ReadyPlanet.com
dot
dot
ส่วนสมาชิกหอการค้า TakCC Member Login
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
สมัครสมาชิกหอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletสิทธิประโยชน์สมาชิก
bulletขั้นตอนการสมัคร
bulletdownload ใบสมัครสมาชิก
dot
เกี่ยวกับ หอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletประวัติหอการค้าจังหวัดตาก
bulletข้อบังคับ หอการค้าจังหวัดตาก
bulletวิสัยทัศน์
bulletโครงสร้าง และพันธกิจ
bulletทำเนียบคณะกรรมการ
bulletสถานที่ติดต่อ
dot
อัลบั้มภาพ
dot
bulletภาพกิจกรรม
bulletผลงานเด่นที่ผ่านมา
dot
รายงานการประชุม
dot
dot
ข้อมูลจังหวัด และ สถิติการค้า
dot
bulletข้อมูลจังหวัดตาก
bulletสถิติการค้าชายแดน จังหวัดตาก
bulletท่าสินค้า และ คลังสินค้า ชายแดน
bulletจุดท่องเที่ยวในจังหวัดตาก
dot
ข่าวสารประเทศเพื่อนบ้าน
dot
bulletพม่า
bulletจีน
bulletเวียดนาม
bulletกัมพูชา
bulletลาว
bulletฐานข้อมูลกลุ่มประเทศ GMS
dot
ลิงค์ที่น่าสนใจ
dot
bulletHOT LINKS
bullet รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง
bulletโครงการป้ายของดีจังหวัดตาก


http://www.dft.go.th/th-th/index


จุดเปลี่ยน…ธุรกิจไทย วิกฤตและโอกาสอยู่ตรงไหน

                เรื่องของข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ)ที่ไทยทำกับประเทศต่างๆนั้น  จริงๆแล้วมีอยู่ 11 ฉบับ  มีทั้งข้อตกลงระหว่างไทยกับประเทศคู่เจรจาโดยตรงและอาเซียนซึ่งก็รวมไทยด้วยกับประเทศคู่เจรจา

                ทั้ง 11 ฉบับ มีเพียง 4 ฉบับที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ต้นปี 2553 ส่วนอีก 7 ฉบับ มีผลบังคับใช้ไปแล้ว  ซึ่งได้ทยอยลดภาษีไปแล้วบางส่วน  และบางส่วนก็ได้ลดภาษีเป็น 0% ไปแล้ว

                แต่ที่ฮือฮากันอีกครั้ง  เพราะวันที่ 1 มกราคม 2553  จะมีถึง 6 ฉบับ ที่การลดภาษีตามข้อตกลงจะเข้มมากขึ้น  คือ เอฟทีเอ ระหว่างอาเซียนด้วยกัน  หรือที่เรียกว่า อาฟต้า,เอฟทีเอไทย – ออสเตรเลีย, เอฟทีเอไทย – นิวซีแลนด์,เอฟทีเออาเซียน – จีน,เอฟทีเอไทย – ญี่ปุ่น และเอฟทีเออาเซียน – เกาหลี

                และที่กำลังพูดถึงกันมากด้วยความเป็นกังวลของบรรดาผู้ประกอบการก็คืออาฟต้าและเอฟทีเออาเซียน – จีน

ดีเดย์ 1 ม.ค. 53  8,300 สินค้าอาเซียน  ภาษี 0%

                อย่างอาฟต้าที่กังวลกันมาก ก็เพราะจนถึงสิ้นปี 2552 จะมีการลดภาษี 0% คิดเป็น 80.1 % ของจำนวนพิกัดภาษี แต่ไม่ค่อยรู้สึกกัน เพราะเป็นสินค้าที่ไม่ค่อยได้รับผลกระทบมากนัก

                แต่วันที่ 1 มกราคม 2553 จะลดภาษีอีก 19.8 % ของจำนวนพิกัดสินค้า รวมแล้วจะเป็น 99.9% ของพิกัดภาษีทั้งหมด ซึ่งจะเหลืออีก 0.1 % เท่านั้น

                “สุภัฒ สงวนดีกุล” ผู้อำนวยการสำนักอาเซียน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศให้รายละเอียดว่า ภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟต้า ซึ่งเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2535 ลดหย่อนอัตราภาษีนำเข้าให้แก่สมาชิกอาเซียนมาแล้ว 17 ปี ได้มีการทำข้อตกลงว่าด้วยการใช้อัตราภาษีศุลกากรพิเศษที่เท่ากัน เรียกว่า CEPT (Common Effective Preferential Tariff)

                โดยวันที่ 1 มกราคม 2553 นี้ กลุ่มประเทศอาเซียนเดิม 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, บรูไน, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ จะต้องลดภาษี 0 % ยกเว้นสินค้าอ่อนไหวของแต่ละประเทศ

                ขณะที่กลุ่มอาเซียนใหม่ หรือ CLMW ได้แก่ กัมพูชา, ลาว,พม่า, และเวียดนาม จะลดภาษีเหลือ 0% ในปี 2558

                ถึงเวลาตอนนั้นอาเซียนก็จะกลายเป็นตลาดและฐานผลิตเดียวกัน  เรียกว่า “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”(ASEAN Economic Community :AEC)

                ทั้งนี้ ในอาเซียนมีรายการสินค้าอ่อนไหว  และสินค้าอ่อนไหวสูงที่จะไม่ลดภาษีเหลือ 0% เพียง 93 รายการ จากรายการสินค้าทั้งหมด 8,300 รายการ โดยไทยมีเพียง 4 รายการที่จะลดภาษีเหลือ 5% คือไม้ตัดดอก, มะพร้าวแห้ง, มันฝรั่ง, และกาแฟ

                อย่างไรก็ดี  ตามข้อตกลงในกรอบอาฟต้ามีสินค้าอ่อนไหวที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องลดภาษีเป็น 0% ในวันที่ 1 มกราคม 2553 อยู่ 2 กลุ่ม

                กลุ่มแรก สินค้าอ่อนไหว (Sensitive List: SL) ซึ่งในแต่ละประเทศมีสิทธ์ที่จะกำหนดว่าสินค้าอะไรบ้างที่มีความอ่อนไหว โดยสินค้ากลุ่มนี้ของ 6 ประเทศอาเซียนเดิม จะต้องลดภาษีเหลือ 5% ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป

                กลุ่มที่ 2 สินค้าอ่อนไหวสูง (Highly Sensitive List) หลักเกณฑ์ คือ จะต้องลดภาษีลงมา แต่จะลดเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับการเจรจากับประเทศสมาชิกในอาเซียน ซึ่งจะตกลงกันไว้ตั้งแต่เริ่มต้นการเจรจา

                ขณะนี้ยังมีอีก 3 ประเทศที่กำลังเจรจากันอยู่ คือ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ สำหรับมาเลเซียขอสงวนข้าวไว้  โดยกำหนดที่ลดภาษีจาก 40% เป็น 20% ในปี 2553

                ด้านอินโดนีเซียขอสงวนสินค้าข้าวกับน้ำตาลไว้  โดยกำหนดจะลดภาษีข้าวเป็น 25% ในปี 2558 ส่วนน้ำตาลกำหนดจะลดภาษีจาก 30 -  40% เป็น 5 – 10% ในปี2558

                แต่เนื่องจากน้ำตาลเป็นสินค้าที่เพิ่มขอเข้ามาภายหลัง  ซึ่งเดิมเป็นสินค้าที่อยู่ในกลุ่มอ่อนไหวแล้วมาขอยกเว้น ดังนั้น อินโดนีเซียจะต้องชดเชยสิทธิประโยชน์ให้กับประเทศที่ได้รับผลเสียจากการขอยกเว้นในครั้งนี้

                “ไทยบอกว่าได้รับผลเสีย เราก็ไปเจรจากับอินโดนีเซีย สิ่งที่ได้ ก็คือ เขาจะชดเชยให้ไทยโดยการตกลงทำ MOU ซื้อน้ำตาลในปริมาณอย่างน้อยเท่ากับอัตราเฉลี่ยของการนำเข้าจากไทย 3 ปีย้อนหลัง ก็ประมาณ 5.5 แสนตัน อันนี้เป็นสิ่งที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว”

                ขณะที่ฟิลิปปินส์ขอสงวนสินค้าข้าวกับน้ำตาลไว้เช่นกัน  โดยน้ำตาลจะลดภาษีเป็น 5% ในปี 2558 ซึ่งในเบื้องต้นไทยเห็นว่าน่าจะยอมรับได้

                แต่ที่ยังมีปัญหาอยู่ คือ เรื่องข้าว ซึ่งปัจจุบันฟิลิปปินส์เก็บภาษีนำเข้าตาม WTO Minimum Market Access โดยภาษีนำเข้าอยู่ที่ 40% ปริมาณโควตา 98,000 ตันต่อปี ซึ่งฟิลิปปินส์จะขอคงอัตราภาษีนี้ไว้จนถึงปี 2557 แล้วในปี 2558 จะลดภาษีเป็น 35%

                แต่ไทยยังไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าวขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจา  ถึงตรงนี้หลายคนอาจตั้งข้อสังเกตว่าในเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2553  ทุกประเทศในอาเซียนจะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงของอาฟต้า แต่ในเมื่อฟิลิปปินส์ยังไม่ยอมลดภาษีข้าวตามข้อตกลง CEPT คือกำหนดไว้ที่ 20% จะส่งผลกระทบต่อประเทศสมาชิกอาเซียนหรือไม่

                 สุภัฒ อธิบายว่า ถ้าฟิลิปปินส์ยังไม่ยอมลดภาษีข้าวลงมาตามที่กำหนดไว้ ประเทศอื่นๆในอาเซียนก็ยังต้องทำตามข้อผูกพันที่ทำเอาไว้คือ  ลดภาษีฝ่ายเดียว  ซึ่งในทางปฏิบัติถ้าไทย ส่งข้าวไปขายที่ฟิลิปปินส์ก็จะต้องเสียภาษี 40% แต่ถ้าฟิลิปปินส์ส่งข้าวมาขายที่ไทยจะเสียภาษี 0%

                แต่เนื่องจากข้อตกลง CEPT ได้ระบุถึงการต่างตอบแทนเอาไว้ นั่นคือ ถ้ายังไม่ได้ลดอัตราภาษีเหลือ 20% ก็จะไม่สามารถเข้าไปใช้สิทธิอัตราภาษีใน CEPT ได้เช่นกัน

                “สมมติวันที่ 1 มกราคม 2553 มาเลเซียลดภาษีข้าวเหลือ 20% อยู่ดีๆปลูกข้าวได้เยอะ อยากส่งมาขายไทย ก็จะได้สิทธิภาษี 0% เพราะเขาทำตามพันธกรณีแล้ว  แต่อย่างอินโดนีเซียซึ่งขอคงภาษีไว้ที่ 25% และฟิลิปปินส์ที่ยังเก็บภาษีที่ 40% ก็จะไม่สามารถเข้าไปใช้สิทธิอัตราภาษีใน CEPT ได้

                ดังนั้นตราบใดที่ทั้งสองประเทศส่งข้าวมาขายในไทย ก็ยังเจออัตราภาษี NFM ซึ่งเรียกเก็บอยู่ที่ 30 – 50% คืออัตราภาษีที่ใช้เก็บกับทั่วโลก เรียกว่า เขาไม่ลด เราก็ไม่ลด” 

                อย่างไรก็ดี  ตามกรอบข้อตกลงของอาฟต้า ในวันที่ 1 มกราคม 2553 สินค้ากว่า 8,000 รายการ จะลดภาษีเป็น 0% ถามว่าสินค้ากลุ่มไหนจะได้ประโยชน์มากที่สุด

                สุภัฒ บอกว่า เป็นสินค้าอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการส่งออก  ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร  เสื้อผ้าสิ่งทอระดับไฮเอนด์ ก่อสร้าง และโดยเฉพาะยานยนต์และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอริกส์ ที่จะได้ประโยชน์จากการใช้วัตถุดิบในอาเซียน

                ขณะที่สินค้าเกษตร ไทยจะได้ประโยชน์ในการส่งออกที่เห็นได้ชัด คือ ข้าวที่ไทยจะได้ประโยชน์จากการลดภาษี ได้แก่ อินโดนีเซีย ผูกพันภาษีในWTO สูงถึง 160% แต่ในอาเซียนเหลือ 25% น้ำตาลที่ตลาดหลักของไทยคือ อินโดนีเซีย จะลดภาษีภายใต้กรอบอาฟต้าเหลือ 5 – 10% ในปี 2558 เป็นต้น

                “เราจะต้องมองว่าหลักการเจรจา FTA ไม่มีใครที่จะได้ฝ่ายเดียว และไม่มีใครที่จะเสียฝ่ายเดียว ไม่ว่าจะทำ FTA กับใครก็ตาม เพราะฉะนั้นขึ้นอยู่ที่ว่าการเจรจาจะทำอย่างไรให้ได้ประโยชน์มากที่สุด แล้วเสียประโยชน์น้อยที่สุด ผลที่ออกมาจึงมีทั้งกลุ่มผู้ได้และผู้เสีย

                ในส่วนของผู้ได้  ภาครัฐจะต้องไปเสริมกำลังให้เขาได้ใช้ประโยชน์จากตรงนี้ให้มากที่สุด  ในส่วนของผู้เสีย ภาครัฐก็ต้องเตรียมปรับตัวให้เขาสามารถรองรับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น สร้างเสริมทักษะของผู้ประกอบการ หรือใช้มาตรการต่างๆที่ทำให้เขาสามารถต่อสู้ได้  ซึ่งตรงนี้ภาครัฐก็มีกองทุนอยู่ 2 กองทุนที่รองรับผลกระทบจากการเปิดเขตการค้าเสรี  อันนี้คือ มาตรการที่รัฐทำอยู่แล้ว  และจะทำต่อไป”

                สำหรับสินค้าที่ค่อนข้างอ่อนไหวของไทย  สุพัฒ บอกว่า จะเป็นสินค้าเกษตร 23 รายการ ได้แก่ น้ำนมและนมปรุงแต่ง, นมผงขาดมันเนย, มันฝรั่ง, หอมหัวใหญ่, มะพร้าวผล, เนื้อมะพร้าวแห่ง, น้ำมันมะพร้าว, เมล็ดกาแฟ, กาแฟสำเร็จรูป, ชา, พริกไทย, กระเทียม, ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, ข้าว, ถั่วเหลือง, กากถั่วเหลือง, น้ำมันถั่วเหลือง, น้ำมันปาล์มและน้ำมันเมล็ดในปาล์ม, น้ำตาล, ใบยาสูบ, เส้นไหมดิบ และลำไยแห้ง

                แต่สินค้าทั้ง 23 รายการก็ไม่ได้อ่อนไหวเฉพาะในกรอบอาฟต้า แต่เป็นสินค้าที่ต้องดูแลเรื่องการนำเข้าจากทั่วโลกอยู่แล้ว  คือมีการกำหนดโควตาในการนำเข้า

                “ในจำนวน 23 รายการนี้ บางสินค้าก็ไม่ได้อ่อนไหวภายใต้อาฟต้า เราก็ทยอยลดไป เมื่อก่อนเราอาจจะกลัว แต่ตอนนี้เราเป็นผู้ส่งออก หรือนมเราก็ไม่ได้อ่อนไหวอยู่ในอาเซียน เราอาจจะอ่อนไหวกับประเทศนอกอาเซียน คือออสเตรเลีย เราก็กำลังจะยกเลิกโควตา

                แต่พูดถึงสินค้า 3 ตัว คือชา กาแฟ,ปาล์มน้ำมัน และข้าว  ถ้าวิเคราะห์กันจริงๆแล้ว  อย่างชา กาแฟ เรายังผลิตน้อย  มีการนำเข้าเยอะ ถือเป็นประเทศผู้นำเข้า  แต่ปาล์มน้ำมันอาจจะน่าห่วงหน่อย  ก็ต้องมีมาตรการออกมาช่วยเหลือเกษตรกร  ส่วนข้าวเราเป็นผู้ส่งออกหลักของโลก  ตลาด 5 อันดับแรกมีอาเซียนอยู่ 2 ประเทศ คือ ฟิลิปปินส์กับมาเลเซีย

                คือสินค้า 3 รายการนี้ เป็นสินค้ากึ่งการเมือง ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงกับผลกระทบที่เกิดขึ้นทางจิตใจบางครั้งมันแยกกันไม่ออก  เพราะถ้าพูดถึงขีดความสามารถการแข่งขัน  ข้าวไทยเชื่อว่าแข่งได้  โดยเฉพาะข้าวคุณภาพสูง

                แต่ถ้าจะต้องกลัวก็คือ ข้าวคุณภาพต่ำ ซึ่งมาตรการรองรับก็ต้องไปดูหลักเกณฑ์การค้าระหว่างประเทศ ซึ่งเรามีสิทธิที่จะใช้เพื่อปกป้องผู้บริโภคในประเทศ  เราก็อาจจะกำหนดว่าข้าวที่นำเข้ามาจะต้องไม่ใช่ข้าวคุณภาพต่ำ เป็นต้น” สุพัฒกล่าว

                อย่างไรก็ดี  สินค้าที่ได้ประโยชน์จากกรอบข้อตกลงของอาฟต้าต้องเป็นสินค้าที่ได้ถิ่นกำเนิดตามกฎเกณฑ์ของกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า (Rules of Origin: ROOs) ซึ่งประกอบด้วย 3 กฎ

                1. ต้องเป็นสินค้าที่ผลิตหรือใช้วัตถุดิบทั้งหมดในประเทศผู้ส่งออก

                2. หากเป็นสินค้าไม่ได้ผลิต หรือใช้วัตถุดิบทั้งหมดในประเทศผู้ส่งออก จะต้องเป็นสินค้าที่ผลิตจามกฎเกณฑ์ทั่วไป โดยเป็นกฎทางเลือกระหว่างสินค้าที่ผลิตในประเทศอาเซียนโดยมีสัดส่วนมูลค่าวัตถุดิบในอาเซียนที่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของราคาสินค้าตามราคา FOB หรือเป็นสินค้าที่มีการผลิตในประเทศภาคี โดยมีการเปลี่ยนแปลงพิกัดอัตราศุลกากรในระดับ 4 หลัก

                3. จะมีการกำหนดเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดเฉพาะสินค้า  (Product Specific Rules : PSR) สินค้ากลุ่มนี้ต้องได้ถิ่นกำเนิดสินค้าตาม PSR ที่กำหนดเท่านั้น ไม่สามารถใช้กฎเกณฑ์ทั่วไปตามข้อ 2 ได้ เช่น บางรายการของกลุ่มสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ไม้ เคมีภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า  ยานยนต์และชิ้นส่วน และอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

                สำหรับการสะสมถิ่นกำเนิดสินค้า  โดยประเทศผู้ผลิตสินค้าสำเร็จรูป  นำเข้าวัตถุดิบที่ได้ถิ่นกำเนิดจากประเทศอาเซียนอื่นมาเพื่อใช้ในการผลิตสินค้า วัตถุดิบดังกล่าวจะถูก ถือว่าเป็นสินค้าที่ได้ถิ่นกำเนิดของประเทศผู้ผลิตสินค้าสำเร็จรูปนั้น

                นอกจากนี้ ยังมีการสะสมถิ่นกำเนินแบบ Partial Cumulation ด้วยสินค้าที่มีสัดส่วนการผลิตภายในประเทศอาเซียน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 สามารถนำสัดส่วนนั้นมาสะสมได้อีกด้วย

                อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การค้าในอาเซียนมีความคล่องตัว อารเซียนได้ทำความข้อตกลงการค้าสินค้าฉบับใหม่ขึ้นมา เรียกว่า ATIGA (ASEAN Trade in Goods Agreement) ซึ่งเป็นความตกลงที่มีเนื้อหาสาระมากกว่าข้อตกลง CEPT

                โดยจะครอบคลุมกฎเกณฑ์ทางการค้าอื่นๆ เช่น มาตรการสุขอนามัยพืชและสุขอนามัยสัตว์  มาตรการด้านมาตรฐาน  ความร่วมมือด้านศุลกากร  มาตรการที่มีใช่ภาษีอื่นๆและกระบวนการระงับข้อพิพาท  เป็นต้น ซึ่งจะทำให้การค้าในอาเซียนมีความโปร่งใสมากขึ้น

                “ATIGA ได้มีการลงนามกันเมื่อต้นปี 2552 ซึ่งจะมีผลบังคับหลังจากที่อาเซียนให้สัตยาบันครบทุกประเทศแล้ว

                แต่ตอนนี้ยังมีอีก 3 ประเทศที่ยังไม่ได้ให้สัตยาบัน คือ ไทย, ลาว และอินโดนีเซีย สำหรับลาวเหลือขั้นตอนการนำเข้าสภาฯ ด้านอินโดนีเซียบอกว่ายังให้ไม่ได้ ถ้าตารางการลดภาษีข้าวของฟิลิปปินส์ยังไม่เรียบร้อย  ส่วนไทยก็ยังให้สัตยาบันไม่ได้เช่นกัน เนื่องจากยังตกลงกับฟิลิปปินส์ในเรื่องข้าวไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะทำให้ ATIGA ไม่สามารถบังคับใช้ได้

                แล้วถามว่าจะเดือดร้อนไหม  ก็ไม่เดือดร้อนเนื่องจากข้อตกลง CEPT ยังมีผลอยู่ ก็จะใช้ไปเรื่อยๆจนกว่า ATIGA จะมีผลบังคับใช้” สุภัฒกล่าว

 

ดูรายการสินค้าอาเซียนตามข้อตกลง CEPT ทั้งหมดเพิ่มเติมได้ที่ www.aseansec.org/20937.htm

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




บทความพิเศษ

เอกชนจ.ตากโอดเขตศก.พิเศษเอื้อต่างชาติ
เอกชนตาก ถามรัฐบาล เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก ประเทศชาติได้อะไร
รอการลงทุน SEZ แม่สอด
“เงินจ๊าต”ผันผวนทำค้าชายแดนตากสูญพันล้าน
หอการค้าไทยห่วงค่าผันผวนเงินจ๊าด เสนอจี้รัฐบาลเร่งแก้ไข
ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
ยกระดับสนามบินตาก
ธุรกิจเบรกลงทุนSEZตาก รอร่างผังเมืองใหม่คลอด
โพสต์ทูเดย์ - พาณิชย์นำทัพธุรกิจรุ่นใหม่ไทยบุกเมียนมา 20-22 ส.ค.นี้ ขยายช่องทางการค้าและการลงทุน
ทูตไทยแนะสูตรสำเร็จ! ลงทุน 'เมียนมา' ต้องมาคู่ CSR
TTW ร่วมทุนZ Corp ลุยโครงการระบบน้ำประปาที่เมืองเมาะลำไย เมียนมา ลงนาม ก.ค.นี้
เขต ศก.ชายแดน ปลุกชีพเชื่อมอีอีซี
เมียนมาอนุมัติตั้งเครดิตบูโรแล้ว หนุนSMEs คาดเริ่มดำเนินการได้อีก 1 ปีข้างหน้า
นครย่างกุ้ง โอกาสทองธุรกิจอาหาร
ยอดค้าชายแดน 5 เดือน มูลค่า 4.63 แสนล้าน พุ่ง 4.18% แต่ส่งออกติดลบ 2.62% พาณิชย์มั่นใจ ทั้งปีโต 15%
บทวิเคราะห์อาเซียน เกมค้าปลีกสมัยใหม่ในเมียนมา
5 มิ.ย. 2561 เมียนมาปรับกลยุทธ์อาแขนรับนักลงทุน
ญี่ปุ่นเบนเข็มรุกแม่สอด เร่งรถไฟแนวE-W เชื่อมบ้านไผ่-นครพนม
สรุปสาระสำคัญการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ปีท่องเที่ยววิถีไทยเก๋ไก๋อย่างยั่งยืน : Amazing Thailand Tourism Year 2018”
สรุปสาระสำคัญการบรรยาย “ เรื่อง”ประชารัฐร่วมใจ ด้วยมหาดไทย 4.0 โดย นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
สรุปสาระสำคัญการบรรยาย “ เรื่อง ‘Digital Technology เพื่อการค้าและการลงทุน’ โดย ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
19 พ.ย. 60สรุปสาระสำคัญการบรรยาย “ เรื่อง SMEs กับการนำไทยให้ก้าวไกลไปกับโลกยุค 4.0 โดย ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
มอญเปิดเมือง..ดึงทุนทัวร์ไทยบูมท่องเที่ยวเมาะละแหม่ง-ตำนานรัก“เจ้าน้อยศุขเกษม-มะเมี๊ยะ”
เปิดผัง 'MRG-MMID' โอกาสทองลงทุนมัณฑะเลย์
ปั้นศูนย์ค้าปลีก
นำสิ่งของอุปโภค บริโภค ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในประเทศเมียนมาร์
บริจาคสิ่งของช่วยเหลือ ชาวพม่า ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ณ. เมืองผาอัน
โครงการ คาราวาน 3 แม่ แม่สอด แม่สะเรียง แม่ฮ่องสอน
เอกชนบุกสระแก้ว-แม่สอด แห่ตั้งบริษัท-BOIให้สิทธิ์ชนเพดาน
ISMEDหอบ 28 เถ้าแก่ชายแดนลุยโรดโชว์พม่า/ทำตลาดรัฐกะเหรี่ยง-มอญ
ตั้งองค์กรลุยเขตศก. ยกกฎหมายยุบ‘กนอ.’/บิ๊กตู่ลั่น!แม่สอดต้องเกิด
เดินหน้าเต็มสูบ สะพานเมย2 ดันที่พุ่ง10เท่า –ค้าชายแดนแสนล้าน article
ประยุทธ์'เยือนพม่า ถกร่วมมือศก.-เดินหน้าทวาย
"บิ๊กตู่"ยกเครื่องเขตศก.พิเศษแม่สอด ผุดถนน4เลน-สะพานเชื่อมพม่า-จีน-ลาว-เวียดนาม
รวมภาพวีดีโอ กิจกรรมหอการค้าจังหวัดตาก ที่ผ่านมา
สัมภาษณ์พิเศษ / นำร่องเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด หนึ่งในยุทธศาสตร์ชิงความได้เปรียบรับเออีซี
ภาคเหนือ-พ่อค้าชายแดนเหนือครวญ หลังรัฐบาลพม่าเดินหน้ายกระดับการค้าชายแดนสู่สากล
การเข้าถึงตลาดพม่าของสินค้าเวียดนาม
เร่งผุดสะพานมิตรภาพไทยพม่าแห่งที่ 2เพิ่มมูลค่าการค้าแม่สอดเท่าตัว
แรงงาน ความเสี่ยงอนาคต
ปลุกพ่อค้าชายแดนเหนือ รักษาฐานตลาดพม่ารับ"เออีซี"
สัมภาษณ์พิเศษ / ประธานหอการค้าจังหวัดตาก จี้รัฐยกระดับโลจิสติกส์แม่สอดรับอาเซียน
เมื่อแชมป์เก่า มุ่งมั่นขอทวงตำแหน่งคืน
ต่างชาติลุ้นการปฏิรูปในพม่า กฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ถูกดึงล่าช้า
ท่าเรือเชียงแสน 2 รับกองเรือสินค้า จีน ลาว พม่า
สร้างประเทศไทยให้เป็น 'HUBของAEC'
ระเบียงหรือทางผ่าน...?
“บางจาก” ไมเนอร์เชนจ์ ถอด “ม่อฮ่อม” ใส่ “สูท”
AEC Model ในแบบกสิกรไทย
มองทะลุมิติ AEC Financial
เทสโก้ โลตัส สยายปีกชายแดน รุกตั้งไฮเปอร์มาร์เก็ต "แม่สอด
ตากเร่งตั้งเขต ศก.พิเศษแม่สอด เพิ่มการค้าชายแดนแสนล้าน
เปิดกำแพงมรกต: “เมี๊ยะ-วดี”
บทสัมภาษณ์ นายวิชัย เข็มทองคำ ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดตาก โดย นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 20 มีนาคม 2555
จักรยานมิตรภาพ “แม่สอด-เมียวดี” สัมพันธ์ระหว่างรัฐ ที่เริ่มจากท้องถิ่น
“แม่สอด”เมืองคู่แฝด ที่ยังรอวันตกผลึก
บรรพต ก่อเกียรติเจริญ วิเคราะห์.....พม่าเปลี่ยนไป ชงตั้ง เขตการค้า-การลงทุนร่วม
เตือนพม่าคู่แข่งสำคัญไทย หลังเปิดเสรี AEC
อนาคตประเทศไทย
ความสำคัญเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด...ทุกรัฐบาลมองเห็นแต่ไม่ผลักดันจริงจัง
ล้อมกรอบ / จี้รัฐสร้าง "4 เลน-เจาะอุโมงค์" เชื่อม พม่า-แม่สอด รับเออีซี
“พม่า”แนวรบด้านตะวันตกเปลี่ยนแล้ว
“เมงกาลาเซ-ย่างกุ้ง” ลมหายใจค้าไทย-พม่า
แม่สอดโมเดล มิติใหม่ทุนชายแดน
แม่สอด-ย่างกุ้ง Border Trade Route
ท่อสินค้าไทยเข้าพม่าจากเหนือจรดใต้
เมื่อสัญลักษณ์ “ทุนนิยม” เริ่มปรากฏให้เห็นในพม่า
บทเรียนจากวิกฤตน้ำท่วมกับการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
หายนะแห่งศตวรรษที่ 21 ของสหรัฐฯ
เกษตรอินทรีย์ ทางเลือกหรือต้องเลือก
ความคืบหน้าเขตเศรษฐกิจบ่อหาน ปากทางเชียงรุ่ง
เขตเศรษฐกิจพิเศษ
ศก.โลกป่วนคนไทยกระอักเลือด กำลังซื้อหดยาว! “รถยนต์-บ้านหลังแรก” เสี่ยงถูกยึด
ประธานหอการค้าตากแนะต่อยอดแม่สอดโมเดล
ร่วมสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ งานใหญ่ที่ไม่ต้องรอรัฐบาล
Retail landscape change: โอกาสค้าปลีกไทยในบริบทใหม่
R9 เส้นทางขนส่งผลไม้ไทยสู่ตลาดจีน: โอกาสและความท้าทาย
บรรพต ก่อเกียรติเจริญ แนะรัฐหนุน เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด
การเมืองในอุดมคติ กับสังคมไทยที่เป็นจริง
การบริหารรัฐจัดการธุรกิจ:ก้าวรุกในโลกาภิวัตน์ด้วยกลยุทธ์ปั่นราคา
การพัฒนาท่าเรือทวายและท่าเรือปากบารา
จาก "ทำเงิน" สู่ "ปันเงิน" เส้นทาง "บิลล์ เกตส์" คนรวยช่วยโลก
การเมืองกับคณิตศาสตร์: ทฤษฎีแห่งความเป็นไปไม่ได้
เมื่อ บิ๊กซี ฮุบ คาร์ฟูร์โชห่วยไทย จะอยู่อย่างไร?
จับตาศึกเลือกตั้งพม่า 7 พ.ย. แผนการขั้นที่ 5 สู่ประชาธิปไตยเต็มขั้น?
“แม่สอด” กำลังเปลี่ยนแปลง
ความตื่นตัวของนักธุรกิจท้องถิ่น
นอภ.แม่สอด เตรียม สร้างหอ'นาฬิกายักษ์'
ทุ่ม800ล.ตัดถนนกอกาเรก-แม่สอด-ดานัง
ผู้ว่าฯเร่งฟื้น”กรอ.ตาก”ขับเคลื่อนเขตศก.- นครแม่สอด
แขวงการทางฯเร่งวางแนวถนนใหม่ รับสะพานไทย-พม่า/ปั้นเขตเศรษฐกิจชายแดนตาก
ครม.ไฟเขียวสร้างสะพานไทย-พม่า 2/เชื่อมแม่สอด-เมียวดีใหม่
สะพานแห่งที่ 2 ความหวังของชาวแม่สอด
รัฐบาลโชว์ปาฐกถา"มาร์ค" ที่ม.โคลัมเบีย สหรัฐ "สังคมประชาธิปไตยโฉมใหม่" ประชาชนต้องมาก่อน article
เปิดเสรี'อินเดีย-บิมสเทค' ติดปีกธุรกิจไทยเจาะตลาดเอเชียใต้
ฉีกหน้ากากเทสโก้โลตัส ฟ้องเรียกพันล้านใช้สิทธิทางศาลไม่สุจริต ภาคต่อเปิดหน้ากาก ตอน 2 (จบ)
เปิดหน้ากากเทสโก้ โลตัส ค้ากำไรบนซากโชว์ห่วย (1)
ตั้งธงส่งออกอัญมณี 600,000 ล.
หอฯ ตากเปิดห้องติวเข้มค้าไทย-เพื่อนบ้าน หวังทุนท้องถิ่นต่อยอดรับ EWEC
ตารางบินสายการบินพีบีแอร์
"บิ๊กเหวียง"นั่งนายกสมาคมวัฒนธรรม-ศก.ไทย-พม่าคนใหม่ ย้ำไม่ยุ่งการเมือง เร่งหนุนค้า-ลงทุน2ปท.
ประธานหอฯตาก มั่นใจแม่สอดเกตเวย์เชื่อมภูมิภาค article
เมืองคอนผุดวิธีแก้มังคุดราคาดิ่ง
เอกชนตากบูมตลาดอัญมณีสู่เวิลด์คลาส
หนุนใช้ "หยวน" เป็นเงินสกุลหลักค้าขาย หอการค้าฯ ยันทำได้
"อภิสิทธิ์"หารือ"หู จิ่น เทา" ระบุจะส่งเสริมความร่วมมือการลงทุน การค้าในระดับภูมิภาค และแก้วิกฤติเศรษฐกิจ
นายกรัฐมนตรีนำทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจและภาคเอกชนไทยบุกตลาดจีน
กำหนดการ พิธีสถาปนากรรมการหอการค้าจังหวัดตาก และเปิดอาคารสำนักงานหอการค้าจังหวัดตาก (สำนักงานแม่สอด)
“ส.ส.ตาก”เล็งปั้นสนามบินแม่สอด 2 เร่งถนนตาก-ชายแดนเป็น 4 เลน article
“กอร์ปศักดิ์” ลุยตรวจโกดังข้าวโพดชายแดนแม่สอดสกัดปัญหาสวมสิทธิ์
เสนอตั้งเขตวัฒนธรรมชนเผ่าตาก นำศิลปะชาวเขาขึ้นเวทีดึงดูดนักท่องเที่ยว article
ดูกันเต็ม ๆ ตา กับ อัญมณี ราคาหลักพัน แต่เรานำมาให้ลุ้นกันเพียง บาทเดียว
เชิญร่วมงาน "สีสัน อัญมณีแม่สอด" ณ ย่านการค้า สยามอัญมณี แม่สอด
สรุปงานจักรยานมิตรภาพไทยพม่า โดยคุณวินัย ทีมอิสระ ใน thaimtb.com article
ประกาศ ปิดรับสมัครจักรยานมิตรภาพไทยพม่าครั้งที่ 10
สมัครปั่นจักรยานมิตรภาพไทย-พม่า ครั้งที่ 10 article
ขอเชิญร่วมมหกรรมปั่นจักรยานมิตรภาพไทย – พม่า ครั้งที่ 10
๘๔ พระกรณียกิจ พระจริยวัตร ขัตติยนารีศรีแผ่นดิน
น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ข่าวพลังงานประจำวันที่ 16 พฤศจิกายน 2554
โครงการดอกเบี้ยบ้าน 0% อานิสงส์ของการเลือกตั้ง
ขอเชิญร่วมออกบูท งานมหกรรมสินค้า ไทย-พม่า ธงฟ้า ราคาประหยัด 2009 และการประกวดสาว(เหลือ)น้อย article
มิงกาลาบาเมียวดี : สวัสดีเมียวดี : 你好吗!
งานอัญมณีแม่สอดโชว์โคตรพลอยแดง25,000กะรัตคึกคัก
ปิดรับสมัครแล้วสำหรับโครงการจักรยานมิตรภาพไทยพม่า
สมัครแข่งขันจักรยานเสื้อภูเขาชิงถ้วยพระราชทาน "แม่สอด เม้าท์เท่น ไบค์ ครอสคันทรี่"
อัครศิลปิน กรองศาสตร์กรองศิลป์การดนตรี
ติดปีก พ.ร.บ. ค้าปลีกค้าส่งฯ แต่ไร้อาวุธฟัน 'โมเดิร์นเทรด'
เจาะกลวิธีหาเงิน 6 พรรคใหญ่ อภิมหาโปรเจกล้านๆ ๆ ฝันที่เป็นจริง!?
Thai Bike Around the World “ทูต 2 ล้อ” กลับสู่อ้อมกอดประเทศไทย
CSR เมื่อธุรกิจคืนกำไรให้กับสังคม
ร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกส่อแท้ง..! ล็อบบี้ สนช.เตะถ่วง-รอรัฐบาลหน้าฉีกทิ้ง
"สนธิ"จี้พรรคการเมืองคุม"ห้างยักษ์"ลั่นปีหน้านำ"กองทัพเทียนแห่งธรรม"สู้อำนาจทุนใหญ่
ชั้นเชิง“เชียงคำ”ต่อกรเทสโก้ แนะระดมสมองทีมทนายสู้คดี
ถอดรหัสหักเหลี่ยมเทสโก้ พลังมวลชนคว่ำช้างสาร
พาณิชย์เผย ครม.เห็นชอบ พ.ร.บ.ค้าปลีกแล้ว-เน้นสมาฉันท์ "รายใหญ่-โชห่วย"
แถลงผลการประชุม ครม.ประจำวันที่ 16 ต.ค.2550
คนไทยกระเป๋าฉีก!! อีกแล้ว
เทสโก้ โลตัส ค้ากำไรบนซากโชว์ห่วยจนรวยติดอันดับ4ของโลก
บันทึกประวัติศาสตร์- ประท้วงลามพม่า
ตราด... เปิดประตูสู่อินโดจีน เชื่อมถนนหมายเลข 48 กัมพูชา ดึงเม็ดเงินธุรกิจ-ท่องเที่ยวสะพัดหมื่นล้าน
ยกโมเดล"โชวห่วยแพร่"ต้านห้างยักษ์ แนะค้าปลีกรายย่อยทั่วไทยปรับใช้ก่อนตายหมด
สัมภาษณ์ : เปิดร่างพ.ร.บ.ค้าปลีกฉบับสนช. จำกัดรายใหญ่ผลิตสินค้าเฮ้าส์แบรนด์
เผยผลสำรวจโรงงานอุตฯยังไม่มีปิดกิจการเพิ่ม
ระดมทุนขนส่งไทยรับมือLogisticสี่เหลี่ยมฯ หอฯชร.ดันตั้งสมาคมเพิ่มอำนาจต่อรองสู้จีน
ยุทธศาสตร์ไทย-พม่า ถึงเวลาต้องทบทวน
สามหมอกเปิดบ้านร่องแห้งเป็นจุดขนถ่ายสินค้าไทย-พม่า
ผู้ว่าฯ-นายกแม่สอดดัน"มหานครแม่สอด" เตรียมจัดเวทีประชาคม 18 ชุมชนนำร่อง
พม่าย่างกุ้งฮึดประท้วงรัฐบาลขังต่อผู้นำหญิง
บทเรียนจากรัฐบาลทหารพม่า
โชวห่วยแฉแผนค้าปลีกทุนนอก-ใช้วิธีสกปรกขวางร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกเข้า ครม.
ค้าปลีกไทยจะอยู่รอดอย่างไร
พม่าจัดค้าชายแดน ส่งออก-นำเข้าใหม่ ใช้ศูนย์ฯเมืองหลวง
10 สัญญาณอันตราย ฟ้องสภาพการเงินส่อเค้าย่ำแย่
ประวัติกำเนิดชาจีน article
Special Day 3 March 2550 article
สมทบทุนสร้างหอการค้าจังหวัดตาก article
เชิญบูชามงคลวัตถุ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รุ่น "เมตตาธรรม" จังหวัดตาก 2549 โดย หอการค้าจังหวัดตาก article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.