ReadyPlanet.com
dot
dot
ส่วนสมาชิกหอการค้า TakCC Member Login
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
สมัครสมาชิกหอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletสิทธิประโยชน์สมาชิก
bulletขั้นตอนการสมัคร
bulletdownload ใบสมัครสมาชิก
dot
เกี่ยวกับ หอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletประวัติหอการค้าจังหวัดตาก
bulletข้อบังคับ หอการค้าจังหวัดตาก
bulletวิสัยทัศน์
bulletโครงสร้าง และพันธกิจ
bulletทำเนียบคณะกรรมการ
bulletสถานที่ติดต่อ
dot
อัลบั้มภาพ
dot
bulletภาพกิจกรรม
bulletผลงานเด่นที่ผ่านมา
dot
รายงานการประชุม
dot
dot
ข้อมูลจังหวัด และ สถิติการค้า
dot
bulletข้อมูลจังหวัดตาก
bulletสถิติการค้าชายแดน จังหวัดตาก
bulletท่าสินค้า และ คลังสินค้า ชายแดน
bulletจุดท่องเที่ยวในจังหวัดตาก
dot
ข่าวสารประเทศเพื่อนบ้าน
dot
bulletพม่า
bulletจีน
bulletเวียดนาม
bulletกัมพูชา
bulletลาว
bulletฐานข้อมูลกลุ่มประเทศ GMS
dot
ลิงค์ที่น่าสนใจ
dot
bulletHOT LINKS
bullet รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง
bulletโครงการป้ายของดีจังหวัดตาก


http://www.dft.go.th/th-th/index


รัฐถังแตกสั่งรื้อภาษีที่ดินใหม่ คนมี 'บ้าน-ที่ดิน'อ่วมจน-รวย !จ่ายเท่ากัน
รัฐถังแตกสั่งรื้อภาษีที่ดินใหม่ คนมี 'บ้าน-ที่ดิน'อ่วมจน-รวย !จ่ายเท่ากัน
โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 31 กรกฎาคม 2551 09:04 น.
       * รัฐเดินหน้าหาช่องเก็บภาษีใหม่ชดเชยโครงการประชานิยมก่อนกระเป๋าฉีก
       * ชี้ภาษีที่ดิน เป้าแรกของการสร้างรายได้ใหม่มหาศาล!
       * จากนี้ไปคนมีบ้านเกิน 100 ตารางวา รวมถึงมีที่ดินทุกประเภทแต่ใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่าต้องจ่ายภาษีหนัก
       * สั่งหน่วยงานรัฐ-ท้องถิ่นสำรวจบ้าน-ที่ดินทั่วประเทศจัดทำเป็นฐานข้อมูลเพื่อตามเก็บภาษีได้ถูกต้องชัดเจน
       * เกษตรกร ประชาชน และบรรดาแลนด์ลอร์ดเสียภาษีในฐานเดียวกัน...
       

       จับตาการรื้อโครงสร้างภาษีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของขุนคลังเสื้อกราวด์ “หมอเลี๊ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าจะประสบความสำเร็จหรือมีความคืบหน้าแค่ไหน เพราะหลังจากมีกระแสข่าวการรื้อโครงสร้างภาษีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใหม่ ประชาชนทุกระดับทั้งคนจนและคนรวยส่วนใหญ่เริ่มไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว เพราะส่วนหนึ่งมีความกังวลในความไม่ชัดเจนจากนโยบายที่ประกาศออกมา อีกทั้งในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ การลงทุนต้องมีความระมัดระวัง และต้องตัดลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป แต่ถ้าโครงสร้างภาษีใหม่มีผลบังคับใช้ จะทำให้เจ้าของที่ดินทุกรายต้องมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของที่ดินแปลงเล็ก หรือแปลงใหญ่ ขนาดตั้ง 100 ตร.วาขึ้นไป จนถึงผู้ที่ถือครองที่ดินเป็นหลายแสนไร่ ทั้งที่ใช้พักอาศัย และหาประโยชน์จากการใช้ที่ดิน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าไม่มีความเป็นธรรม และจะสร้างความเหลื่อมล้ำทางสังคมมากยิ่งขึ้น
       
       ทั้งนี้ การประกาศจะปรับโครงสร้างภาษีอสังหาริมทรัพย์ใหม่ทั้งระบบของรัฐบาลทุกรัฐบาลล้วนสร้างความตกใจและสับสนให้กับประชาชน นักลงทุน เจ้าของที่ดิน เป็นอย่างมากว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร เนื่องเพราะการประกาศทุกครั้งจะสร้างความเดือดร้อนไปทั่วทุกหัวระแหง ตั้งแต่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยไปถึงผู้มีรายได้มาก โดยเฉพาะแลนด์ลอร์ด นักการเมือง จนถึงเกษตรกรที่จะต้องเดือดร้อนมากที่สุด
       
       น.พ.สุรพงษ์ ก็มีแนวคิดรื้อโครงสร้างภาษีใหม่ เพราะต้องการหารายได้เข้ารัฐให้มากที่สุด เพราะรู้กันอยู่แล้วว่า เวลานี้คลังถังแตก ไม่มีเงินเพียงพอต่อการลงทุนและหากปล่อยทิ้งไว้ ในอนาคตอันใกล้เงินคงคลังจะหมดลง ซึ่งจะสร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติ และเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง
       
       การรื้อโครงสร้างภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างครั้งนี้ มีเป้าหมายให้การจัดเก็บรายได้ที่เป็นธรรม ไม่มีช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน เช่นเดียวกับรัฐบาลชุดก่อน ๆ ที่มีนโยบายคล้ายกัน
       
       โดยเฉพาะรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช เข้ามาบริหารประเทศ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เงินเฟ้อ น้ำมันแพง ค่าครองชีพสูง ทำให้รัฐบาลต้องพยายามหาทางแก้ปัญหา โดยเฉพาะปัญหาเงินเฟ้อที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจอย่างมาก ทำให้รัฐบาลต้องหันมาใช้นโยบายการคลังเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเงินเฟ้อ โดยล่าสุด ได้ประกาศ 6 มาตรการ 6 เดือน หวังช่วยลดภาระรายจ่ายของคนจนลง โดยประกาศให้นั่งรถเมล์ฟรี ค่าน้ำ-ค่าไฟฟ้าฟรี ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.เป็นต้นไป รวมถึงลดภาษีน้ำมันทุกประเภทลงตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา
       
       ใช้เมกะโปรเจกต์กระตุ้นเศรษฐกิจ
       
       ขณะเดียวกัน ก็ต้องลงทุนโครงการขนาดใหญ่ หรือเมกะโปรเจกต์ เช่น การลงทุนรถไฟฟ้า 9 สาย เชื่อมต่อกลางเมืองสู่ชานเมือง รถไฟรางคู่ทั่วประเทศ ทางคู่ขนาด การตัดถนนเชื่อมต่อระหว่างเมือง และเชื่อมต่อระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดการลงทุน การจ้างงาน เพื่อกระทบชิ่งให้ภาวะเศรษฐกิจขยายตัว อย่างไรก็ตาม การโหมลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์ ทุกโครงการล้วนต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล เฉพาะโครงการรถไฟฟ้าใช้เงินมากกว่า 700,000 ล้านบาท แต่ในคลังไม่มีเงินมากพอที่จะนำไปลงทุนโครงการได้ น.พ.สุรพงษ์ จึงต้องปัญหาด้วยวิธีการรื้อพ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพราะเชื่อว่าเป็นแหล่งเดียวที่จะหาเงินเข้าคลัง เพื่อชดเชยเงินที่หายไปจากการนำเงินไปใส่ในโครงการประชานิยม
       
       กระทรวงการคลัง โดยน.พ.สุรพงษ์ เห็นชอบแล้วที่จะนำร่าง พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มาบังคับใช้แทนพ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ซึ่งใช้มาตั้งแต่ พ.ศ.2475 เนื่องจากเห็นว่าขณะนี้รายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ลดลงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ตามนโยบายรัฐบาล ที่ประกาศลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองที่ดิน แม้มาตรการดังกล่าวจะมีผลถึงเดือน มี.ค. ปีหน้า แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะยืดระยะเวลาลดภาษีดังกล่าวต่อเนื่องออกไปอีก ดังนั้น จึงต้องหาฐานรายได้ใหม่ให้ท้องถิ่น โดยขณะนี้ได้เสนอเรื่องไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้วเพื่อรอบรรจุเข้าวาระการประชุม ครม. คาดว่าจะพิจารณาได้ภายในเร็วๆ นี้
       
       อย่างไรก็ตามแม้ ครม. จะเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ แต่ก็ต้องรอนำกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฏรก่อนจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี ช่วงเวลาขณะนี้จึงถือเป็นการให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้ปรับตัว เนื่องจากตามกฎหมายใหม่บ้านที่อยู่อาศัยจะต้องเสียภาษีด้วย ต่างจากภาษีโรงเรือนที่ดินเดิมที่ส่วนใหญ่บ้านอยู่อาศัยจะได้รับการลดหย่อนภาษีบำรุงท้องที่ เพราะคิดจากขนาดของพื้นที่ โดยหากไม่เกิน 100 ตร.วาจะได้รับการยกเว้น ซึ่งรวมถึงบ้านพักอาศัยในเขตเทศบาลและกรุงเทพมหานครด้วย ทำให้ส่วนใหญ่จะเสียแค่ค่าเก็บขยะให้กทม.เท่านั้น
       
       ทำเลทองควรเสียภาษีมากกว่า
       
       แนวคิดของร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวจะมีการนำราคาประเมินของกรมธนารักษ์ที่มีการประเมินใหม่ทุก 4 ปี มาใช้ในการคำนวณภาษีด้วย เพื่อให้เป็นไปตามหลักการว่า คนที่มีรายได้สูงควรเสียภาษีมากกว่าคนที่มีรายได้น้อย ส่วนที่ดินแม้จะมีพื้นที่เท่ากัน แต่หากตั้งอยู่บนทำเลทองก็ควรเสียภาษีมากกว่า เพราะสามารถสร้างรายได้ได้มากกว่า
       
       ทั้งนี้ในเบื้องต้นของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวระบุว่า ภาษีที่ต้องเสียอยู่ระหว่าง 0.01-0.50% ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 อัตรา คือ 1.อัตราภาษีสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั่วไป ไม่เกิน 0.5% ของฐานภาษี 2.ที่อยู่อาศัยโดยไม่ประกอบกิจการ เชิงพาณิชย์ไม่เกิน 0.1% ของฐานภาษี และ 3.ที่ประกอบเกษตรกรรมไม่เกิน 0.05% ของฐานภาษี นอกจากนั้น ยังไม่จำกัดที่ขนาดพื้นที่ด้วย แต่จะคิดจากมูลค่าที่ดิน ซึ่งต่อไปจะยึดเอาตามราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ที่จะประกาศทุก 4 ปี
       
       เสียภาษีทุกชนชั้น
       
       ผลพวงหาก พ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ คือ จะทำให้ประชาชนทุกรายที่ถือครองที่ดิน ทั้งที่ดินเปล่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งครอบคลุมตึก อาคาร ตลอดจนที่อยู่อาศัยมีภาระต้องเสียภาษีเป็นประจำทุกปี ซึ่งกลุ่มที่ต้องปรับตัวมาก คือ ผู้ถือครองที่ดินเปล่า และเจ้าของบ้าน ที่จะต้องมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเกษตรกรที่ถือครองที่ดินจำนวนมาก แต่หาประโยชน์จากการลงทุนได้น้อย แต่จะต้องเสียภาษีเช่นเดียวกับกลุ่มคนรวยที่หาประโยชน์จากที่ดินได้มาก
       
       แหล่งข่าวในวงการอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า หากร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ผ่านการพิจารณาจะกระทบคนทุกระดับ แต่ที่เดือดร้อนมากที่สุด น่าจะเป็นคนจน เพราะจะมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น ขณะที่คนรวยที่ถือครองที่ดินจำนวนมาก และไม่ได้หาประโยชน์จากที่ดินจะเสียภาษีมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจ นักการเมือง เจ้าของที่ดิน จะเสียประโยชน์มาก และเชื่อว่าคนกลุ่มนี้จะไม่ยอมให้กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้มาก เพราะกลุ่มนี้มีอิทธิพลมากที่จะช่วยกันค้านไม่ให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณา เนื่องจากหากฎหมายมีผลบังคับใช้จะต้องเสียภาษีจำนวนมากกว่าเดิมที่เสียอยู่ในปัจจุบันจำนวนมาก ที่สำคัญ ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้นักการเมืองและเจ้าของที่ดินหลายรายใช้วิธีหลบเลี่ยงภาษีหรือเสียภาษีน้อยที่สุด ด้วยการปล่อยให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณเดียวกันหาประโยชน์ในพื้นที่ เช่น ให้ปลูกพืชฟรี และช่วยดูแลที่ดินให้ด้วย แต่ถ้ากฎหมายใหม่บังคับใช้ จะจัดเก็บภาษีทุกกรณีทั้งการใช้ประโยชน์ในที่ดินและการปล่อยให้ที่ดินรกร้าง ดังนั้น จึงเชื่อว่า สุดท้ายแล้ว กฎหมายฉบับนี้จะแท้งเช่นเดียวกับรัฐบาลชุดก่อน ๆ ที่พยายามจะรื้อโครงสร้างภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพราะมีผลกระทบต่อผู้มีอิทธิพลต่อการให้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน
       
       ตัวอย่างมีที่ถือครองที่ดินจำนวนมาก เช่น ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกรัฐมนตรี สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และคนใกล้ชิดทักษิณ ประยุทธ์ มหากิจศิริ เจ้าพ่อเนสกาแฟ เฉลียว อยู่วิทยา เจ้าพ่อกระทิงแดง เจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าพ่อน้ำเมา ตระกูลอังกินันทน์ นักการเมือง ตลอดจนนักธุรกิจชั้นนำอีกหลายราย
       
       “ชวน”เชื่อภาระตกกับผู้มีที่ดินมาก
       
       ในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย มีการหยิบยกโครงสร้างภาษีใหม่มาใช้ โดยชวนให้เหตุผลว่า “มาตรการภาษีใหม่ที่จะออกมา ประชาชนที่มีที่ดินเพื่ออยู่อาศัยจะถูกเก็บในจำนวนน้อย ภาระจะเกิดกับผู้ที่มีที่ดินมาก นอกจากนั้น จะเป็นการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น เพื่อนำรายได้มาพัฒนาตัวเอง ซึ่งไม่มีการยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นที่ดินเล็กน้อยเพียง 50 ตร.วา ซึ่งเดิมไม่เคยเสีย โดยจะเริ่มเสียภาษีในวันที่ 1 ม.ค.2542 หากพระราชบัญญัติผ่านการอนุมัติจากสภา”
       
       การรื้อโครงสร้างภาษีใหม่ในสมัยนั้น ไม่มีความคืบหน้าและสุดท้ายต้องตกไป เพราะจะกระทบกับตัวเอง นักการเมืองและหัวคะแนน ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลถือครองที่ดินจำนวนมาก อีกทั้งยังถูกคัดค้านจากนักวิชาการ จึงทำให้การรื้อโครงสร้างภาษีต้องแท้งไปในที่สุด
       
       กระตุ้นใช้ประโยชน์ที่ดิน
       
       ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ก็มีแนวคิดรื้อโครงสร้างภาษีเช่นเดียวกัน โดยเมื่อวันที่ 23 ก.พ.2548 กระทรวงการคลังเตรียมนำ“ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง”ซึ่งเป็นโครงสร้างภาษีใหม่มาใช้แทนโครงสร้างเดิม และเป็นการสานต่อแนวทางที่รัฐบาลมีนโยบายปรับปรุงการจัดเก็บภาษีที่ดินใหม่เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ มีระบบภาษีทรัพย์สินที่แข็งแรงและเป็นธรรมต่อผู้เสียภาษี ซึ่งนำไปสู่ฐานภาษีที่กว้างขึ้น รวมทั้งยังกระตุ้นให้เกิดการใช้ที่ดินให้ได้ประโยชน์
       
       ทั้งนี้ การจัดเก็บภาษีจะมอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดเก็บทำให้มีรายได้เพิ่มมาก แม้ว่าจะไม่ได้ช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่รัฐบาลโดยตรง แต่เป็นการลดภาระเงินอุดหนุนของรัฐบาลที่จะต้องลงไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ซึ่งการจัดเก็บภาษีดังกล่าว จะทำให้ท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว หรือมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาทต่อปี
       
       ความพยายามในหารผลักดันการปรับโครงสร้างภาษีของรัฐบาลทักษิณ ยืดเยื้อมาจนถึงรัฐบาลทักษิณ 2 แต่ก็ยังทำไม่สำเร็จ เพราะในปี 2549 รัฐบาลทักษิณ ถูกยึดอำนาจโดยทหาร
       
       จนมาถึงรัฐบาลพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็มีความพยายามรื้อโครงสร้างภาษีที่ดินอีกครั้งเช่นเดียวกับรัฐบาลชุดก่อนๆ โดยแผนการนำเสนอร่างการ พ.ร.บ.การปรับโครงสร้างภาษีต่อ มีการหยิบยกขึ้นมาหารือกันในระดับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยสศค.ได้หารือกับหารือร่วมกับ ปลัดกระทรวงการคลังในยุคนั้น และได้หารือถึงการปรับโครงสร้างภาษีในอีก 10 ข้างหน้า (2552 – 2562) โดยจะมีทั้งปรับอัตราเพิ่มขึ้น ลดลง และเลิกจัดเก็บ อาทิ ภาษีรายได้บุคคลธรรมดา ภาษีนิติบุคคลธรรมดา ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีสรรพสามิต และภาษีศุลกากร รวมถึงภาษีใหม่อีก 3 ประเภท คือ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีมรดก และภาษีสิ่งแวดล้อม
       
       สศค.ชี้ไม่รื้อภาษี 10 ปีอาการหนัก
       
       ทั้งนี้ เนื่องจาก สศค.ได้ประเมินแล้วว่าหากไม่มีการปรับโครงสร้างภาษีภายใน10 ปี ข้างหน้า จะทำให้เกิดอุปสรรค 4 ประการ คือ 1.รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย 2.โครงสร้างภาษีมีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการจัดเก็บรายได้ 3.รายได้ของกรมศุลกากรลดลง จากการเปิดการค้าเสรี และ 4.ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง โดยสศค.ได้ประมาณการแล้วว่ารายได้ใน 10 ปีข้างหน้า จะไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ดังนั้น จึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างภาษี โดยจะปรับภาษีเพิ่มขึ้นในส่วนสินค้าที่ไม่จำเป็น และปรับภาษีลดลงในส่วนที่ต้องการขยายฐานภาษี ซึ่งการปรับโครงสร้างภาษีที่ สศค.ศึกษา จะครอบคลุมถึงโครงสร้างภาษีของทุกกรมจัดเก็บภาษี โดย สศค. ได้กำหนดระยะเวลาในการปรับโครงสร้างออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะสั้น กลาง และยาว เริ่มตั้งแต่ปี 2552, 2554 และ 2562
       
       อย่างไรก็ตาม หลังจากที่สศค.ออกมาประกาศการปรับโครงสร้างภาษีต่อรัฐบาลได้ไม่นานกระทรวงการคลังโดยฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัขณะนั้น ได้ออกมาเบรกว่าร่างพ.ร.บดังกล่าวจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะเป็นเรื่องใหญ่และเป็นการเปลี่ยนแปลงกติกาทางสังคม ทั้งนี้ ฉลองภพคิดว่า ควรจะให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องนี้แทนจะดีกว่า เป็นอันว่าแผนการปรับโครงสร้างภาษีในยุครัฐบาลขิ่งแกเป็นอันต้องล้มลงในที่สุดเช่นเดียวกับรัฐบาลชวน และรัฐบาลทักษิณ
       
       ทั้งนี้ การผลักดันแผนปรับโครงการภาษีของรัฐบาลมีความพยายามมาหลายรัฐบาลแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะมีหลายฝ่ายไม่เห็นด้วย เพราะต่างมองว่าจะมีผลเสียมากว่าผลดี
       
       แนะทบทวนภาษีอสังหาฯ ทั้งระบบ
       
       อิสระ บุญยัง อุปนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า นอกจากนี้อยากให้รัฐบาลช่วยทบทวนของระบบภาษีอสังหาริมทรัพย์ใหม่ทั้งระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษีและค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายตอนโอน ซึ่งอัตราที่กำหนดไว้เดิมค่อนข้างสูง ได้แก่ ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3% ค่าธรรมเนียมการโอน 2% และค่าธรรมเนียมการจดจำนอง 1% เนื่องจากโครงสร้างภาษีใหม่ทำให้ประชาชนมีภาระต้องเสียภาษีทุกปีอยู่แล้ว จึงอยากให้ทบทวนให้ลดภาระที่จะต้องจ่ายตอนโอนบ้านได้หรือไม่ เพราะเป็นภาระต่อประชาชนมากขึ้น
       
       แหล่งข่าวจากระทรวงการคลัง กล่าวว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวไม่น่าจะผ่านการพิจารณา เพราะการเมืองขาดเสถียรภาพ และคาดว่ารัฐบาลชุดนี้จะอยู่บริหารบ้านเมืองอีกไม่นาน ที่สำคัญร่างการจัดเก็บภาษีฉบับใหม่ จะกระทบตัวเองและพวกพ้องจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มคนเหล่านั้นเป็นผู้มีอิทธิพลต่อการผ่านร่างพ.ร.บ.มาก ดังนั้น จึงเชื่อว่า สุดท้ายแล้ว กฎหมายนี้จะตกไป และไม่ผ่านการพิจารณาเช่นเดียวกับรัฐบาลชุดที่ผ่านมา แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามผลักดันให้เกิดก็ตาม
       
       *************
       
       รื้อภาษีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
       เครื่องมือรัฐรีดเงินนักพัฒนา

       
       ย้อนรอยรัฐบาลรื้อโครงสร้างภาษีอสังหาริมทรัพย์ ชี้ทุกรัฐบาลจ้องรีดเงินเจ้าของที่ดิน นักพัฒนา นักเก็งกำไร หวังนำเงินไปลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์โครงการประชานิยม แต่ทุกครั้งทำไม่สำเร็จ เหตุสร้างความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า หวั่นประชาชนรุมค้านเสียคะแนนนินม
       
       จะเห็นได้ว่าในช่วงที่ประเทศอยู่ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ เงินคงคลังร่อยหรอ รัฐบาลทุกชุด ล้วนนำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาเป็นเครื่องมือในการหาเงินเข้าคลังทุกครั้ง แต่สุดท้ายยังไม่มีรัฐบาลไหนทำสำเร็จสักที เพราะการรื้อโครงสร้างภาษีที่ดินเกี่ยวข้องกับคนหมู่มาก และเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมค่อนข้างมาก ทำให้ประชาชนทุกระดับไม่ยอมรับ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่เสียประโยชน์จากกการรื้อโครงสร้างภาษี
       
       บ้าน 50 ตร.วาต้องเสียภาษี
       
       เริ่มตั้งแต่รัฐบาล ชวน หลีกภัย ในปี 2541 มีแนวคิดจัดเก็บภาษีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใหม่ จึงจัดทำร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยชวนให้เหตุผลว่า “มาตรการที่ออกมา ประชาชนที่มีที่ดินเพื่ออยู่อาศัยจะถูกเก็บในจำนวนน้อย ภาระจะเกิดกับผู้ที่มีที่ดินมาก นอกจากนั้น จะเป็นการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น เพื่อนำรายได้มาพัฒนาตัวเอง ซึ่งไม่มีการยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นที่ดินเล็กน้อยเพียง 50 ตร.วา ซึ่งจากเดิมไม่เคยเสียภาษีก็ต้องเสียภาษี โดยจะเริ่มเสียภาษีในวันที่ 1 ม.ค.2542 หากพระราชบัญญัติผ่านการอนุมัติจากสภา”
       
       ในช่วงนั้นรัฐบาลมีความพยายามผลักดันให้มีการร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่หลายฝ่ายได้ออกมาคัดค้านการออกพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว โดยเฉพาะนักวิชาการที่ดาหน้าออกโรงค้านกฎหมายภาษีที่ดินฉบับใหม่ เพราะไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว โดยบอกว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว แม้จะเป็นการปรับโครงสร้างภาษี แต่ก็ยังไม่มีความเป็นธรรม เพราะเท่าที่ดูช่วงความต่างระหว่างอัตราจัดเก็บสูงสุดและต่ำสุดไม่แตกต่างกันมากนัก ผู้ที่รายได้สูงก็ไม่เดือดร้อน ขณะที่ผู้มีรายได้น้อยก็ยังคงต้องรับภาระเช่นเดิม
       
       นอกจากนี้ ยังทำให้ “คนจนเมืองเสียเปรียบ” เพราะต้องจ่ายภาษีอัตราก้าวหน้า ขณะที่เป็นเจ้าของที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของที่อยู่อาศัยเท่านั้น และที่กำหนดการจัดเก็บตามความเจริญของพื้นที่นั้น ยังไม่ถือว่าครอบคลุมที่จะนำไปสู่ความชอบธรรม เพราะรัฐบาลไม่กำหนดขนาดและมูลค่าที่ดิน เช่น หากใครถือครองที่ดินขนาดใหญ่ ก็เสียภาษีอัตราก้าวหน้ามากขึ้น หรือแม้บางคนจะมีที่ดินขนาดเล็กแต่อยู่ใจกลางเมือง ซึ่งมีมูลค่าสูงก็ควรเก็บอัตราก้าวหน้ามากขึ้น
       
       นอกจากนี้ ยังมีความเห็นจากอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในสมัยนั้นด้วยว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว รัฐไม่ควรมุ่งแต่เก็บรายได้เข้าคลังเป็นเป้าหมายหลัก และไม่มีการพูดถึงประโยชน์ที่จะตกกับผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะคนว่างงาน ดังนั้น รัฐต้องหามาตรการรองรับหลังจากการปรับปรุงโครงสร้างภาษีที่ดินว่าจะมีการสนับสนุนให้เกิดการจ้างงานอย่างไร
       
       สุดท้ายแล้วรัฐบาลก็ไม่กล้าผ่านร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เพราะถูกรุมค้าน รวมทั้งจะกระทบกับตัวเอง ทั้งนักการเมืองและหัวคะแนนซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลและถือครองที่ดินจำนวนมาก
       
       “ทักษิณ”เน้นประชานิยม
       
       ต่อมาในปี2546 รัฐบาล “ทักษิณ ชินวัตร” ประกาศนโยบายประชานิยม โดยกระทรวงการคลังในสมัยนั้นเตรียมที่จะพิจารณาโครงสร้างภาษีบ้านและที่ดินใหม่ทั้งระบบ เพื่อให้อยู่ในอัตราที่เหมาะสมและเอื้อต่อคนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง เนื่องจากมีภาษีหลายตัวที่เข้ามาเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นภาษีธุรกิจเฉพาะ, ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา, ค่าธรรมเนียมในการจดจำนอง, ค่าธรรมเนียมการโอน รวมไปถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นต้น ซึ่งการปรับโครงสร้างภาษีดังกล่าวกระทรวงการคลังบอกว่าเป็นแผนในระยะยาว
       
       โดยเมื่อวันที่ 23 ก.พ.2548 กระทรวงการคลังเตรียมนำ “ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง”ซึ่งเป็นโครงสร้างภาษีใหม่มาใช้แทนโครงสร้างเดิม และเป็นการสานต่อแนวทางที่รัฐบาลมีนโยบายปรับปรุงการจัดเก็บภาษีที่ดินใหม่เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ มีระบบภาษีทรัพย์สินที่แข็งแรงและเป็นธรรมต่อผู้เสียภาษี ซึ่งนำไปสู่ฐานภาษีที่กว้างขึ้น รวมทั้งยังกระตุ้นให้เกิดการใช้ที่ดินให้ได้ประโยชน์ แต่สุดท้ายการรื้อโครงสร้างภาษีก็ไม่สำเร็จ เพราะหลายฝ่ายรุมค้าน โดยเฉพาะผู้เสียประโยชน์ ซึ่งก็คือนักการเมือง และผู้ให้การสนับสนุนพรรคการเมืองเป็นผู้ที่ถือครองที่ดินจำนวนมาก
       
       ความพยายามผลักดันการปรับโครงสร้างภาษีของรัฐบาลทักษิณ ยืดเยื้อมาจนถึงรัฐบาลทักษิณ 2 แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะถูกยึดอำนาจโดยทหารก่อน
       
       ครั้นมาถึงรัฐบาลทหารที่บริหารประเทศโดยพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นั่งบริหารประเทศ สุรยุทธ์มีแนวคิดรื้อโครงสร้างภาษีที่ดินเช่นเดียวกับรัฐบาลชุดที่ผ่านมา แต่ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ เห็นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง การรื้อโครงสร้างภาษีจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะเป็นเรื่องใหญ่และเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ควรให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้ตัดสินใจ ทำให้แผนการปรับโครงสร้างภาษีในยุครัฐบาลขิงแก่ต้องล้มลงในที่สุด
       
       ทั้งนี้ การผลักดันแผนปรับโครงการภาษีของรัฐบาลมีความพยายามมาหลายรัฐบาลแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะมีหลายฝ่ายไม่เห็นด้วย เพราะต่างมองว่าจะมีผลเสียมากว่าผลดี แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่มีสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ประกาศจะปรับโครงสร้างภาษีใหม่ทั้งระบบ โดยหน่วยงานที่ออกมาประกาศคือกระทรวงการคลัง โดยหมอเลื้ยบ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเห็นชอบโครงสร้างจัดเก็บภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้างใหม่ แทนภาษีโรงเรือนที่ล้าสมัย โดยต้องยึดหลักคนมีรายได้มากก็ควรเสียภาษีสูงกว่าคนมีรายได้น้อย เตรียมชงเข้า ครม.อนุมัติเร็วๆ นี้ หวังเพิ่มรายได้ให้ท้องถิ่นชดเชยรายได้ที่หายไปจากมาตรการภาษีกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดใช้เวลา 2 ปี ให้เจ้าของที่ดินปรับตัวแก้ไขการเก็งกำไรที่ดิน และใช้ที่ดินไม่เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะที่อัตราจัดเก็บอ้างอิงราคาตามประกาศของกรมธนารักษ์
       
       แต่สุดท้ายหลายฝ่ายโดยเฉพาะข้าราชการกระทรวงการคลังที่เป็นเจ้าของเรื่องดังกล่าวกลับเชื่อว่า สุดท้ายแล้วกฎหมายฉบับนี้ก็จะแท้งลงเหมือนกับรัฐบาลชุดก่อน เพราะการแก้กฎหมายฉบับนี้สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนทุกชนชั้น โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นบนที่จะต้องเสียประโยชน์มาก จะไม่ยอมให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านง่าย ๆ เช่นเดียวกับการรื้อกฎหมายทุกครั้งที่แท้งตั้งแต่เริ่มต้น
       
       **************
       
       จัดสรรมึนโครงสร้างภาษีใหม่
       ชะลอแผนตุนที่ดินทำบ้านจัดสรร

       
       ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มึนแผนจัดเก็บภาษีที่ดินใหม่ สร้างความปั่นป่วนวงการอสังหาริมทรัพย์ เผยคนจนเดือดร้อนที่สุด ขณะที่คนรวยเก่งหาช่องว่างทางกฎหมายหลบภาษี เชื่อสุดท้ายแล้วภาษีใหม่แท้ง เหตุนักธุรกิจการเมืองไม่ยอมให้ภาษีผ่าน หวั่นตัวเอง-พวกพ้องเสียประโยชน์
       
       หากแผนผ่าโครงสร้างภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผลสำเร็จ จะเท่ากับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ทันที เพราะที่ผ่านมารัฐบาลเกือบทุกยุคทุกสมัยต่างก็มีความพยายามที่จะเข้ามาหารายได้เข้าคลัง แต่ทุกรัฐบาลล้วนตกม้าตายตั้งแต่เพิ่งเริ่มต้น
       
       เนื่องเพราะการจัดเก็บภาษีที่ดินใหม่จะกระทบต่อตัวเองพวกพ้อง นักการเมืองตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงนักการเมืองระดับชาติ ซึ่งคนกลุ่มนี้ล้วนมีอิทธิพลมาก จนทำให้กฎหมายดังกล่าวไม่เคยผ่านการพิจารณาเลยสักครั้งเดียว
       
       คนจนรับผลกระทบเต็มๆ
       
       อย่างไรก็ตามหากกฎหมายฉบับนี้ผ่านจะส่งผลกระทบกับคนจนระดับรากหญ้ามากที่สุด เพราะคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะถือครองที่ดินกันหลายไร่ ซึ่งเป็นที่ดินมรดกบ้าง ซื้อสะสมเพื่อทำเกษตรบ้าง แต่เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าทุกวันนี้เกษตรกรมีรายได้น้อยมาก บางครั้งการลงทุนได้ผลผลิตไม่คุ้มกับการลงทุน รวมถึงผลผลิตมีราคาตกต่ำ จึงทำให้ประชาชนกลุ่มนี้เดือดร้อนที่สุด
       
       ขณะที่คนรวย แลนด์ลอร์ดซึ่งถึงแม้ว่าจะต้องเสียประโยชน์จากการเสียภาษีตามสัดส่วนของการถือครองที่ดิน แต่คนกลุ่มนี้จะไม่ยอมเสียประโยชน์ง่าย ๆ โดยจะอาศัยช่องว่างทางกฎหมายหลบเลี่ยงภาษีเช่นเดียวกันปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมทุกวันนี้ เพราะหากพิจารณาอย่างละเอียดจะพบว่า เจ้าของที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่จริง จะใช้วิธีการปลูกพืชผักสวนครัว หรือปลูกข้าว เพื่อหลบเลี่ยงการเสียภาษี
       
       แต่ทั้งนี้ในร่างกฎหมายใหม่นี้ น.พ.สุรพงษ์ บอกว่า การใช้ประโยชน์ในที่ดินในลักษณะนี้จะต้องเสียภาษีทั้งหมด เพราะการลงทุนเพาะปลูกในลักษณะนั้นมีเจตนาหลบเลี่ยงภาษี ซึ่งจากนี้เป็นต้นไปเจ้าของที่ดินที่ทำการในลักษณะดังกล่าวจะต้องเสียภาษี อย่างไรก็ตามในร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวมีช่องว่างทางกฎหมายว่า ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท้องถิ่นเป็นผู้พิจารณาว่าเจ้าของที่ดินมีเจตนาหลบเลี่ยงภาษีหรือไม่ ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นช่องว่างให้เจ้าของที่ดินเลี่ยงภาษีได้
       
       แหล่งข่าวในวงการอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า หากโครงสร้างภาษีใหม่มีผลบังคับใช้ เชื่อว่าการเก็งกำไรจะลดลง เพราะไม่มีใครเสี่ยงที่จะถือครองที่ดินไว้นานๆ เพื่อเก็งกำไร เพราะนอกจากจะต้องเสียดอกเบี้ยจ่ายแล้ว ยังต้องเสียภาษีอีกด้วย ซึ่งอาจจะไม่คุ้มค่ากับการเก็งกำไร ในส่วนนี้จะส่งผลดีทำให้ราคาที่ดินไม่ถูกปั่นขึ้นไปจนเกิดความเป็นจริง
       
       จัดสรร “งง” โครงสร้างภาษี
       
       จากการสอบถามของ “ผู้จัดการรายสัปดาห์” ไปยังดีเวลอปเปอร์ส่วนใหญ่พบว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดของ พ.ร.บ.มากนัก ซึ่งกฎเกณฑ์อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงและกำหนดรายละเอียดได้อีกในภายหลัง แต่ส่วนใหญ่เคยรับทราบมาก่อนแล้วว่า เมื่อหลายปีก่อนรัฐบาลชุดเก่าๆ เคยหยิบยกมาพูดว่าจะนำแนวคิดดังกล่าวมาใช้ในเมืองไทย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และเป็นหลักสากลที่ใช้กันในต่างประเทศ แต่ไม่เคยผลักดันได้สำเร็จ เนื่องจากทำให้แลนด์ลอร์ดที่ถือครองที่ดินจำนวนมาก ซึ่งบางส่วนเป็นนักการเมืองและพรรคพวกได้รับผลกระทบมากกว่าคนกลุ่มอื่น
       
       แบงก์โดนภาษีอ่วม
       

       อธิป พีชานนท์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า พ.ร.บ.นี้คงจะกระทบดีเวลลอปเปอร์ไม่มากนัก เพราะขณะนี้ดีเวลลอปเปอร์โดยส่วนใหญ่ปรับตัว มีนโยบายไม่ซื้อแลนด์แบงก์เก็บไว้จำนวนมากอยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องแบกรับภาระภาษีมากนัก แต่ในเบื้องต้นกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงน่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ถือ NPA ไว้ในมือจำนวนมาก ประชาชนทั่วไปที่มีบ้านพักอาศัย เกษตรกรที่เป็นเจ้าของที่ดินทำกินของตนเอง ในขณะที่ผู้มีที่ดินให้เช่าถือว่าได้ประโยชน์ เพราะมีภาระที่เสียภาษีน้อยลง เหลือเพียง 0.5% จากเดิมที่ต้องเสียเป็นภาษีโรงเรือนในอัตรา 12.5% ของรายได้ค่าเช่าต่อปี ส่วนดีเวลลอปเปอร์ก็มีภาระจะต้องเสียภาษีในช่วงที่ยังไม่ได้นำที่ดินมาพัฒนา
       
       ยุบภาษีโรงเรือนลดภาระ
       
       ด้านอิสระ บุญยัง อุปนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า โครงสร้างภาษีที่ดินใหม่ที่รัฐบาลจะนำออกมาใช้จะเป็นประโยชน์กับเจ้าของที่ดินที่ปัจจุบันต้องเสียภาษีโรงเรือนในอัตรา 12.5% ของรายได้ค่าเช่าต่อปี ซึ่งหากปรับมาใช้อัตราของโครงสร้างภาษีใหม่จะทำให้ภาระของเอกชนลดลงมาก เพราะเสียเพียงแค่ 0.5% เช่น บ้านเช่า ห้างสรรพสินค้าที่มีพื้นที่ปล่อยเช่า แต่โดยรวมโครงสร้างภาษีที่ดินใหม่จะมีผลกระทบกับคนทั้งระบบ ทำให้แต่ละปีมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งคนที่มีอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างรายได้จากการปล่อยเช่า รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยของตนเองที่จะต้องเสียภาษีทุกปี แต่ก็ผลดีต่อภาครัฐก็มี คือ รัฐสามารถคำนวณได้ชัดเจนว่าแต่ละปีจะมีรายได้เท่าไหร่
       
       อัตราจัดเก็บไม่สูงเกินไป
       
       “อัตราระหว่าง 0.05-0.1% ที่รัฐจัดเก็บไม่ใช่อัตราที่สูงจนเกินไป แต่มองว่าอัตราที่เก็บกับที่ดินเปล่าถือว่ายังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ควรจะมากกว่านี้ เพื่อป้องกันการซื้อเก็งกำไร แต่เชื่อว่าการเก็บตามโครงสร้างใหม่จะกระทบกับคนจนอย่างแน่นอน ซึ่งเรามองว่ารัฐควรจะเก็บในอัตราที่ต่ำมาก หรือไม่ควรเก็บเลย เพื่อเป็นการช่วยเหลือคนยากจน และควรจะค่อยๆ เก็บทีละน้อย เพื่อให้ประชาชนได้ปรับตัว” อิสระกล่าว
       
       สอดคล้องกับความคิดเห็นของมานพ พงศทัต อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิภาควิชาเคหการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เห็นว่า “ตามหลักการคนที่อยู่บนที่ดินราคาแพงไม่ว่าจะเป็นใครไม่ควรได้รับการยกเว้น แม้แต่ในสลัมก็ควรต้องเสียภาษี จะสลึงหนึ่งหรือสตางค์เดียวก็ต้องเสีย แต่ควรเป็นอัตราที่ต่ำ”
       
       เมธา จันทร์แจ่มจรัส ประธานอำนวยการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า หลักการของโครงสร้างภาษีใหม่นี้คล้ายๆ กับภาษีมรดก โดยจะเกิดขึ้นกับคนที่มีฐานะดี ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ยุติธรรมกับทุกฝ่าย เพราะคนที่มีที่ดินมากก็ควรจะเสียภาษีมาก เป็นการเกลี่ยให้ทุกคนมีภาระต้องรับผิดชอบเหมือนๆ กัน แตกต่างจากในอดีตที่ภาระภาษีไปหนักอยู่ที่บุคคลเพียงบางกลุ่ม
       
       อิสระกล่าวว่า โดยทั่วไปดีเวลลอปเปอร์ที่ถือครองแลนด์แบงก์จะมีภาระต้องจ่ายดอกเบี้ยอยู่แล้ว หากโครงสร้างภาษีที่ดินใหม่บังคับใช้ดีเวลลอปเปอร์ก็จะมีภาระการเงินที่จะต้องรับผิดชอบมากขึ้น ดังนั้นหากจะลงทุนซื้อที่ดินแปลงใดมาทิ้งไว้ก็จะต้องมีการคำนวณระยะเวลาการถือครองอย่างเหมาะสม แต่โดยกลไกของโครงสร้างภาษีใหม่จะบังคับให้เจ้าของที่ดินที่เคยทิ้งที่ดินไว้เฉยๆ นำที่ดินออกมาพัฒนา ใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียภาษีในอัตราที่สูง ซึ่งการนำที่ดินมาพัฒนาจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ
       
       รื้อโครงสร้างภาษีไม่ง่าย
       
       อธิปวิเคราะห์ว่า การผลักดันเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องง่าย เพราะกลุ่มนักการเมืองก็ถือที่ดินไว้จำนวนมาก ซึ่งจะเป็นฝ่ายที่สูญเสียผลประโยชน์ แต่เชื่อว่านโยบายนี้เกิดขึ้นมาจากเจตนารมณ์ที่ดี อยากให้ทุกฝ่ายกระตือรือร้นที่จะสร้างมูลค่าให้สินทรัพย์ของตนเอง เพราะไม่อยากให้มีการเก็งกำไรที่ดินมากกว่า และอยากให้มีการนำที่ดินออกมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจมากกว่าเก็บไว้เฉยๆ นอกจากนี้การนำที่ดินออกมาพัฒนายังเป็นกลไกที่จะทำให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ เกิดการเติบโตของ GDP ในระยะยาวมากกว่า
       
       คาดแลนด์ลอร์ดตื่นแห่เทขาย
       
       อธิปกล่าวว่า “ในระยะสั้นที่เริ่มใช้โครงสร้างภาษีที่ดินใหม่ อาจจะเกิดภาวะแปรปรวนในตลาดที่ดิน เพราะเจ้าของที่ดินจะเร่งระบายที่ดินที่เก็บไว้เฉยๆ ออกมา ซึ่งการเสนอขายที่ดินมากๆ หลายๆ ราย จะทำให้ราคาที่ดินลดลง เพราะคนเสนอขายมากกว่าคนอยากซื้อ และคนที่จะซื้อจะเหลือเพียงคนที่ต้องการใช้ประโยชน์จากที่ดินจริงๆ เท่านั้น”
       
       แนะรัฐกำหนดเกณฑ์ให้ชัด
       

       “สำหรับในแง่เอกชนอยากเสนอภาครัฐว่า ควรจะมีการกำหนดเกณฑ์ในการจัดเก็บภาษีให้ชัดเจน เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ให้เกิดความยุติธรรม เพราะเป็นการจัดเก็บเองของท้องถิ่น เช่น ฐานภาษีอยู่ที่เท่าไหร่ ใช้อะไรเป็นเกณฑ์ ประเภทของการใช้ประโยชน์ที่ดินว่าเป็นเกษตรกรรมหรือพาณิชยกรรมจะดูอย่างไร มีเกณฑ์ตัดสินอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดความไม่เป็นธรรม หากปล่อยให้ท้องถิ่นใช้ดุลยพินิจของตนเองในการพิจารณา” อิสระกล่าว
       
       อธิปแนะว่า ควรจะมีการกำหนดเกณฑ์ที่จะใช้ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเกิดการประเมินแบบช่วยเหลือกัน เพื่อให้เสียภาษีในอัตราต่ำ โดยเบื้องต้นทางสมาคมฯ เคยเสนอไว้ว่า บ้านพื้นที่ต่ำกว่า 100 ตร.วาควรได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งก่อนกฎหมายจะบังคับใช้ ทางสมาคมฯ จะยื่นเรื่องเสนอรัฐบาลให้พิจารณาเกณฑ์นี้อีกครั้ง อย่างน้อยก็เป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในต่างจังหวัดที่มักถือครองที่ดินจำนวนมาก อาจจะต้องมีภาระเพิ่มขึ้น ในขณะที่ดีเวลลอปเปอร์หากมีกฎหมายนี้บังคับใช้ถือว่ายังไม่น่าห่วง เพราะโดยทั่วไปดีเวลลอปเปอร์จะถือที่ดินไว้ไม่นาน ซื้อมาแล้วจะพัฒนาทันที ทำให้ต้นทุนที่แบกรับระหว่างพัฒนาไม่สูงมากนัก
       
       ในขณะที่มานพแนะนำหลักการวิเคราะห์การใช้ประโยชน์ที่ดินในแปลงนั้นๆ เพื่อกำหนดอัตราที่จะต้องเสียภาษีที่เป็นธรรมว่า ควรใช้ “ผังเมือง” เป็นหลัก โดยที่ดินที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเข้มข้น สามารถพัฒนาในเชิงพาณิชย์ได้มูลค่าสูง ก็ควรจะต้องเก็บภาษีในอัตราที่สูง
       
       มานพแสดงความเห็นว่า โดยหลักการถือเป็นเรื่องที่ดีและถูกต้องที่รัฐบาลจะนำโครงสร้างภาษีมาใช้ เพราะเป็นระบบที่เป็นธรรมเหมือนที่ใช้กันในต่างประเทศ โดยเป็นการจัดเก็บจากรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดิน ราคาที่ดิน ไม่ใช่การเก็บจากรายได้ที่ได้รับ จากเดิมที่เก็บในรูปแบบภาษีโรงเรือน ซึ่งบางครั้งการจัดเก็บในส่วนของที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่เกิน 100 ตร.วา เกิดความไม่เป็นธรรม เพราะคนต่างจังหวัดที่ทำเกษตรกรรมในแปลงที่ดินเดียวกับที่ตนพักอาศัยกลับเสียภาษีสูงกว่าคนในเมืองที่มีรายได้สูง เพราะถือครองที่ดินมากกว่า
       
       “วิธีนี้ควรจะใช้ในช่วงเศรษฐกิจขาขึ้นจึงจะเหมาะสม เพราะเป็นช่วงประชาชนมีรายได้เพียงพอ เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อน แต่ในตอนนี้คงไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า อีก 2 ปีข้างหน้าที่กฎหมายจะบังคับใช้ภาวะเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ดังนั้นเมื่อครบ 2 ปีที่รัฐบาลจะใช้กฎหมายนี้จริง ควรจะมาทบทวนกันอีกครั้งว่า ขณะนั้นเศรษฐกิจเป็นอย่างไร สมควรจะเอาเรื่องนี้ออกมาใช้หรือไม่” มานพกล่าว




บทความ/สาระ

คนตาก พร้อมบิน เร่งรัดให้ขยายสนามบิน ฟื้นการใช้สนามบินรับโบอิ้ง บูมท่องเที่ยว ขนส่งสินค้า รับ AEC
รัฐไทย-เมียนมา หารือเพิ่มจุดผ่านแดนถาวร กระตุ้นการค้าสองชาติขยายตัว
แม่สอด เขตเศรษฐกิจพิเศษหมื่นล้าน
"แม่สอด" เกต์เวย์ถนนระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก
พม่า โอกาสการค้า-การลงทุนที่ SMEs ไทยไม่ควรมองข้าม
เปิดฟ้ามะละแหม่ง แม่สอดสานท่องเที่ยว
ประธานหอการค้าตาก เผยเขตเศรษฐกิจชายแดนแม่สอด เนื้อหอม นักธุรกิจ"ไทย-จีน-ญี่ปุ่น" สนใจลงทุนชายแดน และฝั่งพม่า
พฤติกรรมผู้บริโภคในอาเซียน”...ตัวแปรสำคัญที่ SMEs ไทยควรรู้ก่อนก้าวสู่ AEC
พลังงานน้ำมัน...ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
พริกกะเหรี่ยง : การพัฒนาพันธุ์พื้นเมืองสู่พันธุ์การค้า
เดินทางเสริมสร้างมงคลกับ 9 วัดอารามหลวง
ไฮไลท์“ลอยกระทง” เสน่ห์สีสันแห่งสายน้ำ
เหลียวหลังแลหน้าเลือกตั้งพม่า7พ.ย.
อสังหาฯป่วน 'แบงก์'ระงับปล่อยกู้ แนะกลยุทธ์ไม่ให้ถูกยึดบ้าน ผ่อนไม่ได้มีทางออก!
เอกชนจี้สลายขั้วรัฐบาลเก่า _ทุกภาคส่วนเริ่มมีหวัง ลุ้นได้นายกฯใหม่คนดีมีฝีมือ
เชื่อมทาง 3 แม่ สู่แดน 3 หมอก
เพิ่มงบฯขาดดุลแสนล้าน ไม่ใช่หลักประกันความเสี่ยงเศรษฐกิจ 52
'สมชาย' +เซ่นตุลาเดือด + บิ๊กธุรกิจบีบยุบสภา หวั่นความรุนแรงลุกลามทุบท่องเที่ยว ตลาดทุนป่นปี้
เชียร์กองทัพ “ปฏิวัติ” ก่อนชาติพัง! 2 ขั้วเมิน “คนกลาง” –ชี้ ‘คนชั้นสูง’ เสริมจุดแข็งพันธมิตร
วิกฤตสหรัฐกระทบไทย ชำแหละกองทุนรวม ผู้ถือหุ้นเจ๊งระนาว!
ทุนเชียงรายเพรียกหา“ศูนย์กระจายสินค้า” รับระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้เชื่อมจีน
หอฯเหนือถกแผนรับมือคุนหมิง-กรุงเทพฯหวั่นไทยเป็นทางผ่าน
เลห์แมนล้มฉุดทุนไทย + ต่างชาติเทขาย 2 แสนล้าน/ธนาคารแห่งประเทศไทยผวาเงินไหลออก/เอไอเอสำรองฉุกเฉินเพียบ
เกษตร4แสนไร่สังเวยอุทกภัย ประกันเมินพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก
เปิดบัญชีกลุ่มธุรกิจหลังสิ้นยุค ‘ทักษิณ’เรืองอำนาจ ธุรกิจอิงการเมืองฟุบ บิ๊กอสังหาฯ กระอัก
'รัฐบาลทำอะไรผิด' ทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงตรงไหน?
ทองทุบสถิติ 30 ปี ถือ 7วันกำไร 600 บาท เซียนเตือนอย่า'บุ่มบ่าม'
“พลังงานทางเลือก” จุดเปลี่ยนเกมค่ายรถ มะกัน-ญี่ปุ่นใครจะคว้าชัยในเวทีใหม่
สตง.พบ 2 โครงการปล่อยกู้ 'ฮุนเซน' เอื้อชินคอร์ป? คดีเอ็กซิมแบงก์ โผล่เขมร ทักษิณ!ตัวการอีกแล้ว
20.08น. วินาทีเปิดปักกิ่งเกมส์ โชว์สปิริตเอเชียที่สุดแห่งโอลิมปิก
ศึกแบงก์ชิงเงินฝากปรอทแตก
นอมินีรากหญ้า ถึงยุค ‘คนไทย’ ตายหยังเขียด
ปราสาทพระวิหาร 'มรดกโลก'ทับซ้อน พลังงานไทย-เขมร
ค้าปลีกระนองแท็กทีมแข่งโลตัส + ชูกลยุทธ์เชิงรุก-เปิดดีลิเวอรีตีกินตลาดต่างอำเภอ
ปลุกสำนึกพลเมืองรวมพลังฝ่าทางตันสังคมไทย
น้ำมันพ่นพิษขาดดุลการค้า-เดินสะพัดสูงสุด 'เลี้ยบ'ลั่นเร่งออกมาตรการรับมือให้เร็วขึ้น
โชว์ห่วยลุ้นสนช. เข็นพ.ร.บ.ค้าปลีก ทันสมัย'สุรยุทธ์'
กูรูร้านอาหาร/ค้าปลีกไทยใน'ดูไบ' ชี้ช่อง'ทำธุรกิจแดนอาหรับ'
สินค้าจ่อขึ้นราคาอีกรอบ + หลังบะหมี่ขาวมาม่านำร่องขึ้นเป็น 7 บาท/มาลีบ่นอุบต้นทุนกระป๋องขึ้น 20%
ข้าวยากน้ำมันแพง
ข้าวแกงแซงฟาสต์ฟูด + คนไทยคอตกสินค้ายกทัพขึ้นราคา/เมย์เดย์ค่าจ้างเพิ่มแค่ 9 บาท
แผนแก้วิกฤตอาหารโลกแค่ภาพลวงตา ข้อมูลจริง คนไทยตายผ่อนส่ง!
มองโลจิสติกส์ไทย ผ่านมิติ 'ดร.ปรีชา พันธุมสินชัย' แนะสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วยRosettaNet
กลยุทธ์บริหารโลจิสติกส์ด้วยการจัดสรรเป้าประสิทธิภาพ(ตอนจบ)
ชี้ช่องรัฐ... วางโมเดล 'เอาชนะ' ต้นทุนโลจิสติกส์พุ่ง
กลยุทธ์บริหารโลจิสติกส์ด้วยการจัดสรรเป้าประสิทธิภาพ(ตอน1
ไทยเปิบข้าวแพงขึ้น 30% + แบรนด์ข้าวถุงงัดข้อ 'มิ่งขวัญ' งดส่งโมเดิร์นเทรด, แบงก์แฉเล่ห์โรงสีเบี้ยวหนี้
น้ำมันตลาดโลกพุ่ง ปตท. สุดอั้น ตรึงราคารัฐเหลว
ดาวน์30บาทถอยเชฟโรเลต โตโยต้าเกทับซื้อวีโก้ลุ้นรับวีโก้
เปิดเดินรถไฟเชื่อมไทย-ลาวเม.ย.นี้
ผู้ผลิตยอมอุ้มผู้บริโภค + ยูนิลีเวอร์/สหพัฒนฯขานรับกรมการค้าภายใน มีนาคม-กรกฎาคม ลดราคาสินค้า 2-3 บาท/ชิ้น
หอการค้าเชียงรายเดินหน้าเชื่อม4ชาติ
เดิมพัน 4 หมื่นล้านปั๊มเศรษฐกิจ + 'คลัง' คาดหวังอสังหาฯ-มนุษย์เงินเดือนปลุกกำลังซื้อดันจีดีพีโต 6%
UD Packaging เทรนด์ใหม่....รู้ก่อนรวยก่อน
สงครามสินค้าราคาแพง ฉากจบที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
บีบธปท.ลดดอกเบี้ย + เอกชนพ้องเสียงกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้านเงินไหลเข้าเก็งกำไร2ต่อดอกเบี้ย-ค่าเงิน-ซับไพรม์
วิกฤติราคาน้ำมันกำลัง เปลี่ยนขั้วอำนาจเศรษฐกิจโลก
เคล็บลับเก็งกำไร”บ้าน-ที่ดิน” เปิดทำเลทอง ทั่วประเทศ
กลเม็ดหาน่านน้ำใหม่ ของ 3 แบรนด์ที่ยักษ์ใหญ่ฟัดไม่ลง
หลากปัญหารุมเร้า... ปี2550-2551 คนไทยเสี่ยงป่วยทางจิต
เศรษฐกิจฝืด เงินบาทแข็ง ทัวร์ใน-นอก แก้เกมดึงคนเที่ยวปีใหม่
พลิกตำรารบ 3 แบรนด์ “โครงการหลวง
เปิดโผ....10 อาชีพฮอตฮิต เรียนแล้วไม่ตกงาน !
ทุ่มแจกโบนัสสู้เงินเฟ้อ + ปลอบขวัญสู้ศึกของแพงปี 51 / TDRI แนะปรับรายได้ต้องไม่น้อยกว่า 7.5%
ลูกเล่นการตลาด 4 พรรคการเมืองใหญ่
ยักษ์ไทยการ์เมนต์ออกอาการเซ + ยอดขายวืดเกือบ 700 ล้าน/จีน-ปินส์ก๊อปปี้สินค้าตีตลาดยับ
ชำแหละส่งออกโค้งสุดท้าย เป้า 4.9 ล้านล้าน พลาด-ไม่พลาด?
คนจีน-คนไทยก็เจอของแพงเหมือนกัน
เจาะกลวิธีหาเงิน 6 พรรคใหญ่ อภิมหาโปรเจกล้านๆ ๆ ฝันที่เป็นจริง
คลังรีดแวต-ภาษีเงินได้ + ขยายฐานรายได้เข้ารัฐ/รับมือประชานิยมรัฐบาลหน้า
ยักษ์ค้าปลีกแข็งข้อพาณิชย์ เมินร่วมถกไกด์ไลน์ค้าปลีก
เส้นทางไล่ล่าใหม่ 2 อภิไทคูน เจริญ-ธนินทร์
เอ็มโอยู'ค้าปลีก เป็นธรรมทุกฝ่าย เลิกขายต่ำกว่าทุน
โมเดิร์นเทรดรุกฆาต! ขวางพ.ร.บ.ค้าปลีกฯสุดฤทธิ์
ระวังตกเป็นเหยื่อรายใหม่ แฉสารพัดกลโกง การเงิน!
โชวห่วยขอนแก่นประสานสมาชิกเร่งทำคัตเอาต์หนุนพ.ร.บ.ค้าปลีก
ยุทธศาสตร์แห่งอนาคตสู้ศึกใน-นอก ยุคผู้ประกอบการไทยโดดเดี่ยว ชนิดไม่ต้องง้อรัฐบาลใหม่
สินค้าฝ่อมนต์ปลุกลูกค้าเสื่อม
สิ้นปีส่งออกอาหารทะลุ 6 แสนล.2 สภาฯเชื่อปีหน้าสิ้นคาแพงขึ้น
ยุบ ร.ส.พ.องค์กรฟอกหนัง-แบตเตอรี่ยังไม่พอ อีก 2 แห่งจ่อคิว! “สบพ.-กคช.” หนาว
หอฯลำปางชวนนักศึกษาประกวดแผนการตลาด
ฟูจิฟาร์ม” ข้าวญี่ปุ่นบนแผ่นดินไทย
Stacey ปฏิวัติวงการของขวัญ ชูจุดขายผู้รับไม่พอใจ ‘เปลี่ยนได้’
เปิดบันทึกสู้ศึกโมเดิร์นเทรด"โชวห่วย"แพร่ มุ่งคืนกำไรโครงการ 4-ลุ้นเกิด"สำนึกท้องถิ่น"
พาณิชย์เจียระไนมุกดาหาร ศูนย์กลางการท่องเที่ยวชายแดน
‘20 กฎ’ ลดภาษีบุคคลธรรมดา (2) article
‘20 กฎ’ ลดภาษีบุคคลธรรมดา (1) article
อันตราย! อากาศร้อนจัดเสี่ยงเกิดโรค “ฮีตสโตรก
ทุนจีนลุยลงทุนจากเชียงรุ้ง-ริมน้ำโขง/คสศ.จี้รัฐปรับแผนรับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ article
เวียดนาม-สหรัฐฯ ดี๊ด๊านัดเจรจาเตรียมเปิด FTA article
รุ่น "เตี่ย" กับ "เสี่ย" "รอยต่อ" ธุรกิจสองเจนฯ article
อุด "รูรั่ว" กิจการ article
สิ่งที่ได้เรียนรู้ จากการเป็นผู้ประกอบการ article
แต่งร้านให้ได้ล้าน : ฟื้นฟูร้านค้าปลีกด้วยดีไซน์ article
โชวห่วยฮึดสู้โมเดิร์นเทรดอีก ชูเพลงปลุกใจ-อัดซัปพลายเออร์ช่วยไม่เต็มที่ article
แนวรบค้าปลีกภูธรปี"50 ระอุ รัฐบาล-สนช.เร่งคลอด พ.ร.บ.ค้าปลีก โชห่วยลุ้นช่วยต่อลมหายใจธุรกิจ article
ค้าชายแดนเฮพม่าจู๋จี๋กะเหรี่ยง article
ส่งออกเวียดโต 22% เชื่อปีหน้าทะลุ $46 พันล้าน article
แนะ3ขุมพลังศก.จีนจับมือรุกตลาดโลก article
เลขาฯ ยูเอ็น แสดงความยินดีที่พม่าปล่อยตัวนักโทษการเมือง article
ผู้ถือหุ้นชี้ชะตาไอทีวี +วิบากกรรมสื่อเสรี รอโหวตต่อชีวิต 29 ธ.ค. ลือเทมาเสกขายหุ้นทิ้ง มีกลุ่มใหม่จ้องเสียบ article
เราจะปล่อยให้ ร้านค้าปลีกไทยตายหมดหรือ article
ต้มยำกุ้งปัดส่งเงินหนุนโจรใต้ จี้"สุรยุทธ์"พูดให้ชัดหวั่นคุมเข้ม article
จุดเปลี่ยนประเทศไทย article
15 แนวทางการปรับตัวของค้าปลีกท้องถิ่น เพื่อความอยู่รอด article
ดัชนีเชื่อมั่นคนไทยปรับเพิ่มในรอบ5เดือนอานิสงส์คปค article
เมื่อโลตัสแม่สาย บุกทำลายวิถีการค้าท้องถิ่นยับ มินิมาร์ท-ซุปเปอร์สโตร์-โชว์ห่วยปิดกิจการเพียบ article
หลัก 5 ประการที่ร้านค้าปลีกควรใส่ใจ article
เปิดรูโหว่ "หวยบนดิน" "เงินบาป" ที่คนเห็นแก่ได้ อยากล้วง article
Singapore most competitive economy in Asia: survey article
New migrant worker regulations in Tak Province article
พาณิชย์เพิ่งตื่นคุมกำเนิดโมเดิร์นเทรดช่วยโชห่วย article
ค้าปลีกไทยเดี้ยงหมดทางสู้จี้รัฐเข้มกติกาคุมยักษ์ต่างชาติ article
หอฯเมืองคอนชี้เศรษฐกิจฝืด ห้างฯยักษ์สู้เดือดดับค้าปลีก article
หอฯกระบี่ ปลุก อปท.ต้านค้าปลีกข้ามชาติ หวั่นรายย่อยท้องถิ่นสูญพันธุ์ article
ขายสาขา"ริมปิงซูเปอร์มาร์เก็ต"ให้ท็อปส์ "ตันตรานนท์"พ่ายทุนค้าปลีกข้ามชาติ article
นโยบายก๊าซหุงต้ม 2 ราคา ทางแก้ไม่สะเด็ดน้ำของรัฐ
New capital brings Myanmar rulers closer to problem border regions article
กสิกรไทยรุกขยายตลาดSMEsใต้ชี้"อุตฯยาง-รถยนต์-จยย."ยังฉลุย article
Change Management จงเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงคนอื่น article
ร้านทองพิษณุโลกอัดโปรโมชั่นดึงลูกค้าเข้าร้าน article
โอเชียน ชุมพร ปรับกลยุทธ์รับศึกโมเดิร์นเทรด article
สินค้าชิงช่องทางค้าปลีกทุกเม็ด เซลส์-หน่วยรถหัวปั่นสร้างยอด article
แปลงโฉมบรรจุภัณฑ์ เปลี่ยนดีไซน์ ดันยอดขาย เพิ่มมูลค่า article
ปักหลัก"จังหวัดเบ๊นเตร"ผลิตครบวงจร "ลิเบอร์ตี้-แอพพาเรล"ย้ายฐานไปญวน article
สรุปผลโพล "คุณเห็นด้วยกับการตัดถนนเส้นอุ้มผาง-คลองลาน หรือไม่?" article
'หอการค้าไทย' ชี้เศรษฐกิจปีนี้โตไม่เกิน4% เหตุการเมืองอึมครึม article
ไปรอด ไปโลด : รู้เรา ด้วยแผนธุรกิจ article
จีนจัดทัพเตรียมใหญ่ในอาเซียน article
งานแสดงสินค้านำเข้า-ส่งออกเมืองคุนหมิงของจีนปี 2006 article
ศูนย์การค้าจีนไทยก่อตั้งขึ้นที่เมืองคุนหมิน article
บทสัมภาษณ์นายด่านศุลกากรเชียงแสน "สนับสนุนเขตปลอดภาษีหรือนิคมปลอดภาษีสินค้าจีนที่เชียงราย" article
แผนลงทุน Contract Farming ปี 2549-2550 จังหวัดตาก article
ขอเชิญร่วมถวายพระพรและบริจาคในโครงการ "ไทยทั้งชาติ ถวายพระพร ร้อยอักษร ถวายพระเจ้าอยู่หัว" article
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 15 ส.ค. 2550
สินค้าเปิดศึกรับลมหนาว +สกินแคร์/เสื้อกันหนาว/เครื่องทำน้ำอุ่นอัดกิจกรรมแย่งแชร์อุตลุด
เสื้อผ้าโลคัลลุ้นเศรษฐกิจฟื้น + พีน่ากรุ๊ปเร่งบริหารต้นทุนเพิ่มทางรอด/บลู พินฯเลื่อนนำเข้า 2 แบรนด์อินเตอร์
เชิญบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยนากรีส
ก๊าซหุงต้มถังละ300 +ชง 'ปิยสวัสดิ์' ชี้ขาดเดือนนี้/จี้แท็กซี่ติดเอ็นจีวี รับเปลี่ยนตัวถังฟรี ***หัวหน้าข่าวต่อ::สินค้าจ่อปรับราคาอีก10รายการ
อุดรฯตั้งหอการค้าระดับอำเภอ รองรับศก.ขยายตัว
ขุมทรัพย์ครึ่งแสนล้านไทย ยังไม่ติดเชื้อไฟสงครามย่างกุ้ง
เผือกร้อน...บิ๊กหอการค้าไทย 19 หอฯภาคอีสานสิ้นหวัง พ.ร.บ.ค้าปลีก
ศูนย์การค้ารวมพลังร้องพาณิชย์ ค้าน"ม.24"พรบ.ค้าปลีกฉบับสนช.
นักธุรกิจไทยหนีลงทุนพม่าซบเวียดนาม ด้านหอฯ เชียงรายเร่งหม่องเปิดด่านจีน
พ.ร.บ.ค้าปลีกแท้ง! โมเดิร์นเทรดเฮ... กรรมาธิการสนช.แห้ว
เปิดโอทอปบึงลาดโพธิ์ บริการนักท่องเที่ยว
ปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตามอง
บริหารการเงิน...เพื่อชีวิตที่พอเพียง
Silverlake” อาณาจักรไร่องุ่นของ “สุพรรษา” นางเอกรุ่นใหญ่
‘สปันจ์’ เบเกอรี่เงินล้านลุยแฟรนไชส์
เชื่อมั่นภาค ‘การค้า-บริการ’โงหัวไม่ขึ้น สสว.เผยดัชนี “อสังหาฯ” กระทบหนักสุด
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 04 ก.ย. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 5 ก.ย. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 28 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 28 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 28 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 23 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันที่ 23 ส.คง 50
เชิญเข้าร่วมงานแสดงสินค้าTHAIFEX - World of Food ASIA 2008
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันที่ 21 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 20 ส.ค. 50
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 20 ส.คง 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 16 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 16 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 16 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 15 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประจำวันที่ 15 ส.ค.50
ดูริโอ้” ธุรกิจนักเศรษฐศาสตร์ คนตกงานสู่เถ้าแก่รุ่นเยาว์
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
ฮงล้วแม่สอดสู้ค้าปลีกต่างชาติ ดึงลูกค้าไทย-พม่ากลับมาถึง 60%
ฮงล้วแม่สอดสู้ค้าปลีกต่างชาติ ดึงลูกค้าไทย-พม่ากลับมาถึง 60%
ยักษ์ค้าปลีก/คอนซูมเมอร์ ออกแคมเปญกระตุ้นกำลังซื้อ
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
เที่ยวอิ่มบุญกับไฮไลท์งานเข้าพรรษา
อนาคต"โชวห่วย"ใต้เงามัจจุราช(จบ) ห้างยักษ์ยึดทั่วไทยจุดจบร้านชุมชน
โมเดิร์นเทรดส่งโมเดลใหม่อาละวาด เย้ยกฎหมายค้าปลีกไทยเงื้อง่าราคาแพง
“ปิยะบุตร” ย้ำอุตฯ สิ่งทอยังไปได้-แถมต้องการแรงงานอีกเพียบ
ปัญหาแรงงานเข้าขั้นวิกฤติ 7จังหวัดอันดามันขาดแคลนหนัก
สิ่งทอผวาอียู-สหรัฐเลิกเซฟการ์ดจีน +มีผลบังคับใช้ไทยตกที่นั่งลำบาก/สั่งเบนเข็มเร่งยึดตลาดอาเซียน
ผลสำรวจ SMEs ให้ความหวังเชื่อปี 50 ทำรายได้ 4.908 ลล.บ.
ผลสำรวจ SMEs ให้ความหวังเชื่อปี 50 ทำรายได้ 4.908 ลล.บ.
เตรียมลดภาษีกู้เศรษฐกิจชายแดนใต้ เล็งผุดนิคมฯฮาลาลแห่ง 2 ที่นราธิวาส
ไม้พม่าทะลักเข้าไทยต่อเนื่อง 6 เดือน 1.5 หมื่นตัน 260 ล.
หอการค้าอุดรฯไอเดียกระฉูด จัดประกวด "แผนธุรกิจ" นักศึกษา ปูทางสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่
หอการค้า-เอกชนสงขลาชงรัฐ 6 มาตรการ อุ้มธุรกิจ12 อำเภอเสริมเขตพัฒนาพิเศษฯ
กรมส่งเสริมฯสอบข้อเท็จจริง"ผักกางมุ้ง" ย้ำหากรัฐผิดพร้อมเลิกหนี้เกษตรกรพบพระ
กรมส่งเสริมฯสอบข้อเท็จจริง"ผักกางมุ้ง" ย้ำหากรัฐผิดพร้อมเลิกหนี้เกษตรกรพบพระ
นักธุรกิจภูเก็ตนำเข้าจยย.ไฟฟ้าจากจีน เจาะตลาดกลุ่มประหยัดน้ำมัน-ดูแลสวล.
เงียบมานาน..พม่าพูดชัดประเคนหลุมก๊าซให้จีน
เตรียมความพร้อมโลจิสติกส์ไทย รับสถานการณ์เปิดเสรีการค้าจีน-อาเซียน
เส้นทางต่อสู้ค้าส่งค้าปลีกรายย่อยยุคค้าปลีกข้ามชาติสยายปีกเต็มเมือง
หอฯตราดชี้ปัญหาศก.-การเมือง ไม่กระทบท่องเที่ยว-ค้าชายแดน
พาณิชย์จัดประชุมใหญ่ดันธุรกิจไทยโกอินเตอร์
เผยพ.ร.บ.ค้าปลีกกระทบผู้บริโภค จับตาผลกระห่วงโซ่ธุรกิจทั้งระบบ
โชวห่วยร้องพาณิชย์ยักษ์ค้าปลีกเร่งผุดสาขา
กรมพัฒนาธุรกิจฯ ดัน SMEs โกอินเตอร์ มั้นใจเศรษฐกิจชะลอตัวไม่กระทบธุรกิจไทย
สิ่งทอ - จักรยานยนต์ธุรกิจดาวรุ่ง …!แนะพ่อค้าไทยเกาะติดเวียดนามฟีเวอร์
โชวห่วยพะเยาผนึกสมาพันธ์ฯต้านห้างยักษ์ แนะปิดทางเข้า-พ่อค้าปากช่องนัดม็อบ 27 เม.ย.
ทันเกมภาษี (1)
โชวห่วยเชียงคำขึ้นป้ายต้าน"โลตัส"ทั่วเมือง หวังผังเมืองรวมสกัดทุนยักษ์ตอกเข็ม20พ.ค.
เปิดรายละเอียดสาระสำคัญ ร่างรัฐธรรมนูญ 2550
‘20 กฎ’ ลดภาษี บุคคลธรรมดา (3)
พ.ร.บ.ค้าปลีก: การตัดสินใจเพื่อคนไทยใช่หรือไม่? (ตอนจบ)
พ.ร.บ.ค้าปลีก : การตัดสินใจเพื่อคนไทยใช่หรือไม่? (ตอนที่ 1)
จาก ย่างกุ้ง สู่ราชธานี เนย์ปิดอว์
สสว.ยกระดับผู้ประกอบการแข่งขันเวทีโลก ‘ปิยะบุตร’เชื่อมั่น SMEs แกนหลักขับเคลื่อนศก.ไทย article
หอฯไทยจัดถกประเด็นเขตอุตสาหกรรมกัมพูชา article
อย่ามองข้าม Talent Management article
'อาเซียนซัมมิต'เครื่องร้อน ผู้นำ10ชาติตั้งเออีซีเร็วขึ้น 5 ปี article
เวียดนามเศรษฐกิจร้อน ส่งซิกลดค่าเงินด่ง? article
เก็บภาพประทับใจกับสถานที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นในความทรงจำ article
อินเดียขุดไอเดียทำโรงไฟฟ้าพม่าชิงก๊าซกับ ปตท. article
ธปท.เผยประเมินผลกระทบตลาดหุ้นไว้แล้ว-ยืนกรานไม่ทวนมาตรการ 30% article
ปล่อยรัฐฟ้องล้มละลาย ทางออกสุดท้าย'ไอทีวี' article
'สนธิ'สั่งปรับทัพรับมือรบในเมือง ปูดคนเถื่อนชุมนุม10ธ.ค. article
สุรยุทธ์ยัน ทหารสืบอำนาจ จะลาออก! article
นายกฯให้ศาลตัดสินทักษิณกลับเมืองไทย article
กมธ.ติดตามแก้ปัญหาสุวรรณภูมิลุยตรวจ-แก้ปัญหา “สุวรรณภูมิ” article
คนทีโอทีดิ้นส่งข้อมูลให้“คุณชายอุ๋ย” article
คตส.เตรียมฟันอีก 2 โครงการใหญ่ - สรุปที่ดิน “พจมาน” ก่อนปีใหม่ article
พม่าสั่งแบงก์ใหญ่ตรวจละเอียดห้ามรับฝาก ‘เงินบาป' article
ปิดทางนอมินีต่างด้าว พาณิชย์แก้ กม.คุมสิทธิ์ออกเสียง article
หากคนเลวไม่สำนึก ก็สมานฉันท์ได้ยาก ย้ำบ้านเมืองที่ล่มจม ‘ฝ่ายดี’ยังไม่สามัคคี article
หม่อมอุ๋ยยันไม่ป้องอ.สรรพากร ย้ำโทษต้องเป็นไปตามกฏหมาย article
บิ๊กแอร์บัสสยบกระแสลบ โชว์ A380 แตะ'สุวรรณภูมิ' article
ทรท.ร้อนตัว!!..รีบปฏิเสธส่งคนร่วมม็อบ 10 ธ.ค. article
ทางการหม่องลงดาบเจ้าหน้าที่ศุลกากรทุจริตอีกนับร้อย article
เวียดนามเปิดสะพานแขวนเชื่อมอ่าวฮาลอง article
"สมภพ"ยันร่างกฎหมายค้าปลีกเป็นธรรม article
คนกรุงเตรียมควักกระเป๋าเพิ่ม บีทีเอสสรุปชัดขึ้นราคา 1 มี.ค.50 article
แรลลี่โฮจิมินห์-อุบลฯ-มุกดาหารร่วมเปิดสะพานมิตรภาพ article
มิติใหม่น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ นวัตกรรมรับกระแสรักสุขภาพ article
เชียงใหม่ฝันค้างสูญเม็ดเงินกว่า 3 พันล้าน "แม้ว"ไม่อยู่สารพัดเมกะโปรเจกต์ถูกระงับ article
อุ๋ยยื่นฟันรวด ครม.ทักษิณ ปลัดคลัง-บอร์ดออกหวยผิด ก.ม. article
สมาพันธ์ฯต้านค้าปลีกยักษ์บีบสนช. เร่งคลอดพ.ร.บ.ค้าปลีกก่อนเจอม็อบ article
พระเทพฯเสด็จเปิดสะพานโขง2 ค้าชายแดนคึกคัก-สินค้าผ่านเพิ่ม40% article
"ชวน"แนะฟื้นฟูสามเหลี่ยมศก.- เสริม 5 จว.เขตพิเศษฯ article
บทพิสูจน์นโยบายโปร่งใสของรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ article
เอ็กซิมแบงก์ไทยช่วยขายพันธบัตรลาวระดมทุนน้ำเทิน 2 article
ไทย+17 ชาติ เซ็นลงขันทำทางรถไฟทรานส์เอเชีย article
พม่าจัดฉาก 'ซูจี' พบ 'แกมบารี' หวั่นถูกลงแส้ article
ตั้งราคาอย่างไร ให้กำไรที่สุด article
การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา กลไกสำคัญในการเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย article
Burmese workers fear Thai ID papers article
เปิด"คู่มือ"สู่"สุวรรณภูมิ" ไม่หลง-ไม่ไกล-ไปได้หลายทาง article
ลาก่อน...“ดอนเมือง” ที่คิดถึง article
ขอเชิญร่วมงาน "หอการค้าแฟร์ 2006" article
พม่า...โอกาสในแดนสนธยา article
ดัชนีความสุขผู้บริโภคเดือนก.ค.ลดลงจากเดือน มิ.ย.จากปัญหาการเมืองและค่าครองชีพ article
เดอะวอฟเฟิล’ ดันชอปพรีเมียม ยกระดับชนแฟรนไชส์ขนมนอก article
เผย 3 ปัจจัยหลักเตือนชะลอลงทุน สสว.เตรียมตั้งศูนย์เตือนภัย SMEs article
ชูธุรกิจโรงพยาบาลแชมเปี้ยนโปรดักต์ เชียงใหม่ลุ้น5พันล้านสปีด"ฮับสุขภาพ" article
‘โลตัส’ ลองของรุกเมืองปากพนัง - โชวห่วยม็อบต้านสุดฤทธิ์ article
ติวเข้มโชห่วยรับมือห้างค้าปลีกข้ามชาติรุกตลาดต่างจังหวัด article
ตั้งฮั่วเส็งฮึดสู้ศึกค้าปลีกลุยมินิซูเปอร์มาร์เก็ต article
เซย์ไฮ กับแนวคิด พรีเมี่ยม คอนวีเนี่ยนสโตร์ article
หอฯกระบี่ชูธงต้านยักษ์ค้าปลีก หวั่นซ้ำรอยทุบโชห่วยสูญพันธุ์ article
10 วิธีเริ่มธุรกิจแบบ "ฉลาดๆ" article
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่10(พ.ศ.2550-2554) article
การใช้ Competency ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ อย่างมีประสิทธิภาพ article
จริยธรรมธุรกิจและจรรยาบรรณ article
ข่าวดี!!! เชิญสั่งจองเสื้อสีเหลือง ตราสัญลักษณ์ รุ่นใหม่ มีกระเป๋า article
ตลาดส่งออกไอศกรีมไทย article
โอกาศและอุปสรรค การส่งออกสินค้า OTOP article
การส่งออก อัญมณีและเครื่องประดับของอินเดีย article
อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของกัมพูชา article
ขอเชิญร่วมแข่งขันแรลลี่การกุศล “หอการค้าไทย Family Rally” 49 article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.