ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ส่วนสมาชิกหอการค้า TakCC Member Login
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
สมัครสมาชิกหอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletสิทธิประโยชน์สมาชิก
bulletขั้นตอนการสมัคร
bulletdownload ใบสมัครสมาชิก
dot
เกี่ยวกับ หอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletประวัติหอการค้าจังหวัดตาก
bulletข้อบังคับ หอการค้าจังหวัดตาก
bulletวิสัยทัศน์
bulletโครงสร้าง และพันธกิจ
bulletทำเนียบคณะกรรมการ
bulletสถานที่ติดต่อ
dot
อัลบั้มภาพ
dot
bulletภาพกิจกรรม
bulletผลงานเด่นที่ผ่านมา
dot
รายงานการประชุม
dot
dot
ข้อมูลจังหวัด และ สถิติการค้า
dot
bulletข้อมูลจังหวัดตาก
bulletสถิติการค้าชายแดน จังหวัดตาก
bulletท่าสินค้า และ คลังสินค้า ชายแดน
bulletจุดท่องเที่ยวในจังหวัดตาก
dot
ข่าวสารประเทศเพื่อนบ้าน
dot
bulletพม่า
bulletจีน
bulletเวียดนาม
bulletกัมพูชา
bulletลาว
bulletฐานข้อมูลกลุ่มประเทศ GMS
dot
ลิงค์ที่น่าสนใจ
dot
bulletHOT LINKS
bullet รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง
bulletโครงการป้ายของดีจังหวัดตาก


http://www.dft.go.th/th-th/index


R9 เส้นทางขนส่งผลไม้ไทยสู่ตลาดจีน: โอกาสและความท้าทาย

เขียนโดย : KS@NNG และนายกฤษณะ สุกันตพงศ์
จาก Thaibizchina.com

ราคา ผลไม้วันนี้ - มังคุด 60 บาท/กก. ทุเรียน 90 บาท/กก. ลำไย 140 บาท/กก. ...
ท่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอกครับ ราคาข้างต้นเป็นราคาขาย ณ วันนี้จริงๆ เพียงแต่เป็นราคาที่ขายกันอยู่ในตลาดของกว่างซี (เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง) มณฑลทางตอนใต้ของจีน ไม่ใช่ราคาขายในประเทศไทย
หลาย ท่านคงทราบว่า จีนเป็นตลาดส่งออกผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดของไทย ปีๆ หนึ่ง ไทยส่งผลไม้ไปจีนแผ่นดินใหญ่มากถึง 1 ใน 3 ของปริมาณผลไม้ที่ไทยส่งไปขายทั่วโลก คิดเป็นเม็ดเงินก็เป็นหลักหมื่นล้านบาทเลยทีเดียว โดยมีมณฑลกวางตุ้ง (ภาคใต้) และนครเซี่ยงไฮ้ (ภาคตะวันออก) เป็นท่าเรือและตลาดหลักที่ใช้นำเข้าและขายส่งผลไม้ไทยเพื่อกระจายไปสู่ พื้นที่อื่นๆ อันกว้างใหญ่ของจีน

แต่ในระยะหลังๆ หลายท่านอาจเคยได้ยินผ่านๆ ว่า ปัจจุบัน นอกจากการขนส่งทางเรือไปยังกวางตุ้งและเซี่ยงไฮ้แล้ว ถนน “R9” ที่เชื่อมระหว่างภาคอีสานของไทยไปยังมณฑลกว่างซีของจีน โดยผ่านลาวและเวียดนาม ได้กลายมาเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่พ่อค้าไทยใช้ส่งผลไม้ไปจีน
จากสถิติของ ทางการจีน เมื่อปี 2553 ผลไม้ที่ไทยส่งไปยังจีนผ่าน R9 มีน้ำหนักรวม 2.43 ล้าน กก. มูลค่าประมาณ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (90 ล้านบาท) ตัวเลขดังกล่าว อาจฟังดูเยอะ แต่ในความเป็นจริง สถิติดังกล่าว เป็นเพียงประมาณ 1 เปอร์เซนต์ของมูลค่าการส่งออกผลไม้ไทยไปจีนทั้งหมด

สถิติยังชี้ให้ เห็นว่า การขนส่งผลไม้ไทยผ่าน R9 มีการเติบโตที่ไม่ต่อเนื่อง พูดภาษาชาวบ้านก็คือ ยังลุ่มๆ ดอนๆ ซึ่งขัดกับสิ่งที่ควรจะเป็น

ใน บทความนี้ เราจะพาท่านไปรู้จักกับข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการส่งออกผลไม้ไทยไปจีนทาง R9 ไม่ว่าจะเป็นโอกาสและความท้าทาย สถิติต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และทิศทางในอนาคต โดยขอเริ่มจากข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ R9 ครับ


มารู้จักกับ R9


R9 ในความหมายที่ใช้ในการขนส่งผลไม้จากไทยไปจีน หมายถึง เส้นทางถนนที่ออกจากไทยที่มุกดาหาร ผ่านสะหวันนะเขตของลาว ด่านสะหวัน/ลาวบ๋าว ฮาดิน ถั่นหวา และฮานอยของเวียดนาม ไปเข้าจีนทางด่านโหยวอี้กวาน เมืองผิงเสียง เขตฯ กว่างซีจ้วง
ระยะทางดัง กล่าวมีความยาว 1,500 กว่ากม. ทั้งนี้ นอกจาก R9 แล้ว อันที่จริง ถนนที่เชื่อมไทยกับจีนยังมีอีกหลายเส้น อาทิ R8 (หนองคาย – ด่านปากซัน – แยกน้ำทอน – ด่านน้ำพาว – ด่านเกาแจว – วินห์ – ฮานอย – ด่านโหยวอี้กวาน) และ R12 (นครพนม- คำม่วน – ด่านนาพาว – ด่านจาลอ – วินห์ – ฮานอย – ด่านโหยวอี้กวาน) โดยกรณีของ R12 ในปลายปี 54 น่าจะมีผู้นิยมใช้มากขึ้น เพราะนอกจากจะมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่เปิดให้บริการซึ่งจะทำให้การขน ส่งเป็นไปอย่างสะดวกยิ่งขึ้นแล้ว R12 ยังถือเป็นถนนที่เชื่อมไทยกับจีนที่มีระยะทางสั้นที่สุดอีกด้วย (ประมาณ 1,029 กม.)
อย่างไรก็ดี สำหรับสินค้าผลไม้ ปัจจุบัน R9 เป็นเส้นทางจากภาคอีสานไทยเพียงเส้นทางเดียวที่ระบุไว้ในพิธีสารว่าด้วยข้อ กำหนดในการตรวจสอบและกักกันโรคสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่ สามระหว่างประเทศไทยและจีน (ลงนามเมื่อกลางปี 2552) ซึ่งเป็นเอกสารทางกฎหมายที่ช่วยให้การส่งออกผลไม้ไทยไปจีนเป็นไปอย่างมี มาตรฐานและสะดวกมากยิ่งขึ้น อันเป็นผลให้ R9 ได้รับความนิยมในการขนส่งผลไม้ไปจีนมากกว่าเส้นทางอื่นๆ

ใครรู้บ้าง ? รัฐบาล จีนอนุญาตให้นำเข้าผลไม้ไทยได้จำนวนทั้งสิ้น 23 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด กล้วยไข่ ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วง มะพร้าว มะละกอ มะเฟือง ฝรั่ง ชมพู่ เงาะ สับปะรด ละมุด เสาวรส น้อยหน่า มะขาม ขนุน สละ ลองกอง ส้มเขียวหวาน ส้ม และส้มโอ

R9 เริ่มเป็นที่รู้จักและถูกใช้ประโยชน์ในการขนส่งผลไม้มาหลายปีแล้ว โดยเฉพาะภายหลังจากที่ไทยและจีนเริ่มลดภาษีนำเข้าผักและผลไม้ให้กันและกัน เหลือ 0 เปอร์เซนต์ (ตามพิกัดอัตราศุลกากร ตอนที่ 07-08 ภายใต้กรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน) ตั้งแต่ปลายปี 2546 เป็นต้นมา

นอก จากด้านการขนส่งแล้ว ปัจจุบัน R9 เริ่มเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวด้วย เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าในการเดินทางไปยังเมืองต่างๆ ทางตอนใต้ของจีน (รวมถึงเมืองกุ้ยหลิน สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก) และได้ท่องเที่ยวในลาวหรือเวียดนามด้วยในการเดินทางครั้งเดียว

แม้ ว่าการขนส่งผลไม้ทาง R9 มีต้นทุนที่สูงกว่าการขนส่งผลไม้ทางเรือไปยังมณฑลกวางตุ้งหรือนครเซี่ยงไฮ้ อยู่มาก เท่าที่ได้รับการบอกเล่า R9 มีต้นทุนการขนส่งผลไม้ต่อตู้คอนเทนเนอร์ 40 ฟุต ประมาณ 90,000 – 100,000 บาท (ออกจากหนองคาย) ขณะที่การขนส่งทางเรือฯ มีต้นทุนระหว่าง 1,500 – 1,700 ดอลลาร์ สรอ. (จากท่าเรือถึงท่าเรือ)

แต่ผู้ประกอบการหลายราย ก็เลือกใช้ R9 เพราะมีความได้เปรียบเรื่องระยะเวลาการขนส่ง กล่าวคือ ใช้เวลาเพียง 2-3 วัน จากไทย ขณะที่การขนส่งทางเรือใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน ซึ่งสำหรับผลไม้ซึ่งต้องการความใหม่และสดแล้ว การร่นระยะเวลาขนส่งได้ถึง 4-5 วัน ถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญมาก


สถิติการนำเข้าผลไม้ ณ ด่านโหยวอี้กวาน (ประเทศจีน)

ผลไม้ไทย ที่ถูกส่งผ่านถนน R9 จะไปเข้าจีนที่โหยวอี้กวาน ซึ่งเป็นด่านพรมแดนสากลของจีน (เขตฯ กว่างซีจ้วง) ที่เชื่อมกับด่านหูหงี่ (Huu Nghi) จังหวัดหลั่งเซินฝั่งเวียดนาม
จากสถิติ ปี 2550 ผลไม้ที่ไทยที่จีนนำเข้าทางด่านโหยวอี้ มีมูลค่าประมาณ 3.99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (น้ำหนักรวม 5.7 ล้าน กก.) ปี 2551 มูลค่าลดลงเหลือ 2.52 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (น้ำหนักรวม 3.2 ล้าน กก.) ปี 2552 มูลค่ากลับลดลงไปอีกเหลือเพียง 1.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (น้ำหนักรวม 1.39 ล้าน กก.) ขณะที่ปี 2553 มูลค่าตีกลับขึ้นมาได้เป็น 3.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (น้ำหนักรวม 2.43 ล้าน กก.)
ผลไม้ไทยที่มาเข้าทางด่านนี้ โดยมากจะเป็นมังคุด ลำไย ทุเรียน กล้วย และส้มโอ ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ในอดีต จีนเคยนำเข้าผลไม้บางชนิดทางด่านนี้มากเป็นพันๆ ตัน อาทิ ส้มและมะม่วง แต่ในระยะหลังๆ กลับไม่พบสถิติการนำเข้าผลไม้เหล่านี้ทางด่านโหยวอี้เลย


ปัญหาและอุปสรรค
สถิติที่ได้กล่าวถึงข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่า การใช้ R9 ขนส่งผลไม้จากไทยไปจีน ยังคงเป็นไปในแบบ “เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย” ซึ่งนอกจากจะไม่สอดคล้องกับยอดส่งออกผลไม้ไทยไปจีนในภาพรวมที่มีการเติบโต อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังขัดกับความคาดหวังของทั้งรัฐบาลไทยและจีนที่ได้ร่วมกันออกมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้มีการใช้เส้นทางดังกล่าวเพื่อการขนส่งผลไม้ระหว่างกัน รวมถึงการลงนามในพิธีสารเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่การขนส่งผลไม้ตามเส้นทาง R9 เมื่อเดือน มิ.ย. 2552 ด้วย

สภาพการณ์ดังกล่าวได้นำมาสู่คำถามว่า ทั้งๆ ที่มีศักยภาพมาก แต่เหตุใด R9 จึงไม่สามารถกลายเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งผลไม้จากไทยไปจีน หรืออย่างน้อยที่สุด เหตุใด R9 จึงไม่สามารถขยายตัวอย่างต่อเนื่องอย่างที่ควรจะเป็นได

สมมติฐานใน เบื้องต้นที่ถูกใช้เพื่อตอบคำถามข้างต้น คือ R9 ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย หรือถึงแม้จะมีผู้รู้จักแล้ว แต่ก็ไม่เป็นที่นิยมของผู้ประกอบการ เข้าทำนองว่า “รู้จักแล้ว ลองแล้วด้วย แต่ไม่ติดใจ”
หาก R9 ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก จึงไม่ถูกใช้ประโยชน์เท่าที่ควร เป็นสิ่งที่เวลาและการบอกต่อๆ กันไป น่าจะช่วยแก้ไขได้ ประมาณว่า “ใช้ดีจึงบอกเพื่อน”

แต่หากเป็นเพราะ ผู้ที่เคยใช้งาน R9 เพื่อส่งผลไม้แล้ว ไม่ประทับใจ ก็ควรต้องมาวิเคราะห์กันโดยละเอียดว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น มิฉะนั้นแล้ว R9 ก็จะเลือนหายไปตามกาลเวลา เพราะไม่มีการบอกต่อๆ กันไปถึงประโยชน์ของ R9 ในการขนส่งผลไม้

จากการศึกษาข้อมูลต่างๆ และสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกผลไม้ทาง R9 สามารถวิเคราะห์ได้คร่าวๆ ว่า การที่ R9 (ยัง) ไม่ติดตลาด มาจากหลายสาเหตุรวมๆ กัน สรุปได้ ดังนี้
หนึ่ง R9 มีต้นทุนการขนส่งที่มากโขอยู่ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการขนส่งผลไม้ทางเรือไปขึ้นฝั่งจีนที่มณฑลกวางตุ้งและ นครเซี่ยงไฮ้ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องต้นทุนการขนส่งที่ไม่เท่ากันในแต่ละครั้งด้วย ซึ่งในประเด็นนี้ ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งให้ข้อคิดเห็นว่า แม้จะแพงกว่า แต่หาก R9 มีต้นทุนการขนส่งที่แน่นอน พวกเขาก็จะสามารถคำนวณต้นทุนสินค้าและราคาขายได้ เพื่อให้มีกำไรคุ้มค่ากับการลงทุน
สอง ความไม่สะดวกของระบบการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพถนนและระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ตามทาง โดยเฉพาะในส่วนที่วิ่งผ่านลาวและเวียดนาม และการต้องขนย้ายผลไม้หลายครั้ง (เพราะต้องเปลี่ยนรถขนส่งเมื่อข้ามจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง) ซึ่งล้วนส่งผลต่อความสดใหม่ของผลไม้
สาม การประเมินราคากลางเพื่อเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ณ ด่านโหยวอี้กวาน (ร้อยละ 13) หลาย ท่านอาจทราบแล้วว่า แม้ไทยกับจีนจะใช้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน เพื่อยกเว้นการภาษีนำเข้าระหว่างกัน แต่ตามระบบของจีน จีนจะเรียกเก็บ VAT จากสินค้าที่จีนนำเข้าจากประเทศต่างๆ ณ ด่านที่นำเข้าเลย (ซึ่งอัตรา VAT ของจีนสูงกว่าไทย)
...ในประเด็นนี้ ผู้ประกอบการขนส่งผลไม้ทาง R9 ให้ข้อมูลว่า การที่ผลไม้ไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีมากในตลาดจีน ประมาณว่าเป็น “ผลไม้ไฮโซ” ราคากลางที่ถูกใช้เป็นฐานเพื่อคำนวณ VAT บางครั้งจึงสูงกว่าราคาที่ขายจริง และสูงกว่าราคากลางของผลไม้ประเภทเดียวกันที่จีนนำเข้าจากประเทศอื่น (เช่น มังคุดไทย มีราคากลางเพื่อประเมิน VAT สูงกว่ามังคุดเวียดนาม) ดังนั้น จึงทำให้ผลไม้ไทยประสบปัญหาต้นทุนสูงและสูญเสียศักยภาพในการแข่งขัน
สี่ โครงสร้างการค้าขายผลไม้ไทยในจีนที่เป็นอยู่ (ยัง)ไม่เอื้อต่อการขนส่งทาง R9 กล่าวคือในปัจจุบัน ผลไม้ไทยเมื่อเข้าสู่ประเทศจีนจะถูกกำหนดราคาขายและระบบการจำหน่ายโดยตลาด เจียงหนาน นครกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง ขณะที่ในกว่างซี (มณฑลที่ด่านโหยวอี้กวานตั้งอยู่) ยังไม่มีผู้ประกอบการขายส่งผลไม้มากนัก ทำให้เมื่อผลไม้ไทยถูกส่งมาเข้าทาง R9 แล้ว ก็กระจายต่อไปยังมณฑลอื่นๆ ไม่ค่อยได้ ต้องถูกส่งต่อไปยังตลาดเจียงหนานอยู่ดี
...ในประเด็นนี้ มีเกร็ดที่น่าสนใจว่า แม้แต่ตลาดที่ขายผลไม้ไทยในนครหนานหนิง (เมืองเอกของกว่างซี) ซึ่งอยู่ห่างจากด่านโหยวอี้กวานประมาณ 200 กม. ยังต้องไปนำผลไม้ไทยมาจากตลาดเจียงหนาน ซึ่งอยู่ห่างจากด่านโหยวอี้กวานกว่า 800 กม. มิได้รับตรงมาจากผู้ประกอบการที่ด่านโหยวอี้กวาน อย่างไรก็ดี ระบบการค้าขายแบบนี้ น่าจะเปลี่ยนไปบ้างในอนาคตอันใกล้ เพราะในนครหนานหนิง กำลังจะมีการเปิดตลาดขายส่งผักและผลไม้ขนาดใหญ่ที่ทันสมัย (ศูนย์ Hyperion ซึ่งเป็นการร่วมทุนกันระหว่างบริษัทจีนกับฝรั่งเศส) ซึ่งสามารถเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการรับผลไม้ไทยโดยตรงจากด่านโหยวอี้มาขาย ในนครหนานหนิง ตลอดจนกระจายต่อไปยังพื้นที่อื่นๆ ของจีนได้ หากผู้ประกอบการไทยสนใจ ก็สามารถศึกษาและมาลงทุนในธุรกิจนี้ เพื่อต่อยอดการใช้ R9 ได้ครับ

ปัญหาต่างๆ ข้างต้น เป็นเพียงในส่วนที่เกี่ยวกับการขนส่งผ่าน R9 ที่ผลไม้ไทยต้องเผชิญ แต่ในความเป็นจริง ศักยภาพในการแข่งขันของผลไม้ไทยที่เข้ามาทางด่านโหยวอี้ ยังมีความท้าทายอื่นๆ อีกอย่างน้อย 2 ประการ ได้แก่
หนึ่ง การที่เวียดนามสามารถใช้ประโยชน์จากนโยบายจากการค้าชายแดนกับจีน เพื่อส่งออกผลไม้ผ่านจุดผ่อนปรนมายังเมืองผิงเสียง (เมืองที่ด่านโหยวอี้ตั้งอยู่) ได้โดยไม่ต้องเสียภาษีใดๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษีนำเข้าหรือ VAT ซึ่งจีนอนุญาตให้ชาวชายแดนนำเข้าได้ไม่เกินมูลค่า 8,000 หยวน (ประมาณ 36,00 บาท) ต่อวันต่อคน อ่านไม่ผิดหรอกครับ ผลไม้มูลค่า 36,00 บาท ต่อวันต่อคน!
ผู้ ประกอบการหลายคน ให้ข้อมูลว่า นโยบายการค้าชายแดนดังกล่าว ส่งผลให้มีพ่อค้าหัวใสจำนวนมาก นำผลไม้ไทย (อาทิ ทุเรียน และมังคุด) ไปสวม “อ๋าวหญ่าย” หรือแปลงสัญชาติเป็นผลไม้เวียดนาม เพื่อไม่ต้องเสีย VAT ครับ ซึ่งจุดนี้เอง อาจเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งว่า เหตุใด สถิติที่เป็นทางการของการขนส่งผลไม้ไทยไปจีนผ่าน R9 ถึงไม่เพิ่มขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น (เพราะตามระบบจีน ไม่มีการบันทึกข้อมูลในระบบศุลกากรของชาวชายแดนที่ขนส่งผลไม้มูลค่าไม่เกิน 8,000 หยวน/คน/วัน)

นอกจากนี้ ยังช่วยตอบข้อสงสัยด้วยว่า ทำไม...ปริมาณและมูลค่าการนำเข้าทุเรียนไทย หรือที่คนจีนเรียกว่า “ไท่กั๋วหลิวเหลียน” ของด่านโหยวอี้กวาน จึงลดลงอย่างฮวบฮาบ กล่าวคือ จาก 6 แสนกว่า กก. ในปี 50 เหลือเพียง 4 หมื่นกว่า กก. ในปี 53 แต่กลับเห็นได้อย่างดาดดื่นในท้องตลาดของกว่างซี ตั้งแต่ซุปเปอร์มาร์เก็ตหรูยันหาบเร่ข้างถนน (ก็มีการเอาทุเรียนไทยไปสวมอ๋าวหญ่ายแล้วนำเข้าโดยชาวชายแดนจีน-เวียดนามไง ครับ!)

๊สอง ผลไม้ไทยยังมีคู่แข่งอีกมากในตลาดจีน โดยเฉพาะผลไม้ที่ทั้งจีนและประเทศเพื่อนบ้านของไทยก็ผลิตได้เช่นเดียวกับไทย อาทิ กล้วยจากเวียดนาม มะม่วงเมืองไป๋เซ่อ ลิ้นจี่เมืองชินโจว และส้มของกว่างซี รวมทั้งผลไม้หลายชนิดที่จีนนำเข้าจากไต้หวัน ซึ่งเน้นตลาดบน อาทิ ชมพู่ น้อยหน่า ฝรั่ง มะละกอ และสับปะรด

บทสรุปและข้อเสนอแนะ

ถนน R9 ที่เชื่อมภาคอีสานของไทยกับตอนใต้ของจีน เป็นทางเลือกที่ปัจจุบันผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยใช้ขนส่งผลไม้จากไทยไปขาย ในตลาดจีน แม้ว่ามูลค่าและปริมาณการขนส่งผลไม้ไทยผ่าน R9 จะยังคงมีไม่มากนัก เมื่อเทียบกับยอดรวมทั้งหมดของผลไม้ที่จีนนำเข้าจากไทย กอปรกับการขนส่งทาง R9 ต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ดังที่ได้กล่าวไว้ในบทความนี้ แต่ในภาพรวม การใช้ R9 ตลอดจนถนนเส้นอื่นๆ เพื่อขนส่งผลไม้ไทย ก็ยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดในเรื่องระยะเวลาการขนส่ง ที่สั้นกว่าการไปทางเรือถึงเกือบ 3 เท่า

ในส่วนของกว่างซี มณฑลทางตอนใต้ซึ่งรัฐบาลจีนกำหนดให้เป็น “ประตูสู่อาเซียน” รวมถึงเป็น “ฮับ” เชื่อมโยงอาเซียนกับพื้นที่จีนตอนใน โอกาสของการขยายตลาดผลไม้ไทยก็ยังมีอยู่สูง เนื่องจากผลไม้ไทยได้รับความนิยมจากผู้บริโภคจีนมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน ทุเรียน มังคุด ลำไย ลิ้นจี่ และน้อยหน่าของไทย ก็สามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ตลาดค้าส่งผลไม้ ตลาดสด หรือแม้แต่หาบเร่ข้างทางอยู่แล้ว จากการสำรวจคร่าว ๆ พบว่า นอก จากผลไม้ต่างๆ ข้างต้นแล้ว กล้วยไข่ สละ ชมพู่ เงาะ และมะม่วงของไทยเป็นสินค้าที่มีแนวโน้มจะเติบโตได้ดีในตลาดจีน โดยเฉพาะตลาดกว่างซี

เมื่อ คำนึงถึงบริบทว่า กว่างซีเป็นประตูหน้าด่านของ R9 ขณะที่ไทยก็สามารถใช้กว่างซีเป็นฐานในการรักษาตลาดผลไม้เดิมและเปิดตลาดใหม่ ไปสู่มณฑลอื่นๆ ของจีน โดยเฉพาะในภาคตะวันตกและภาคกลางได้ R9 จึงเป็นทั้งโอกาสและสิ่งที่ควรต้องส่งเสริมให้มีการใช้ให้เกิดประโยชน์สูง สุด ซึ่งภาครัฐและภาคเอกชน (ผู้ส่งออก และเกษตรกรชาวสวน) ของไทยสามารถร่วมมือกันเพื่อผลักดันให้มีการใช้เส้นทางนี้เพิ่มขึ้นได้


ใน ส่วนของภาครัฐ ปัจจุบัน ส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานของกระทรวงเหล่านี้ที่ประจำการอยู่ในจีน ได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อผลักดันให้มีการใช้ R9 ตลอดจนการขยายตลาดผลไม้ไทยในจีนอยู่แล้ว โดยมาตรการที่ควรริเริ่มหรือดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป ได้แก่

(1) หามาตรการลดต้นทุนการขนส่งทางบกจากภาคอีสานไทย
(2) ส่งเสริมให้มีผู้ประกอบการไทยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจพ่อค้าคนกลางและผู้กระจายสินค้า เพื่อสร้างจุดนัดพบใหม่ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายผลไม้ รวมถึงการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย โดยเฉพาะตลาดในภาคตะวันตกของจีนซึ่งยังมีลู่ทางแจ่มใส
(3) โฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและภาพลักษณ์ของผลไม้ไทย ตลอดจนจัด Road Show และกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ เพื่อให้ผลไม้ไทยเป็นที่ชื่นชอบในระยะยาว
(4) ส่งเสริมการปลูกผลไม้นอกฤดูกาล เพื่อให้ขายในตลาดจีนได้อย่างต่อเนื่องทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวของจีน
(5) หลีกเลี่ยงการปลูกผลไม้ชนิดเดียวกันกันจีน เพื่อให้เกิดการค้าสองทาง กล่าวคือปัจจุบัน โดยมาก หลังจากรถบรรทุกขนผลไม้ไทยมาส่งที่ด่านโหยวอี้แล้ว จะตีรถเปล่ากลับ ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งสูง
(6) ศึกษาวิจัยเพื่อปรับปรุงข้อด้อยของผลไม้ไทยบางชนิด เช่น ปัญหาเปลือกดำและช้ำง่าย
 

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง ได้นำเสนอข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับเส้นทาง "R9" ที่เชื่อมระหว่างภาคอีสานของไทยไปยังมณฑลกว่างซีของจีน โดยผ่านลาวและเวียดนาม ซึ่งได้กลายมาเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่พ่อค้าไทยใช้ส่งผลไม้ไปจีน แต่เหตุใด R9  (ยัง) ไม่ติดตลาดเรามีคำตอบมาฝาก ดังนี้

          หนึ่ง R9มีต้นทุนการขนส่งที่มากโขอยู่โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการขนส่งผลไม้ทางเรือ ไปขึ้นฝั่งจีนที่มณฑลกวางตุ้งและนครเซี่ยงไฮ้นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องต้นทุนการขนส่งที่ไม่เท่ากันในแต่ละครั้งด้วยซึ่งในประเด็น นี้ ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งให้ข้อคิดเห็นว่าแม้จะแพงกว่า แต่หากR9มีต้นทุนการขนส่งที่แน่นอนพวกเขาก็จะสามารถคำนวณต้นทุนสินค้าและ ราคาขายได้ เพื่อให้มีกำไรคุ้มค่ากับการลงทุน

          สอง ความไม่สะดวกของระบบการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพถนนและระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ตามทาง โดยเฉพาะในส่วนที่วิ่งผ่านลาวและเวียดนาม และการต้องขนย้ายผลไม้หลายครั้ง(เพราะต้องเปลี่ยนรถขนส่งเมื่อข้ามจากประเทศ หนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง) ซึ่งล้วนส่งผลต่อความสดใหม่ของผลไม้

          สาม การประเมินราคากลางเพื่อเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT)ณด่านโหยวอี้กวานหลายท่าน อาจทราบแล้วว่า แม้ไทยกับจีนจะใช้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน เพื่อยกเว้นภาษีนำเข้าระหว่างกัน แต่ตามระบบของจีนจีนจะเรียกเก็บ VAT จากสินค้าที่จีนนำเข้าจากประเทศต่างๆ ณ ด่านที่นำเข้าเลย(ซึ่งอัตรา VAT ของจีนสูงกว่าไทย อาทิร้อยละ 13 สำหรับผลไม้) ในประเด็นนี้ผู้ประกอบการขนส่งผลไม้ทาง R9 ให้ข้อมูลว่าการที่ผลไม้ไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีมากในตลาดจีน ประมาณว่าเป็น "ผลไม้ไฮโซ"ราคากลางที่ถูกใช้เป็นฐานเพื่อคำนวณ VAT บางครั้งจึงสูงกว่าราคาที่ขายจริง และสูงกว่าราคากลางของผลไม้ ประเภทเดียวกันที่จีนนำเข้าจากประเทศอื่น(เช่น มังคุดไทยมีราคากลางเพื่อประเมินVAT สูงกว่ามังคุดเวียดนาม) ดังนั้นจึงทำให้ผลไม้ไทยประสบปัญหาต้นทุนสูงและสูญเสียศักยภาพในการแข่งขัน

          สุดท้ายคือสี่ โครงสร้างการค้าขายผลไม้ไทยในจีนที่เป็นอยู่(ยัง)ไม่เอื้อต่อการขนส่งทาง R9 กล่าวคือในปัจจุบัน ผลไม้ไทยเมื่อเข้าสู่ประเทศจีนจะถูกกำหนดราคาขายและระบบการจำหน่ายโดยตลาด เจียงหนาน นครกว่างโจว มณฑลกวางตุ้งขณะที่ในกว่างซี(มณฑลที่ด่านโหยวอี้กวานตั้งอยู่) ยังไม่มีผู้ประกอบการขายส่งผลไม้มากนัก ทำให้เมื่อผลไม้ไทยถูกส่งเข้ามาทาง R9 แล้ว ก็กระจายต่อไปยังมณฑลอื่นๆ ไม่ค่อยได้ ต้องถูกส่งต่อไปยังตลาดเจียงหนานอยู่ดี ในประเด็นนี้ มีเกร็ดที่น่าสนใจว่า แม้แต่ตลาดที่ขายผลไม้ไทยในนครหนานหนิง(เมืองเอกของกว่างซี) ซึ่งอยู่ห่างจากด่านโหยวอี้กวานประมาณ200 กม. ยังต้องไปนำผลไม้ไทยมาจากตลาดเจียงหนาน ซึ่งอยู่ห่างจากด่านโหยวอี้กวานกว่า 800 กม. มิได้รับตรงมาจากผู้ประกอบการที่ด่านโหยวอี้กวาน อย่างไรก็ดี ระบบการค้าขายแบบนี้ น่าจะเปลี่ยนไปบ้างในอนาคตอันใกล้ เพราะในนครหนานหนิง กำลังจะมีการเปิดตลาดขายส่งผักและผลไม้ขนาดใหญ่ที่ทันสมัย(ศูนย์Hyperion ซึ่งเป็นการร่วมทุนกันระหว่างบริษัทจีนกับฝรั่งเศส) ซึ่งสามารถเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการรับผลไม้ไทยโดยตรงจากด่านโหยวอี้มาขาย ในนครหนานหนิง ตลอดจนกระจายต่อไปยังพื้นที่อื่นๆของจีนได้ หากผู้ประกอบการไทยสนใจก็สามารถศึกษาและมาลงทุนในธุรกิจนี้ เพื่อต่อยอดการใช้ R9 ได้

          ปัญหาต่างๆ ข้างต้นเป็นเพียงในส่วนที่เกี่ยวกับการขนส่งผ่าน R9 ที่ผลไม้ไทยต้องเผชิญ แต่ในความเป็นจริงศักยภาพในการแข่งขันของผลไม้ไทยที่เข้ามาทางด่านโหยวอี้ ยังมีความท้าทายอื่นๆอีกอย่างน้อย 2 ประการ ได้แก่ หนึ่ง การที่เวียดนามสามารถใช้ประโยชน์จากนโยบายจากการค้าชายแดนกับจีน เพื่อส่งออกผลไม้ผ่านจุดผ่อนปรนมายังเมืองผิงเสียง(เมืองที่ด่านโหยวอี้ตั้ง อยู่)ได้โดยไม่ต้องเสียภาษีใดๆไม่ว่าจะเป็นภาษีนำเข้าหรือVATซึ่งจีนอนุญาต ให้ชาวชายแดนนำเข้าได้ไม่เกินมูลค่า8,000หยวน(ประมาณ 39,000 บาท)ต่อวันต่อคนอ่านไม่ผิดหรอกครับ ผลไม้มูลค่า 39,000 บาทต่อวันต่อคน

          ผู้ประกอบการหลายคนให้ข้อมูลว่านโยบายการค้าชายแดนดังกล่าว ส่งผลให้มีพ่อค้าหัวใสจำนวนมาก นำผลไม้ไทย (อาทิทุเรียน และมังคุด) ไปสวม "อ๋าวหญ่าย"หรือแปลงสัญชาติเป็นผลไม้เวียดนาม เพื่อไม่ต้องเสีย VAT ครับ ซึ่งจุดนี้เองอาจเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งว่า เหตุใดสถิติที่เป็นทางการของการขนส่งผลไม้ไทยไปจีนผ่านR9 ถึงไม่เพิ่มขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น(เพราะตามระบบจีน ไม่มีการบันทึกข้อมูลในระบบศุลกากรของชาวชายแดนที่ขนส่งผลไม้มูลค่าไม่ เกิน8,000 หยวนต่อคนต่อวัน)

          นอกจากนี้ยังช่วยตอบข้อสงสัยด้วยว่า ทำไม...ปริมาณและมูลค่าการนำเข้าทุเรียนไทย หรือที่คนจีนเรียกว่า "ไท่กั๋วหลิวเหลียน" ของด่านโหยวอี้กวาน จึงลดลงอย่างฮวบฮาบ กล่าวคือ จาก 6 แสนกว่ากก. ในปี 2550 เหลือเพียง 4 หมื่นกว่ากก. ในปี 2553 แต่กลับเห็นได้อย่างดาษดื่นในท้องตลาดของกว่างซี ตั้งแต่ซูเปอร์มาร์เก็ตหรูยันหาบเร่ข้างถนน (ก็มีการเอาทุเรียนไทยไปสวมอ๋าวหญ่ายแล้วนำเข้าโดยชาวชายแดนจีน-เวียดนามไง ครับ!)

          สอง ผลไม้ไทยยังมีคู่แข่งอีกมากในตลาดจีน โดยเฉพาะผลไม้ที่ทั้งจีนและประเทศเพื่อนบ้านของไทยก็ผลิตได้เช่นเดียวกับไทย อาทิ กล้วยจากเวียดนามมะม่วงเมืองไป๋เซ่อ ลิ้นจี่เมืองชินโจว และส้มของกว่างซี รวมทั้งผลไม้หลายชนิดที่จีนนำเข้าจากไต้หวัน ซึ่งเน้นตลาดบน อาทิชมพู่ น้อยหน่า ฝรั่ง มะละกอ และสับปะรด

          อย่างไรก็ดี ถนน R9 ที่เชื่อมภาคอีสานของไทยกับตอนใต้ของจีน เป็นทางเลือกที่ปัจจุบันผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยใช้ขนส่งผลไม้จากไทยไปขาย ในตลาดจีน แม้ว่ามูลค่าและปริมาณการขนส่งผลไม้ไทยผ่าน R9 จะยังคงมีไม่มากนัก เมื่อเทียบกับยอดรวมทั้งหมดของผลไม้ที่จีนนำเข้าจากไทย กอปรกับการขนส่งทางR9 ต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆดังที่ได้กล่าวไว้ในบทความนี้ แต่ในภาพรวมการใช้ R9 ตลอดจนถนนเส้นอื่นๆ เพื่อขนส่งผลไม้ไทย ก็ยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดในเรื่องระยะเวลาการขนส่ง ที่สั้นกว่าการไปทางเรือถึงเกือบ3 เท่า

          ในส่วนของกว่างซี มณฑลทางตอนใต้ซึ่งรัฐบาลจีนกำหนดให้เป็น "ประตูสู่อาเซียน" รวมถึงเป็น "ฮับ" เชื่อมโยงอาเซียนกับพื้นที่จีนตอนใน โอกาสของการขยายตลาดผลไม้ไทยก็ยังมีอยู่สูง เนื่องจากผลไม้ไทยได้รับความนิยมจากผู้บริโภคจีนมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน ทุเรียน มังคุดลำไย ลิ้นจี่ และน้อยหน่าของไทย ก็สามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ตลาดค้าส่งผลไม้ตลาดสดหรือแม้แต่หาบเร่ข้างทางอยู่แล้ว จากการสำรวจคร่าวๆ พบว่านอกจากผลไม้ต่างๆข้างต้นแล้ว กล้วยไข่ สละ ชมพู่ เงาะ และมะม่วงของไทยเป็นสินค้าที่มีแนวโน้มจะเติบโตได้ดีในตลาดจีน โดยเฉพาะตลาดกว่างซี

          เมื่อคำนึงถึงบริบทว่า กว่างซีเป็นประตูหน้าด่านของR9ขณะที่ไทยก็สามารถใช้กว่างซีเป็นฐานในการ รักษาตลาดผลไม้เดิมและเปิดตลาดใหม่ไปสู่มณฑลอื่นๆของจีนโดยเฉพาะในภาคตะวัน ตกและภาคกลางได้ R9 จึงเป็นทั้งโอกาสและสิ่งที่ควรต้องส่งเสริมให้มีการใช้ให้เกิดประโยชน์สูง สุดซึ่งภาครัฐและภาคเอกชน(ผู้ส่งออกและเกษตรกรชาวสวน)ของไทยสามารถร่วมมือ กันเพื่อผลักดันให้มีการใช้เส้นทางนี้เพิ่มขึ้นได้

          ในส่วนของภาครัฐปัจจุบันส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงการ ต่างประเทศกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รวมถึงหน่วยงานของกระทรวง เหล่านี้ที่ประจำการอยู่ในจีนได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อผลักดันให้มีการใช้R9ตลอดจนการขยายตลาดผลไม้ไทยในจีนอยู่แล้ว โดยมาตรการที่ควรริเริ่มหรือดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไปได้แก่

          (1)หามาตรการลดต้นทุนการขนส่งทางบกจากภาคอีสานไทย

          (2)ส่งเสริมให้มีผู้ประกอบการไทยมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในธุรกิจพ่อค้าคนกลาง และผู้กระจายสินค้าเพื่อสร้างจุดนัดพบใหม่ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายผลไม้รวม ถึงการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายโดยเฉพาะตลาดในภาคตะวันตกของจีนซึ่งยังมี ลู่ทางแจ่มใส

          (3)โฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและภาพลักษณ์ของผลไม้ไทย ตลอดจนจัดRoad Show และกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ เพื่อให้ผลไม้ไทยเป็นที่ชื่นชอบในระยะยาว

          (4) ส่งเสริมการปลูกผลไม้นอกฤดูกาล เพื่อให้ขายในตลาดจีนได้อย่างต่อเนื่องทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวของจีน

          (5) หลีกเลี่ยงการปลูกผลไม้ชนิดเดียวกันกับจีน เพื่อให้เกิดการค้าสองทาง กล่าวคือปัจจุบัน โดยมากหลังจากรถบรรทุก ขนผลไม้ไทยมาส่งที่ด่านโหยวอี้แล้ว จะตีรถเปล่ากลับส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งสูงและ(6)ศึกษาวิจัยเพื่อปรับปรุงข้อ ด้อยของผลไม้ไทยบางชนิดเช่น ปัญหาเปลือกดำและช้ำง่าย



บทความพิเศษ

เอกชนจ.ตากโอดเขตศก.พิเศษเอื้อต่างชาติ
เอกชนตาก ถามรัฐบาล เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก ประเทศชาติได้อะไร
รอการลงทุน SEZ แม่สอด
“เงินจ๊าต”ผันผวนทำค้าชายแดนตากสูญพันล้าน
หอการค้าไทยห่วงค่าผันผวนเงินจ๊าด เสนอจี้รัฐบาลเร่งแก้ไข
ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
ยกระดับสนามบินตาก
ธุรกิจเบรกลงทุนSEZตาก รอร่างผังเมืองใหม่คลอด
โพสต์ทูเดย์ - พาณิชย์นำทัพธุรกิจรุ่นใหม่ไทยบุกเมียนมา 20-22 ส.ค.นี้ ขยายช่องทางการค้าและการลงทุน
ทูตไทยแนะสูตรสำเร็จ! ลงทุน 'เมียนมา' ต้องมาคู่ CSR
TTW ร่วมทุนZ Corp ลุยโครงการระบบน้ำประปาที่เมืองเมาะลำไย เมียนมา ลงนาม ก.ค.นี้
เขต ศก.ชายแดน ปลุกชีพเชื่อมอีอีซี
เมียนมาอนุมัติตั้งเครดิตบูโรแล้ว หนุนSMEs คาดเริ่มดำเนินการได้อีก 1 ปีข้างหน้า
นครย่างกุ้ง โอกาสทองธุรกิจอาหาร
ยอดค้าชายแดน 5 เดือน มูลค่า 4.63 แสนล้าน พุ่ง 4.18% แต่ส่งออกติดลบ 2.62% พาณิชย์มั่นใจ ทั้งปีโต 15%
บทวิเคราะห์อาเซียน เกมค้าปลีกสมัยใหม่ในเมียนมา
5 มิ.ย. 2561 เมียนมาปรับกลยุทธ์อาแขนรับนักลงทุน
ญี่ปุ่นเบนเข็มรุกแม่สอด เร่งรถไฟแนวE-W เชื่อมบ้านไผ่-นครพนม
สรุปสาระสำคัญการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ปีท่องเที่ยววิถีไทยเก๋ไก๋อย่างยั่งยืน : Amazing Thailand Tourism Year 2018”
สรุปสาระสำคัญการบรรยาย “ เรื่อง”ประชารัฐร่วมใจ ด้วยมหาดไทย 4.0 โดย นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
สรุปสาระสำคัญการบรรยาย “ เรื่อง ‘Digital Technology เพื่อการค้าและการลงทุน’ โดย ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
19 พ.ย. 60สรุปสาระสำคัญการบรรยาย “ เรื่อง SMEs กับการนำไทยให้ก้าวไกลไปกับโลกยุค 4.0 โดย ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
มอญเปิดเมือง..ดึงทุนทัวร์ไทยบูมท่องเที่ยวเมาะละแหม่ง-ตำนานรัก“เจ้าน้อยศุขเกษม-มะเมี๊ยะ”
เปิดผัง 'MRG-MMID' โอกาสทองลงทุนมัณฑะเลย์
ปั้นศูนย์ค้าปลีก
นำสิ่งของอุปโภค บริโภค ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในประเทศเมียนมาร์
บริจาคสิ่งของช่วยเหลือ ชาวพม่า ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ณ. เมืองผาอัน
โครงการ คาราวาน 3 แม่ แม่สอด แม่สะเรียง แม่ฮ่องสอน
เอกชนบุกสระแก้ว-แม่สอด แห่ตั้งบริษัท-BOIให้สิทธิ์ชนเพดาน
ISMEDหอบ 28 เถ้าแก่ชายแดนลุยโรดโชว์พม่า/ทำตลาดรัฐกะเหรี่ยง-มอญ
ตั้งองค์กรลุยเขตศก. ยกกฎหมายยุบ‘กนอ.’/บิ๊กตู่ลั่น!แม่สอดต้องเกิด
เดินหน้าเต็มสูบ สะพานเมย2 ดันที่พุ่ง10เท่า –ค้าชายแดนแสนล้าน article
ประยุทธ์'เยือนพม่า ถกร่วมมือศก.-เดินหน้าทวาย
"บิ๊กตู่"ยกเครื่องเขตศก.พิเศษแม่สอด ผุดถนน4เลน-สะพานเชื่อมพม่า-จีน-ลาว-เวียดนาม
รวมภาพวีดีโอ กิจกรรมหอการค้าจังหวัดตาก ที่ผ่านมา
สัมภาษณ์พิเศษ / นำร่องเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด หนึ่งในยุทธศาสตร์ชิงความได้เปรียบรับเออีซี
ภาคเหนือ-พ่อค้าชายแดนเหนือครวญ หลังรัฐบาลพม่าเดินหน้ายกระดับการค้าชายแดนสู่สากล
การเข้าถึงตลาดพม่าของสินค้าเวียดนาม
เร่งผุดสะพานมิตรภาพไทยพม่าแห่งที่ 2เพิ่มมูลค่าการค้าแม่สอดเท่าตัว
แรงงาน ความเสี่ยงอนาคต
ปลุกพ่อค้าชายแดนเหนือ รักษาฐานตลาดพม่ารับ"เออีซี"
สัมภาษณ์พิเศษ / ประธานหอการค้าจังหวัดตาก จี้รัฐยกระดับโลจิสติกส์แม่สอดรับอาเซียน
เมื่อแชมป์เก่า มุ่งมั่นขอทวงตำแหน่งคืน
ต่างชาติลุ้นการปฏิรูปในพม่า กฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ถูกดึงล่าช้า
ท่าเรือเชียงแสน 2 รับกองเรือสินค้า จีน ลาว พม่า
สร้างประเทศไทยให้เป็น 'HUBของAEC'
ระเบียงหรือทางผ่าน...?
“บางจาก” ไมเนอร์เชนจ์ ถอด “ม่อฮ่อม” ใส่ “สูท”
AEC Model ในแบบกสิกรไทย
มองทะลุมิติ AEC Financial
เทสโก้ โลตัส สยายปีกชายแดน รุกตั้งไฮเปอร์มาร์เก็ต "แม่สอด
ตากเร่งตั้งเขต ศก.พิเศษแม่สอด เพิ่มการค้าชายแดนแสนล้าน
เปิดกำแพงมรกต: “เมี๊ยะ-วดี”
บทสัมภาษณ์ นายวิชัย เข็มทองคำ ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดตาก โดย นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 20 มีนาคม 2555
จักรยานมิตรภาพ “แม่สอด-เมียวดี” สัมพันธ์ระหว่างรัฐ ที่เริ่มจากท้องถิ่น
“แม่สอด”เมืองคู่แฝด ที่ยังรอวันตกผลึก
บรรพต ก่อเกียรติเจริญ วิเคราะห์.....พม่าเปลี่ยนไป ชงตั้ง เขตการค้า-การลงทุนร่วม
เตือนพม่าคู่แข่งสำคัญไทย หลังเปิดเสรี AEC
อนาคตประเทศไทย
ความสำคัญเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด...ทุกรัฐบาลมองเห็นแต่ไม่ผลักดันจริงจัง
ล้อมกรอบ / จี้รัฐสร้าง "4 เลน-เจาะอุโมงค์" เชื่อม พม่า-แม่สอด รับเออีซี
“พม่า”แนวรบด้านตะวันตกเปลี่ยนแล้ว
“เมงกาลาเซ-ย่างกุ้ง” ลมหายใจค้าไทย-พม่า
แม่สอดโมเดล มิติใหม่ทุนชายแดน
แม่สอด-ย่างกุ้ง Border Trade Route
ท่อสินค้าไทยเข้าพม่าจากเหนือจรดใต้
เมื่อสัญลักษณ์ “ทุนนิยม” เริ่มปรากฏให้เห็นในพม่า
บทเรียนจากวิกฤตน้ำท่วมกับการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
หายนะแห่งศตวรรษที่ 21 ของสหรัฐฯ
เกษตรอินทรีย์ ทางเลือกหรือต้องเลือก
ความคืบหน้าเขตเศรษฐกิจบ่อหาน ปากทางเชียงรุ่ง
เขตเศรษฐกิจพิเศษ
ศก.โลกป่วนคนไทยกระอักเลือด กำลังซื้อหดยาว! “รถยนต์-บ้านหลังแรก” เสี่ยงถูกยึด
ประธานหอการค้าตากแนะต่อยอดแม่สอดโมเดล
ร่วมสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ งานใหญ่ที่ไม่ต้องรอรัฐบาล
Retail landscape change: โอกาสค้าปลีกไทยในบริบทใหม่
บรรพต ก่อเกียรติเจริญ แนะรัฐหนุน เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด
การเมืองในอุดมคติ กับสังคมไทยที่เป็นจริง
การบริหารรัฐจัดการธุรกิจ:ก้าวรุกในโลกาภิวัตน์ด้วยกลยุทธ์ปั่นราคา
การพัฒนาท่าเรือทวายและท่าเรือปากบารา
จาก "ทำเงิน" สู่ "ปันเงิน" เส้นทาง "บิลล์ เกตส์" คนรวยช่วยโลก
การเมืองกับคณิตศาสตร์: ทฤษฎีแห่งความเป็นไปไม่ได้
เมื่อ บิ๊กซี ฮุบ คาร์ฟูร์โชห่วยไทย จะอยู่อย่างไร?
จับตาศึกเลือกตั้งพม่า 7 พ.ย. แผนการขั้นที่ 5 สู่ประชาธิปไตยเต็มขั้น?
“แม่สอด” กำลังเปลี่ยนแปลง
ความตื่นตัวของนักธุรกิจท้องถิ่น
นอภ.แม่สอด เตรียม สร้างหอ'นาฬิกายักษ์'
จุดเปลี่ยน…ธุรกิจไทย วิกฤตและโอกาสอยู่ตรงไหน
ทุ่ม800ล.ตัดถนนกอกาเรก-แม่สอด-ดานัง
ผู้ว่าฯเร่งฟื้น”กรอ.ตาก”ขับเคลื่อนเขตศก.- นครแม่สอด
แขวงการทางฯเร่งวางแนวถนนใหม่ รับสะพานไทย-พม่า/ปั้นเขตเศรษฐกิจชายแดนตาก
ครม.ไฟเขียวสร้างสะพานไทย-พม่า 2/เชื่อมแม่สอด-เมียวดีใหม่
สะพานแห่งที่ 2 ความหวังของชาวแม่สอด
รัฐบาลโชว์ปาฐกถา"มาร์ค" ที่ม.โคลัมเบีย สหรัฐ "สังคมประชาธิปไตยโฉมใหม่" ประชาชนต้องมาก่อน article
เปิดเสรี'อินเดีย-บิมสเทค' ติดปีกธุรกิจไทยเจาะตลาดเอเชียใต้
ฉีกหน้ากากเทสโก้โลตัส ฟ้องเรียกพันล้านใช้สิทธิทางศาลไม่สุจริต ภาคต่อเปิดหน้ากาก ตอน 2 (จบ)
เปิดหน้ากากเทสโก้ โลตัส ค้ากำไรบนซากโชว์ห่วย (1)
ตั้งธงส่งออกอัญมณี 600,000 ล.
หอฯ ตากเปิดห้องติวเข้มค้าไทย-เพื่อนบ้าน หวังทุนท้องถิ่นต่อยอดรับ EWEC
ตารางบินสายการบินพีบีแอร์
"บิ๊กเหวียง"นั่งนายกสมาคมวัฒนธรรม-ศก.ไทย-พม่าคนใหม่ ย้ำไม่ยุ่งการเมือง เร่งหนุนค้า-ลงทุน2ปท.
ประธานหอฯตาก มั่นใจแม่สอดเกตเวย์เชื่อมภูมิภาค article
เมืองคอนผุดวิธีแก้มังคุดราคาดิ่ง
เอกชนตากบูมตลาดอัญมณีสู่เวิลด์คลาส
หนุนใช้ "หยวน" เป็นเงินสกุลหลักค้าขาย หอการค้าฯ ยันทำได้
"อภิสิทธิ์"หารือ"หู จิ่น เทา" ระบุจะส่งเสริมความร่วมมือการลงทุน การค้าในระดับภูมิภาค และแก้วิกฤติเศรษฐกิจ
นายกรัฐมนตรีนำทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจและภาคเอกชนไทยบุกตลาดจีน
กำหนดการ พิธีสถาปนากรรมการหอการค้าจังหวัดตาก และเปิดอาคารสำนักงานหอการค้าจังหวัดตาก (สำนักงานแม่สอด)
“ส.ส.ตาก”เล็งปั้นสนามบินแม่สอด 2 เร่งถนนตาก-ชายแดนเป็น 4 เลน article
“กอร์ปศักดิ์” ลุยตรวจโกดังข้าวโพดชายแดนแม่สอดสกัดปัญหาสวมสิทธิ์
เสนอตั้งเขตวัฒนธรรมชนเผ่าตาก นำศิลปะชาวเขาขึ้นเวทีดึงดูดนักท่องเที่ยว article
ดูกันเต็ม ๆ ตา กับ อัญมณี ราคาหลักพัน แต่เรานำมาให้ลุ้นกันเพียง บาทเดียว
เชิญร่วมงาน "สีสัน อัญมณีแม่สอด" ณ ย่านการค้า สยามอัญมณี แม่สอด
สรุปงานจักรยานมิตรภาพไทยพม่า โดยคุณวินัย ทีมอิสระ ใน thaimtb.com article
ประกาศ ปิดรับสมัครจักรยานมิตรภาพไทยพม่าครั้งที่ 10
สมัครปั่นจักรยานมิตรภาพไทย-พม่า ครั้งที่ 10 article
ขอเชิญร่วมมหกรรมปั่นจักรยานมิตรภาพไทย – พม่า ครั้งที่ 10
๘๔ พระกรณียกิจ พระจริยวัตร ขัตติยนารีศรีแผ่นดิน
น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ข่าวพลังงานประจำวันที่ 16 พฤศจิกายน 2554
โครงการดอกเบี้ยบ้าน 0% อานิสงส์ของการเลือกตั้ง
ขอเชิญร่วมออกบูท งานมหกรรมสินค้า ไทย-พม่า ธงฟ้า ราคาประหยัด 2009 และการประกวดสาว(เหลือ)น้อย article
มิงกาลาบาเมียวดี : สวัสดีเมียวดี : 你好吗!
งานอัญมณีแม่สอดโชว์โคตรพลอยแดง25,000กะรัตคึกคัก
ปิดรับสมัครแล้วสำหรับโครงการจักรยานมิตรภาพไทยพม่า
สมัครแข่งขันจักรยานเสื้อภูเขาชิงถ้วยพระราชทาน "แม่สอด เม้าท์เท่น ไบค์ ครอสคันทรี่"
อัครศิลปิน กรองศาสตร์กรองศิลป์การดนตรี
ติดปีก พ.ร.บ. ค้าปลีกค้าส่งฯ แต่ไร้อาวุธฟัน 'โมเดิร์นเทรด'
เจาะกลวิธีหาเงิน 6 พรรคใหญ่ อภิมหาโปรเจกล้านๆ ๆ ฝันที่เป็นจริง!?
Thai Bike Around the World “ทูต 2 ล้อ” กลับสู่อ้อมกอดประเทศไทย
CSR เมื่อธุรกิจคืนกำไรให้กับสังคม
ร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกส่อแท้ง..! ล็อบบี้ สนช.เตะถ่วง-รอรัฐบาลหน้าฉีกทิ้ง
"สนธิ"จี้พรรคการเมืองคุม"ห้างยักษ์"ลั่นปีหน้านำ"กองทัพเทียนแห่งธรรม"สู้อำนาจทุนใหญ่
ชั้นเชิง“เชียงคำ”ต่อกรเทสโก้ แนะระดมสมองทีมทนายสู้คดี
ถอดรหัสหักเหลี่ยมเทสโก้ พลังมวลชนคว่ำช้างสาร
พาณิชย์เผย ครม.เห็นชอบ พ.ร.บ.ค้าปลีกแล้ว-เน้นสมาฉันท์ "รายใหญ่-โชห่วย"
แถลงผลการประชุม ครม.ประจำวันที่ 16 ต.ค.2550
คนไทยกระเป๋าฉีก!! อีกแล้ว
เทสโก้ โลตัส ค้ากำไรบนซากโชว์ห่วยจนรวยติดอันดับ4ของโลก
บันทึกประวัติศาสตร์- ประท้วงลามพม่า
ตราด... เปิดประตูสู่อินโดจีน เชื่อมถนนหมายเลข 48 กัมพูชา ดึงเม็ดเงินธุรกิจ-ท่องเที่ยวสะพัดหมื่นล้าน
ยกโมเดล"โชวห่วยแพร่"ต้านห้างยักษ์ แนะค้าปลีกรายย่อยทั่วไทยปรับใช้ก่อนตายหมด
สัมภาษณ์ : เปิดร่างพ.ร.บ.ค้าปลีกฉบับสนช. จำกัดรายใหญ่ผลิตสินค้าเฮ้าส์แบรนด์
เผยผลสำรวจโรงงานอุตฯยังไม่มีปิดกิจการเพิ่ม
ระดมทุนขนส่งไทยรับมือLogisticสี่เหลี่ยมฯ หอฯชร.ดันตั้งสมาคมเพิ่มอำนาจต่อรองสู้จีน
ยุทธศาสตร์ไทย-พม่า ถึงเวลาต้องทบทวน
สามหมอกเปิดบ้านร่องแห้งเป็นจุดขนถ่ายสินค้าไทย-พม่า
ผู้ว่าฯ-นายกแม่สอดดัน"มหานครแม่สอด" เตรียมจัดเวทีประชาคม 18 ชุมชนนำร่อง
พม่าย่างกุ้งฮึดประท้วงรัฐบาลขังต่อผู้นำหญิง
บทเรียนจากรัฐบาลทหารพม่า
โชวห่วยแฉแผนค้าปลีกทุนนอก-ใช้วิธีสกปรกขวางร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกเข้า ครม.
ค้าปลีกไทยจะอยู่รอดอย่างไร
พม่าจัดค้าชายแดน ส่งออก-นำเข้าใหม่ ใช้ศูนย์ฯเมืองหลวง
10 สัญญาณอันตราย ฟ้องสภาพการเงินส่อเค้าย่ำแย่
ประวัติกำเนิดชาจีน article
Special Day 3 March 2550 article
สมทบทุนสร้างหอการค้าจังหวัดตาก article
เชิญบูชามงคลวัตถุ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รุ่น "เมตตาธรรม" จังหวัดตาก 2549 โดย หอการค้าจังหวัดตาก article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.