ReadyPlanet.com
dot
dot
ส่วนสมาชิกหอการค้า TakCC Member Login
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
สมัครสมาชิกหอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletสิทธิประโยชน์สมาชิก
bulletขั้นตอนการสมัคร
bulletdownload ใบสมัครสมาชิก
dot
เกี่ยวกับ หอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletประวัติหอการค้าจังหวัดตาก
bulletข้อบังคับ หอการค้าจังหวัดตาก
bulletวิสัยทัศน์
bulletโครงสร้าง และพันธกิจ
bulletทำเนียบคณะกรรมการ
bulletสถานที่ติดต่อ
dot
อัลบั้มภาพ
dot
bulletภาพกิจกรรม
bulletผลงานเด่นที่ผ่านมา
dot
รายงานการประชุม
dot
dot
ข้อมูลจังหวัด และ สถิติการค้า
dot
bulletข้อมูลจังหวัดตาก
bulletสถิติการค้าชายแดน จังหวัดตาก
bulletท่าสินค้า และ คลังสินค้า ชายแดน
bulletจุดท่องเที่ยวในจังหวัดตาก
dot
ข่าวสารประเทศเพื่อนบ้าน
dot
bulletพม่า
bulletจีน
bulletเวียดนาม
bulletกัมพูชา
bulletลาว
bulletฐานข้อมูลกลุ่มประเทศ GMS
dot
ลิงค์ที่น่าสนใจ
dot
bulletHOT LINKS
bullet รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง
bulletโครงการป้ายของดีจังหวัดตาก


http://www.dft.go.th/th-th/index


นอมินีรากหญ้า ถึงยุค ‘คนไทย’ ตายหยังเขียด
นอมินีรากหญ้า ถึงยุค ‘คนไทย’ ตายหยังเขียด
โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 7 สิงหาคม 2551 08:32 น.
       ลามลึกถึงกระดูกสันหลังชาติ แถมร้ายแรงกว่า “ตัวแทน” ระดับยอดหญ้า
       ล่าสุด เคลื่อนกำลังยึดพื้นที่แถบชัยนาท อัดด้วยพลังเงินเต็บสูบ
       จับตาพลังร่วมมือทุนไทย – ทุนนอก งานนี้ใครได้ – ใครเสีย
       ระวัง ! วิกฤตอาหารครั้งใหม่ อาจมี “ไทย” ขึ้นบัญชีขอความช่วยเหลือ

       
       ปลายเดือนพฤษภาคม 2551
       
       ภาพอดีตนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยกขบวนนักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบียเดินทางไปเยือน “บ้านควาย” ของ ประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทย เพื่อชมสาธิตการทำนา หลายกระแสฉงนกับการกระทำของอดีตนายกฯ ผู้นี้ยิ่งนักว่า เป็นการกรุยทางให้ต่างชาติเข้ามายึดอาชีพทำนาซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมของไทยหรือไม่ และยิ่งมีข่าวการจดทะเบียนบริษัทรวมใจชาวนา เพื่อมารับจ้างทำนา ยิ่งเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายจับตามองว่า หรือบริษัทนี้จะเป็นนอมินีต่างชาติที่จ้องเข้ามาฮุบทรัพยากรของไทยอีกต่อหนึ่ง
       
       แปลกแต่จริงแม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปากท้อง วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และชาติพันธุ์ของคนไทยโดยตรง แต่เพียงไม่นานเรื่องราวนี้ค่อยๆจางหายไป
       
       กลางเดือนมิถุนายน ปีเดียวกัน
       

       สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานอ้างผู้ค้าและแหล่งข่าวว่า บาร์เรนเตรียมเชิญภาคเอกชนจัดตั้งโครงการร่วมทุนเพื่อลงทุนในพื้นที่เกษตรในไทย พร้อมเผยว่า ซาอุดิอาระเบียซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่อันดับ 1 ของโลกอาจเข้ามาลงทุนทำนาในไทยก่อนสิ้นปีนี้ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านอาหาร
       
       ขณะที่รัฐบาลของเรายังไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ทุนน้ำมันต่างชาติกำลังรุกคืบอย่างชัดเจน และเป็นรูปธรรมขึ้นทุกที
       
       ต้นเดือนสิงหาคม
       
       กิมอัง พรนารายณ์ ผู้ประสานงานเครือข่าย สภาเครือข่ายองค์กรแห่งประเทศไทย (สคปท.) ซึ่งพัฒนามาจากเครือข่ายหนี้สินชาวนาเดิม ติดต่อมายัง วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี เพื่อแจ้งข่าวว่า ขณะนี้มีนายทุนจากจังหวัดสุพรรณบุรีติดต่อขอซื้อที่ดินในเขตหันคา จังหวัดชัยนาท ไม่จำกัดจำนวน และให้ราคามากกว่าราคาตลาดที่ซื้อขายกันในปัจจุบันถึง 2 เท่า
       
       “ตอนนี้ชาวบ้านกำลังวิ่งหาที่ดินกันอยู่ นี่เป็นสถานการณ์สดๆร้อนๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้น เรากำลังเช็กอยู่ว่าเป็นกลุ่มไหน แต่แน่ๆคือเอามาทำนาแน่นอน ผมดูแล้วมันเชื่อมโยงกับประเด็นของกลุ่มทุนซาอุดิอาระเบีย และดูไบ และอีกหลายประเทศที่กำลังต้องการหาที่ดินในไทย ตอนแรกคิดว่ามีแต่กลุ่มซาอุฯ ที่คุณทักษิณเอามาดูงานที่สุพรรณ แต่จริงๆแล้วมีกลุ่มทุนอื่นด้วย เช่น กลุ่มทุนดูไบมาพบกับเจริญโภคภัณฑ์ ที่สำนักงานใหญ่ ตามข่าวที่ปรากฏขึ้นอยู่คือ เพื่อหาลู่ทางความร่วมมือในเรื่องการลงทุน” ผู้อำนวยการมูลนิธีชีววิถี กล่าวกับ “ผู้จัดการรายสัปดาห์”
       
       นอมินีลามลึกทุกภาคส่วน
       
       2-3 ปีที่ผ่านมาคนไทยคุ้นเคยกับคำว่า “นอมินี” เป็นอย่างดี ซึ่งแต่ก่อนร่อนชะไรคำนี้จะค่อนข้างใกล้ชิดกับธุรกิจขนาดใหญ่ อย่าง สื่อสารโทรคมนาคม อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจการบิน และอื่นๆ แต่วันนี้นอมินีขยับเข้ามาในธุรกิจการเกษตร ที่เกี่ยวข้องกับคนไทยทุกภาคส่วนของประเทศ ในลักษณะที่นายทุนรายใหญ่เข้ามาซื้อที่ดินจำนวนมากแล้วใช้ชื่อคนไทยถือครองที่ดินแทน ซึ่งสภาพการณ์เช่นนี้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่นาน
       
       วิฑูรย์ กล่าวว่า มีนายทุนจากต่างชาติเข้ามาซื้อที่ดินในประเทศไทยโดยผ่านนอมินีซึ่งเป็นคนไทยเพื่อทำนาที่ จ.อุบลราชธานี โดยมีนายทุนจากไต้หวันมาซื้อที่ดิน 2,000 ไร่ รวมทั้งที่ จ.ปราจีนบุรี แต่หลังจากวิกฤตอาหารที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อต้นปี คราวนี้มากันขนานใหญ่ พื้นที่ใหญ่เช่นในพะเยา เชียงราย เชียงใหม่ กลุ่มทุนจีนบางพื้นที่เช่นลุ่มน้ำปิง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ดีที่สุดเป็นแหล่งดินที่ดีที่สุด แต่เดิมผลิตเกษตรอินทรีย์ ตอนนี้เปลี่ยนมือไปมาก ที่เชียงใหม่ และลำพูน มีกลุ่มทุนจีนมากว้านซื้อที่ เป็นแหล่งรวบรวมผลผลิต อันนั้นเป็นรายย่อยๆ ส่วนที่มาเป็นรายใหญ่ก็คือ ที่เขตลำพูน หรือกรณีสวนส้มธนาธร ก็เตรียมขายให้กับเจริญ (เจริญ สิริวัฒนภักดี)”
       
       สอดคล้องกับที่ อานันท์ ดาโลดม นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย ที่ออกมาเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีต่างชาติเข้ามากว้านซื้อที่ดินผ่านผู้ถือหุ้นแทนหรือนอมินีจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเพาะปลูก แต่สามารถตรวจสอบได้ยากว่าเป็นของใครและจากที่ไหน เพราะส่วนมากนอมินีบางครั้งเป็นมือที่ 3 หรือมือที่ 4 ก็มี
       
       “ตอนนี้พบว่าประเทศที่มีกำลังเงินมาก เช่น ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ก็มีความกังวลในเรื่องของการปลูกพืชพลังงานทดแทนที่เกิดขึ้นทั่วโลก สิ่งที่เขากำลังทำก็คือซื้อที่ดินสกัดการทำการเกษตรหรือการปลูกพืชน้ำมัน และเพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงด้านอาหารของประเทศเขาด้วย เรื่องนี้ถือว่าน่ากลัว”
       
       แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ การเข้ามาซื้อที่ดินนี้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากแนวทางการตรวจสอบการถือครองที่ดินของนิติบุคคลที่มีต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้นยังไม่รัดกุม เช่น การนำที่ดินมาปล่อยเช่าระยะยาว 90 ปี แทนการซื้อขายจนไม่สามารถตรวจสอบได้ถึง
       
       ทั้งรุกทำนา – พืชพลังงาน
       
       หากพิจารณาการรุกของทุนต่างชาติ หรือแม้แต่ทุนใหญ่บ้านเราเองแล้วจะพบได้ว่ามีการเข้าซื้อพื้นที่จำนวนมากเพื่อดำเนินการ 2 อย่าง คือ อย่างแรก ซื้อที่ดินเพื่อใช้ปลูกพืชที่ใช้บริโภค เช่น ข้าว ผลไม้ อย่างที่สอง กว้านซื้อที่ดินเพื่อปลูกพืชพลังงาน ซึ่งการรุกซื้อที่เพื่อปลูกพืชพลังงานเกิดขึ้นในบ้านเราได้สักระยะหนึ่งแล้ว ทั้งทุนคนไทย และทุนต่างชาติ ดังจะเห็นได้จากกระแสข่าวว่าชาวเบลเยี่ยมได้เข้ามาขอเช่าที่ดินแถบจังหวัดนครราชสีมา หรือกาญจนบุรีจำนวน 2 ล้านไร่เพื่อผลิตสบู่ดำ ในเรื่องนี้คนในวงการวิชาการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเรื่องแปลกเพราะการเช่าพื้นที่ขนาดใหญ่เช่นนี้ตามปกติน่าจะเป็นข่าวใหญ่ แต่ทำไมที่ผ่านมาถึงไม่มีกระแสเล็ดลอดออกมา
       
       อย่างไรก็ตาม กระแสของการรุกพื้นที่ในเมืองไทยเพื่อเป็นแหล่งผลิตอาหาร และพืชพลังงาน ที่เพิ่งมาฮอตฮิตติดชาร์ตเวลานี้ก็เนื่องมาจาก สถานการณ์น้ำมันในตลาดโลกที่ขยับตัวสูงขึ้นตลอดเวลา แม้วันนี้จะปรับตัวลดลงมาบ้าง แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับสูง และมีแนวโน้มว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นในเวลาไม่นาน ดีไม่ดีอาจก้าวไปถึงระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้หลายประเทศเริ่มหาพลังงานทางเลือกซึ่งไม่ใช่เฉพาะพี่ไทยเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงประเทศอื่นๆทั่วโลกด้วย หนทางในการบรรเทาปัญหาประการหนึ่งก็คือ การหาพลังงานทางเลือกที่ทำมาจากพืชจำพวก มันสำปะหลัง สบู่ดำ ปาล์ม อ้อย เป็นต้น
       
       ว่ากันว่า หากโลกต้องการเปลี่ยนมาใช้พลังงานจากพืช ไม่ว่าไบโอดีเซล หรือเอธานอล แทนพลังงานจากดินเพียงแค่ 5% จะต้องใช้พื้นที่ปลูกพืชจำนวนครึ่งหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย หรือประมาณ 600 ล้านไร่ หรือถ้าเพิ่มเป็น 10% ก็จะเท่ากับประเทศอินโดนีเซียทั้งประเทศ ถามว่าจากการที่ประชาคมโลกตั้งเป้าไว้ว่าจะผลิตพลังงานทดแทนให้ได้ 15-20% แสดงว่าโลกต้องการพื้นที่เพาะปลูกเท่ากับประเทศอินโดนีเชียถึง 2 ประเทศ ถามว่าพื้นที่จำนวนมากมายมหาศาลขนาดนี้จะหาได้จากที่ไหน หนทางเดียวที่จะหาพื้นที่ปลูกพืชพลังงานได้จำนวนมากขนาดนี้ก็คือต้องแย่งพื้นที่ปลูกอาหารของมนุษย์
       
       ในทางกลับกันประเทศผู้ร่ำรวยน้ำมันที่มีความกังวลในเรื่องความมั่นคงทางด้านอาหาร ก็กังวลถึงเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นดังกล่าว ด้วยตระหนักดีว่าหากปล่อยให้ประเทศต่างๆ ปลูกแต่พืชพลังงาน เป็นไปได้ว่าอีกไม่นานพื้นที่ที่ใช้ในการปลูกพืชสำหรับคนบริโภคย่อมต้องหดหายไปด้วย เมื่อเช่นนี้ทางกลุ่มทุนตะวันออกกลางจึงต้องเร่งจับจองพื้นที่ทางการเกษตรให้ได้อย่างเร่งด่วน และไม่มีพื้นที่ใดในโลกที่จะสามารถปลูกพืชเป็นแหล่งอาหารของตนได้ดีกว่าประเทศทางแถบเอเชีย โดยมีประเทศไทยเป็นเป้าหมายสำคัญ เพราะทุกวันนี้ไทยมีสถานะเป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าว และอาหารประเภทอื่นๆติดอันดับโลก
       
       “วันนี้พื้นที่ของเขาไม่สามารถทำการเกษตรได้ พื้นที่ของเขาสามารถสร้างมูลค่าของน้ำมันได้ แต่คนไม่กินน้ำมันไม่ตาย แต่คนไม่กินอาหารตายแน่ ฉะนั้น เมื่อถึงจุดวิกฤตวันหนึ่ง พื้นที่ทำการเกษตรลดลง อาหารต้องแย่งกัน ฉะนั้น กลุ่มประเทศที่ร่ำรวยมาจากการค้าน้ำมันและมีเงินมหาศาลจึงต้องคิดเอาตัวเองอยู่รอด คิดว่าวันหนึ่งไม่มีข้าวกินจะทำอย่างไร เขาจึงเตรียมป้องกันทั้งตัวเขา ลูกหลานเขา ชนชาติเขา เขายังคิดถึงชนชาติ แล้วเราล่ะคิดถึงชนชาติบ้างหรือเปล่า” สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยให้สัมภาษณ์ไว้กับหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
       
       จึงหาใช่เรื่องแปลกอันใดถ้าเพียงเวลาแค่ 2 เดือนจากวันที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พากลุ่มทุนซาอุฯมาดูที่นาไทย วันนี้กลุ่มทุนเหล่านี้จะเข้ามารุกซื้อที่ดินกันแล้ว
       
       ทุนไทย – ทุนนอก
       ชิงพื้นที่จ้าละหวั่น

       
       ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวกับ “ผู้จัดการรายสัปดาห์” ว่า ทุกวันนี้การเข้าไปกวาดซื้อที่ดินของกลุ่มทุนต่างประเทศไม่ใช่เกิดขึ้นในเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นในกลุ่มประเทศแถบละตินอเมริกา แอฟริกา ด้วยเช่นกัน
       
       แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับการถือครองที่ดินเกษตรกรของบ้านเราก็คือ ประการแรก ขณะนี้จังหวัดในภาคกลางจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ปทุมธานี นครนายก อยุธยา กินพื้นที่ถึงปราจีนบุรี เจ้าของที่ดินส่วนใหญ่ไม่ใช่ชาวนา ประการที่สอง ชาวนาส่วนใหญ่อายุมาก และลูกหลานไม่มีใครสืบสานอาชีพเกษตร ดังนั้น จึงมีความวิตกกังวลว่าเมื่อชาวนาเหล่านี้ปลดเกษียณตัวเอง แนวโน้มที่ที่ดินจะหลุดจากมือไปอยู่ที่นายทุน หรือคนต่างชาติจะมีสูงมาก
       
       “ภาพของต่างประเทศที่เข้ามาหาที่ดินปลูกพืชมันเป็นเรื่องจริง ส่วนทุนไทยที่พยายามกวาดซื้อที่ดินเกษตรตอนนี้มีหลายกลุ่ม กลุ่มใหญ่ก็มีกลุ่มซีพี กับกลุ่มเจริญ แล้วยังมีกลุ่มอื่นๆตามมา โดยเฉพาะกลุ่มน้ำตาล แต่ละแห่งก็พยายามไปขยายพื้นที่ปลูกอ้อยของตนเองเต็มไปหมด แล้วอุตสาหกรรมมันสำปะหลังก็พยายามแย่งพื้นที่ทำนา ตอนนี้โรงงานที่ต้องการใช้มันสำปะหลังๆ ตอนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแต่เรื่องเอธานอลเท่านั้น แต่มันสามารถแปรรูปเป็นพลาสติกชีวภาพ ซึ่งอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพตอนนี้กำลังเจริญเติบโตปีละประมาณ 30%” อาจารย์จากคณะเศรษฐศาสตร์ กล่าว
       
       อาหารเครื่องจักร
       แย่งชิงอาหารคน
       

       สิ่งที่น่ากังวลเมื่อที่ดินกลายเป็นของนายทุนหมดแล้วก็คือ การนำที่ดินไปใช้ในการปลูกพืชพลังงานที่ปัจจุบันเริ่มเห็นกันมากขึ้นๆ ดังจะเห็นได้จากการผุดขึ้นของโรงงานผลิตเอธานอลถึง 11 โรงงาน ที่สามารถผลิตเอธานอลได้จริงวันละ 1,575 ล้านลิตร ยังไม่รวมถึงโรงงานที่รัฐบาลได้อนุมัติไปแล้วอีก 49 โรงงาน ที่คาดว่าจะสร้างผลผลิตรวมได้ 12,385 ล้านลิตร ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเอธานอลคือ อ้อยและมันสำปะหลัง ที่เชื่อว่าจะยิ่งต้องการพื้นที่ในการเพาะปลูกมากกว่าปัจจุบันอีกหลายเท่า
       
       เมื่อถึงวันนั้นที่ดินในการปลูกข้าวจะเหลือเท่าไร และมากพอที่จะเลี้ยงคนไทยได้เพียงพอหรือไม่ หรือคนไทยยังสามารถมีเงินจับจ่ายซื้อหาข้าวสารไว้ทานกันได้หรือไม่ นั่นคือคำถามที่วันนี้ยังไม่สามารถให้คำตอบได้
       
       “การที่เราไปแย่งพื้นที่ปลูกอาหารมาปลูกพืชพลังงาน จะทำให้ผลผลิตอาหารลดลง ราคาก็จะยิ่งแพงขึ้น การคิดแบบนี้สำหรับบางคนสร้างภาพไปว่าจะยิ่งทำให้ราคาพืช ราคาข้าวแพงตามไปด้วย และจะทำให้เกษตรกรสบาย แต่จริงแล้วไม่ใช่ เพราะเมื่ออาหารแพงขึ้น เมล็ดพืชก็จะแพงขึ้น แล้วอาหารทุกชนิดจะแพงขึ้นตามไปด้วย” นักวิชาการจากรั้วจุฬาลงกรณ์ อธิบาย และว่า
       
       เนื่องจากเราไม่สามารถลดราคาปุ๋ย ราคายาของพืชได้ หากราคาน้ำมันยังแพงอยู่ แม้ว่าราคาผลผลิตพืชจะสูงขึ้น แต่ราคาของปุ๋ย ของยาก็จะแพงขึ้นตาม ชาวนาอาจจะมีรายได้สูงขึ้นบ้าง แต่สิ่งที่ย้อนกลับมาคือ ตัวชาวนาก็จะกินอาหารแพงขึ้น
       
       “แล้วเขาไม่ได้แค่กินข้าวแพงอย่างเดียว แต่ต้องกินไก่ หมู แพงขึ้นด้วย คำถามคือ การขายข้าวได้สูงขึ้นมันพอเพียงกับการต้องซื้ออาหารที่แพงขึ้นหรือไม่”
       
       อีกประการหนึ่งคือ ในสังคมของไทยปัจจุบันผู้ที่ไม่ได้ทำนา เช่น กรรมกร หรือลูกจ้างมีทั้งหมด 16 ล้านคน ขณะที่เกษตรกรมีเพียงแค่ 12 ล้านคน ลูกจ้างจำนวน 16 ล้านคนนี้ 60% มีรายได้ไม่เกิน 5,500 บาท รายได้จำนวนนี้ครึ่งหนึ่งเป็นค่าอาหาร อีก 20% เป็นค่าขนส่ง คือค่ารถเดินทางมาทำงาน แถมยังต้องบวกที่อยู่อาศัยอีก 25% สรุปแล้วเหลือค่าใช้จ่ายส่วนตัวเพียง 5% ซึ่งยากต่อการดำรงชีวิตประจำวัน
       
       “การแย่งชิงพื้นที่เพื่อปลูกพลังงานมันจะมีปัญหาต่ออาหาร แล้วอาหารจะมีปัญหาและมีผลกระทบต่อคนจน ซึ่งตรงนี้หากคิดไปไกลๆจะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสนุก คิดง่ายๆว่าต่างชาติมาเช่าที่ดิน มาเช่าทำไร่ ทำนา แล้วจะทำให้เกษตรกรรายได้ดีขึ้น แต่ลืมคิดไปว่าค่าอาหารตัวอื่นแพงขึ้นตามไปด้วย ปัจจุบันจะเห็นว่าเนื้อสัตว์ตอนนี้คนไทยไม่ได้กินเนื้อสัตว์ที่เลี้ยงเองแล้ว มันเป็นเนื้อสัตว์อุตสาหกรรมทั้งนั้น เมื่อเป็นเนื้อสัตว์อุตสาหกรรม เมื่อเมล็ดพืชแพงขึ้น เนื้อสัตว์ก็แพงขึ้นด้วย ไข่ก็แพงขึ้น ไก่ก็แพงขึ้น เมื่อข้าวแพงขึ้น รำข้าวก็ต้องแพงขึ้นด้วย เนื้อหมูก็ต้องแพงขึ้นตาม เมื่อพื้นที่ปลูกพืชลดน้อยลงข้าวโพดก็แพงขึ้นเนื้อก็ต้องแพงขึ้นมันโยงกันไปหมด และที่สำคัญที่สุดก็คือ อาหารมันเป็นแหล่งพลังงานของชีวิต พลังงานที่สำคัญของมนุษย์ก็คือพลังงานของชีวิต ไม่ใช่พลังงานของเครื่องจักร”
       
       ทุนนอกทำนา
       ใครได้-ใครเสีย
       

       ภาพของอดีตนายกฯ พาทุนตะวันออกกลางมาดูพื้นที่ทำนาก็เป็นภาพๆหนึ่งที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ปรารถนาให้ผู้คนในสังคมไทยได้เห็นถึงความเป็นอินเตอร์ มีคอนเนกชั่นระดับโลก ได้ในแง่หนึ่ง แต่ก็เสียในอีกแง่หนึ่งว่าเป็นผู้ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน
       
       เพราะเพียงแค่รู้ความเคลื่อนไหว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนปัจจุบัน ถึงกับเกิดอาการของขึ้นประณามว่าเป็นพวก “ขายชาติ” แถมยังให้ความเห็นเรื่องการตั้งบริษัทรับทำนาว่า ถือเป็นการทำลายและฆ่าตัดตอนเกษตรกรชาวนาอย่างแท้จริง ยกตัวอย่างพื้นที่ภาคกลางขณะนี้มีที่ดินอยู่ในเมือนายทุน 62% อีก 38% เกษตรกรเป็นเจ้าของที่ดินเอง ถ้ามีการลงทุนอย่างที่เป็นข่าว วันหนึ่งเกษตรกรจะไม่มีอีกแล้ว จะมีนายทุนเข้ามาแทน เพราะนายทุนเจ้าของที่ดินก็จะไล่ชาวนาออกไป แล้วจ้างคนมาทำนาแทนไร่ละ 5,000 บาท ผลผลิตไร่หนึ่งแย่ที่สุดได้ 10,000 บาท ลงทุนแค่ 5,000 บาท กำไรแน่ๆ 5,000 บาท เกษตรกรตัวจริงที่เช่านาเขาทำเพราะไม่มีที่นา แล้วจะไปอยู่ที่ไหน
       
       ท่ามกลางการพูดคุยของกลุ่มทุนซาอุฯ กับนายประภัตร ครั้งกระนั้น มีบางคนแว่วเสียงคำพูดถึงสูตร และต้นทุนที่ให้ชาวนาทำนาไร่ละ 1,700 บาท ว่าช่างละม้ายคล้ายคลึงกับสูตรที่กลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี เคยนำเสนอออกมาทางสื่อมวลชนก่อนหน้านี้
       
       แหล่งข่าวที่เป็นเอ็นจีโอ จับเข่าคุยกับ “ผู้จัดการรายสัปดาห์” ว่า ก่อนหน้านี้ “เขา” เคยเห็นภาพของนายทุนใหญ่จากดูไบเดินเข้าไปยังตึกที่เจ้าสัวธนินทร์ เจียรวนนท์ เป็นเจ้าของ
       
       ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะ ซีพี เป็นเจ้าพ่อวงการเกษตรเมืองไทย มีทั้งเทคโนโลยีการเพาะปลูก และมีเมล็ดพันธุ์อยู่ในมือ แม้ปัจจุบันจากผลการศึกษาวิเคราะห์ปัญหาพันธุ์ข้าวลูกผสมของเครือซีพี จะพบปัญหามากมายหลายประการก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น ผลผลิตเฉลี่ยของชาวนาที่ปลูกข้าวลูกผสมจะได้ผลผลิตเฉลี่ย 958 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อเปรียบเทียบผลผลิตที่อ้างโดยซีพีในการแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์หลายครั้งที่บอกว่า ข้าวลูกผสมของซีพีสามารถให้ผลผลิตสูงถึง 1,500 กิโลกรัมต่อไร่ ต่ำกว่าที่โฆษณาถึง 36%
       
       อย่างไรก็ตาม ประเด็นประโยชน์ของซีพีไม่ได้อยู่ตรงที่การเข้าไปถือครองที่ดิน หรือการเป็นนายหน้าขายที่ดินให้กับกลุ่มทุนตะวันออกกลางในราคาแพง แต่อยู่ตรงที่สามารถขายเมล็ดพันธ์ และเทคโนโลยีการผลิต ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างเม็ดเงินให้กับกลุ่มซีพีได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ และยืนยาวมากกว่า
       
       “การเป็นเจ้าของที่ดินหรือไม่ มันไม่สำคัญ ถ้าเขายึดเมล็ดพันธุ์ได้ คุมเทคโนโลยีได้ ไม่ว่าจะผลิตที่ไหน ก็ต้องขึ้นกับซีพีอยู่ดี ดังนั้น เขาจึงไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของที่ดิน แต่ชาวนาต้องใช้เทคโนโลยีของเขา ใช้เมล็ดพันธ์ของเขา เช่น ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวลูกผสมของเขาที่กำลังพัฒนาขึ้น
       
       ตอนนี้ซีพีกำลังผลักดันข้าวลูกผสม แต่เดิมสัดส่วนเรื่องพันธุ์พืชในการผลิตทางการเกษตรของไทยมีเพียง 5% ของต้นทุนการทำนาทั้งหมด ฉะนั้น การที่กลุ่มทุนเทคโนโลยีได้ประโยชน์ คือ ต้องขยายต้นทุน หรือผลประโยชน์ของเขาในเรื่องเทคโนโลยีการผลิตให้เปลี่ยนเป็นข้าวลูกผสมให้ได้ ต้นทุนเรื่องค่าพันธุ์มันจะขยับสูงขึ้นมา เป็นจาก 5 เป็น 40% ทำให้ค่าลงทุนของชาวนา 40% เป็นค่าเมล็ดพันธุ์ ซึ่งตรงนี้บริษัทซีพีจะได้ประโยชน์อย่างมาก” ผู้อำนวยการชีววิถี อธิบาย
       
       ***************
       
       “พันธุ์ข้าวลูกผสม”
       จุดเปลี่ยนชีวิตชาวนาไทย??

       
       ข้าวลูกผสมเป็นพันธุ์ข้าวที่ชาวนาไม่สามารถเก็บรักษาพันธุ์ไปปลูกต่อได้เหมือนพันธุ์ข้าวแบบผสมเปิด(open pollinated seed) ทั่วไป ชาวนาจะต้องซื้อพันธุ์ข้าวซึ่งมีราคาแพงจากบริษัทในทุกฤดูการผลิต เป็นการผลักดันให้เกษตรกรต้องพึ่งพาบริษัทในท้ายที่สุด
       
       โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเมล็ดพันธุ์ข้าวทั่วไปถูกแทนที่ด้วยพันธุ์ข้าวลูกผสมทั้งหมด โดยที่ภาครัฐไม่สามารถดำเนินการเพื่อคานอำนาจการผูกขาดบริษัทได้ เนื่องจากการผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสมนั้นมีความยุ่งยาก และต้องอาศัยการจัดการที่มีประสิทธิภาพเกินกว่าที่ระบบราชการไทยจะดำเนินการได้
       
       ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือ ลำพังแม้แต่การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวทั่วไปซึ่งมีความต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวประมาณ 1 ล้านตันต่อปีนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ได้เพียง 60,00-70,000 ตันต่อปีเท่านั้น
       
       บทเรียนจากการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดลูกผสม น่าจะเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญของไทย เพราะในที่สุดแล้ว ข้าวโพดลูกผสมคุณภาพดีสุวรรณ 1 ได้ถูกยึดครองโดยบริษัทยักษ์ใหญ่การเกษตรและบรรษัทข้ามชาติแทบทั้งหมด ตลาดข้าวโพดถูกผูกขาด เมล็ดพันธุ์มีราคาแพง จนเกษตรกรต้องร้องเรียนต่อกรมการค้าภายในอยู่เนืองๆ
       
       นอกเหนือจากการผูกขาดเมล็ดพันธุ์แล้ว บริษัทเจริญโภคภัณฑ์ยังมีชื่อเสียงในการดำเนินการระบบการผลิตการเกษตรแบบพันธสัญญา (Contract Farming) ซึ่งนอกจากการขายเมล็ดพันธุ์แล้ว ยังรวมไปถึงปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ยเคมี สารเคมีการเกษตร และบริการอื่นๆ เช่น การให้บริการดำนา เก็บเกี่ยว รวมถึงการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรด้วย ในแง่นี้ก็มีความเป็นไปได้ที่บริษัทจะเข้ามามีบทบาทครอบงำการผลิตและการตลาดข้าวของประเทศ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในสาขาการผลิตกุ้ง ไก่ หรือการเลี้ยงปลาทับทิม
       
       สิ่งที่สังคมควรตระหนักก็คือ ประเทศไทยนั้นเป็นดินแดนที่มีการปลูกข้าวมาช้านาน มีความหลากหลายของพันธุ์ข้าวซึ่งเกิดจากชุมชนชาวนาได้คัดเลือกปรับปรุงมารุ่นแล้วรุ่นเล่า แม้ผลผลิตข้าวพื้นบ้านต่อไร่จะไม่สูงนักแต่ก็เป็นข้าวคุณภาพดี ตอบสนองต่อการบริโภคภายในประเทศ และเป็นที่ยอมรับของตลาดต่างประเทศ การปล่อยให้บรรษัทยึดครองเมล็ดพันธุ์ข้าว จะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและความมั่นคงทางอาหารของประเทศในที่สุด
       
       ที่จริงแล้วกรมการข้าวของไทยมีจุดยืนที่ชัดเจนว่า จะไม่สนับสนุนหรือส่งเสริมข้าวลูกผสมในประเทศไทย เนื่องจากเห็นว่าคุณภาพของข้าวชนิดนี้สู้ข้าวทั่วไปไม่ได้ และปัญหาเกี่ยวกับขั้นตอนความยุ่งยากในการผลิตเมล็ดพันธุ์ โดยบทบาทของกรมเกี่ยวกับข้าวลูกผสมนั้น เป็นการวิจัยเพื่อให้เท่าทันการพัฒนาเทคโนโลยีในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวและเพื่อเป็นการเตรียมการในกรณีที่เกษตรกรให้การยอมรับข้าวลูกผสมในอนาคต เพื่อที่จะสร้างทางเลือกให้กับเกษตรกรเท่านั้น
       
       อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์วิกฤติเรื่องอาหาร-วิกฤติพลังงานนั้น ธนินทร์ เจียรวรานนท์ ประธานบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ได้เสนอความคิดที่จะให้มีการลดพื้นที่ปลูกข้าวจาก 62 ล้านไร่ ให้เหลือ 25 ล้านไร่ และที่เหลือให้ใช้สำหรับการปลูกยางอีก 30 ล้านไร่ และปลูกปาล์มเพิ่มอีก 12 ล้านไร่ ทั้งนี้โดยเสนอให้รัฐบาลใช้พันธุ์ข้าวที่มีผลผลิตสูงเพื่อทดแทนพื้นที่ปลูกข้าวที่ลดลง โดยสามารถปลูกข้าวได้ปีละ 3 ครั้ง เพื่อให้ได้ผลผลิตข้าวเท่ากับพื้นที่ปลูกที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งก็คือการเสนอให้ปลูกข้าวลูกผสมของตนนั่นเอง
       
       ข้อเสนอของประธานบริษัทซีพี ได้รับการขานรับจากนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของไทย รวมทั้งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ฯ ซึ่งอาจทำให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายของกรมการข้าวและนโยบายของรัฐบาลภายในระยะเวลาไม่นาน
       
       ดังเป็นที่ทราบกันว่า ซีพีมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับสถาบันต่างๆอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมือง ทหาร ข้าราชการระดับสูง สถาบันการศึกษา ฯลฯ เพราะแม้แต่ภริยาของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันก็เป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงของซีพี รายการทีวีเกี่ยวกับอาหารของนายสมัคร สุนทรเวช ก็มีบริษัทนี้เป็นผู้สนับสนุนหลักของรายการ
       
       จากการสำรวจข้อมูลในพื้นที่ พบว่า กลไกของรัฐในระดับพื้นที่ เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในระดับจังหวัด ได้ชักชวนให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการปลูกข้าวลูกผสมโดยหลายๆวิธีการ เช่น เป็นเงื่อนไขในการอนุมัติเงินกู้ของธนาคาร นำพันธุ์ข้าวลูกผสมพร้อมกับปุ๋ยเคมีและปัจจัยการผลิตไปแจกจ่ายแก่เกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด โดยทำหน้าที่เสมือนเป็นเจ้าหน้าที่ส่งเสริมของบริษัทเจริญโภคภัณฑ์
       
       ไม่น่าแปลกใจที่กลไกของรัฐได้ทำหน้าที่สนับสนุนการส่งเสริมข้าวลูกผสมอย่างแข็งขันขนาดนี้ ทั้งนี้เนื่องจาก มนตรี คงตระกูลเทียน ประธานคณะผู้บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหลายสมัยติดต่อกัน
       
       แม้จากการวิเคราะห์และการศึกษาในพื้นที่จริงพบว่า ข้าวลูกผสมไม่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรและมีผลกระทบต่อตลาดข้าวของไทย แต่อิทธิพลของซีพีในแวดวงการเกษตรและการเมือง รวมทั้งกลไกของรัฐในระดับท้องถิ่นนั้น มีโอกาสที่นโยบายเรื่องการปลูกข้าวของประเทศไทยจะเปลี่ยนไป โดยหันไปสนับสนุนส่งเสริมข้าวลูกผสมมากขึ้น และผลักดันให้เกษตกรเปลี่ยนวิถีการปลูกข้าวสายพันธุ์ทั่วไปมาเป็นสายพันธุ์ข้าวลูกผสมของซีพี ทั้งๆที่ผลประโยชน์จากการผลักดันข้าวโพดลูกผสมนั้น คือบริษัทเจริญโภคภัณฑ์และพันธมิตรบรรษัทข้ามชาติ เช่น มอนซานโต้ และซินเจนต้า เป็นต้น
       
       *************
       
       ทางเลือก ทางรอด
       อาหารคน-อาหารเครื่องจักร

       
       ด้วยความที่ราคาน้ำมันพุ่งทะยานอย่างไม่มีวี่แววจะติดเบรกในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา (แม้ว่าตอนนี้จะสะดุดหยุดกึกลงไปก็ตาม) ทำให้หลายประเทศ รวมทั้งไทยคิดหาวิธีช่วยเหลือตนเองด้วยการหาพลังงานทดแทน จากกระแสเสียงที่ออกมาหลายฝ่ายทุ่มไปที่การหาพลังงานทดแทนจากพืช ทั้งจากปาล์ม สบู่ดำ มันสำปะหลัง และจากอ้อย เพื่อมาผลิตเอธานอล
       
       แต่บ้านเราดูเหมือนทุกฝ่ายจะให้ความสำคัญกับพืชจำพวก มันสำปะหลัง กับอ้อย เป็นสำคัญ ทั้งที่จริงแล้ว หากพูดถึงเรื่องพืชที่ใช้ผลิตพลังงานทางเลือก มันมีพืชอีกหลายประเภทที่สามารถทดแทนกันได้
       
       เนื่องจากหากคิดทำเอธานอล โดยใช้พื้นที่ไปกับการปลูกอ้อย กับมันสำปะหลังนั้น จะมีผลกระทบกับพื้นที่ปลูกอาหาร เนื่องจากอ้อย กับมันสำปะหลัง ไม่ใช่อาหารประจำวันของคนไทย และประชากรโลก การนำพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด ไปปลูกพืชดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาข้าวทั้งข้าวเจ้า และข้าวเหนียว มีราคาแพงขึ้น
       
       รศ.ดร. ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ อธิบายว่า ตอนนี้การแย่งพื้นที่ระหว่างพื้นที่ปลูกพืชพลังงานกับพื้นที่ปลูกข้าวเริ่มมีให้เห็นมากขึ้นแล้ว เพราะพอคุณปลูกอ้อยก็ต้องลดพื้นที่ปลูกข้าวลง เช่น จังหวัดสุรินทร์ที่ปัจจุบันพื้นที่ปลูกอ้อยมันกินพื้นที่ปลูกข้าว เพราะมีโรงน้ำตาล 2 โรง หรือการที่เราไปรณรงค์ปลูกปาล์มในทางเหนือและอีสานก็จะไปลดพื้นที่การทำนาลงเช่นเดียวกัน
       
       “จริงแล้วหากเราจัดสมดุลดีๆ การผลิตไบโอดีเซล หรือผลิตเอธานอลก็ดี มันไม่จำเป็นต้องไปแย่งพื้นที่ แต่เนื่องจากระบบอุตสาหกรรมของเรามันคิดแต่จะเอากำไรง่ายๆ ไม่ได้คิดถึงคนอื่น เพราะเอธานอล หรือไบโอดีเซลสามารถผลิตได้จากหลายพืช เช่น การผลิตจากมะพร้าวไปควบคู่กับการทำนาไปมันก็จะไม่แย่งพื้นที่ทำนา ปลูกริมบ่อ ริมสระก็ได้ เพราะปลูกปาล์มเมื่อไหร่มันแย่งพื้นที่ทำนาทันที
       
       หรือไม่เราสามารถผลิตจากพืชตัวอื่นเช่น ต้นจาก เพราะต้นจากใช้น้ำกร่อยทำนาไม่ได้อยู่แล้ว ทางเลือกที่ไม่แย่งมันมีอยู่แต่เราไม่ใช้ ที่ไม่ใช้เพราะระบบอุตสาหกรรมมันต้องการลดต้นทุน มันต้องการให้ปลูกปาล์มทั่วไปจะได้ซื้อได้ง่าย ลดต้นทุนทางการขนส่ง ถ้าเราบอกว่า เราปลูกมะพร้าวโรงงานกำไรน้อย เพราะการปลูกมะพร้าวครัวเรือนสามารถแปรรูปเองได้ สามารถเคี่ยวน้ำมันเองได้ มูลค่าเพิ่มมันอยู่ที่ครัวเรือนไม่ใช่โรงงาน แต่ถ้าปลูกปาล์มมูลค่าเพิ่มจะอยู่ที่โรงงาน โรงงานได้กำไรมาก”
       
       อาจารย์ ณรงค์ ยังกล่าวอีกว่า ทุกวันนี้รัฐบาลมองแต่ความเป็นเชิงพาณิชย์ ลืมคิดไปว่าการผลิตพลังงานไม่จำเป็นต้องทำเป็นเชิงพาณิชย์เสมอไป พลังงานครัวเรือนมันจะช่วยสามารถบรรเทาภาระไปได้ การผลิตไบโอดีเซลจากมะพร้าวมันสามารถนำไปใช้กับเครื่องจักรรอบช้า เครื่องรถอีแต๋น เครื่องรถสูบน้ำ แต่ถ้าผสมกับดีเซล 40% สามารถใช้กับรถกระบะได้
       
       “แต่พวกนี้โรงงานไม่ส่งเสริม รัฐบาลส่งเสริมโรงงานไม่ได้ส่งเสริมชาวบ้าน”
       
       *************
       
       เผยผลศึกษา
       ปัญหาข้าวซีพี

       
       ประมาณต้นเดือนมิถุนายน วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ และ จักรกฤษณ์ พูลสวัสดิ์กิติกุล นักวิจัย มูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย - BioThai) แถลงผลการศึกษา “รายงานวิเคราะห์ปัญหาของพันธุ์ข้าวลูกผสม ศึกษากรณีพันธุ์ข้าวลูกผสมของบริษัทเจริญโภคภัณฑ์” ซึ่งใช้เวลาระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม 2551 สำรวจผลผลิตของการปลูกข้าวลูกผสมโดยลงพื้นที่เก็บข้อมูล สัมภาษณ์เกษตรกร ศึกษาสมุดบันทึกรายละเอียดการปลูกข้าวลูกผสมซึ่งเป็นคู่มือที่บริษัทใช้ติดตามงานของทีมส่งเสริมของบริษัทในพื้นที่ โดยได้สุ่มคัดเลือกชาวนาที่ปลูกข้าวลูกผสมของซีพีรวม 9 ราย ที่ปลูกข้าวนาปรังในฤดูการผลิต 2550-2551 ในจังหวัดกำแพงเพชร และอุตรดิษฐ์
       
       จากการวิจัยภาคสนาม พบตัวเลขของผลผลิต ต้นทุนการผลิตต่างๆ โดยสรุปได้ว่า ผลผลิตเฉลี่ยของชาวนาที่ปลูกข้าวลูกผสมจะได้ผลผลิตเฉลี่ย 958 กิโลกรัม/ไร่ เมื่อเปรียบเทียบผลผลิตที่อ้างโดยซีพีในการแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์หลายครั้งที่บอกว่าข้าวลูกผสมของซีพีสามารถให้ผลผลิตสูงถึง 1,500 กิโลกรัม/ไร่ จะพบว่าผลผลิตที่ได้ในทางปฏิบัตินั้น ต่ำกว่าที่ซีพีโฆษณาถึง 36% ในขณะเดียวกัน การศึกษาในพื้นที่พบว่าต้นทุนการผลิตข้าวลูกผสมนั้นสูงเฉลี่ย 4,462 บาท/ไร่ โดยสัดส่วนของค่าเมล็ดพันธุ์และปักดำนั้นสูงถึงร้อยละ 38 ของต้นทุนการทำนาทั้งหมด
       
       ผลการศึกษาครั้งนี้ คณะผู้วิจัย ได้วิเคราะห์ประโยชน์ของข้าวลูกผสมตกอยู่ที่บริษัท แต่ผลกระทบตกอยู่ที่เกษตรกรและภาคเกษตรกรรมไทยโดยรวม กล่าวคือ
       
       1) ผลผลิตของข้าวลูกผสมสูงกว่าผลผลิตข้าวทั่วไปเล็กน้อยไม่คุ้มค่ากับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
       
       จากผลการศึกษา ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าผลผลิตข้าวลูกผสมเมื่อเปรียบเทียบกับข้าวทั่วไป ภายใต้ปัจจัยแวดล้อมเดียวกัน(โดยไม่คิดการเพิ่มขึ้นของปุ๋ยเคมี และสารเคมีกำจัดศัตรูพืช) จะให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 15 % กล่าวคือผลผลิตข้าวต่อไร่ของชาวนาที่ทำการศึกษานั้นมีผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 810 กิโลกรัม/ไร่ ในขณะที่ผลผลิตข้าวลูกผสมของซีพีนั้นสูงกว่า โดยได้ผลผลิตเฉลี่ย 958 กิโลกรัม/ไร่
       
       อย่างไรก็ตามผลผลิตข้าวที่สูงขึ้นนั้น ไม่คุ้มค่ากับต้นทุนที่เกษตรกรต้องจ่ายเพิ่มขึ้น โดยค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่คือค่าใช้จ่ายสำหรับค่าเมล็ดพันธุ์และปักดำซึ่งสูงถึง 1,700 บาท/ไร่ ไม่ว่าเกษตรกรจะเลือกวิธีการปลูกโดยการหว่านเมล็ดหรือปักดำก็ตาม (ในขณะที่ต้นทุนการทำนาโดยทั่วไปค่าใช้จ่ายสำหรับเมล็ดพันธุ์นั้นอยู่ที่ 300 บาท/ไร่ เท่านั้น) สัดส่วนค่าใช้จ่ายสำหรับเมล็ดพันธุ์นั้นมีสัดส่วนสูงเกือบ 40% ของต้นทุนการทำนาทั้งหมด
       
       นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายด้านเมล็ดพันธุ์แล้ว ชาวนาส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการปลูกข้าวลูกผสมยังต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับค่าปุ๋ยเคมี สารเคมีการเกษตร และผลิตภัณฑ์อื่นๆเพิ่มเติมมากกว่าการปลูกข้าวทั่วไปอีกด้วย
       
       จากการเปรียบเทียบการปลูกข้าวลูกผสมในปีการผลิต 2551 กับการปลูกข้าวพันธุ์พิษณุโลก 2 และสุพรรณ 4 ของชาวนาใน ต. พญาแมน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิษฐ์ ในปีการผลิต 2550 พบว่าต้นทุนในการทำนาข้าวลูกผสมสูงกว่าเกือบ 2 เท่าตัว และได้ผลกำไรน้อยกว่ามาก
       
       กล่าวคือ แปลงนาที่ปลูกข้าวลูกผสม มีต้นทุนต่อไร่ ดังนี้ ค่าพันธุ์ 1,500 บาท เตรียมพื้นที่ 360 บาท สูบน้ำ 200 บาท ปุ๋ย 850 บาท สารเคมี 600 บาท ค่าแรง 200 บาท เก็บเกี่ยว 400 บาท ขนส่ง 100 บาท รวม 4,210 บาท ได้ผลผลิตต่อไร่ 980 กก. รายได้ต่อไร่ 5,684 บาท รายได้สุทธิ 1,474 บาท
       
       ส่วนแปลงนาที่ปลูกข้าวทั่วไป มีต้นทุนต่อไร่ ดังนี้ ค่าพันธุ์ 300 บาท เตรียมพื้นที่ 360 บาท สูบน้ำ 200 บาท ปุ๋ย 425 บาท สารเคมี 300 บาท ค่าแรง 200 บาท เก็บเกี่ยว 400 บาท รวม 2,285 บาท ผลผลิตต่อไร่ 800 ก.ก. รายได้ต่อไร่ 4,640 บาท รายได้สุทธิ 2,355 บาท/ไร่
       
       จากการสอบถามชาวนาในพื้นที่พบว่าประมาณ 20-30% ของชาวนาจะเลิกการปลูกข้าวลูกผสม โดยเหตุผลส่วนใหญ่คือต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและต้องดูแลตามขั้นตอนต่างๆที่บริษัทกำหนด ในขณะที่ชาวนาส่วนที่เหลือยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะปลูกข้าวลูกผสมต่อไปหรือหันกลับไปปลูกพันธุ์ข้าวแบบเดิม โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขอื่นๆ เช่น ราคาข้าว ราคาของปัจจัยการผลิตต่างๆ เป็นต้น
       
       2) คุณภาพของข้าวลูกผสมต่ำกว่าข้าวสายพันธุ์อื่นๆ
       
       มีเกษตรกรหลายรายในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร ได้นำข้าวลูกผสมซีพี 304 ไปสีและหุงรับประทาน พบว่า เป็นข้าวที่มีคุณภาพต่ำมาก กล่าวคือแข็งและรับประทานไม่อร่อย ตรงกับข้อสรุปของกรมการข้าวของไทย ที่ได้ข้อสรุปว่า ข้าวลูกผสมเท่าที่มีการพัฒนาขึ้นในประเทศไทยนั้นเป็นข้าวคุณภาพต่ำ เหมาะกับการเอาไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่น เช่น แนะนำให้ใช้สำหรับการแปรรูปในอุตสาหกรรมต่างๆ หรือการผลิตเอธานอล เป็นต้น ซีพีเองที่รับซื้อผลผลิตข้าวลูกผสมจากเกษตรกรก็นำไปแปรรูปเป็นข้าวนึ่ง ซึ่งเป็นข้าวคุณภาพต่ำ ตลาดส่วนใหญ่อยู่ในประเทศแอฟริกา
       
       ปัญหาข้าวลูกผสมจะเป็นปัญหาสำหรับทั้งต่อเกษตรกรและต่อตลาดข้าวของไทยในอนาคต เนื่องจากในขณะนี้เกษตรกรขายข้าวลูกผสมในราคาข้าวทั่วไป แต่ในระยะยาวเมื่อมีการปลูกข้าวลูกผสมมากขึ้น ข้าวคุณภาพต่ำเหล่านี้จะมีราคาต่ำกว่าข้าวทั่วไป
       
       ที่สำคัญคือเมื่อข้าวลูกผสมเหล่านี้ผสมปนกับข้าวขาวทั่วไปของไทยโดยไม่แยกแยะเป็นชั้นพันธุ์ข้าวอีกระดับหนึ่ง จะส่งผลให้คุณภาพข้าวจากประเทศไทยซึ่งได้ชื่อว่าเป็นตลาดข้าวคุณภาพดีได้รับผลกระทบ สร้างความเสียหายให้กับตลาดข้าวทั้งหมดในที่สุด




บทความ/สาระ

คนตาก พร้อมบิน เร่งรัดให้ขยายสนามบิน ฟื้นการใช้สนามบินรับโบอิ้ง บูมท่องเที่ยว ขนส่งสินค้า รับ AEC
รัฐไทย-เมียนมา หารือเพิ่มจุดผ่านแดนถาวร กระตุ้นการค้าสองชาติขยายตัว
แม่สอด เขตเศรษฐกิจพิเศษหมื่นล้าน
"แม่สอด" เกต์เวย์ถนนระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก
พม่า โอกาสการค้า-การลงทุนที่ SMEs ไทยไม่ควรมองข้าม
เปิดฟ้ามะละแหม่ง แม่สอดสานท่องเที่ยว
ประธานหอการค้าตาก เผยเขตเศรษฐกิจชายแดนแม่สอด เนื้อหอม นักธุรกิจ"ไทย-จีน-ญี่ปุ่น" สนใจลงทุนชายแดน และฝั่งพม่า
พฤติกรรมผู้บริโภคในอาเซียน”...ตัวแปรสำคัญที่ SMEs ไทยควรรู้ก่อนก้าวสู่ AEC
พลังงานน้ำมัน...ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
พริกกะเหรี่ยง : การพัฒนาพันธุ์พื้นเมืองสู่พันธุ์การค้า
เดินทางเสริมสร้างมงคลกับ 9 วัดอารามหลวง
ไฮไลท์“ลอยกระทง” เสน่ห์สีสันแห่งสายน้ำ
เหลียวหลังแลหน้าเลือกตั้งพม่า7พ.ย.
อสังหาฯป่วน 'แบงก์'ระงับปล่อยกู้ แนะกลยุทธ์ไม่ให้ถูกยึดบ้าน ผ่อนไม่ได้มีทางออก!
เอกชนจี้สลายขั้วรัฐบาลเก่า _ทุกภาคส่วนเริ่มมีหวัง ลุ้นได้นายกฯใหม่คนดีมีฝีมือ
เชื่อมทาง 3 แม่ สู่แดน 3 หมอก
เพิ่มงบฯขาดดุลแสนล้าน ไม่ใช่หลักประกันความเสี่ยงเศรษฐกิจ 52
'สมชาย' +เซ่นตุลาเดือด + บิ๊กธุรกิจบีบยุบสภา หวั่นความรุนแรงลุกลามทุบท่องเที่ยว ตลาดทุนป่นปี้
เชียร์กองทัพ “ปฏิวัติ” ก่อนชาติพัง! 2 ขั้วเมิน “คนกลาง” –ชี้ ‘คนชั้นสูง’ เสริมจุดแข็งพันธมิตร
วิกฤตสหรัฐกระทบไทย ชำแหละกองทุนรวม ผู้ถือหุ้นเจ๊งระนาว!
ทุนเชียงรายเพรียกหา“ศูนย์กระจายสินค้า” รับระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้เชื่อมจีน
หอฯเหนือถกแผนรับมือคุนหมิง-กรุงเทพฯหวั่นไทยเป็นทางผ่าน
เลห์แมนล้มฉุดทุนไทย + ต่างชาติเทขาย 2 แสนล้าน/ธนาคารแห่งประเทศไทยผวาเงินไหลออก/เอไอเอสำรองฉุกเฉินเพียบ
เกษตร4แสนไร่สังเวยอุทกภัย ประกันเมินพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก
เปิดบัญชีกลุ่มธุรกิจหลังสิ้นยุค ‘ทักษิณ’เรืองอำนาจ ธุรกิจอิงการเมืองฟุบ บิ๊กอสังหาฯ กระอัก
'รัฐบาลทำอะไรผิด' ทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงตรงไหน?
ทองทุบสถิติ 30 ปี ถือ 7วันกำไร 600 บาท เซียนเตือนอย่า'บุ่มบ่าม'
“พลังงานทางเลือก” จุดเปลี่ยนเกมค่ายรถ มะกัน-ญี่ปุ่นใครจะคว้าชัยในเวทีใหม่
สตง.พบ 2 โครงการปล่อยกู้ 'ฮุนเซน' เอื้อชินคอร์ป? คดีเอ็กซิมแบงก์ โผล่เขมร ทักษิณ!ตัวการอีกแล้ว
20.08น. วินาทีเปิดปักกิ่งเกมส์ โชว์สปิริตเอเชียที่สุดแห่งโอลิมปิก
ศึกแบงก์ชิงเงินฝากปรอทแตก
รัฐถังแตกสั่งรื้อภาษีที่ดินใหม่ คนมี 'บ้าน-ที่ดิน'อ่วมจน-รวย !จ่ายเท่ากัน
ปราสาทพระวิหาร 'มรดกโลก'ทับซ้อน พลังงานไทย-เขมร
ค้าปลีกระนองแท็กทีมแข่งโลตัส + ชูกลยุทธ์เชิงรุก-เปิดดีลิเวอรีตีกินตลาดต่างอำเภอ
ปลุกสำนึกพลเมืองรวมพลังฝ่าทางตันสังคมไทย
น้ำมันพ่นพิษขาดดุลการค้า-เดินสะพัดสูงสุด 'เลี้ยบ'ลั่นเร่งออกมาตรการรับมือให้เร็วขึ้น
โชว์ห่วยลุ้นสนช. เข็นพ.ร.บ.ค้าปลีก ทันสมัย'สุรยุทธ์'
กูรูร้านอาหาร/ค้าปลีกไทยใน'ดูไบ' ชี้ช่อง'ทำธุรกิจแดนอาหรับ'
สินค้าจ่อขึ้นราคาอีกรอบ + หลังบะหมี่ขาวมาม่านำร่องขึ้นเป็น 7 บาท/มาลีบ่นอุบต้นทุนกระป๋องขึ้น 20%
ข้าวยากน้ำมันแพง
ข้าวแกงแซงฟาสต์ฟูด + คนไทยคอตกสินค้ายกทัพขึ้นราคา/เมย์เดย์ค่าจ้างเพิ่มแค่ 9 บาท
แผนแก้วิกฤตอาหารโลกแค่ภาพลวงตา ข้อมูลจริง คนไทยตายผ่อนส่ง!
มองโลจิสติกส์ไทย ผ่านมิติ 'ดร.ปรีชา พันธุมสินชัย' แนะสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วยRosettaNet
กลยุทธ์บริหารโลจิสติกส์ด้วยการจัดสรรเป้าประสิทธิภาพ(ตอนจบ)
ชี้ช่องรัฐ... วางโมเดล 'เอาชนะ' ต้นทุนโลจิสติกส์พุ่ง
กลยุทธ์บริหารโลจิสติกส์ด้วยการจัดสรรเป้าประสิทธิภาพ(ตอน1
ไทยเปิบข้าวแพงขึ้น 30% + แบรนด์ข้าวถุงงัดข้อ 'มิ่งขวัญ' งดส่งโมเดิร์นเทรด, แบงก์แฉเล่ห์โรงสีเบี้ยวหนี้
น้ำมันตลาดโลกพุ่ง ปตท. สุดอั้น ตรึงราคารัฐเหลว
ดาวน์30บาทถอยเชฟโรเลต โตโยต้าเกทับซื้อวีโก้ลุ้นรับวีโก้
เปิดเดินรถไฟเชื่อมไทย-ลาวเม.ย.นี้
ผู้ผลิตยอมอุ้มผู้บริโภค + ยูนิลีเวอร์/สหพัฒนฯขานรับกรมการค้าภายใน มีนาคม-กรกฎาคม ลดราคาสินค้า 2-3 บาท/ชิ้น
หอการค้าเชียงรายเดินหน้าเชื่อม4ชาติ
เดิมพัน 4 หมื่นล้านปั๊มเศรษฐกิจ + 'คลัง' คาดหวังอสังหาฯ-มนุษย์เงินเดือนปลุกกำลังซื้อดันจีดีพีโต 6%
UD Packaging เทรนด์ใหม่....รู้ก่อนรวยก่อน
สงครามสินค้าราคาแพง ฉากจบที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
บีบธปท.ลดดอกเบี้ย + เอกชนพ้องเสียงกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้านเงินไหลเข้าเก็งกำไร2ต่อดอกเบี้ย-ค่าเงิน-ซับไพรม์
วิกฤติราคาน้ำมันกำลัง เปลี่ยนขั้วอำนาจเศรษฐกิจโลก
เคล็บลับเก็งกำไร”บ้าน-ที่ดิน” เปิดทำเลทอง ทั่วประเทศ
กลเม็ดหาน่านน้ำใหม่ ของ 3 แบรนด์ที่ยักษ์ใหญ่ฟัดไม่ลง
หลากปัญหารุมเร้า... ปี2550-2551 คนไทยเสี่ยงป่วยทางจิต
เศรษฐกิจฝืด เงินบาทแข็ง ทัวร์ใน-นอก แก้เกมดึงคนเที่ยวปีใหม่
พลิกตำรารบ 3 แบรนด์ “โครงการหลวง
เปิดโผ....10 อาชีพฮอตฮิต เรียนแล้วไม่ตกงาน !
ทุ่มแจกโบนัสสู้เงินเฟ้อ + ปลอบขวัญสู้ศึกของแพงปี 51 / TDRI แนะปรับรายได้ต้องไม่น้อยกว่า 7.5%
ลูกเล่นการตลาด 4 พรรคการเมืองใหญ่
ยักษ์ไทยการ์เมนต์ออกอาการเซ + ยอดขายวืดเกือบ 700 ล้าน/จีน-ปินส์ก๊อปปี้สินค้าตีตลาดยับ
ชำแหละส่งออกโค้งสุดท้าย เป้า 4.9 ล้านล้าน พลาด-ไม่พลาด?
คนจีน-คนไทยก็เจอของแพงเหมือนกัน
เจาะกลวิธีหาเงิน 6 พรรคใหญ่ อภิมหาโปรเจกล้านๆ ๆ ฝันที่เป็นจริง
คลังรีดแวต-ภาษีเงินได้ + ขยายฐานรายได้เข้ารัฐ/รับมือประชานิยมรัฐบาลหน้า
ยักษ์ค้าปลีกแข็งข้อพาณิชย์ เมินร่วมถกไกด์ไลน์ค้าปลีก
เส้นทางไล่ล่าใหม่ 2 อภิไทคูน เจริญ-ธนินทร์
เอ็มโอยู'ค้าปลีก เป็นธรรมทุกฝ่าย เลิกขายต่ำกว่าทุน
โมเดิร์นเทรดรุกฆาต! ขวางพ.ร.บ.ค้าปลีกฯสุดฤทธิ์
ระวังตกเป็นเหยื่อรายใหม่ แฉสารพัดกลโกง การเงิน!
โชวห่วยขอนแก่นประสานสมาชิกเร่งทำคัตเอาต์หนุนพ.ร.บ.ค้าปลีก
ยุทธศาสตร์แห่งอนาคตสู้ศึกใน-นอก ยุคผู้ประกอบการไทยโดดเดี่ยว ชนิดไม่ต้องง้อรัฐบาลใหม่
สินค้าฝ่อมนต์ปลุกลูกค้าเสื่อม
สิ้นปีส่งออกอาหารทะลุ 6 แสนล.2 สภาฯเชื่อปีหน้าสิ้นคาแพงขึ้น
ยุบ ร.ส.พ.องค์กรฟอกหนัง-แบตเตอรี่ยังไม่พอ อีก 2 แห่งจ่อคิว! “สบพ.-กคช.” หนาว
หอฯลำปางชวนนักศึกษาประกวดแผนการตลาด
ฟูจิฟาร์ม” ข้าวญี่ปุ่นบนแผ่นดินไทย
Stacey ปฏิวัติวงการของขวัญ ชูจุดขายผู้รับไม่พอใจ ‘เปลี่ยนได้’
เปิดบันทึกสู้ศึกโมเดิร์นเทรด"โชวห่วย"แพร่ มุ่งคืนกำไรโครงการ 4-ลุ้นเกิด"สำนึกท้องถิ่น"
พาณิชย์เจียระไนมุกดาหาร ศูนย์กลางการท่องเที่ยวชายแดน
‘20 กฎ’ ลดภาษีบุคคลธรรมดา (2) article
‘20 กฎ’ ลดภาษีบุคคลธรรมดา (1) article
อันตราย! อากาศร้อนจัดเสี่ยงเกิดโรค “ฮีตสโตรก
ทุนจีนลุยลงทุนจากเชียงรุ้ง-ริมน้ำโขง/คสศ.จี้รัฐปรับแผนรับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ article
เวียดนาม-สหรัฐฯ ดี๊ด๊านัดเจรจาเตรียมเปิด FTA article
รุ่น "เตี่ย" กับ "เสี่ย" "รอยต่อ" ธุรกิจสองเจนฯ article
อุด "รูรั่ว" กิจการ article
สิ่งที่ได้เรียนรู้ จากการเป็นผู้ประกอบการ article
แต่งร้านให้ได้ล้าน : ฟื้นฟูร้านค้าปลีกด้วยดีไซน์ article
โชวห่วยฮึดสู้โมเดิร์นเทรดอีก ชูเพลงปลุกใจ-อัดซัปพลายเออร์ช่วยไม่เต็มที่ article
แนวรบค้าปลีกภูธรปี"50 ระอุ รัฐบาล-สนช.เร่งคลอด พ.ร.บ.ค้าปลีก โชห่วยลุ้นช่วยต่อลมหายใจธุรกิจ article
ค้าชายแดนเฮพม่าจู๋จี๋กะเหรี่ยง article
ส่งออกเวียดโต 22% เชื่อปีหน้าทะลุ $46 พันล้าน article
แนะ3ขุมพลังศก.จีนจับมือรุกตลาดโลก article
เลขาฯ ยูเอ็น แสดงความยินดีที่พม่าปล่อยตัวนักโทษการเมือง article
ผู้ถือหุ้นชี้ชะตาไอทีวี +วิบากกรรมสื่อเสรี รอโหวตต่อชีวิต 29 ธ.ค. ลือเทมาเสกขายหุ้นทิ้ง มีกลุ่มใหม่จ้องเสียบ article
เราจะปล่อยให้ ร้านค้าปลีกไทยตายหมดหรือ article
ต้มยำกุ้งปัดส่งเงินหนุนโจรใต้ จี้"สุรยุทธ์"พูดให้ชัดหวั่นคุมเข้ม article
จุดเปลี่ยนประเทศไทย article
15 แนวทางการปรับตัวของค้าปลีกท้องถิ่น เพื่อความอยู่รอด article
ดัชนีเชื่อมั่นคนไทยปรับเพิ่มในรอบ5เดือนอานิสงส์คปค article
เมื่อโลตัสแม่สาย บุกทำลายวิถีการค้าท้องถิ่นยับ มินิมาร์ท-ซุปเปอร์สโตร์-โชว์ห่วยปิดกิจการเพียบ article
หลัก 5 ประการที่ร้านค้าปลีกควรใส่ใจ article
เปิดรูโหว่ "หวยบนดิน" "เงินบาป" ที่คนเห็นแก่ได้ อยากล้วง article
Singapore most competitive economy in Asia: survey article
New migrant worker regulations in Tak Province article
พาณิชย์เพิ่งตื่นคุมกำเนิดโมเดิร์นเทรดช่วยโชห่วย article
ค้าปลีกไทยเดี้ยงหมดทางสู้จี้รัฐเข้มกติกาคุมยักษ์ต่างชาติ article
หอฯเมืองคอนชี้เศรษฐกิจฝืด ห้างฯยักษ์สู้เดือดดับค้าปลีก article
หอฯกระบี่ ปลุก อปท.ต้านค้าปลีกข้ามชาติ หวั่นรายย่อยท้องถิ่นสูญพันธุ์ article
ขายสาขา"ริมปิงซูเปอร์มาร์เก็ต"ให้ท็อปส์ "ตันตรานนท์"พ่ายทุนค้าปลีกข้ามชาติ article
นโยบายก๊าซหุงต้ม 2 ราคา ทางแก้ไม่สะเด็ดน้ำของรัฐ
New capital brings Myanmar rulers closer to problem border regions article
กสิกรไทยรุกขยายตลาดSMEsใต้ชี้"อุตฯยาง-รถยนต์-จยย."ยังฉลุย article
Change Management จงเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงคนอื่น article
ร้านทองพิษณุโลกอัดโปรโมชั่นดึงลูกค้าเข้าร้าน article
โอเชียน ชุมพร ปรับกลยุทธ์รับศึกโมเดิร์นเทรด article
สินค้าชิงช่องทางค้าปลีกทุกเม็ด เซลส์-หน่วยรถหัวปั่นสร้างยอด article
แปลงโฉมบรรจุภัณฑ์ เปลี่ยนดีไซน์ ดันยอดขาย เพิ่มมูลค่า article
ปักหลัก"จังหวัดเบ๊นเตร"ผลิตครบวงจร "ลิเบอร์ตี้-แอพพาเรล"ย้ายฐานไปญวน article
สรุปผลโพล "คุณเห็นด้วยกับการตัดถนนเส้นอุ้มผาง-คลองลาน หรือไม่?" article
'หอการค้าไทย' ชี้เศรษฐกิจปีนี้โตไม่เกิน4% เหตุการเมืองอึมครึม article
ไปรอด ไปโลด : รู้เรา ด้วยแผนธุรกิจ article
จีนจัดทัพเตรียมใหญ่ในอาเซียน article
งานแสดงสินค้านำเข้า-ส่งออกเมืองคุนหมิงของจีนปี 2006 article
ศูนย์การค้าจีนไทยก่อตั้งขึ้นที่เมืองคุนหมิน article
บทสัมภาษณ์นายด่านศุลกากรเชียงแสน "สนับสนุนเขตปลอดภาษีหรือนิคมปลอดภาษีสินค้าจีนที่เชียงราย" article
แผนลงทุน Contract Farming ปี 2549-2550 จังหวัดตาก article
ขอเชิญร่วมถวายพระพรและบริจาคในโครงการ "ไทยทั้งชาติ ถวายพระพร ร้อยอักษร ถวายพระเจ้าอยู่หัว" article
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 15 ส.ค. 2550
สินค้าเปิดศึกรับลมหนาว +สกินแคร์/เสื้อกันหนาว/เครื่องทำน้ำอุ่นอัดกิจกรรมแย่งแชร์อุตลุด
เสื้อผ้าโลคัลลุ้นเศรษฐกิจฟื้น + พีน่ากรุ๊ปเร่งบริหารต้นทุนเพิ่มทางรอด/บลู พินฯเลื่อนนำเข้า 2 แบรนด์อินเตอร์
เชิญบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยนากรีส
ก๊าซหุงต้มถังละ300 +ชง 'ปิยสวัสดิ์' ชี้ขาดเดือนนี้/จี้แท็กซี่ติดเอ็นจีวี รับเปลี่ยนตัวถังฟรี ***หัวหน้าข่าวต่อ::สินค้าจ่อปรับราคาอีก10รายการ
อุดรฯตั้งหอการค้าระดับอำเภอ รองรับศก.ขยายตัว
ขุมทรัพย์ครึ่งแสนล้านไทย ยังไม่ติดเชื้อไฟสงครามย่างกุ้ง
เผือกร้อน...บิ๊กหอการค้าไทย 19 หอฯภาคอีสานสิ้นหวัง พ.ร.บ.ค้าปลีก
ศูนย์การค้ารวมพลังร้องพาณิชย์ ค้าน"ม.24"พรบ.ค้าปลีกฉบับสนช.
นักธุรกิจไทยหนีลงทุนพม่าซบเวียดนาม ด้านหอฯ เชียงรายเร่งหม่องเปิดด่านจีน
พ.ร.บ.ค้าปลีกแท้ง! โมเดิร์นเทรดเฮ... กรรมาธิการสนช.แห้ว
เปิดโอทอปบึงลาดโพธิ์ บริการนักท่องเที่ยว
ปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตามอง
บริหารการเงิน...เพื่อชีวิตที่พอเพียง
Silverlake” อาณาจักรไร่องุ่นของ “สุพรรษา” นางเอกรุ่นใหญ่
‘สปันจ์’ เบเกอรี่เงินล้านลุยแฟรนไชส์
เชื่อมั่นภาค ‘การค้า-บริการ’โงหัวไม่ขึ้น สสว.เผยดัชนี “อสังหาฯ” กระทบหนักสุด
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 04 ก.ย. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 5 ก.ย. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 28 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 28 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 28 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 23 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันที่ 23 ส.คง 50
เชิญเข้าร่วมงานแสดงสินค้าTHAIFEX - World of Food ASIA 2008
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันที่ 21 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 20 ส.ค. 50
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 20 ส.คง 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 16 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 16 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 16 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 15 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประจำวันที่ 15 ส.ค.50
ดูริโอ้” ธุรกิจนักเศรษฐศาสตร์ คนตกงานสู่เถ้าแก่รุ่นเยาว์
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
ฮงล้วแม่สอดสู้ค้าปลีกต่างชาติ ดึงลูกค้าไทย-พม่ากลับมาถึง 60%
ฮงล้วแม่สอดสู้ค้าปลีกต่างชาติ ดึงลูกค้าไทย-พม่ากลับมาถึง 60%
ยักษ์ค้าปลีก/คอนซูมเมอร์ ออกแคมเปญกระตุ้นกำลังซื้อ
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
เที่ยวอิ่มบุญกับไฮไลท์งานเข้าพรรษา
อนาคต"โชวห่วย"ใต้เงามัจจุราช(จบ) ห้างยักษ์ยึดทั่วไทยจุดจบร้านชุมชน
โมเดิร์นเทรดส่งโมเดลใหม่อาละวาด เย้ยกฎหมายค้าปลีกไทยเงื้อง่าราคาแพง
“ปิยะบุตร” ย้ำอุตฯ สิ่งทอยังไปได้-แถมต้องการแรงงานอีกเพียบ
ปัญหาแรงงานเข้าขั้นวิกฤติ 7จังหวัดอันดามันขาดแคลนหนัก
สิ่งทอผวาอียู-สหรัฐเลิกเซฟการ์ดจีน +มีผลบังคับใช้ไทยตกที่นั่งลำบาก/สั่งเบนเข็มเร่งยึดตลาดอาเซียน
ผลสำรวจ SMEs ให้ความหวังเชื่อปี 50 ทำรายได้ 4.908 ลล.บ.
ผลสำรวจ SMEs ให้ความหวังเชื่อปี 50 ทำรายได้ 4.908 ลล.บ.
เตรียมลดภาษีกู้เศรษฐกิจชายแดนใต้ เล็งผุดนิคมฯฮาลาลแห่ง 2 ที่นราธิวาส
ไม้พม่าทะลักเข้าไทยต่อเนื่อง 6 เดือน 1.5 หมื่นตัน 260 ล.
หอการค้าอุดรฯไอเดียกระฉูด จัดประกวด "แผนธุรกิจ" นักศึกษา ปูทางสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่
หอการค้า-เอกชนสงขลาชงรัฐ 6 มาตรการ อุ้มธุรกิจ12 อำเภอเสริมเขตพัฒนาพิเศษฯ
กรมส่งเสริมฯสอบข้อเท็จจริง"ผักกางมุ้ง" ย้ำหากรัฐผิดพร้อมเลิกหนี้เกษตรกรพบพระ
กรมส่งเสริมฯสอบข้อเท็จจริง"ผักกางมุ้ง" ย้ำหากรัฐผิดพร้อมเลิกหนี้เกษตรกรพบพระ
นักธุรกิจภูเก็ตนำเข้าจยย.ไฟฟ้าจากจีน เจาะตลาดกลุ่มประหยัดน้ำมัน-ดูแลสวล.
เงียบมานาน..พม่าพูดชัดประเคนหลุมก๊าซให้จีน
เตรียมความพร้อมโลจิสติกส์ไทย รับสถานการณ์เปิดเสรีการค้าจีน-อาเซียน
เส้นทางต่อสู้ค้าส่งค้าปลีกรายย่อยยุคค้าปลีกข้ามชาติสยายปีกเต็มเมือง
หอฯตราดชี้ปัญหาศก.-การเมือง ไม่กระทบท่องเที่ยว-ค้าชายแดน
พาณิชย์จัดประชุมใหญ่ดันธุรกิจไทยโกอินเตอร์
เผยพ.ร.บ.ค้าปลีกกระทบผู้บริโภค จับตาผลกระห่วงโซ่ธุรกิจทั้งระบบ
โชวห่วยร้องพาณิชย์ยักษ์ค้าปลีกเร่งผุดสาขา
กรมพัฒนาธุรกิจฯ ดัน SMEs โกอินเตอร์ มั้นใจเศรษฐกิจชะลอตัวไม่กระทบธุรกิจไทย
สิ่งทอ - จักรยานยนต์ธุรกิจดาวรุ่ง …!แนะพ่อค้าไทยเกาะติดเวียดนามฟีเวอร์
โชวห่วยพะเยาผนึกสมาพันธ์ฯต้านห้างยักษ์ แนะปิดทางเข้า-พ่อค้าปากช่องนัดม็อบ 27 เม.ย.
ทันเกมภาษี (1)
โชวห่วยเชียงคำขึ้นป้ายต้าน"โลตัส"ทั่วเมือง หวังผังเมืองรวมสกัดทุนยักษ์ตอกเข็ม20พ.ค.
เปิดรายละเอียดสาระสำคัญ ร่างรัฐธรรมนูญ 2550
‘20 กฎ’ ลดภาษี บุคคลธรรมดา (3)
พ.ร.บ.ค้าปลีก: การตัดสินใจเพื่อคนไทยใช่หรือไม่? (ตอนจบ)
พ.ร.บ.ค้าปลีก : การตัดสินใจเพื่อคนไทยใช่หรือไม่? (ตอนที่ 1)
จาก ย่างกุ้ง สู่ราชธานี เนย์ปิดอว์
สสว.ยกระดับผู้ประกอบการแข่งขันเวทีโลก ‘ปิยะบุตร’เชื่อมั่น SMEs แกนหลักขับเคลื่อนศก.ไทย article
หอฯไทยจัดถกประเด็นเขตอุตสาหกรรมกัมพูชา article
อย่ามองข้าม Talent Management article
'อาเซียนซัมมิต'เครื่องร้อน ผู้นำ10ชาติตั้งเออีซีเร็วขึ้น 5 ปี article
เวียดนามเศรษฐกิจร้อน ส่งซิกลดค่าเงินด่ง? article
เก็บภาพประทับใจกับสถานที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นในความทรงจำ article
อินเดียขุดไอเดียทำโรงไฟฟ้าพม่าชิงก๊าซกับ ปตท. article
ธปท.เผยประเมินผลกระทบตลาดหุ้นไว้แล้ว-ยืนกรานไม่ทวนมาตรการ 30% article
ปล่อยรัฐฟ้องล้มละลาย ทางออกสุดท้าย'ไอทีวี' article
'สนธิ'สั่งปรับทัพรับมือรบในเมือง ปูดคนเถื่อนชุมนุม10ธ.ค. article
สุรยุทธ์ยัน ทหารสืบอำนาจ จะลาออก! article
นายกฯให้ศาลตัดสินทักษิณกลับเมืองไทย article
กมธ.ติดตามแก้ปัญหาสุวรรณภูมิลุยตรวจ-แก้ปัญหา “สุวรรณภูมิ” article
คนทีโอทีดิ้นส่งข้อมูลให้“คุณชายอุ๋ย” article
คตส.เตรียมฟันอีก 2 โครงการใหญ่ - สรุปที่ดิน “พจมาน” ก่อนปีใหม่ article
พม่าสั่งแบงก์ใหญ่ตรวจละเอียดห้ามรับฝาก ‘เงินบาป' article
ปิดทางนอมินีต่างด้าว พาณิชย์แก้ กม.คุมสิทธิ์ออกเสียง article
หากคนเลวไม่สำนึก ก็สมานฉันท์ได้ยาก ย้ำบ้านเมืองที่ล่มจม ‘ฝ่ายดี’ยังไม่สามัคคี article
หม่อมอุ๋ยยันไม่ป้องอ.สรรพากร ย้ำโทษต้องเป็นไปตามกฏหมาย article
บิ๊กแอร์บัสสยบกระแสลบ โชว์ A380 แตะ'สุวรรณภูมิ' article
ทรท.ร้อนตัว!!..รีบปฏิเสธส่งคนร่วมม็อบ 10 ธ.ค. article
ทางการหม่องลงดาบเจ้าหน้าที่ศุลกากรทุจริตอีกนับร้อย article
เวียดนามเปิดสะพานแขวนเชื่อมอ่าวฮาลอง article
"สมภพ"ยันร่างกฎหมายค้าปลีกเป็นธรรม article
คนกรุงเตรียมควักกระเป๋าเพิ่ม บีทีเอสสรุปชัดขึ้นราคา 1 มี.ค.50 article
แรลลี่โฮจิมินห์-อุบลฯ-มุกดาหารร่วมเปิดสะพานมิตรภาพ article
มิติใหม่น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ นวัตกรรมรับกระแสรักสุขภาพ article
เชียงใหม่ฝันค้างสูญเม็ดเงินกว่า 3 พันล้าน "แม้ว"ไม่อยู่สารพัดเมกะโปรเจกต์ถูกระงับ article
อุ๋ยยื่นฟันรวด ครม.ทักษิณ ปลัดคลัง-บอร์ดออกหวยผิด ก.ม. article
สมาพันธ์ฯต้านค้าปลีกยักษ์บีบสนช. เร่งคลอดพ.ร.บ.ค้าปลีกก่อนเจอม็อบ article
พระเทพฯเสด็จเปิดสะพานโขง2 ค้าชายแดนคึกคัก-สินค้าผ่านเพิ่ม40% article
"ชวน"แนะฟื้นฟูสามเหลี่ยมศก.- เสริม 5 จว.เขตพิเศษฯ article
บทพิสูจน์นโยบายโปร่งใสของรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ article
เอ็กซิมแบงก์ไทยช่วยขายพันธบัตรลาวระดมทุนน้ำเทิน 2 article
ไทย+17 ชาติ เซ็นลงขันทำทางรถไฟทรานส์เอเชีย article
พม่าจัดฉาก 'ซูจี' พบ 'แกมบารี' หวั่นถูกลงแส้ article
ตั้งราคาอย่างไร ให้กำไรที่สุด article
การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา กลไกสำคัญในการเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย article
Burmese workers fear Thai ID papers article
เปิด"คู่มือ"สู่"สุวรรณภูมิ" ไม่หลง-ไม่ไกล-ไปได้หลายทาง article
ลาก่อน...“ดอนเมือง” ที่คิดถึง article
ขอเชิญร่วมงาน "หอการค้าแฟร์ 2006" article
พม่า...โอกาสในแดนสนธยา article
ดัชนีความสุขผู้บริโภคเดือนก.ค.ลดลงจากเดือน มิ.ย.จากปัญหาการเมืองและค่าครองชีพ article
เดอะวอฟเฟิล’ ดันชอปพรีเมียม ยกระดับชนแฟรนไชส์ขนมนอก article
เผย 3 ปัจจัยหลักเตือนชะลอลงทุน สสว.เตรียมตั้งศูนย์เตือนภัย SMEs article
ชูธุรกิจโรงพยาบาลแชมเปี้ยนโปรดักต์ เชียงใหม่ลุ้น5พันล้านสปีด"ฮับสุขภาพ" article
‘โลตัส’ ลองของรุกเมืองปากพนัง - โชวห่วยม็อบต้านสุดฤทธิ์ article
ติวเข้มโชห่วยรับมือห้างค้าปลีกข้ามชาติรุกตลาดต่างจังหวัด article
ตั้งฮั่วเส็งฮึดสู้ศึกค้าปลีกลุยมินิซูเปอร์มาร์เก็ต article
เซย์ไฮ กับแนวคิด พรีเมี่ยม คอนวีเนี่ยนสโตร์ article
หอฯกระบี่ชูธงต้านยักษ์ค้าปลีก หวั่นซ้ำรอยทุบโชห่วยสูญพันธุ์ article
10 วิธีเริ่มธุรกิจแบบ "ฉลาดๆ" article
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่10(พ.ศ.2550-2554) article
การใช้ Competency ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ อย่างมีประสิทธิภาพ article
จริยธรรมธุรกิจและจรรยาบรรณ article
ข่าวดี!!! เชิญสั่งจองเสื้อสีเหลือง ตราสัญลักษณ์ รุ่นใหม่ มีกระเป๋า article
ตลาดส่งออกไอศกรีมไทย article
โอกาศและอุปสรรค การส่งออกสินค้า OTOP article
การส่งออก อัญมณีและเครื่องประดับของอินเดีย article
อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของกัมพูชา article
ขอเชิญร่วมแข่งขันแรลลี่การกุศล “หอการค้าไทย Family Rally” 49 article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.