้เก็บรวบรวมส่งให้คนบางกลุ่ม ??
       
       และมีกว่า 80 บริษัททัวร์ที่ร่วมลงนามแสดงเจตจำนงไม่ให้มีการซื้อค่าหัวนักท่องเที่ยวจากจีน แต่เรื่องก็ยังคง “เหมือนเดิม” เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบเท่านั้น
       
       การออกมารวมตัวครั้งนี้ของผู้ประกอบการทัวร์จีนกว่า 20 รายหวังสกัดกั้นกลยุทธ์ทัวร์ศูนย์เหรียญที่กลุ่มบริษัททัวร์ต่างชาติเข้ามาก่อความเสียหายให้กับประเทศไทย และต้องการยกระดับนักท่องเที่ยวชาวจีนให้มีแต่นักท่องเที่ยวคุณภาพขึ้น เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ร่ำรวยสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศได้มากขึ้น และเพื่อคัดกรองนักท่องเที่ยวชาวจีนให้มีคุณภาพ สิ่งสำคัญจึงต้องมีการแลกเปลี่ยนทัศนะของผู้ประกอบการนำเที่ยวคนไทยเสริมสร้างจุดเด่นและพยายามลบจุดด้อยให้เหลือน้อยที่สุด
       
       แม้ว่าคู่แข่งขันต่างประเทศจะอาศัยปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญมาเจาะตลาดดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนไป ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยไม่ค่อยจะสู้ดีนักสำหรับในสายตาของนักท่องเที่ยวชาวจีน แต่อย่าลืมว่าประเทศไทยมีจุดขายในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายที่ต่างประเทศแอบอิจฉาอยู่และไม่สามารถจะเนรมติพื้นที่ของประเทศให้เป็นเหมือนอย่างประเทศไทยได้
       
       ตรงนี้เองที่แหล่งข่าวระดับสูงของวงการทัวร์อินบาวน์ให้ความเห็นว่าคือหัวใจของการท่องเที่ยวที่จะสามารถนำมาปรับใช้กับทัวร์จีนให้หันกลับมาท่องเที่ยวเมืองไทยกันมากขึ้น ล่าสุดมีการสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆเพื่อนำไปเป็นจุดขาย อาทิ เกาะช้าง จังหวัดตราด หรือในโมเดลแปลกๆด้วยการทัวร์กินผลไม้อย่างไม่จำกัด
       
       “นับเป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความสำเร็จระดับหนึ่ง หากทุกบริษัทร่วมมือกันทำและมีการแลกเปลี่ยนแนวคิดในการหาเส้นทางใหม่ๆอยู่ตลอดเวลาเพื่อใช้เป็นยุทธวิธีสกัดกั้นทัวร์ศูนย์เหรียญ เชื่อได้ว่าปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญที่คาราคาซังมากว่าทศวรรษก็จะผ่อนคลายไปในทางที่ดีขึ้น”แหล่งข่าวระดับสูงกล่าว
       
       กอปรกับปัญหาเรื่องของ “ไกด์”ที่เป็นเหตุให้ต้อง “สูบเลือด” ลูกทัวร์ ไกด์คนไทยรายหนึ่งเล่าให้ฟังว่า...เมื่อจำเป็นต้องพยายามทำให้มีรายได้จากกรุ๊ปทัวร์ไม่ต่ำกว่ากรุ๊ปละ 1 แสนบาท เพื่อให้พอมีกำไรราว 3-5 หมื่นบาท เอาไว้เฉลี่ยกับทัวร์กรุ๊ปอื่นที่อาจจะขาดทุน ขณะเดียวกันก็ “ไม่มีประโยชน์” ที่จะรวมตัวกัน “คว่ำบาตร” บริษัททัวร์ ?? เพราะจะไปเข้าทาง “ไกด์เถื่อน” เต็ม ๆ และจะวนไปที่ปัญหาอมตะของวงการทัวร์ ซึ่งที่ผ่าน ๆ มาเกือบ 80% ของ “ไกด์ทัวร์จีน” จะเป็นไกด์เถื่อน ไม่มีใบอนุญาตประกอบอาชีพไกด์ และหลายรายไม่มีบัตรประชาชนแสดงความเป็นคนไทย เป็นไกด์เถื่อนจาก จีน, ไต้หวัน, พม่า โดยบริษัททัวร์รู้เห็น ใช้วิธีจ้างไกด์ที่ถูกกฎหมายไว้เป็น “ไม้กันหมา” แต่คนรับงานจริง ๆ คือไกด์เถื่อน ไกด์ที่ถูกกฎหมายจะเป็นแค่คนทำหน้าที่เคลียร์เมื่อมีการตรวจจับ
       
       นี่อาจเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของเบื้องลึกที่ยังคงซ่อนอยู่เบื้องหลังมาตรการ ปราบ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ในช่วงที่ผ่าน ๆ มา ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องออกมาต่อสู้อย่างจริงจังด้วยตนเอง และน่าจับตาว่ารัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนรัฐบาลชุดล่าสุด จะมี “น้ำยา” สามารถพังทลายกำแพงทัวร์ศูนย์เหรียญได้หรือไม่ ???




บทความ/สาระ

คนตาก พร้อมบิน เร่งรัดให้ขยายสนามบิน ฟื้นการใช้สนามบินรับโบอิ้ง บูมท่องเที่ยว ขนส่งสินค้า รับ AEC
รัฐไทย-เมียนมา หารือเพิ่มจุดผ่านแดนถาวร กระตุ้นการค้าสองชาติขยายตัว
แม่สอด เขตเศรษฐกิจพิเศษหมื่นล้าน
"แม่สอด" เกต์เวย์ถนนระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก
พม่า โอกาสการค้า-การลงทุนที่ SMEs ไทยไม่ควรมองข้าม
เปิดฟ้ามะละแหม่ง แม่สอดสานท่องเที่ยว
ประธานหอการค้าตาก เผยเขตเศรษฐกิจชายแดนแม่สอด เนื้อหอม นักธุรกิจ"ไทย-จีน-ญี่ปุ่น" สนใจลงทุนชายแดน และฝั่งพม่า
พฤติกรรมผู้บริโภคในอาเซียน”...ตัวแปรสำคัญที่ SMEs ไทยควรรู้ก่อนก้าวสู่ AEC
พลังงานน้ำมัน...ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
พริกกะเหรี่ยง : การพัฒนาพันธุ์พื้นเมืองสู่พันธุ์การค้า
เดินทางเสริมสร้างมงคลกับ 9 วัดอารามหลวง
ไฮไลท์“ลอยกระทง” เสน่ห์สีสันแห่งสายน้ำ
เหลียวหลังแลหน้าเลือกตั้งพม่า7พ.ย.
อสังหาฯป่วน 'แบงก์'ระงับปล่อยกู้ แนะกลยุทธ์ไม่ให้ถูกยึดบ้าน ผ่อนไม่ได้มีทางออก!
เอกชนจี้สลายขั้วรัฐบาลเก่า _ทุกภาคส่วนเริ่มมีหวัง ลุ้นได้นายกฯใหม่คนดีมีฝีมือ
เชื่อมทาง 3 แม่ สู่แดน 3 หมอก
เพิ่มงบฯขาดดุลแสนล้าน ไม่ใช่หลักประกันความเสี่ยงเศรษฐกิจ 52
'สมชาย' +เซ่นตุลาเดือด + บิ๊กธุรกิจบีบยุบสภา หวั่นความรุนแรงลุกลามทุบท่องเที่ยว ตลาดทุนป่นปี้
เชียร์กองทัพ “ปฏิวัติ” ก่อนชาติพัง! 2 ขั้วเมิน “คนกลาง” –ชี้ ‘คนชั้นสูง’ เสริมจุดแข็งพันธมิตร
วิกฤตสหรัฐกระทบไทย ชำแหละกองทุนรวม ผู้ถือหุ้นเจ๊งระนาว!
ทุนเชียงรายเพรียกหา“ศูนย์กระจายสินค้า” รับระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้เชื่อมจีน
หอฯเหนือถกแผนรับมือคุนหมิง-กรุงเทพฯหวั่นไทยเป็นทางผ่าน
เลห์แมนล้มฉุดทุนไทย + ต่างชาติเทขาย 2 แสนล้าน/ธนาคารแห่งประเทศไทยผวาเงินไหลออก/เอไอเอสำรองฉุกเฉินเพียบ
เกษตร4แสนไร่สังเวยอุทกภัย ประกันเมินพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก
เปิดบัญชีกลุ่มธุรกิจหลังสิ้นยุค ‘ทักษิณ’เรืองอำนาจ ธุรกิจอิงการเมืองฟุบ บิ๊กอสังหาฯ กระอัก
'รัฐบาลทำอะไรผิด' ทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงตรงไหน?
ทองทุบสถิติ 30 ปี ถือ 7วันกำไร 600 บาท เซียนเตือนอย่า'บุ่มบ่าม'
“พลังงานทางเลือก” จุดเปลี่ยนเกมค่ายรถ มะกัน-ญี่ปุ่นใครจะคว้าชัยในเวทีใหม่
สตง.พบ 2 โครงการปล่อยกู้ 'ฮุนเซน' เอื้อชินคอร์ป? คดีเอ็กซิมแบงก์ โผล่เขมร ทักษิณ!ตัวการอีกแล้ว
20.08น. วินาทีเปิดปักกิ่งเกมส์ โชว์สปิริตเอเชียที่สุดแห่งโอลิมปิก
ศึกแบงก์ชิงเงินฝากปรอทแตก
นอมินีรากหญ้า ถึงยุค ‘คนไทย’ ตายหยังเขียด
รัฐถังแตกสั่งรื้อภาษีที่ดินใหม่ คนมี 'บ้าน-ที่ดิน'อ่วมจน-รวย !จ่ายเท่ากัน
ปราสาทพระวิหาร 'มรดกโลก'ทับซ้อน พลังงานไทย-เขมร
ค้าปลีกระนองแท็กทีมแข่งโลตัส + ชูกลยุทธ์เชิงรุก-เปิดดีลิเวอรีตีกินตลาดต่างอำเภอ
ปลุกสำนึกพลเมืองรวมพลังฝ่าทางตันสังคมไทย
น้ำมันพ่นพิษขาดดุลการค้า-เดินสะพัดสูงสุด 'เลี้ยบ'ลั่นเร่งออกมาตรการรับมือให้เร็วขึ้น
โชว์ห่วยลุ้นสนช. เข็นพ.ร.บ.ค้าปลีก ทันสมัย'สุรยุทธ์'
กูรูร้านอาหาร/ค้าปลีกไทยใน'ดูไบ' ชี้ช่อง'ทำธุรกิจแดนอาหรับ'
สินค้าจ่อขึ้นราคาอีกรอบ + หลังบะหมี่ขาวมาม่านำร่องขึ้นเป็น 7 บาท/มาลีบ่นอุบต้นทุนกระป๋องขึ้น 20%
ข้าวยากน้ำมันแพง
ข้าวแกงแซงฟาสต์ฟูด + คนไทยคอตกสินค้ายกทัพขึ้นราคา/เมย์เดย์ค่าจ้างเพิ่มแค่ 9 บาท
แผนแก้วิกฤตอาหารโลกแค่ภาพลวงตา ข้อมูลจริง คนไทยตายผ่อนส่ง!
มองโลจิสติกส์ไทย ผ่านมิติ 'ดร.ปรีชา พันธุมสินชัย' แนะสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วยRosettaNet
กลยุทธ์บริหารโลจิสติกส์ด้วยการจัดสรรเป้าประสิทธิภาพ(ตอนจบ)
ชี้ช่องรัฐ... วางโมเดล 'เอาชนะ' ต้นทุนโลจิสติกส์พุ่ง
กลยุทธ์บริหารโลจิสติกส์ด้วยการจัดสรรเป้าประสิทธิภาพ(ตอน1
ไทยเปิบข้าวแพงขึ้น 30% + แบรนด์ข้าวถุงงัดข้อ 'มิ่งขวัญ' งดส่งโมเดิร์นเทรด, แบงก์แฉเล่ห์โรงสีเบี้ยวหนี้
น้ำมันตลาดโลกพุ่ง ปตท. สุดอั้น ตรึงราคารัฐเหลว
ดาวน์30บาทถอยเชฟโรเลต โตโยต้าเกทับซื้อวีโก้ลุ้นรับวีโก้
เปิดเดินรถไฟเชื่อมไทย-ลาวเม.ย.นี้
ผู้ผลิตยอมอุ้มผู้บริโภค + ยูนิลีเวอร์/สหพัฒนฯขานรับกรมการค้าภายใน มีนาคม-กรกฎาคม ลดราคาสินค้า 2-3 บาท/ชิ้น
หอการค้าเชียงรายเดินหน้าเชื่อม4ชาติ
เดิมพัน 4 หมื่นล้านปั๊มเศรษฐกิจ + 'คลัง' คาดหวังอสังหาฯ-มนุษย์เงินเดือนปลุกกำลังซื้อดันจีดีพีโต 6%
UD Packaging เทรนด์ใหม่....รู้ก่อนรวยก่อน
สงครามสินค้าราคาแพง ฉากจบที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
บีบธปท.ลดดอกเบี้ย + เอกชนพ้องเสียงกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้านเงินไหลเข้าเก็งกำไร2ต่อดอกเบี้ย-ค่าเงิน-ซับไพรม์
วิกฤติราคาน้ำมันกำลัง เปลี่ยนขั้วอำนาจเศรษฐกิจโลก
เคล็บลับเก็งกำไร”บ้าน-ที่ดิน” เปิดทำเลทอง ทั่วประเทศ
กลเม็ดหาน่านน้ำใหม่ ของ 3 แบรนด์ที่ยักษ์ใหญ่ฟัดไม่ลง
หลากปัญหารุมเร้า... ปี2550-2551 คนไทยเสี่ยงป่วยทางจิต
พลิกตำรารบ 3 แบรนด์ “โครงการหลวง
เปิดโผ....10 อาชีพฮอตฮิต เรียนแล้วไม่ตกงาน !
ทุ่มแจกโบนัสสู้เงินเฟ้อ + ปลอบขวัญสู้ศึกของแพงปี 51 / TDRI แนะปรับรายได้ต้องไม่น้อยกว่า 7.5%
ลูกเล่นการตลาด 4 พรรคการเมืองใหญ่
ยักษ์ไทยการ์เมนต์ออกอาการเซ + ยอดขายวืดเกือบ 700 ล้าน/จีน-ปินส์ก๊อปปี้สินค้าตีตลาดยับ
ชำแหละส่งออกโค้งสุดท้าย เป้า 4.9 ล้านล้าน พลาด-ไม่พลาด?
คนจีน-คนไทยก็เจอของแพงเหมือนกัน
เจาะกลวิธีหาเงิน 6 พรรคใหญ่ อภิมหาโปรเจกล้านๆ ๆ ฝันที่เป็นจริง
คลังรีดแวต-ภาษีเงินได้ + ขยายฐานรายได้เข้ารัฐ/รับมือประชานิยมรัฐบาลหน้า
ยักษ์ค้าปลีกแข็งข้อพาณิชย์ เมินร่วมถกไกด์ไลน์ค้าปลีก
เส้นทางไล่ล่าใหม่ 2 อภิไทคูน เจริญ-ธนินทร์
เอ็มโอยู'ค้าปลีก เป็นธรรมทุกฝ่าย เลิกขายต่ำกว่าทุน
โมเดิร์นเทรดรุกฆาต! ขวางพ.ร.บ.ค้าปลีกฯสุดฤทธิ์
ระวังตกเป็นเหยื่อรายใหม่ แฉสารพัดกลโกง การเงิน!
โชวห่วยขอนแก่นประสานสมาชิกเร่งทำคัตเอาต์หนุนพ.ร.บ.ค้าปลีก
ยุทธศาสตร์แห่งอนาคตสู้ศึกใน-นอก ยุคผู้ประกอบการไทยโดดเดี่ยว ชนิดไม่ต้องง้อรัฐบาลใหม่
สินค้าฝ่อมนต์ปลุกลูกค้าเสื่อม
สิ้นปีส่งออกอาหารทะลุ 6 แสนล.2 สภาฯเชื่อปีหน้าสิ้นคาแพงขึ้น
ยุบ ร.ส.พ.องค์กรฟอกหนัง-แบตเตอรี่ยังไม่พอ อีก 2 แห่งจ่อคิว! “สบพ.-กคช.” หนาว
หอฯลำปางชวนนักศึกษาประกวดแผนการตลาด
ฟูจิฟาร์ม” ข้าวญี่ปุ่นบนแผ่นดินไทย
Stacey ปฏิวัติวงการของขวัญ ชูจุดขายผู้รับไม่พอใจ ‘เปลี่ยนได้’
เปิดบันทึกสู้ศึกโมเดิร์นเทรด"โชวห่วย"แพร่ มุ่งคืนกำไรโครงการ 4-ลุ้นเกิด"สำนึกท้องถิ่น"
พาณิชย์เจียระไนมุกดาหาร ศูนย์กลางการท่องเที่ยวชายแดน
‘20 กฎ’ ลดภาษีบุคคลธรรมดา (2) article
‘20 กฎ’ ลดภาษีบุคคลธรรมดา (1) article
อันตราย! อากาศร้อนจัดเสี่ยงเกิดโรค “ฮีตสโตรก
ทุนจีนลุยลงทุนจากเชียงรุ้ง-ริมน้ำโขง/คสศ.จี้รัฐปรับแผนรับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ article
เวียดนาม-สหรัฐฯ ดี๊ด๊านัดเจรจาเตรียมเปิด FTA article
รุ่น "เตี่ย" กับ "เสี่ย" "รอยต่อ" ธุรกิจสองเจนฯ article
อุด "รูรั่ว" กิจการ article
สิ่งที่ได้เรียนรู้ จากการเป็นผู้ประกอบการ article
แต่งร้านให้ได้ล้าน : ฟื้นฟูร้านค้าปลีกด้วยดีไซน์ article
โชวห่วยฮึดสู้โมเดิร์นเทรดอีก ชูเพลงปลุกใจ-อัดซัปพลายเออร์ช่วยไม่เต็มที่ article
แนวรบค้าปลีกภูธรปี"50 ระอุ รัฐบาล-สนช.เร่งคลอด พ.ร.บ.ค้าปลีก โชห่วยลุ้นช่วยต่อลมหายใจธุรกิจ article
ค้าชายแดนเฮพม่าจู๋จี๋กะเหรี่ยง article
ส่งออกเวียดโต 22% เชื่อปีหน้าทะลุ $46 พันล้าน article
แนะ3ขุมพลังศก.จีนจับมือรุกตลาดโลก article
เลขาฯ ยูเอ็น แสดงความยินดีที่พม่าปล่อยตัวนักโทษการเมือง article
ผู้ถือหุ้นชี้ชะตาไอทีวี +วิบากกรรมสื่อเสรี รอโหวตต่อชีวิต 29 ธ.ค. ลือเทมาเสกขายหุ้นทิ้ง มีกลุ่มใหม่จ้องเสียบ article
เราจะปล่อยให้ ร้านค้าปลีกไทยตายหมดหรือ article
ต้มยำกุ้งปัดส่งเงินหนุนโจรใต้ จี้"สุรยุทธ์"พูดให้ชัดหวั่นคุมเข้ม article
จุดเปลี่ยนประเทศไทย article
15 แนวทางการปรับตัวของค้าปลีกท้องถิ่น เพื่อความอยู่รอด article
ดัชนีเชื่อมั่นคนไทยปรับเพิ่มในรอบ5เดือนอานิสงส์คปค article
เมื่อโลตัสแม่สาย บุกทำลายวิถีการค้าท้องถิ่นยับ มินิมาร์ท-ซุปเปอร์สโตร์-โชว์ห่วยปิดกิจการเพียบ article
หลัก 5 ประการที่ร้านค้าปลีกควรใส่ใจ article
เปิดรูโหว่ "หวยบนดิน" "เงินบาป" ที่คนเห็นแก่ได้ อยากล้วง article
Singapore most competitive economy in Asia: survey article
New migrant worker regulations in Tak Province article
พาณิชย์เพิ่งตื่นคุมกำเนิดโมเดิร์นเทรดช่วยโชห่วย article
ค้าปลีกไทยเดี้ยงหมดทางสู้จี้รัฐเข้มกติกาคุมยักษ์ต่างชาติ article
หอฯเมืองคอนชี้เศรษฐกิจฝืด ห้างฯยักษ์สู้เดือดดับค้าปลีก article
หอฯกระบี่ ปลุก อปท.ต้านค้าปลีกข้ามชาติ หวั่นรายย่อยท้องถิ่นสูญพันธุ์ article
ขายสาขา"ริมปิงซูเปอร์มาร์เก็ต"ให้ท็อปส์ "ตันตรานนท์"พ่ายทุนค้าปลีกข้ามชาติ article
นโยบายก๊าซหุงต้ม 2 ราคา ทางแก้ไม่สะเด็ดน้ำของรัฐ
New capital brings Myanmar rulers closer to problem border regions article
กสิกรไทยรุกขยายตลาดSMEsใต้ชี้"อุตฯยาง-รถยนต์-จยย."ยังฉลุย article
Change Management จงเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงคนอื่น article
ร้านทองพิษณุโลกอัดโปรโมชั่นดึงลูกค้าเข้าร้าน article
โอเชียน ชุมพร ปรับกลยุทธ์รับศึกโมเดิร์นเทรด article
สินค้าชิงช่องทางค้าปลีกทุกเม็ด เซลส์-หน่วยรถหัวปั่นสร้างยอด article
แปลงโฉมบรรจุภัณฑ์ เปลี่ยนดีไซน์ ดันยอดขาย เพิ่มมูลค่า article
ปักหลัก"จังหวัดเบ๊นเตร"ผลิตครบวงจร "ลิเบอร์ตี้-แอพพาเรล"ย้ายฐานไปญวน article
สรุปผลโพล "คุณเห็นด้วยกับการตัดถนนเส้นอุ้มผาง-คลองลาน หรือไม่?" article
'หอการค้าไทย' ชี้เศรษฐกิจปีนี้โตไม่เกิน4% เหตุการเมืองอึมครึม article
ไปรอด ไปโลด : รู้เรา ด้วยแผนธุรกิจ article
จีนจัดทัพเตรียมใหญ่ในอาเซียน article
งานแสดงสินค้านำเข้า-ส่งออกเมืองคุนหมิงของจีนปี 2006 article
ศูนย์การค้าจีนไทยก่อตั้งขึ้นที่เมืองคุนหมิน article
บทสัมภาษณ์นายด่านศุลกากรเชียงแสน "สนับสนุนเขตปลอดภาษีหรือนิคมปลอดภาษีสินค้าจีนที่เชียงราย" article
แผนลงทุน Contract Farming ปี 2549-2550 จังหวัดตาก article
ขอเชิญร่วมถวายพระพรและบริจาคในโครงการ "ไทยทั้งชาติ ถวายพระพร ร้อยอักษร ถวายพระเจ้าอยู่หัว" article
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 15 ส.ค. 2550
สินค้าเปิดศึกรับลมหนาว +สกินแคร์/เสื้อกันหนาว/เครื่องทำน้ำอุ่นอัดกิจกรรมแย่งแชร์อุตลุด
เสื้อผ้าโลคัลลุ้นเศรษฐกิจฟื้น + พีน่ากรุ๊ปเร่งบริหารต้นทุนเพิ่มทางรอด/บลู พินฯเลื่อนนำเข้า 2 แบรนด์อินเตอร์
เชิญบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยนากรีส
ก๊าซหุงต้มถังละ300 +ชง 'ปิยสวัสดิ์' ชี้ขาดเดือนนี้/จี้แท็กซี่ติดเอ็นจีวี รับเปลี่ยนตัวถังฟรี ***หัวหน้าข่าวต่อ::สินค้าจ่อปรับราคาอีก10รายการ
อุดรฯตั้งหอการค้าระดับอำเภอ รองรับศก.ขยายตัว
ขุมทรัพย์ครึ่งแสนล้านไทย ยังไม่ติดเชื้อไฟสงครามย่างกุ้ง
เผือกร้อน...บิ๊กหอการค้าไทย 19 หอฯภาคอีสานสิ้นหวัง พ.ร.บ.ค้าปลีก
ศูนย์การค้ารวมพลังร้องพาณิชย์ ค้าน"ม.24"พรบ.ค้าปลีกฉบับสนช.
นักธุรกิจไทยหนีลงทุนพม่าซบเวียดนาม ด้านหอฯ เชียงรายเร่งหม่องเปิดด่านจีน
พ.ร.บ.ค้าปลีกแท้ง! โมเดิร์นเทรดเฮ... กรรมาธิการสนช.แห้ว
เปิดโอทอปบึงลาดโพธิ์ บริการนักท่องเที่ยว
ปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตามอง
บริหารการเงิน...เพื่อชีวิตที่พอเพียง
Silverlake” อาณาจักรไร่องุ่นของ “สุพรรษา” นางเอกรุ่นใหญ่
‘สปันจ์’ เบเกอรี่เงินล้านลุยแฟรนไชส์
เชื่อมั่นภาค ‘การค้า-บริการ’โงหัวไม่ขึ้น สสว.เผยดัชนี “อสังหาฯ” กระทบหนักสุด
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 04 ก.ย. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 5 ก.ย. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 28 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 28 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 28 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 23 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันที่ 23 ส.คง 50
เชิญเข้าร่วมงานแสดงสินค้าTHAIFEX - World of Food ASIA 2008
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันที่ 21 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 20 ส.ค. 50
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 20 ส.คง 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 16 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 16 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 16 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 15 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประจำวันที่ 15 ส.ค.50
ดูริโอ้” ธุรกิจนักเศรษฐศาสตร์ คนตกงานสู่เถ้าแก่รุ่นเยาว์
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
ฮงล้วแม่สอดสู้ค้าปลีกต่างชาติ ดึงลูกค้าไทย-พม่ากลับมาถึง 60%
ฮงล้วแม่สอดสู้ค้าปลีกต่างชาติ ดึงลูกค้าไทย-พม่ากลับมาถึง 60%
ยักษ์ค้าปลีก/คอนซูมเมอร์ ออกแคมเปญกระตุ้นกำลังซื้อ
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
เที่ยวอิ่มบุญกับไฮไลท์งานเข้าพรรษา
อนาคต"โชวห่วย"ใต้เงามัจจุราช(จบ) ห้างยักษ์ยึดทั่วไทยจุดจบร้านชุมชน
โมเดิร์นเทรดส่งโมเดลใหม่อาละวาด เย้ยกฎหมายค้าปลีกไทยเงื้อง่าราคาแพง
“ปิยะบุตร” ย้ำอุตฯ สิ่งทอยังไปได้-แถมต้องการแรงงานอีกเพียบ
ปัญหาแรงงานเข้าขั้นวิกฤติ 7จังหวัดอันดามันขาดแคลนหนัก
สิ่งทอผวาอียู-สหรัฐเลิกเซฟการ์ดจีน +มีผลบังคับใช้ไทยตกที่นั่งลำบาก/สั่งเบนเข็มเร่งยึดตลาดอาเซียน
ผลสำรวจ SMEs ให้ความหวังเชื่อปี 50 ทำรายได้ 4.908 ลล.บ.
ผลสำรวจ SMEs ให้ความหวังเชื่อปี 50 ทำรายได้ 4.908 ลล.บ.
เตรียมลดภาษีกู้เศรษฐกิจชายแดนใต้ เล็งผุดนิคมฯฮาลาลแห่ง 2 ที่นราธิวาส
ไม้พม่าทะลักเข้าไทยต่อเนื่อง 6 เดือน 1.5 หมื่นตัน 260 ล.
หอการค้าอุดรฯไอเดียกระฉูด จัดประกวด "แผนธุรกิจ" นักศึกษา ปูทางสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่
หอการค้า-เอกชนสงขลาชงรัฐ 6 มาตรการ อุ้มธุรกิจ12 อำเภอเสริมเขตพัฒนาพิเศษฯ
กรมส่งเสริมฯสอบข้อเท็จจริง"ผักกางมุ้ง" ย้ำหากรัฐผิดพร้อมเลิกหนี้เกษตรกรพบพระ
กรมส่งเสริมฯสอบข้อเท็จจริง"ผักกางมุ้ง" ย้ำหากรัฐผิดพร้อมเลิกหนี้เกษตรกรพบพระ
นักธุรกิจภูเก็ตนำเข้าจยย.ไฟฟ้าจากจีน เจาะตลาดกลุ่มประหยัดน้ำมัน-ดูแลสวล.
เงียบมานาน..พม่าพูดชัดประเคนหลุมก๊าซให้จีน
เตรียมความพร้อมโลจิสติกส์ไทย รับสถานการณ์เปิดเสรีการค้าจีน-อาเซียน
เส้นทางต่อสู้ค้าส่งค้าปลีกรายย่อยยุคค้าปลีกข้ามชาติสยายปีกเต็มเมือง
หอฯตราดชี้ปัญหาศก.-การเมือง ไม่กระทบท่องเที่ยว-ค้าชายแดน
พาณิชย์จัดประชุมใหญ่ดันธุรกิจไทยโกอินเตอร์
เผยพ.ร.บ.ค้าปลีกกระทบผู้บริโภค จับตาผลกระห่วงโซ่ธุรกิจทั้งระบบ
โชวห่วยร้องพาณิชย์ยักษ์ค้าปลีกเร่งผุดสาขา
กรมพัฒนาธุรกิจฯ ดัน SMEs โกอินเตอร์ มั้นใจเศรษฐกิจชะลอตัวไม่กระทบธุรกิจไทย
สิ่งทอ - จักรยานยนต์ธุรกิจดาวรุ่ง …!แนะพ่อค้าไทยเกาะติดเวียดนามฟีเวอร์
โชวห่วยพะเยาผนึกสมาพันธ์ฯต้านห้างยักษ์ แนะปิดทางเข้า-พ่อค้าปากช่องนัดม็อบ 27 เม.ย.
ทันเกมภาษี (1)
โชวห่วยเชียงคำขึ้นป้ายต้าน"โลตัส"ทั่วเมือง หวังผังเมืองรวมสกัดทุนยักษ์ตอกเข็ม20พ.ค.
เปิดรายละเอียดสาระสำคัญ ร่างรัฐธรรมนูญ 2550
‘20 กฎ’ ลดภาษี บุคคลธรรมดา (3)
พ.ร.บ.ค้าปลีก: การตัดสินใจเพื่อคนไทยใช่หรือไม่? (ตอนจบ)
พ.ร.บ.ค้าปลีก : การตัดสินใจเพื่อคนไทยใช่หรือไม่? (ตอนที่ 1)
จาก ย่างกุ้ง สู่ราชธานี เนย์ปิดอว์
สสว.ยกระดับผู้ประกอบการแข่งขันเวทีโลก ‘ปิยะบุตร’เชื่อมั่น SMEs แกนหลักขับเคลื่อนศก.ไทย article
หอฯไทยจัดถกประเด็นเขตอุตสาหกรรมกัมพูชา article
อย่ามองข้าม Talent Management article
'อาเซียนซัมมิต'เครื่องร้อน ผู้นำ10ชาติตั้งเออีซีเร็วขึ้น 5 ปี article
เวียดนามเศรษฐกิจร้อน ส่งซิกลดค่าเงินด่ง? article
เก็บภาพประทับใจกับสถานที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นในความทรงจำ article
อินเดียขุดไอเดียทำโรงไฟฟ้าพม่าชิงก๊าซกับ ปตท. article
ธปท.เผยประเมินผลกระทบตลาดหุ้นไว้แล้ว-ยืนกรานไม่ทวนมาตรการ 30% article
ปล่อยรัฐฟ้องล้มละลาย ทางออกสุดท้าย'ไอทีวี' article
'สนธิ'สั่งปรับทัพรับมือรบในเมือง ปูดคนเถื่อนชุมนุม10ธ.ค. article
สุรยุทธ์ยัน ทหารสืบอำนาจ จะลาออก! article
นายกฯให้ศาลตัดสินทักษิณกลับเมืองไทย article
กมธ.ติดตามแก้ปัญหาสุวรรณภูมิลุยตรวจ-แก้ปัญหา “สุวรรณภูมิ” article
คนทีโอทีดิ้นส่งข้อมูลให้“คุณชายอุ๋ย” article
คตส.เตรียมฟันอีก 2 โครงการใหญ่ - สรุปที่ดิน “พจมาน” ก่อนปีใหม่ article
พม่าสั่งแบงก์ใหญ่ตรวจละเอียดห้ามรับฝาก ‘เงินบาป' article
ปิดทางนอมินีต่างด้าว พาณิชย์แก้ กม.คุมสิทธิ์ออกเสียง article
หากคนเลวไม่สำนึก ก็สมานฉันท์ได้ยาก ย้ำบ้านเมืองที่ล่มจม ‘ฝ่ายดี’ยังไม่สามัคคี article
หม่อมอุ๋ยยันไม่ป้องอ.สรรพากร ย้ำโทษต้องเป็นไปตามกฏหมาย article
บิ๊กแอร์บัสสยบกระแสลบ โชว์ A380 แตะ'สุวรรณภูมิ' article
ทรท.ร้อนตัว!!..รีบปฏิเสธส่งคนร่วมม็อบ 10 ธ.ค. article
ทางการหม่องลงดาบเจ้าหน้าที่ศุลกากรทุจริตอีกนับร้อย article
เวียดนามเปิดสะพานแขวนเชื่อมอ่าวฮาลอง article
"สมภพ"ยันร่างกฎหมายค้าปลีกเป็นธรรม article
คนกรุงเตรียมควักกระเป๋าเพิ่ม บีทีเอสสรุปชัดขึ้นราคา 1 มี.ค.50 article
แรลลี่โฮจิมินห์-อุบลฯ-มุกดาหารร่วมเปิดสะพานมิตรภาพ article
มิติใหม่น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ นวัตกรรมรับกระแสรักสุขภาพ article
เชียงใหม่ฝันค้างสูญเม็ดเงินกว่า 3 พันล้าน "แม้ว"ไม่อยู่สารพัดเมกะโปรเจกต์ถูกระงับ article
อุ๋ยยื่นฟันรวด ครม.ทักษิณ ปลัดคลัง-บอร์ดออกหวยผิด ก.ม. article
สมาพันธ์ฯต้านค้าปลีกยักษ์บีบสนช. เร่งคลอดพ.ร.บ.ค้าปลีกก่อนเจอม็อบ article
พระเทพฯเสด็จเปิดสะพานโขง2 ค้าชายแดนคึกคัก-สินค้าผ่านเพิ่ม40% article
"ชวน"แนะฟื้นฟูสามเหลี่ยมศก.- เสริม 5 จว.เขตพิเศษฯ article
บทพิสูจน์นโยบายโปร่งใสของรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ article
เอ็กซิมแบงก์ไทยช่วยขายพันธบัตรลาวระดมทุนน้ำเทิน 2 article
ไทย+17 ชาติ เซ็นลงขันทำทางรถไฟทรานส์เอเชีย article
พม่าจัดฉาก 'ซูจี' พบ 'แกมบารี' หวั่นถูกลงแส้ article
ตั้งราคาอย่างไร ให้กำไรที่สุด article
การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา กลไกสำคัญในการเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย article
Burmese workers fear Thai ID papers article
เปิด"คู่มือ"สู่"สุวรรณภูมิ" ไม่หลง-ไม่ไกล-ไปได้หลายทาง article
ลาก่อน...“ดอนเมือง” ที่คิดถึง article
ขอเชิญร่วมงาน "หอการค้าแฟร์ 2006" article
พม่า...โอกาสในแดนสนธยา article
ดัชนีความสุขผู้บริโภคเดือนก.ค.ลดลงจากเดือน มิ.ย.จากปัญหาการเมืองและค่าครองชีพ article
เดอะวอฟเฟิล’ ดันชอปพรีเมียม ยกระดับชนแฟรนไชส์ขนมนอก article
เผย 3 ปัจจัยหลักเตือนชะลอลงทุน สสว.เตรียมตั้งศูนย์เตือนภัย SMEs article
ชูธุรกิจโรงพยาบาลแชมเปี้ยนโปรดักต์ เชียงใหม่ลุ้น5พันล้านสปีด"ฮับสุขภาพ" article
‘โลตัส’ ลองของรุกเมืองปากพนัง - โชวห่วยม็อบต้านสุดฤทธิ์ article
ติวเข้มโชห่วยรับมือห้างค้าปลีกข้ามชาติรุกตลาดต่างจังหวัด article
ตั้งฮั่วเส็งฮึดสู้ศึกค้าปลีกลุยมินิซูเปอร์มาร์เก็ต article
เซย์ไฮ กับแนวคิด พรีเมี่ยม คอนวีเนี่ยนสโตร์ article
หอฯกระบี่ชูธงต้านยักษ์ค้าปลีก หวั่นซ้ำรอยทุบโชห่วยสูญพันธุ์ article
10 วิธีเริ่มธุรกิจแบบ "ฉลาดๆ" article
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่10(พ.ศ.2550-2554) article
การใช้ Competency ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ อย่างมีประสิทธิภาพ article
จริยธรรมธุรกิจและจรรยาบรรณ article
ข่าวดี!!! เชิญสั่งจองเสื้อสีเหลือง ตราสัญลักษณ์ รุ่นใหม่ มีกระเป๋า article
ตลาดส่งออกไอศกรีมไทย article
โอกาศและอุปสรรค การส่งออกสินค้า OTOP article
การส่งออก อัญมณีและเครื่องประดับของอินเดีย article
อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของกัมพูชา article
ขอเชิญร่วมแข่งขันแรลลี่การกุศล “หอการค้าไทย Family Rally” 49 article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.