ReadyPlanet.com
dot
dot
ส่วนสมาชิกหอการค้า TakCC Member Login
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
สมัครสมาชิกหอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletสิทธิประโยชน์สมาชิก
bulletขั้นตอนการสมัคร
bulletdownload ใบสมัครสมาชิก
dot
เกี่ยวกับ หอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletประวัติหอการค้าจังหวัดตาก
bulletข้อบังคับ หอการค้าจังหวัดตาก
bulletวิสัยทัศน์
bulletโครงสร้าง และพันธกิจ
bulletทำเนียบคณะกรรมการ
bulletสถานที่ติดต่อ
dot
อัลบั้มภาพ
dot
bulletภาพกิจกรรม
bulletผลงานเด่นที่ผ่านมา
dot
รายงานการประชุม
dot
dot
ข้อมูลจังหวัด และ สถิติการค้า
dot
bulletข้อมูลจังหวัดตาก
bulletสถิติการค้าชายแดน จังหวัดตาก
bulletท่าสินค้า และ คลังสินค้า ชายแดน
bulletจุดท่องเที่ยวในจังหวัดตาก
dot
ข่าวสารประเทศเพื่อนบ้าน
dot
bulletพม่า
bulletจีน
bulletเวียดนาม
bulletกัมพูชา
bulletลาว
bulletฐานข้อมูลกลุ่มประเทศ GMS
dot
ลิงค์ที่น่าสนใจ
dot
bulletHOT LINKS
bullet รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง
bulletโครงการป้ายของดีจังหวัดตาก


http://www.dft.go.th/th-th/index


ศก.โลกป่วนคนไทยกระอักเลือด กำลังซื้อหดยาว! “รถยนต์-บ้านหลังแรก” เสี่ยงถูกยึด

เศรษฐกิจโลกฉุดเศรษฐกิจไทยทรุด
       ธุรกิจส่งออก-อิเลคทรอนิกส์โดนก่อน
       เบื้องต้นเงินเดือนไม่ขึ้น โบนัสไม่มี หากเลวร้ายถึงขั้นเลิกจ้าง
       เกษตรกรปลูกยางกระทบหนัก ราคาตกฮวบ
       เตือนคนที่คิดจะซื้อบ้านหลังแรก-รถคันแรก หากไม่พร้อมรับสถานการณ์โอกาสถูกยึดสูง
       
       เศรษฐกิจ ของสหรัฐอเมริกา และยุโรป กำลังส่งสัญญาณในด้านลบต่อเศรษฐกิจของทุกประเทศ ตลาดหุ้นทั่วโลกถูกกระหน่ำขาย รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่กลับลงกว่า 125 จุด จากวันที่ 22 และ 23 ต่อเนื่องถึง 26 กันยายน 2554 โดยตลาดหุ้นไทยลงลึกไปถึง 867.86 จุด ก่อนที่จะดีดตัวขึ้นมาได้
       
       แม้ ความเคลื่อนไหวถึงมาตรการการแก้ปัญหาในยุโรปจะเริ่มคลี่คลายเป็นบางช่วง แต่ความเปราะบางของสถานะทางการคลังของรัฐบาลแต่ละประเทศที่ยังคงอยู่ในภาวะ ที่ยากต่อการช่วยเหลือประเทศอื่นที่ประสบปัญหา
       
       ขณะที่ยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลกอย่างสหรัฐ สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นและยังไม่มีมาตรการใหม่ๆ มากระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้
       
       เมื่อ ภาวะเศรษฐกิจของโลกที่ประเทศมหาอำนาจที่เคยมีกำลังซื้อสูงกำลังประสบปัญหา ย่อมเป็นสิ่งที่ยากต่อการหลีกเลี่ยงที่ประเทศอื่น แม้จะไม่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจอย่างประเทศในแถบเอเชีย (ยกเว้นญี่ปุ่น) จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย โดยศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ภัทร เคยประเมินไว้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะรุนแรงกว่าปี 2551 ที่ครั้งนั้นเกิดขึ้นในสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียว
       
       ส่งออกเจอก่อน
       
       นัก เศรษฐศาสตร์มหภาคกล่าวว่า สถานการณ์ในขณะนี้เป็นเพียงแค่ช่วงเริ่มต้นเท่านั้น วิกฤตการเงินทุกครั้งที่เกิดขึ้นจะเริ่มต้นที่ตลาดเงินตลาดทุนก่อนเป็นลำดับ แรก เพราะถือว่าเป็นช่องทางที่ตอบสนองไวที่สุด และเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกประเทศต้องหาทางที่จะรับมือกับสิ่งที่จะตามมา
       
       ขณะ นี้ยากต่อการประเมินว่าประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากวิกฤติการณ์ในครั้งนี้ อย่างไร เพราะเศรษฐกิจสหรัฐฯ และประเทศในยุโรป มีโอกาสที่จะฟื้นตัวขึ้นหรือทรุดตัวลงมีความเป็นไปได้พอๆ กัน
       
       หาก สถานการณ์ไม่เลวร้ายลงไปมากกว่านี้ บ้านเราในภาพรวมจะได้รับผลกระทบไม่มากนัก ธุรกิจส่งออกจะถูกกระทบโดยตรง คือ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากตลาดหลักยังคงอยู่ที่สหรัฐและยุโรป ถัดมาเป็นกลุ่มรถยนต์ที่มียุโรปเป็นตลาดหลัก กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ สิ่งทอ
       
       แม้ ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยจะลดสัดส่วนการส่งออกไปยัง 2 ภูมิภาคนี้ แล้วหันไปพึ่งประเทศเอเชียด้วยกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วอย่างชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เราส่งออกไปจีน ซึ่งจีนก็นำไปประกอบเพิ่มเติมแล้วส่งไปที่สหรัฐฯ และยุโรปอยู่ดี โดยรวมแล้วทั้ง 2 ภูมิภาคนี้เราส่งออกไปทั้งทางตรงและทางอ้อมราว 20-25% ถือว่าไม่น้อยและถ้าสถานการณ์เลวร้ายลง ภาคการส่งออกบ้านเราน่าจะมีปัญหามากขึ้น

คาดว่าผลกระทบที่จะเห็นได้ชัดมากขึ้นคงเป็นในไตรมาส 4 เป็นต้นไป ถ้ายังไม่ฟื้นเศรษฐกิจของทั้งโลกก็จะซึมลงไปเรื่อยๆ และถ้าในโซนยุโรปไม่สามารถแก้ไขได้จนสถานการณ์เลวร้ายลงทั้งจากการลดอันดับ ความน่าเชื่อถือหรือเกิดการผิดนัดชำระหนี้ อันนี้จะทำให้เกิดวิกฤติครั้งใหญ่ของโลก ความน่ากลัวของสถานการณ์นี้อยู่ที่ขนาดของความเสียหายที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันหลายประเทศและเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อสูง และจะใหญ่กว่าวิกฤติของเลห์แมนบราเธอร์
       
       แรงงานอิเล็กทรอนิกส์แจ๊กพอต
       
       เมื่อ กำลังซื้อของคู่ค้าลดลง ยอดสั่งซื้อก็ต้องลดลงตามไปด้วย ดังนั้นแรงงานที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออกไปยังกลุ่ม ประเทศที่มีปัญหาเศรษฐกิจ น่าจะเป็นกลุ่มที่เสี่ยงที่สุด โดยทุกอย่างจะอยู่ที่ระดับของความรุนแรง
       
       หากสามารถ ประคองสถานการณ์ได้อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ บริษัทผู้ผลิตก็ไม่จำเป็นต้องเร่งกำลังผลิตเหมือนก่อน การว่าจ้างพนักงานก็อาจจะมีน้อยลง ในที่นี้คงไม่ถึงกับขั้นเลิกจ้าง แต่จำนวนชั่วโมงในการทำงานอาจจะน้อยลง ไม่ต้องทำนอกเวลา รายได้ของพนักงานก็จะน้อยลง
       
       เชื่อว่าวิกฤตในครั้งนี้ น่าจะกินเวลาอย่างน้อย 1-2 ปีกว่าทุกอย่างจะได้ข้อสรุป ซึ่งในระหว่างนี้มีความเป็นไปได้ทั้งในทางบวกหรือลบ หากสถานการณ์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โอกาสที่แรงงานในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกโดยตรงไปยัง 2 ภูมิภาคนี้ก็มีโอกาสที่จะถูกเลิกจ้างได้
       
       แม้ว่าหลาย ธุรกิจของไทยอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับวิกฤติครั้งนี้โดยตรง แต่ภายใต้สภาพธุรกิจที่เชื่อมโยงกันทั้งโลก ย่อมหลีกเลี่ยงไม่พ้นกับการรับผลกระทบทางอ้อมจากวิกฤติหนี้สหรัฐและยุโรป เพราะเศรษฐกิจโลกถดถอย เศรษฐกิจของประเทศอื่นๆ ก็จะถดถอยตามไปด้วย
       
       ล่อซื้อ-กระตุ้นเศรษฐกิจ
       
       เมื่อ ย้อนกลับมาพิจารณาแนวทางการรับมือของไทย ภายใต้รัฐบาลของพรรคเพื่อไทยที่มี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ที่เดินหน้านโยบายกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศจากรถยนต์คันแรกและบ้านหลังแรก หรือแนวทางในการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนทั้งค่าแรง 300 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท รวมถึงโครงการรับจำนำข้าว และการลดราคาน้ำมันลง เพื่อรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในปี 2555 ให้ได้ 4-5% นั้น
       
       นักเศรษฐศาสตร์มองว่า การกระตุ้นการใช้จ่ายของคนในประเทศถือเป็นเรื่องที่ดีในภาพรวม แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือวิธีการดังกล่าวเป็นการฝืนธรรมชาติหรือไม่ ที่สำคัญคือตัวรายได้เพื่อการจับจ่ายนั้นควรเป็นรายได้ของภาคประชาชนอย่าง แท้จริง เกิดขึ้นจากการเติบโตของเศรษฐกิจจริง ๆ ไม่ใช่เป็นการเพิ่มกำลังซื้อเข้าไปด้วยกลไกพิเศษอย่างเช่นการเพิ่มค่าแรง ขั้นต่ำ เพราะไม่สามารถทำได้ทุกภาคส่วนไปพร้อมกัน เนื่องจากต้นทุนของนายจ้างจะเพิ่มขึ้นทันที และท้ายที่สุดหากแบกรับไม่ไหวก็อาจต้องปิดกิจการ พนักงานเหล่านั้นก็ต้องตกงาน
       
       ในยามที่เศรษฐกิจโลกมี ความไม่แน่นอนกับการออกโครงการรถยนต์คันแรกและบ้านหลังแรกของรัฐบาลชุดนี้ ด้วยโปรโมชั่นล่อใจลดแลกแจกแถมอย่างที่เป็นอยู่ในเวลานี้ ถือว่าเป็นเรื่องของการตัดสินใจส่วนบุคคลว่าจะตอบรับกับโครงการเหล่านี้หรือ ไม่
       
       แน่นอนว่าโปรโมชันดี ๆ อย่างนี้ไม่มีให้เห็นบ่อยนัก หากเป็นช่วงสถานการณ์ปกติคงไม่มีโอกาสเห็น ตีความได้ว่าตอนนี้อยู่ในช่วงสถานการณ์ที่ไม่ปกติ รัฐจึงต้องหาวิธีการต่าง ๆ เพื่อเร่งการตัดสินใจของประชาชนเพื่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย
       
       คาถากันถูกยึด
       
       นัก บริหารเงินรายหนึ่งกล่าวว่า สิ่งที่ต้องควรพิจารณาเป็นลำดับแรกคือสินค้าทั้ง 2 นี้จำเป็นกับชีวิตของท่านในเวลานี้หรือไม่ ต่อมาคือรายได้ของท่านจากการทำงานมีความมั่นคงเพียงใด เพราะทั้งบ้านและรถยนต์นั้นถือว่าเป็นสินค้าราคาแพง ส่วนใหญ่ต้องซื้อด้วยวิธีการผ่อนชำระและระยะเวลาของการผ่อนรถยนต์จะอยู่ที่ 4-5 ปี ส่วนบ้านจะเริ่มที่ 10 ปีขึ้นไป
       
       นอกจากนี้ ควรต้องประเมินสถานการณ์ของโลกด้วยว่า เวลานี้งานที่ท่านทำอยู่ในข่ายที่เสี่ยงต่อการถูกกระทบในเรื่องของรายได้ หรือไม่ เงินเดือนไม่ขึ้น โบนัสไม่มี หรืออาจถูกลดเงินเดือนหรืออาจถูกเลิกจ้าง เมื่อเทียบกับการก่อหนี้ระยะยาวที่ต้องผ่อนชำระเพื่อให้ข้ามวิกฤติในครั้ง นี้ให้ได้ เพราะคาดกันว่าวิกฤตในครั้งนี้จะทำให้เศรษฐกิจของโลกเติบโตได้น้อยลงและกิน ระยะเวลายาวนาน
       
       “ในช่วง 1-2 ปีจากนี้วิกฤตเศรษฐกิจของโลกจะชัดเจนว่าเป็นไปในทางใด สำหรับคนที่มีความพร้อม มีความมั่นคงในหน้าที่การงานอย่างกลุ่มข้าราชการ คงไม่เป็นปัญหาในการตัดสินใจ”
       
       นโยบายนี้ถือเป็นการดึง เอาเงินล่วงหน้าของภาคประชาชนมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ หากเป็นสถานการณ์ปกติ บางคนอาจยังไม่พร้อมที่จะตัดสินใจซื้อในเวลานี้ แต่รัฐบาลนำเอาโปรโมชั่นเข้ามาใช้เร่งการตัดสินใจ
       
       ทาง เลือกระหว่างบ้านกับรถยนต์นั้น บ้านน่าจะเป็นตัวเลือกในลำดับแรก เพราะเป็นเรื่องของความมั่นคงในชีวิต หากเกิดปัญหาทางการเงินขึ้น โอกาสขายได้เงินคืนยังมีมูลค่ามากกว่ารถยนต์
       
       ดูแนวโน้มค่าครองชีพ
       
       นอก เหนือจากเรื่องความจำเป็นในการซื้อบ้านหรือรถยนต์คันแรกแล้ว รายได้ที่มั่นคงจะช่วยให้ท่านได้กรรมสิทธิ์ในบ้านและรถได้ในท้ายที่สุด แต่ยังมีสิ่งที่ท่านควรคำนึงเพิ่มเติมเข้ามาเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจอีก คือ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากปัจจัยภายนอกและนโยบายของรัฐบาล รวมถึงราคาน้ำมันที่รัฐบาลแค่ลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นการชั่วคราวเท่านั้น หากรัฐกลับมาเก็บเหมือนเดิมหรือเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยรายได้รัฐที่หายไป จากนโยบายประชานิยม ต้นทุนในการดำรงชีวิตของท่านย่อมเพิ่มขึ้น รายได้ในแต่ละเดือนที่มีจะเพียงพอต่อภาระเหล่านี้หรือไม่
       
       ทั้ง นี้ จากนโยบายการรับจำนำข้าวที่รัฐกำหนดราคาสูงกว่าราคาตลาดราว 50% ย่อมสร้างภาระให้กับผู้บริโภคมากขึ้นจากการปรับตัวของราคาข้าวตามนโยบาย รัฐบาล แต่หากรายได้ไม่เพิ่ม โบนัสไม่มี ผ่อนบ้านผ่อนรถคันแรก หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในครอบครัวท่านพร้อมจะรับมือกับสิ่งเหล่านี้หรือไม่
       
       อีก ทั้งการเปลี่ยนนโยบายจากการประกันราคามาเป็นการรับจำนำที่จะเริ่ม 7 ตุลาคมนี้ ขณะนี้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวแล้ว เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ขยายวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ ข้าวหลายล้านตันต้องเสียหาย ไม่มีข้าวมาจำนำตามโครงการของรัฐบาล ชาวนาจนลงโดยปริยาย หากเป็นการประกันราคาชาวนายังได้ส่วนต่างจากส่วนต่างที่รัฐบาลกำหนดไว้ ยิ่งเกิดน้ำท่วมพืชผลเสียหายก็จะได้เงินเข้ามาประทังชีวิตในช่วงน้ำท่วมเช่น นี้
       
       แม้ว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์จะมาตรการในการช่วยเหลือ เกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม แต่เงินเพียง 1-2 พันบาทต่อไร่ย่อมไม่เพียงพอที่จะเยียวยาความเสียหายของผลผลิตที่ได้
       
       ไม่ เพียงแต่ชาวไร่ชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมในปีนี้เท่านั้น แต่ประชาชนทั่วไปก็ถูกกระทบจากน้ำท่วมเช่นกัน อีกทั้งในปีหน้าก็ยังไม่มีหลักประกันที่แน่นอนว่าน้ำจะไม่ท่วม หากก่อหนี้ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเป็นภาระหนี้ระยะยาว เมื่อเกิดภัยธรรมชาติที่ไม่คาดฝันขึ้นจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ก็ต้องรับสภาพ กับการปล่อยให้บ้านหรือรถถูกยึดคืน
       
       ขณะนี้สินค้าเกษตร หลายชนิดของไทยที่ผูกติดราคาซื้อขายอยู่กับตลาดโลก เมื่อมีการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินขายสัญญาสินค้าเกษตรล่วงหน้าทิ้ง ราคาสินค้านั้นย่อมปรับตัวลง ตอนนี้ราคายางพาราในตลาดล่วงหน้าถูกเทขายออกมาอย่างมาก ก่อนหน้านี้เกษตรกรสวนยางมีรายได้ดีจากราคายางในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น หลายคนออกรถเก๋ง รถกระบะใหม่มาขับกัน จากนี้ไปหากราคายางปรับลดลงมากๆ จนเข้าสู่ภาวะเดิม อาจจะเกิดปัญหาในการผ่อนชำระได้
       
       นักการ เงินแนะนำว่า เมื่อวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบคอบ ประเทศไทยอยู่ในภาวะเสี่ยงที่เศรษฐกิจของประเทศจะถดถอยตามเศรษฐกิจโลก ดังนั้นการก่อหนี้ในระยะนี้หากเลี่ยงได้ควรเลี่ยงออกไปก่อน แต่สำหรับคนที่มีความพร้อมก็ควรเลือกตามความจำเป็น
       
       พร้อม ทั้งเตือนคนที่ยังไม่พร้อมแต่อยากใช้โอกาสที่รัฐบาลให้สิทธิประโยชน์ในช่วง นี้ว่า ท่านต้องประเมินตัวเองให้ได้ว่ารับมือกับวิกฤติในอนาคตไหวหรือไม่ เช่น กรณีถูกลดเงินเดือนหรือถูกเลิกจ้างท่านจะแก้ปัญหาภาระหนี้ที่ยังคงอยู่อย่าง ไร หรือพร้อมที่จะยอมให้เจ้าหนี้ยึดคืน
       
       เปิดสูตรคณิตศาสตร์
       บ้านหลังแรก รถคันแรก
       
       นโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยสามารถซื้อใจคนได้ทั้งประเทศ จนได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แม้ในช่วงที่ผ่านมามีความพยายามผลักดันนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทหรือเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท แต่มีเสียงคัดค้านจากภาคเอกชน จนต้องชะลอเรื่องดังกล่าวออกไปพร้อมปรับเปลี่ยนนำไปใช้กับภาคราชการ
       
       ตาม มาด้วยการเปิดนโยบายรถยนต์คันแรก กับการคืนเงินภาษีสรรพสามิตไม่เกิน 1 แสนบาท แม้จะสร้างความฮือฮาได้ในระยะแรก แต่ดูเหมือนแนวทางดังกล่าวขัดแย้งกับแนวทางการประหยัดพลังงาน อีกทั้งยังมีปัญหาที่ภาครัฐออกมาตรการที่ไม่เป็นธรรมกับเจ้าของรถยนต์ค่าย อื่น ด้วยจำนวนเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี และต้องเป็นรถที่ประกอบภายในประเทศ ทำให้ต้องมีการทบทวนมาตรการดังกล่าวใหม่อีกครั้ง
       
       ถัด มาโครงการบ้านหลังแรกที่หลายคนคาดหวังว่าจะได้เห็นการเกทับนโยบายของพรรคประ ชาธิปัตย์ที่เคยออกโครงการดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 2 ปี ด้วยบ้าน 0% เป็นเวลา 5 ปี ท้ายที่สุดก็ถูกปฏิเสธว่าไม่ใช่นโยบายของพรรคเพื่อไทย เป็นเพียงแค่คืนเงินให้ 10% สำหรับผู้ซื้อหลังแรกไม่เกิน 500,000 บาท ทยอยหักลดหย่อนภาษีเป็นเวลา 5 ปี โดยเพิ่มเพดานราคาบ้านจาก 3 ล้านขึ้นเป็นไม่เกิน 5 ล้านบาท
       
       หลังจากที่เริ่มมี เสียงวิจารณ์ถึงการไม่ทำตามสัญญาหนาหูขึ้นว่าเป็นการช่วยคนรวยเป็นหลัก ทางกระทรวงการคลังจึงได้หารือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่จะหาดอกเบี้ย 0% สำหรับบ้านที่ราคา 1-2 ล้านบาท

ทั้ง 2 นโยบายที่รัฐบาลออกมาถือว่าเพื่อออกมาให้กับคนชนชั้นกลางเป็นการเฉพาะ และเป็นอีกยุทธศาสตร์หนึ่งที่ทางพรรคเพื่อไทยทราบดีว่าในช่วงที่ผ่านมา คนในกรุงเทพและคนในพื้นที่เมืองในต่างจังหวัดไม่ชอบพรรคเพื่อไทย ดังนั้นจึงต้องหาวิธีที่จะซื้อใจคนเมืองเหล่านี้ให้ได้ เพราะอุปนิสัยของคนเมืองด้านหนึ่งคือไม่ชอบสิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องใช้ชีวิต อยู่อย่างลำบาก อย่างเช่นการชุมนุมทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา
       
       2 นโยบายนี้ถือว่าเป็นความพยายามที่จะทลายกำแพงการไม่ยอมรับพรรคเพื่อไทยของคน เมือง ที่พรรคเพื่อไทยเคยกุมหัวใจรากหญ้าสำเร็จมาแล้ว
       
       แต่ ครั้งนี้ดูเหมือนความตั้งใจของพรรคเพื่อไทยที่จะยึดฐานคนเมือง คงไม่ง่ายเหมือนกับการซื้อใจคนตามต่างจังหวัด หลังจากที่นโยบายที่ออกมามีเสียงตอบรับในเชิงบวกน้อยกว่าที่คาดไว้มาก ขณะที่ข้อมูลหลายๆ ด้านเริ่มที่จะถูกเปิดออกมาถึงมากขึ้น รวมไปถึงนโยบายที่ไม่มีการคิดอย่างรอบด้าน ทำให้เกิดปัญหาขึ้นและรัฐบาลต้องออกมาแก้เงื่อนไขต่างๆ เป็นรายวัน ไม่แตกต่างกับมาตรการแรกที่ลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ ต้องตามแก้ผลกระทบที่ตามมาในแต่ละวัน
       
       เสีย 3 หมื่นได้คืน 8 หมื่น
       
       แหล่ง ข่าวจากวงการเงินให้ความเห็นถึงมาตรการทั้ง 2 ว่า เป็นเรื่องของตัวเลขที่พรรคเพื่อไทยถนัดในเรื่องเหล่านี้ เป็นเทคนิคทางตัวเลข นโยบายที่ออกมาดูเหมือนเป็นการให้สิทธิประโยชน์กับประชาชน แต่ท้ายที่สุดเมื่อทำได้ครบตามโครงการ รัฐบาลแทบจะไม่ต้องจ่ายเงินออกไปเลย
       
       สอด คล้องกับการออกมายอมรับของบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังที่ออกมาระบุว่าทั้ง 2 มาตรการที่รัฐบาลได้ดำเนินการไปจะช่วยสร้างรายได้ให้รัฐเข้ามา 8 หมื่นล้านบาท จากเงินโครงการรถคันแรก 3 หมื่นล้านบาทและบ้านหลังแรก 1.7 พันล้านบาท
       
       เริ่มที่โครงการรถยนต์คันแรก การคืนภาษีสรรพสามิตให้กับผู้ซื้อรถยนต์ไม่เกิน 1 แสนบาท สำหรับรถที่มีราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทนั้น เป็นการคืนแบบมีเงื่อนไข โดยผู้ซื้อต้องทำสัญญาเช่าซื้อไว้เต็มจำนวนก่อนหลังจากนั้น 1 ปีจึงจะคืนภาษีสรรพสามิตของรถยนต์แต่ละประเภทให้
       
       เป้า หมายหลักจะไปอยู่ที่กลุ่มรถเก๋งทั้งอีโคคาร์ที่เสียภาษี 17% และรถเก๋งไม่เกิน 1,500 CC เสียภาษี 25% รถที่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท และเปิดให้รถนำเข้าสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ ย่อมทำให้มีรถเก๋งบางรุ่นที่เข้าข่ายได้รับสิทธิเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ (ตอนเดียว) ไม่ได้สิทธิประโยชน์มากนัก เว้นแต่กระบะ 2 ตอนที่เสียภาษี 12%
       
       “เพียงแค่ 5 แสนคัน คันละ 1 ล้านบาท รัฐบาลก็ได้ภาษีมูลค่าเพิ่มเข้ามาแล้ว 3.5 หมื่นล้านบาท”คำกล่าวของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
       
       วิธี การนี้เท่ากับยอมเสียภาษีสรรพสามิตไป 3 หมื่นล้านบาทแต่ได้เงินคืนมาในรูปภาษีมูลค่าเพิ่ม 3.5 หมื่นล้านบาท จากนั้นรถทุกคันใช้น้ำมันในน้ำมันเบนซินทุกลิตร รัฐบาลเก็บภาษีสรรพสามิต 7 บาท เก็บจากแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ลิตรละ 6.30 บาท และเก็บจากดีเซลเพียง 0.005 บาท
       
       รถ 5 แสนคันใช้น้ำมันเดือนละ 100 ลิตร คูณด้วยภาษีสรรพสามิตน้ำมัน คูณด้วย 60 เดือน (5 ปี) เงินจำนวนนี้ก็จะคืนเข้ารัฐมาไม่น้อยกว่า 2 หมื่นล้านบาท ขึ้นอยู่กับสัดส่วนว่ารถคันแรกตามโครงการนั้นเป็นรถกลุ่มใดมากกว่ากัน แต่หากพิจารณาจากเงินที่รัฐคืนให้ ผลที่ออกมาน่าจะเป็นกลุ่มของรถเก๋งมากกว่ารถกระบะ และยังมีภาษีมูลค่าเพิ่มที่คิดจากราคาขายส่งอีกราวลิตรละ 2 บาท เงินที่รัฐลงทุนไปย่อมได้คืนเกินกว่า 1 เท่าตัว
       
       รวม ถึงกำไรที่เพิ่มขึ้นจากค่ายน้ำมัน โดยเฉพาะค่ายใหญ่อย่างปตท.ที่มีสถานีบริการมากที่สุด รายได้ย่อมมากขึ้น กำไรย่อมมากขึ้น เสียภาษีให้รัฐมากขึ้นและเงินปันผลตามสัดส่วนที่กระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ อยู่
       
       เสีย 1.2 หมื่น คืน 1.75 หมื่น
       
       อีกนโยบาย หนึ่งคือบ้านหลังแรก เงื่อนไขเดิมเป็นการให้สิทธิในการนำเอาราคาบ้านมาหักเป็นค่าลดหย่อนภาษีได้ 10% ของราคาบ้าน เช่น บ้านราคา 2 ล้านบาท นำมาใช้เป็นรายการหักลดหย่อนภาษีได้ 2 แสนบาท ทยอยหักใน 5 ปี หรือเฉลี่ยปีละ 4 หมื่นบาท เมื่อนำมาเข้าฐานในการคำนวณภาษีแล้ว หากเป็นบุคคลที่อยู่ในฐานภาษี 10% รายการดังกล่าวจะได้เงินคืนมา 4 พันบาทต่อปี นับรวมแล้วจาก 10% ที่รัฐบาลประกาศไว้ แต่พอรับจริงจะได้ส่วนลดของบ้านเพียง 1% เท่านั้น
       
       เมื่อ เริ่มถูกวิจารณ์มากขึ้นจึงได้เปลี่ยนวิธีการหักลดหย่อนภาษีใหม่ โดยให้นำมาหักในรายการสุดท้ายจากยอดที่ต้องเสียภาษี เช่น ในปีนั้นต้องเสียภาษี 3 หมื่นบาท นำเอาส่วนที่นำมาหัก 4 หมื่นบาท เท่ากับในปีนั้นผู้มีเงินได้ที่ซื้อบ้านหลังแรกก็ไม่ต้องเสียภาษี
       
       แม้ เงื่อนไขใหม่จะให้สิทธิในการหักลดหย่อนได้มากกว่าเดิม ซึ่งเดิมรัฐเตรียมเงินไว้ 1.7 พันล้านบาท เมื่อเป็นเงื่อนไขใหม่ รัฐต้องใช้เงินเป็น 1.2 หมื่นล้านบาท วิธีการนี้กลุ่มที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือกลุ่มคนมีฐานดี มีรายได้สูง เสียภาษีมาก เช่น ซื้อบ้าน 5 ล้านบาท หักได้ปีละ 1 แสนบาทคนกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์มากที่สุด
       
       เห็นได้จาก กรณีข้างต้นที่ต้องเสียภาษีปีละ 3 หมื่นบาท ซื้อบ้าน 2 ล้านบาท นำเอาส่วนของ 10% มาหักลดหย่อนทุกปี ปีละ 4 หมื่นบาท แม้ปีนั้นผู้ซื้อจะไม่ต้องเสียภาษีแต่ก็เสียประโยชน์ไป 1 หมื่นบาท
       
       หลัก การก็เช่นเดียวกับรถยนต์คันแรก หากมีผู้ซื้อ 1 แสนหลัง เฉลี่ยที่หลังละ 2.5 ล้านบาท ก็จะได้ภาษีมูลค่าเพิ่มคืนกลับมาที่ 1.75 หมื่นล้านบาท ไม่นับรวมค่าธรรมเนียมอื่น ๆ หรือกำไรของผู้ประกอบการบ้านจัดสรร หรือกลุ่มค้าวัสดุก่อสร้างอีกที่จะตีคืนกลับมาในรูปของภาษีนิติบุคคล
       
       ทั้ง 2 โครงการเป้าหมายหลักอยู่ที่กลุ่มคนชนชั้นกลางขึ้นไปจนถึงคนรวย ส่วนจะซื้อใจคนกลุ่มนี้ได้หรือไม่คงต้องรอดูผลตอบรับที่จะตามมา แต่กลวิธีดังกล่าวที่รัฐบาลเสนอมาให้นั้นคนเมืองจำนวนไม่น้อยมองออกว่า รัฐบาลกำลังจะทำอะไร และวิธีการที่ใช้ก็เป็นการนำเอาหลักทางคณิตศาสตร์เข้ามาคำนวณแล้วออกเป็น นโยบาย เงินที่ใช้ทั้งหมดก็คือเงินภาษีอากรของคนทั้งประเทศ โดยที่นโยบายรถคันแรกสวนทางกับแนวทางการประหยัดพลังงานลดโลกร้อน
       
       ลำดับเหตุการณ์วิกฤต สหรัฐฯ - ยุโรป
       หนี้ท่วมหัว - อัตราการเติบโตเศรษฐกิจต่ำ
       
       16 ต.ค. 2552 นายกรัฐมนตรีจอร์จ ปาปันเดรอูของกรีซ กล่าวในสภาว่ากรีซมีหนี้ซุกซ่อนไว้มาก และรัฐบาลไม่ได้ขาดดุลแค่ 6% ของจีดีพีเหมือนตัวเลขที่ทางการระบุ
       
       22 เม.ย. 2553 อียูประมาณว่าการขาดดุลปี 2552 ของกรีซอยู่ที่ 13.6% ของจีดีพี
       
       23 เม.ย. 2553 กรีซขอความช่วยเหลือจากอียูและไอเอ็มเอฟ โดยรัฐบาลกรีซได้ให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าแปรรูปกิจการของรัฐให้ได้เทียบเท่า มูลค่า 5 หมื่นล้านยูโร ภายในปี 2558
       
       2 พ.ค. 2553 อียูและไอเอ็มเอฟประกาศให้เงินกู้ระยะ 3 ปีจำนวน 110,000 ล้านยูโรแก่กรีซ
       
       3 พ.ค. 2553 ธนาคารกลางยุโรปผ่อนคลายกฎการรับพันธบัตรเป็นเครื่องค้ำประกันเงินกู้ ต่อชีวิตให้ธนาคารจากกรีซ ไอร์แลนด์ โปรตุเกส และสเปน
       
       10 พ.ค. 2553 รมว.คลังอียูอนุมัติกองทุนเสถียรภาพการเงินยุโรปมูลค่า 440,000 ล้านยูโร
       
       23 ก.ค. 2553 ธนาคารสเปน 5 แห่ง ธนาคารเยอรมนี 1 แห่ง และธนาคารกรีซ 1 แห่งไม่ผ่านการทดสอบฐานะการเงินภาคธนาคารอียู แต่ไม่พบว่าธนาคารไอร์แลนด์มีปัญหา
       
       30 ก.ย. 2553 ไอร์แลนด์ประกาศว่าต้องการเงินช่วยเหลือภาคธนาคาร 46,000 ล้านยูโร
       
       21 พ.ย. 2553 ไอร์แลนด์ขอความช่วยเหลือจากอียูและไอเอ็มเอฟ
       
       28 พ.ย. 2553 ยูโรประกาศแผนอุ้มไอร์แลนด์ระยะ 3 ปีมูลค่า 85,000 ล้านยูโร
       
       15 ธ.ค. 2553 ที่ประชุมสุดยอดอียูอนุมัติการแก้ไขสนธิสัญญาเพื่อจัดตั้งกลไกสร้างเสถียรภาพเป็นการถาวร
       
       11 ม.ค. 2554 รัฐบาลสเปนประกาศปฏิรูปภาคธนาคารและระบบบำนาญเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ
       
       23 มี.ค. 2554 นายกรัฐมนตรีโฮเซ โซเครตีสของโปรตุเกส ลาออกหลังจากสภาไม่รับมาตรการรัดเข็มขัด
       
       6 เม.ย. 2554 โปรตุเกสขอความช่วยเหลือจากอียูและไอเอ็มเอฟ
       
       26 เม.ย. 2554 อียูเผยว่าการขาดดุลเมื่อปีที่แล้วของกรีซอยู่ที่ 10.5% ของจีดีพี ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ 9.5% และทำให้ตลาดวิตกเกี่ยวกับปัญหาของกรีซ
       
       5 พ.ค. 2554 อียู-ไอเอ็มเอฟให้เงินกู้ระยะ 3 ปี จำนวน 78,000 ล้านยูโร แก่โปรตุเกส
       
       7 พ.ค. 2554 ปาปันเดรอูปฏิเสธว่ากรีซไม่มีแผนถอนตัวจากยูโรโซน
       
       15 มิ.ย.2554 แอนด์ พัวร์ส ประกาศลดเครดิตกรีซลง 3 อันดับ สู่ SD ขณะที่เครดิตหนี้ในระยะยาวถูกปรับลดมาอยู่ที่ CCC ลดลงจากเดิม 4 อันดับ พร้อมกับแสดงความกังวลว่ากรีซอาจจะเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้
       
       5 ก.ค.2554 คริสติน ลาการ์ด อดีตรัฐมนตรีคลังหญิงของฝรั่งเศษได้เข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการกองทุนไอ เอ็มเอฟ แทน โดมินิค สเตราคานส์ ที่ถูกจับในข้อหาข่มขืนแม่บ้านของโรงแรมที่สหรัฐฯ
       
       13 ก.ค.2554 มีความวิตกว่า กองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินของยุโรปมูลค่า 4.4แสนล้านยูโร แม้จะสามารถช่วยเหลือกรีซ โปรตุเกส และไอร์แลนด์ ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจรวมกันเพียง 6% ของยูโรโซนได้ แต่อาจไม่เพียงพอที่จะช่วยเหลือสเปนซึ่งมีปัญหาว่างงานสูงและอิตาลีซึ่งมี ปัญหาหนี้สินสูง
       
       20 ก.ค.2554 คริสติน ลาการ์ด เข้าร่วมการประชุมของยุโรป เพื่อหารือถึงเรื่องโครงการช่วยเหลือกรีซอีกครั้ง
       
       1 ส.ค.2554 สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านความเห็นชอบข้อตกลงขยายเพดานหนี้จำนวน 2.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อรองรับหนี้สินของสหรัฐฯได้จนถึงปี 2556 พร้อมเห็นชอบให้มีการตัดลดการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางให้ได้ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในระยะเวลา 10 ปี
       
       24 ก.ค.2554 มูดีส์อินเวสเตอร์เซอร์วิส ประกาศลดเครดิตของกรีซ ลดลง 3 ขั้นสู่ระดับ Ca ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดก่อนถึงระดับ Default หรือการไร้ความสามารถชำระหนี้อย่างสิ้นเชิง
       
       5 ส.ค. 2554 สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ประกาศลดเครดิตของสหรัฐจาก AAA สู่ AA+ เนื่องจากปัญหาการขาดดุลงบประมาณและกระบวนการดำเนินนโยบายแก้ปัญหาที่อ่อนแอ
       
       9 ส.ค.2554 ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ประกาศว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำ 0-0.25% ไปอีก 2 ปี
       
       26 ส.ค. 2554 อีเอฟโอแบงก์ ธนาคารรายใหญ่อันดับ 2 ของกรีซ ประกาศควบรวมกิจการกับอัลฟาแบงก์ ธนาคารอันดับ 3 ทำให้เกิดธนาคารแห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในกรีซในด้านของมูลค่าสินทรัพย์ ทำใหัภาพรวมของภาคธนาคารในกรีซดูดีขึ้น
       
       26 ส.ค. 2554 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส, สเปน และอิตาลี ขยายเวลาการห้าม Short Selling หุ้นในกลุ่มสถาบันการเงิน จนถึงวันที่ 30 ก.ย.2554
       
       6 ก.ย. 2554 ราคาทองคำในตลาดโลกทะยานขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,915 ดอลลาร์ต่อออนซ์
       
       16 ก.ย.2554 คริสตีน ลาการ์ด เรียกร้องประชาคมโลกให้ร่วมกันหามาตรการรับมือเศรษฐกิจโลกชะลอตัวครั้งใหม่ และวิกฤติหนี้สาธารณะในยุโรป เนื่องจากเกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในทุกภาคส่วนทั้งภาคครัวเรือนและ สถาบันการเงิน
       
       22 ก.ย. 2554 มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือหนี้ระยะยาวของธนาคารพาณิชย์ใหญ่ 3 แห่งของสหรัฐ ได้แก่ แบงก์ออฟ อเมริกา เวลส์ฟาร์โก และซิตี้กรุ๊ป จาก A2 สู่ Baa1, จากA1 สู่ A2 และไพรม์ 1 สู่ไพรม์ 2 ตามลำดับ โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาลสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณว่าอาจไม่โอบอุ้มธนาคารเหล่านี้หากเกิดภาวะไร้ เสถียรภาพ นอกจากนี้ยังได้ประกาศลดเครดิตหนี้ระยะยาวของธนาคารอิตาลี 7 แห่ง จากระดับA+ เหลือ A-1 ด้วย
       
       23 ก.ย. 2554 ไอเอ็มเอฟเตือนว่า ระบบการเงินโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงมากกว่าครั้งใดๆ นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเมื่อปี 2551 เนื่องจากวิกฤตหนี้สินกำลังรุมเร้าทั้งยุโรปและสหรัฐ โดยประเมินว่าปัญหาหนี้ยูโรโซนทำให้ธนาคารในอียูต้องสูญเงินไปแล้วกว่า 3 แสนล้านยูโร นับตั้งแต่วิกฤตเริ่มต้นเมื่อปลายปี 2552
       
       26 ก.ย.2554 การประชุมของประเทศในกลุ่มยูโรมีแนวคิดที่จะเพิ่มเงินกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินของยูโร เป็น 2 ล้านล้านยูโร

ที่มา : ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ (วันที่ 6 ตุลาคม 2554)




บทความพิเศษ

เอกชนจ.ตากโอดเขตศก.พิเศษเอื้อต่างชาติ
เอกชนตาก ถามรัฐบาล เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก ประเทศชาติได้อะไร
รอการลงทุน SEZ แม่สอด
“เงินจ๊าต”ผันผวนทำค้าชายแดนตากสูญพันล้าน
หอการค้าไทยห่วงค่าผันผวนเงินจ๊าด เสนอจี้รัฐบาลเร่งแก้ไข
ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
ยกระดับสนามบินตาก
ธุรกิจเบรกลงทุนSEZตาก รอร่างผังเมืองใหม่คลอด
โพสต์ทูเดย์ - พาณิชย์นำทัพธุรกิจรุ่นใหม่ไทยบุกเมียนมา 20-22 ส.ค.นี้ ขยายช่องทางการค้าและการลงทุน
ทูตไทยแนะสูตรสำเร็จ! ลงทุน 'เมียนมา' ต้องมาคู่ CSR
TTW ร่วมทุนZ Corp ลุยโครงการระบบน้ำประปาที่เมืองเมาะลำไย เมียนมา ลงนาม ก.ค.นี้
เขต ศก.ชายแดน ปลุกชีพเชื่อมอีอีซี
เมียนมาอนุมัติตั้งเครดิตบูโรแล้ว หนุนSMEs คาดเริ่มดำเนินการได้อีก 1 ปีข้างหน้า
นครย่างกุ้ง โอกาสทองธุรกิจอาหาร
ยอดค้าชายแดน 5 เดือน มูลค่า 4.63 แสนล้าน พุ่ง 4.18% แต่ส่งออกติดลบ 2.62% พาณิชย์มั่นใจ ทั้งปีโต 15%
บทวิเคราะห์อาเซียน เกมค้าปลีกสมัยใหม่ในเมียนมา
5 มิ.ย. 2561 เมียนมาปรับกลยุทธ์อาแขนรับนักลงทุน
ญี่ปุ่นเบนเข็มรุกแม่สอด เร่งรถไฟแนวE-W เชื่อมบ้านไผ่-นครพนม
สรุปสาระสำคัญการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ปีท่องเที่ยววิถีไทยเก๋ไก๋อย่างยั่งยืน : Amazing Thailand Tourism Year 2018”
สรุปสาระสำคัญการบรรยาย “ เรื่อง”ประชารัฐร่วมใจ ด้วยมหาดไทย 4.0 โดย นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
สรุปสาระสำคัญการบรรยาย “ เรื่อง ‘Digital Technology เพื่อการค้าและการลงทุน’ โดย ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
19 พ.ย. 60สรุปสาระสำคัญการบรรยาย “ เรื่อง SMEs กับการนำไทยให้ก้าวไกลไปกับโลกยุค 4.0 โดย ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
มอญเปิดเมือง..ดึงทุนทัวร์ไทยบูมท่องเที่ยวเมาะละแหม่ง-ตำนานรัก“เจ้าน้อยศุขเกษม-มะเมี๊ยะ”
เปิดผัง 'MRG-MMID' โอกาสทองลงทุนมัณฑะเลย์
ปั้นศูนย์ค้าปลีก
นำสิ่งของอุปโภค บริโภค ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในประเทศเมียนมาร์
บริจาคสิ่งของช่วยเหลือ ชาวพม่า ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ณ. เมืองผาอัน
โครงการ คาราวาน 3 แม่ แม่สอด แม่สะเรียง แม่ฮ่องสอน
เอกชนบุกสระแก้ว-แม่สอด แห่ตั้งบริษัท-BOIให้สิทธิ์ชนเพดาน
ISMEDหอบ 28 เถ้าแก่ชายแดนลุยโรดโชว์พม่า/ทำตลาดรัฐกะเหรี่ยง-มอญ
ตั้งองค์กรลุยเขตศก. ยกกฎหมายยุบ‘กนอ.’/บิ๊กตู่ลั่น!แม่สอดต้องเกิด
เดินหน้าเต็มสูบ สะพานเมย2 ดันที่พุ่ง10เท่า –ค้าชายแดนแสนล้าน article
ประยุทธ์'เยือนพม่า ถกร่วมมือศก.-เดินหน้าทวาย
"บิ๊กตู่"ยกเครื่องเขตศก.พิเศษแม่สอด ผุดถนน4เลน-สะพานเชื่อมพม่า-จีน-ลาว-เวียดนาม
รวมภาพวีดีโอ กิจกรรมหอการค้าจังหวัดตาก ที่ผ่านมา
สัมภาษณ์พิเศษ / นำร่องเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด หนึ่งในยุทธศาสตร์ชิงความได้เปรียบรับเออีซี
ภาคเหนือ-พ่อค้าชายแดนเหนือครวญ หลังรัฐบาลพม่าเดินหน้ายกระดับการค้าชายแดนสู่สากล
การเข้าถึงตลาดพม่าของสินค้าเวียดนาม
เร่งผุดสะพานมิตรภาพไทยพม่าแห่งที่ 2เพิ่มมูลค่าการค้าแม่สอดเท่าตัว
แรงงาน ความเสี่ยงอนาคต
ปลุกพ่อค้าชายแดนเหนือ รักษาฐานตลาดพม่ารับ"เออีซี"
สัมภาษณ์พิเศษ / ประธานหอการค้าจังหวัดตาก จี้รัฐยกระดับโลจิสติกส์แม่สอดรับอาเซียน
เมื่อแชมป์เก่า มุ่งมั่นขอทวงตำแหน่งคืน
ต่างชาติลุ้นการปฏิรูปในพม่า กฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ถูกดึงล่าช้า
ท่าเรือเชียงแสน 2 รับกองเรือสินค้า จีน ลาว พม่า
สร้างประเทศไทยให้เป็น 'HUBของAEC'
ระเบียงหรือทางผ่าน...?
“บางจาก” ไมเนอร์เชนจ์ ถอด “ม่อฮ่อม” ใส่ “สูท”
AEC Model ในแบบกสิกรไทย
มองทะลุมิติ AEC Financial
เทสโก้ โลตัส สยายปีกชายแดน รุกตั้งไฮเปอร์มาร์เก็ต "แม่สอด
ตากเร่งตั้งเขต ศก.พิเศษแม่สอด เพิ่มการค้าชายแดนแสนล้าน
เปิดกำแพงมรกต: “เมี๊ยะ-วดี”
บทสัมภาษณ์ นายวิชัย เข็มทองคำ ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดตาก โดย นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 20 มีนาคม 2555
จักรยานมิตรภาพ “แม่สอด-เมียวดี” สัมพันธ์ระหว่างรัฐ ที่เริ่มจากท้องถิ่น
“แม่สอด”เมืองคู่แฝด ที่ยังรอวันตกผลึก
บรรพต ก่อเกียรติเจริญ วิเคราะห์.....พม่าเปลี่ยนไป ชงตั้ง เขตการค้า-การลงทุนร่วม
เตือนพม่าคู่แข่งสำคัญไทย หลังเปิดเสรี AEC
อนาคตประเทศไทย
ความสำคัญเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด...ทุกรัฐบาลมองเห็นแต่ไม่ผลักดันจริงจัง
ล้อมกรอบ / จี้รัฐสร้าง "4 เลน-เจาะอุโมงค์" เชื่อม พม่า-แม่สอด รับเออีซี
“พม่า”แนวรบด้านตะวันตกเปลี่ยนแล้ว
“เมงกาลาเซ-ย่างกุ้ง” ลมหายใจค้าไทย-พม่า
แม่สอดโมเดล มิติใหม่ทุนชายแดน
แม่สอด-ย่างกุ้ง Border Trade Route
ท่อสินค้าไทยเข้าพม่าจากเหนือจรดใต้
เมื่อสัญลักษณ์ “ทุนนิยม” เริ่มปรากฏให้เห็นในพม่า
บทเรียนจากวิกฤตน้ำท่วมกับการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
หายนะแห่งศตวรรษที่ 21 ของสหรัฐฯ
เกษตรอินทรีย์ ทางเลือกหรือต้องเลือก
ความคืบหน้าเขตเศรษฐกิจบ่อหาน ปากทางเชียงรุ่ง
เขตเศรษฐกิจพิเศษ
ประธานหอการค้าตากแนะต่อยอดแม่สอดโมเดล
ร่วมสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ งานใหญ่ที่ไม่ต้องรอรัฐบาล
Retail landscape change: โอกาสค้าปลีกไทยในบริบทใหม่
R9 เส้นทางขนส่งผลไม้ไทยสู่ตลาดจีน: โอกาสและความท้าทาย
บรรพต ก่อเกียรติเจริญ แนะรัฐหนุน เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด
การเมืองในอุดมคติ กับสังคมไทยที่เป็นจริง
การบริหารรัฐจัดการธุรกิจ:ก้าวรุกในโลกาภิวัตน์ด้วยกลยุทธ์ปั่นราคา
การพัฒนาท่าเรือทวายและท่าเรือปากบารา
จาก "ทำเงิน" สู่ "ปันเงิน" เส้นทาง "บิลล์ เกตส์" คนรวยช่วยโลก
การเมืองกับคณิตศาสตร์: ทฤษฎีแห่งความเป็นไปไม่ได้
เมื่อ บิ๊กซี ฮุบ คาร์ฟูร์โชห่วยไทย จะอยู่อย่างไร?
จับตาศึกเลือกตั้งพม่า 7 พ.ย. แผนการขั้นที่ 5 สู่ประชาธิปไตยเต็มขั้น?
“แม่สอด” กำลังเปลี่ยนแปลง
ความตื่นตัวของนักธุรกิจท้องถิ่น
นอภ.แม่สอด เตรียม สร้างหอ'นาฬิกายักษ์'
จุดเปลี่ยน…ธุรกิจไทย วิกฤตและโอกาสอยู่ตรงไหน
ทุ่ม800ล.ตัดถนนกอกาเรก-แม่สอด-ดานัง
ผู้ว่าฯเร่งฟื้น”กรอ.ตาก”ขับเคลื่อนเขตศก.- นครแม่สอด
แขวงการทางฯเร่งวางแนวถนนใหม่ รับสะพานไทย-พม่า/ปั้นเขตเศรษฐกิจชายแดนตาก
ครม.ไฟเขียวสร้างสะพานไทย-พม่า 2/เชื่อมแม่สอด-เมียวดีใหม่
สะพานแห่งที่ 2 ความหวังของชาวแม่สอด
รัฐบาลโชว์ปาฐกถา"มาร์ค" ที่ม.โคลัมเบีย สหรัฐ "สังคมประชาธิปไตยโฉมใหม่" ประชาชนต้องมาก่อน article
เปิดเสรี'อินเดีย-บิมสเทค' ติดปีกธุรกิจไทยเจาะตลาดเอเชียใต้
ฉีกหน้ากากเทสโก้โลตัส ฟ้องเรียกพันล้านใช้สิทธิทางศาลไม่สุจริต ภาคต่อเปิดหน้ากาก ตอน 2 (จบ)
เปิดหน้ากากเทสโก้ โลตัส ค้ากำไรบนซากโชว์ห่วย (1)
ตั้งธงส่งออกอัญมณี 600,000 ล.
หอฯ ตากเปิดห้องติวเข้มค้าไทย-เพื่อนบ้าน หวังทุนท้องถิ่นต่อยอดรับ EWEC
ตารางบินสายการบินพีบีแอร์
"บิ๊กเหวียง"นั่งนายกสมาคมวัฒนธรรม-ศก.ไทย-พม่าคนใหม่ ย้ำไม่ยุ่งการเมือง เร่งหนุนค้า-ลงทุน2ปท.
ประธานหอฯตาก มั่นใจแม่สอดเกตเวย์เชื่อมภูมิภาค article
เมืองคอนผุดวิธีแก้มังคุดราคาดิ่ง
เอกชนตากบูมตลาดอัญมณีสู่เวิลด์คลาส
หนุนใช้ "หยวน" เป็นเงินสกุลหลักค้าขาย หอการค้าฯ ยันทำได้
"อภิสิทธิ์"หารือ"หู จิ่น เทา" ระบุจะส่งเสริมความร่วมมือการลงทุน การค้าในระดับภูมิภาค และแก้วิกฤติเศรษฐกิจ
นายกรัฐมนตรีนำทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจและภาคเอกชนไทยบุกตลาดจีน
กำหนดการ พิธีสถาปนากรรมการหอการค้าจังหวัดตาก และเปิดอาคารสำนักงานหอการค้าจังหวัดตาก (สำนักงานแม่สอด)
“ส.ส.ตาก”เล็งปั้นสนามบินแม่สอด 2 เร่งถนนตาก-ชายแดนเป็น 4 เลน article
“กอร์ปศักดิ์” ลุยตรวจโกดังข้าวโพดชายแดนแม่สอดสกัดปัญหาสวมสิทธิ์
เสนอตั้งเขตวัฒนธรรมชนเผ่าตาก นำศิลปะชาวเขาขึ้นเวทีดึงดูดนักท่องเที่ยว article
ดูกันเต็ม ๆ ตา กับ อัญมณี ราคาหลักพัน แต่เรานำมาให้ลุ้นกันเพียง บาทเดียว
เชิญร่วมงาน "สีสัน อัญมณีแม่สอด" ณ ย่านการค้า สยามอัญมณี แม่สอด
สรุปงานจักรยานมิตรภาพไทยพม่า โดยคุณวินัย ทีมอิสระ ใน thaimtb.com article
ประกาศ ปิดรับสมัครจักรยานมิตรภาพไทยพม่าครั้งที่ 10
สมัครปั่นจักรยานมิตรภาพไทย-พม่า ครั้งที่ 10 article
ขอเชิญร่วมมหกรรมปั่นจักรยานมิตรภาพไทย – พม่า ครั้งที่ 10
๘๔ พระกรณียกิจ พระจริยวัตร ขัตติยนารีศรีแผ่นดิน
น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ข่าวพลังงานประจำวันที่ 16 พฤศจิกายน 2554
โครงการดอกเบี้ยบ้าน 0% อานิสงส์ของการเลือกตั้ง
ขอเชิญร่วมออกบูท งานมหกรรมสินค้า ไทย-พม่า ธงฟ้า ราคาประหยัด 2009 และการประกวดสาว(เหลือ)น้อย article
มิงกาลาบาเมียวดี : สวัสดีเมียวดี : 你好吗!
งานอัญมณีแม่สอดโชว์โคตรพลอยแดง25,000กะรัตคึกคัก
ปิดรับสมัครแล้วสำหรับโครงการจักรยานมิตรภาพไทยพม่า
สมัครแข่งขันจักรยานเสื้อภูเขาชิงถ้วยพระราชทาน "แม่สอด เม้าท์เท่น ไบค์ ครอสคันทรี่"
อัครศิลปิน กรองศาสตร์กรองศิลป์การดนตรี
ติดปีก พ.ร.บ. ค้าปลีกค้าส่งฯ แต่ไร้อาวุธฟัน 'โมเดิร์นเทรด'
เจาะกลวิธีหาเงิน 6 พรรคใหญ่ อภิมหาโปรเจกล้านๆ ๆ ฝันที่เป็นจริง!?
Thai Bike Around the World “ทูต 2 ล้อ” กลับสู่อ้อมกอดประเทศไทย
CSR เมื่อธุรกิจคืนกำไรให้กับสังคม
ร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกส่อแท้ง..! ล็อบบี้ สนช.เตะถ่วง-รอรัฐบาลหน้าฉีกทิ้ง
"สนธิ"จี้พรรคการเมืองคุม"ห้างยักษ์"ลั่นปีหน้านำ"กองทัพเทียนแห่งธรรม"สู้อำนาจทุนใหญ่
ชั้นเชิง“เชียงคำ”ต่อกรเทสโก้ แนะระดมสมองทีมทนายสู้คดี
ถอดรหัสหักเหลี่ยมเทสโก้ พลังมวลชนคว่ำช้างสาร
พาณิชย์เผย ครม.เห็นชอบ พ.ร.บ.ค้าปลีกแล้ว-เน้นสมาฉันท์ "รายใหญ่-โชห่วย"
แถลงผลการประชุม ครม.ประจำวันที่ 16 ต.ค.2550
คนไทยกระเป๋าฉีก!! อีกแล้ว
เทสโก้ โลตัส ค้ากำไรบนซากโชว์ห่วยจนรวยติดอันดับ4ของโลก
บันทึกประวัติศาสตร์- ประท้วงลามพม่า
ตราด... เปิดประตูสู่อินโดจีน เชื่อมถนนหมายเลข 48 กัมพูชา ดึงเม็ดเงินธุรกิจ-ท่องเที่ยวสะพัดหมื่นล้าน
ยกโมเดล"โชวห่วยแพร่"ต้านห้างยักษ์ แนะค้าปลีกรายย่อยทั่วไทยปรับใช้ก่อนตายหมด
สัมภาษณ์ : เปิดร่างพ.ร.บ.ค้าปลีกฉบับสนช. จำกัดรายใหญ่ผลิตสินค้าเฮ้าส์แบรนด์
เผยผลสำรวจโรงงานอุตฯยังไม่มีปิดกิจการเพิ่ม
ระดมทุนขนส่งไทยรับมือLogisticสี่เหลี่ยมฯ หอฯชร.ดันตั้งสมาคมเพิ่มอำนาจต่อรองสู้จีน
ยุทธศาสตร์ไทย-พม่า ถึงเวลาต้องทบทวน
สามหมอกเปิดบ้านร่องแห้งเป็นจุดขนถ่ายสินค้าไทย-พม่า
ผู้ว่าฯ-นายกแม่สอดดัน"มหานครแม่สอด" เตรียมจัดเวทีประชาคม 18 ชุมชนนำร่อง
พม่าย่างกุ้งฮึดประท้วงรัฐบาลขังต่อผู้นำหญิง
บทเรียนจากรัฐบาลทหารพม่า
โชวห่วยแฉแผนค้าปลีกทุนนอก-ใช้วิธีสกปรกขวางร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกเข้า ครม.
ค้าปลีกไทยจะอยู่รอดอย่างไร
พม่าจัดค้าชายแดน ส่งออก-นำเข้าใหม่ ใช้ศูนย์ฯเมืองหลวง
10 สัญญาณอันตราย ฟ้องสภาพการเงินส่อเค้าย่ำแย่
ประวัติกำเนิดชาจีน article
Special Day 3 March 2550 article
สมทบทุนสร้างหอการค้าจังหวัดตาก article
เชิญบูชามงคลวัตถุ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รุ่น "เมตตาธรรม" จังหวัดตาก 2549 โดย หอการค้าจังหวัดตาก article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.