ReadyPlanet.com
dot
dot
ส่วนสมาชิกหอการค้า TakCC Member Login
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
สมัครสมาชิกหอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletสิทธิประโยชน์สมาชิก
bulletขั้นตอนการสมัคร
bulletdownload ใบสมัครสมาชิก
dot
เกี่ยวกับ หอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletประวัติหอการค้าจังหวัดตาก
bulletข้อบังคับ หอการค้าจังหวัดตาก
bulletวิสัยทัศน์
bulletโครงสร้าง และพันธกิจ
bulletทำเนียบคณะกรรมการ
bulletสถานที่ติดต่อ
dot
อัลบั้มภาพ
dot
bulletภาพกิจกรรม
bulletผลงานเด่นที่ผ่านมา
dot
รายงานการประชุม
dot
dot
ข้อมูลจังหวัด และ สถิติการค้า
dot
bulletข้อมูลจังหวัดตาก
bulletสถิติการค้าชายแดน จังหวัดตาก
bulletท่าสินค้า และ คลังสินค้า ชายแดน
bulletจุดท่องเที่ยวในจังหวัดตาก
dot
ข่าวสารประเทศเพื่อนบ้าน
dot
bulletพม่า
bulletจีน
bulletเวียดนาม
bulletกัมพูชา
bulletลาว
bulletฐานข้อมูลกลุ่มประเทศ GMS
dot
ลิงค์ที่น่าสนใจ
dot
bulletHOT LINKS
bullet รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง
bulletโครงการป้ายของดีจังหวัดตาก


http://www.dft.go.th/th-th/index


สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประจำวันที่ 15 ส.ค.50

สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

‘สรรเสริญ’หนุนรถไฟขนส่งเชื่อมเอเชีย

          >ย้ำชัดต้องผ่าตัดใหญ่ร.ฟ.ท.ขนานใหญ่ตั้งแต่หัว-หาง

          ร.ฟ.ท.จัดเวทีระดมสมองอัพเกรดบทบาทรถไฟไทย “สรรเสริญ” คุย รัฐบาลกำลังเร่งขยายระบบรางเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน เล็งนำที่ดินมาพัฒนาเป็นเงินต่อชีวิต ย้ำอีก 10-20 ปี ระบบรางจะมีบทบาทในการขน ส่งสินค้าอย่างมาก “สมภพ” ระบุ ร.ฟ.ท. ต้องมีการเปลี่ยนแปลงองค์กรใหม่ตั้งแต่ระดับบนสุด-ล่างสุดให้ทุกส่วนมีประสิทธิ ภาพ ด้าน “อารีพงศ์” ชี้จุดอ่อนรถไฟเบิกจ่ายงบน้อย แค่ 30-40% ส่งผลกระทบงานไม่เดิน แนะให้เน้นขนส่งสินค้าให้มาก ขึ้นเพื่อสร้างรายได้

          นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวในงานสัมมนา “บทบาทรถไฟไทยกับการพัฒนาประเทศ” ว่า รัฐบาลจะต้องเร่งพัฒนาระบบรางของประเทศรองรับระบบการขนส่ง เพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะขณะนี้จีนกับอินเดียมุ่งสู่การเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะเห็นว่าระบบการคมนาคมขนส่งทุกประเภทของประเทศเพื่อนบ้านกำลังมุ่งเข้าสู่ประเทศจีนและอินเดีย ทั้งนี้การขนส่งสินค้าในปัจจุบัน 80% เป็นการขนส่งทางถนน ส่วนระบบราง และทางน้ำมีเพียง 20% เท่านั้น

          ดังนั้น ประเทศไทยจึงต้องเร่งพัฒนาศักยภาพการขนส่งระบบรางมากขึ้น ที่สำคัญการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มีที่ดินในทำเลที่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก จึงควรนำมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่ระบบขนส่ง และพัฒนาธุรกิจต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหาการขาดทุนของ ร.ฟ.ท. เพราะในช่วงอีก 10-20 ปีข้างหน้า ระบบรางจะมีความสำคัญต่อการขนส่งสินค้ามากที่สุด เพื่อรองรับแผนพัฒนาลอจิสติกส์ และช่วยลดต้นทุนการขนส่ง โดยเฉพาะ ร.ฟ.ท.จะต้อง มีบทบาทในการปรับปรุงและพัฒนารองรับการพัฒนาโครงการต่างๆ ให้มากขึ้น

          อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 27 สิงหาคม 2550 นี้ จะประชุมคณะกรรมการนโยบายมวลชนระบบราง ที่มี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งในที่ประชุมจะมีหยิบยกประเด็นรถไฟฟ้า 5 สาย มาพิจารณาเป็นวาระแรกด้วย

          “ที่สำคัญ ผู้บริหารต้องมีจิตสำนึกสาธารณะ คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม มั่นคง ต่อความขัดแย้งหรือการทุจริตที่จะเกิดขึ้น เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งการจัดทำ ทีโออาร์ เจ้าหน้าที่ ร.ฟ.ท. จะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่ช่วงแรก และต้องเปลี่ยน แปลงโครงสร้างภายในองค์กร เพื่อรองรับการพัฒนาผู้บริหาร ร.ฟ.ท. จะต้องทำความ เข้าใจกับพนักงานระดับล่างมากขึ้น” นายสรรเสริญ กล่าว

          ด้านนายสมภพ อมาตยกุล ประธานอนุกรรมการปรับปรุงระบบประเมินผลดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ กล่าวว่า การเปลี่ยน แปลงบทบาทของ ร.ฟ.ท. นักการเมือง หรือ ผู้วางนโยบายมีส่วนสำคัญต่อการเปลี่ยน แปลงอย่างยิ่ง ผู้บริหารองค์กรจะต้องมีวิสัยทัศน์ร่วมกันทุกระดับ และลดขั้นตอนการทำงาน เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิผล และให้การสื่อสารระหว่างผู้บริหารระดับสูง และระดับล่างเป็นไปง่ายขึ้น โดยต้องลดการ ขัดแย้งและร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงไปในทาง ที่ดี เพื่อให้ ร.ฟ.ท. สามารถปรับปรุงบทบาท รองรับการพัฒนาขนส่งให้มากขึ้น

          อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยน แปลงโดยการใช้สูตรสำเร็จ และอย่าเปลี่ยน แปลงครั้งใหญ่ แต่ควรไปทีละขั้น ทั้งนี้ ผู้บริหารจะต้องนำการเปลี่ยนแปลง อย่า   มุ่งแต่ด้านเทคนิคอย่างเดียว โดยมองข้ามประเด็นทางสังคม และควรจะเริ่มนำร่องที่ระดับล่าง โดยอย่าใจร้อนข้ามขั้นตอน  รวมถึงใช้ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญออกแบบองค์กร และผู้เชี่ยวชาญออกแบบกระบวนงาน

          ด้าน ดร.อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง กล่าวว่า ร.ฟ.ท.จะต้องปรับปรุงการบริหารองค์กรอีกหลายด้าน โดยเฉพาะการลงทุนโครงการต่างๆ เพราะ แต่ละปีรัฐบาลจัดสรรเงินลงทุนให้ ร.ฟ.ท. ไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี แต่มีการเบิกจ่ายได้เพียง 30-40% เห็นได้จากปีงบ ประมาณ 2550 ขณะนี้เบิกจ่ายได้เพียง16% โดย 50% เป็นโครงการก่อสร้างระบบขนส่ง ทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กับสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง หรือแอร์พอร์ตลิงค์ ซึ่งเมื่อไม่มีการเบิกจ่ายก็ไม่สามารถดำเนินโครงการต่างๆ ได้ จึงต้อง เร่งปรับปรุงการบริหารองค์กร เพราะในช่วง 10 ปีข้างหน้า รัฐบาลจะต้องลงทุนระบบราง  ไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท เช่น การสร้างรถไฟรางคู่ การเชื่อมต่อโครงข่ายการขนส่ง มวลชน เพื่อให้ ร.ฟ.ท.มีรายได้มากขึ้น แต่ที่ผ่านมา การหารายได้ของ ร.ฟ.ท. ส่วนใหญ่ เป็นเรื่องการขนส่งสินค้า ขณะที่การขนส่งผู้โดยสารมีสัดส่วนน้อยมาก ดังนั้นในอนาคต รัฐบาลจะเป็นผู้ดำเนินการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และร.ฟ.ท.จะได้รับการอุดหนุนบริการเชิงสังคม (พีเอสโอ) เพื่อลดภาระให้กับ ร.ฟ.ท.

          “หากโครงการต่างๆ สามารถบรรลุเป้าหมาย ร.ฟ.ท.จะมีบทบาทในการขนส่งสินค้าเพิ่มจาก 200,000 ตู้ เป็น 800,000 ตู้ มีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ถ้าการก่อสร้างโครงการ ของ ร.ฟ.ท.ยังมีปัญหาเหมือนที่ผ่านมา จะทำให้แผนการก่อสร้างระบบรางเพิ่มระยะเวลาจาก 10 ปี เป็น 20 ปี จึงขึ้นอยู่กับการ บริหารจัดการของ ร.ฟ.ท. จะมีประสิทธิภาพ แค่ไหน โดยเฉพาะที่ดินกว่า 10,000 ไร่ ซึ่งจะทยอยครบกำหนดการให้สัญญาสัมปทาน กับภาคเอกชนในช่วงปี 2551-2556 เมื่อต่อสัญญาหรือแก้ไขสัญญาจะนำมาบริหารให้ เกิดประโยชน์มากขึ้นได้อย่างไรบ้าง” นาย อารีพงศ์ กล่าว

          ด้าน ดร.จุฬา สุขมานพ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ปัญหาหลัก  ของระบบการขนส่งทางรถไฟ คือ ขาดความ สามารถในการให้บริการ ที่ตอบสนองต่ออุปสงค์ในตลาด ซึ่งมีสาเหตุมาจากความ ไม่เพียงพอของโครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกในการให้บริการ ขนส่ง ความไม่เหมาะสมของระบบการบริหารจัดการ รวมถึงความไม่สมดุลของการพัฒนา เมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งรูปแบบอื่น

          ส่วนการแก้ไขปัญหาดังกล่าวทางกระทรวงคมนาคมได้เริ่มทำไปแล้วบางส่วน คือ ภาครัฐลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แบ่งแยกบทบาทในด้านนโยบายกำกับดูแลและประกอบการจัดทำแผนแม่บทในการพัฒนา รวมถึงการเปิดให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการให้บริการ ด้วยการเปิดตลาดการขนส่งสินค้าทางรถไฟ โดยให้ภาคเอกชนลงทุนจัดหาหัวจักรและแคร่มาให้บริการขนส่งทางรถไฟได้ด้วยตนเอง ทั้งนี้ เอกชนสามารถเข้าสู่ตลาดการให้บริการขนส่งทางรถไฟได้ในรูปแบบคล้ายกับการที่เอกชนเข้าร่วมให้บริการกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และยังได้สิทธิให้เข้าใช้ประโยชน์จากรางและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเดินรถไฟ ในลักษณะเดียวกันกับการใช้ทางพิเศษ      ซึ่ง ร.ฟ.ท. จะคิดค่าตอบแทนการใช้ราง   ในลักษณะของ Access Charge และค่าธรรมเนียมการใช้สถานีรถไฟในการขน ถ่ายสินค้า โดย ร.ฟ.ท.จะรับผิดชอบใน การจัดการจราจรให้เกิดความสะดวกปลอดภัยในการเดินรถ รวมถึงการจัดหาหรือฝึกอบรมพนักงานขับรถให้แก่ภาคเอกชน

          ด้านนายภาณุมาศ ศรีศุข รองประธาน คณะกรรมการพัฒนาระบบลอจิสติกส์  สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการพัฒนาระบบลอจิสติกส์ กกร. กล่าว ว่า ความต้องการของภาคเอกชนสำหรับการขนส่งทางราง คือ 1.ต้นทุนการขนส่งที่แข่งขันได้ 2.ความปลอดภัยของสินค้าและทรัพย์สิน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และเพื่อดูแลรักษาทรัพย์สินที่ลงทุนไป รวมถึงภาพลักษณ์ของบริษัท และ 3.ความเชื่อถือได้ในเรื่องการบริการด้านลอจิสติกส์ คือ เวลาต้องแม่นยำ สินค้าครบถ้วน และอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ ความพร้อมในการลงทุนสำหรับภาคเอกชน คือ ความคุ้มทุน ระบบการบริหารที่โปร่งใส และกฎเกณฑ์ที่ทันสมัยและเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ

          ส่วนข้อเสนอแนะต่อการปรับปรุงของ ร.ฟ.ท. ภาครัฐควรเร่งรัดการลงทุนในระบบ การขนส่งทางราง ปรับโครงสร้างหนี้ ร.ฟ.ท. โดยทาง ร.ฟ.ท. นำระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารและจัดการ และเอกชนเพิ่มความร่วมมือกับภาคเอกชน ให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้า

          ด้านอารักษ์ ราษฎร์บริหาร หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านการเงินร.ฟ.ท. กล่าวว่าที่ผ่านมาการพัฒนาระบบขนส่งทางรางช้ามากเป็นเพราะฝ่ายนโยบายละเลยและไม่เห็นความสำคัญโดยฝ่ายบริหาร ร.ฟ.ท. ทำแผนงานเสนอโครงการเพื่อขยายเส้นทางแต่ก็ไม่ได้รับการอนุมัติโดยให้เหตุผลเดียวว่า ร.ฟ.ท.ไม่มีเครดิต อย่างไรก็ตาม มีการพูดกันว่าเมื่อร.ฟ.ท.ขาดทุนแล้วจะลงทุนใหม่ไปทำไมเรื่องนี้ทำให้ระบบขนส่งทางรางพัฒนา ช้าโดย 56 ปีที่ผ่านมามีการขยายเส้นทางรถไฟเพียง 666 กิโลเมตรและสร้างทางคู่เพิ่มเพียง 234 กิโลเมตร นอกจากนี้ ปัจจุบันร.ฟ.ท. มีหนี้สินกว่า 51,000 ล้านบาทและมีภาระบำนาญรวม 160,000  ล้านบาท ซึ่งในการฟื้นฟูกิจการรัฐบาลจำเป็นต้องรับภาระเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและชดเชยการขาดทุนจากการให้บริการเชิงสังคมพร้อมจัดการลงทุนให้สอดคล้องกับแผนรวมทั้งปรับโครงสร้างองค์กรที่ สอดรับกับแผนฟื้นฟู

          ขณะที่นายเรียงศักดิ์  แขงขัน ประธาน สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า พนักงานไม่ทราบเลยว่าฝ่ายบริหารดำเนินการอะไรไปบ้างและมีความกังวลว่าเมื่อปรับโครงสร้างแล้วจะมีผลกระทบต่อการทำงานอย่างไร หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเชื่อว่าจะมีปัญหาด้านแรงงาน ทั้งนี้ ต้องขอให้ฝ่ายบริหารเพิ่มความมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนให้มากขึ้น และเสนอให้ ร.ฟ.ท.  เป็นอิสระในการบริหารไม่ให้นักการเมืองแทรกแซงและไม่ให้มีคอร์รัปชั่นใน ร.ฟ.ท. โดยให้ทุกฝ่ายมีจิตใจรักผลประโยชน์ของ    ส่วนรวม

Source - เว็บไซต์สยามธุรกิจ (Th)

Wednesday, August 15, 2007  04:52

 

สนช.ยำใหญ่รัฐบาลค่าบาทไร้เสถียรภาพ

          “อัมมาร” แนะรัฐบาลกำหนดยุทธศาสตร์อัตราแลกเปลี่ยน กำหนดเป้าหมาย “บาท” และไม่ควรให้ ธปท.ดำเนินการโดยอิสระ ทั้งนี้ ค่าเงินที่เหมาะสมอิงดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลมากสุดไม่เกิน 2% ของจีดีพี ด้าน “ชฎา” เสนอใช้มาตรการภาษีเก็บเงินทุนระยะสั้น ที่เข้ามาเก็ง กำไร “ฉลองภพ” ชี้ไม่มีทางทำเงินจากสองตลาด “ดัชนีเชื่อมั่น” ดิ่งเหว ต่ำสุดรอบ 66 เดือน

          นายอัมมาร สยามวาลา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อภิปรายว่า ปัญหาใหญ่ที่เผชิญเกิดจากการไหลของเงินทุนต่างประเทศมากเกินกว่าเศรษฐกิจไทยจะรับได้ เงินที่ไหลเข้ามาหาก เทียบเป็นกองทุนต่างๆ สหรัฐฯ ที่ออมไว้หลายปีความมั่งคั่งที่จะโยกย้ายในเวลาอันสั้นและเร็ว หากเทียบกับในช่วงฟองสบู่ ปี 2538-2539 มีการไหลเข้าเงินต่างประเทศ เราไปกู้ แต่ครั้งนี้เราอยู่เฉยๆ แต่เงินไหลเข้ามา ปัญหาที่เกิดกับไทย เกิดจากไทย เราปล่อยให้เงินลอยตัวเสรีมากกว่าประเทศอื่นๆ

          ประเทศเพื่อนบ้าน โดย ธปท.ชอบใช้ แมนเน็ตโกรฟ ในลักษณะเงินที่เข้าสู่ในระบบของรัฐบาล จากนโยบายแลกเปลี่ยนที่ยึดแน่นหนาเกินไป รวมทั้งอุตสาหกรรมสิ่งทอ รองเท้า เป็นปัญหา ที่ค่อนข้างจะรุนแรง

          เมื่อมีนโยบายให้เงินบาทลอยตัว ค่าเงินบาท จะต้องคงสภาพไว้ ไม่ให้เสื่อมลงไป ไม่เกิดเงินเฟ้อ เดิมเรายึดกับดอลลาร์เป็นหลัก แต่ ในปี 2541-2542 เป็นต้นมา ธปท.เริ่มใช้นโยบายตั้งตามเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ เป็นนโยบาย ที่เห็นด้วยและธปท.ต้องมีอะไรยึดเหนี่ยวซึ่งปกติ คนไทยก็ใช้ซื้อสินค้าในประเทศไม่ใช้เงินดอลลาร์ ไม่ผันผวน หลังจากมีนโยบายดังกล่าว ทำให้เงินบาทแข็งตัวมาตลอด จาก 50 บาทถึง 33 บาทและนโยบาย ธปท.ไม่ให้ลดดอกเบี้ย

          ขอเสนอให้ ธปท.เริ่มคิดมีเป้าหมายอัตรา แลกเปลี่ยน ไม่อยากกลับไปใช้อัตราแลกเปลี่ยน คงที่ แต่ให้อยู่ในอัตราที่ใช้การขาดดุลบัญชีเดินสะพัด หากมีเป้าหมายหลายอย่างก็ควรมีเครื่องมือในการดำเนินการ

          คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม สนช. อภิปรายว่าปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าไม่ใช่เรื่องร้าย แต่ว่ามีปัญหา คือ การขาดการมีเสถียรภาพ มี ความผันผวนมาตลอดเมื่อเราไปมัดกับเงินสกุล ที่ส่งออก ทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้ สาเหตุ ทำไมเงินบาทถึงแข็งตัว ในช่วง3 เดือนมีเงินทุนไหลเข้ามาจำนวนมากเป็นเงินแสนกว่าล้านบาท มีการเข้าออกอย่างรวดเร็ว น่าจะมีกลยุทธ์ ดูแลเงินที่ไหลเข้ามา ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนแข็งเร็วขึ้นและมีความเสี่ยงในการไหลเข้าไหลออกด้วย ต้นตอปัญหามาจากปัจจัยภายนอกประเทศค่อนข้างมาก ทำให้เศรษฐกิจมีปัญหา จำเป็นต้องมีมาตรการไม่ให้เกิดผลร้ายในตลาดเงินและภาคเศรษฐกิจที่จะต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนมาเป็นมาตรวัด

          ด้านนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานหอการค้า กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปัจจุบันภาคส่งออกนำรายได้มาสู่ประเทศถึง 65% ของจีดีพี และโดยเฉพาะในปัจจุบันที่การลงทุนและการค้าในประเทศ ไม่สามารถขยายตัวได้มากนัก ทำให้การส่งออกเป็นปัจจัยเดียวที่ช่วยในการขยายตัวของเศรษฐกิจ จึงจำเป็นที่จะต้องผลักดันการส่งออกอย่างต่อเนื่อง โดยการผลักดันนั้นถ้าค่าเงินบาทไม่ผันผวน ผู้ส่งออกจะสามารถ ปรับตัวและคาดการณ์ต้นทุนได้ แต่ถ้าการเปลี่ยนแปลงมีความผันผวนมาก จะยากต่อผู้ประกอบการ

          โดยการจัดการค่าเงินบาทมีหลายอย่างต้องพิจารณา อย่างแรกคือถ้าการเปลี่ยนแปลง ค่าเงินมีความผันผวนมาก จะต้องมีการจัดการโดยไม่ใช้วิธีธรรมดา เช่น ในกรณีที่จำเป็นต้องแทรกแซงก็ต้องแทรกแซงแต่ก็ไม่ควรใช้ตลอดไป เพราะไม่ใช่มาตรการที่ถาวร นอกจากนี้ ทาง การควรมีการปรึกษาหารือกันถึงแนวทางเลือก ในการดูแลค่าเงินบาท โดย ธปท.ควรมีที่ปรึกษา ทั้งจากสายตลาดทุน ตลาดเงิน กระทรวงคลัง และผู้นำองค์กรเศรษฐกิจเพื่อให้มีมาตรการต่างๆ ไว้รองรับในการดูแลค่าเงินบาท

          ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย กล่าวถึงแนวโน้มค่าเงินบาทว่า จนถึงสิ้นปีนี้ แนวโน้มค่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นอีก เพราะคาดว่าจะเกินดุลบัญชีเดินสะพัด อีกทั้งคาดว่าน่าจะมีเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นอีกไม่น้อยกว่า 2,000-3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น มาตรการของ ธปท. ที่ออกมา 6 มาตรการ เชื่อว่าจะไม่สามารถทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงไปถึง 34-35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้

          “ถ้าปล่อยให้เป็นไปเช่นนั้น อาจเห็นระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในสิ้นปีนี้ และขยับขึ้นถึง 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในต้นปีหน้า รัฐบาลจะต้องมีมาตรการออกมาเพิ่มเติม รวมถึงอาจตั้งกองทุนอิสระขึ้นมา วงเงินเริ่มต้นประมาณ 5,000-10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยน แต่ยอมรับว่ามีความเสี่ยงในการจัดการหากไม่เชี่ยวชาญพอ” ดร.ธนวรรธน์ กล่าว

          ดร.ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวชี้แจงกับสนช. เกี่ยวกับปัญหาค่าเงินบาท ว่า เรื่องค่าเงินถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะปัจจุบันความผันผวนทางการเงินมีมากขึ้น ซึ่งทุกประเทศก็ได้ รับผลกระทบไปหมด โดยความผันผวนเหล่านี้ทำให้การบริหารจัดการค่าเงินมีปัญหา เกิดความ ไม่สมดุล เพราะเกิดจากการขาดดุลของสหรัฐฯ ทำให้มีเงินลงทุนไหลเข้ามาในประเทศอื่นๆ มากขึ้น

          หากเกิดความผันผวนทางด้านการเงิน แต่ ไม่มีกลไกอัติโนมัติขึ้นมาดูแล ก็เชื่อว่าจะเกิดความผันผวนแบบนี้ต่อไปอีกหลายปี ซึ่งในประเทศระดับกลางอย่างประเทศไทย จะเกิดปัญหาการเงินผันผวนมากกว่าประเทศที่พัฒนา แล้ว เนื่องจากตลาดไทยไม่ใหญ่พอ และเครื่อง มือในการดูแลความเสี่ยงมีน้อย ทำให้ภาคธุรกิจมีปัญหา และผู้ที่ดูแลเศรษฐกิจก็มีความรู้ในการดูแลความผันผวนค่อนข้างน้อย

          การผันผวนของค่าเงินบาทที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง รวมถึงรัฐบาล ก็มีความจำเป็นที่จะต้องหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อแก้ไขสถานการณ์ในเรื่องนี้โดยเร็วเท่านั้น โดยรัฐบาลไม่ได้เข้าแทรกแซงการทำงานของธปท.แต่อย่างใด

          นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า เงินบาทที่แข็งค่าไม่กระทบกับเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งขณะนี้เศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นแล้ว รถยนต์เริ่มขายได้มากขึ้นและการนำเข้าสินค้าทุนก็เริ่มเป็นบวกแล้ว เพราะปกติผลกระทบค่า เงินบาทต่อเศรษฐกิจส่วนรวมจะถึงจุดที่ควรจะตกใจเมื่อมีผลต่อการส่งออก แต่ขณะนี้ไม่มีผลต่อการส่งออก โดยตัวเลขการส่งออกล่าสุดยังขยายตัวถึง 18% ขณะที่เงินบาทแข็งค่ามีผลเฉพาะบางบริษัทเท่านั้น

          นายโฆสิต กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้อภิปรายถึงเหตุการณ์ค่าเงินบาทในอดีตช่วงเงินบาทแข็งค่า จนเป็นปัญหาต่อการส่งออกว่าขณะนี้ค่าเงินบาทของไทยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการส่งออก และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายใดๆ ทั้งนโยบายการเงินที่จะทำให้กลไกการไหลออก ของเงินคล่องตัวขึ้น ซึ่งมีเพียงพออยู่แล้ว

          สำหรับมาตรการสนับสนุนการลงทุนในต่างประเทศอยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่า 1-2 สัปดาห์จะมีผลสรุปชัดเจน และมาตรการดูแลการปรับตัวธุรกิจก็ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะกรรมการปรับตัวธุรกิจรายสาขามาดูแล ขณะที่กลไกของการบริหารค่าเงินบาท วันที่ 20 สิงหาคมนี้ กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะหารือถึงการบริหาร ทุนสำรองระหว่างประเทศ

          “เรื่องที่ สนช. ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบริหารอัตราแลกเปลี่ยน เป็นเรื่องทางเทคนิคที่จะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม และเป็นเรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่เทคนิคจะหารือกัน ซึ่งเข้าใจว่า ธปท.มีเจ้าหน้าที่เทคนิคอยู่แล้ว และการแทรกแซงค่าเงินมีการทำในระดับสากล เพราะการแทรกแซงเป็นเครื่องมือหนึ่งในการใช้ระบบค่าเงินแบบมีการบริหารจัดการ” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

          ประเทศไทยจะไม่เปลี่ยนกลับไปใช้ค่าเงินบาทแบบคงที่เหมือนในอดีตแน่นอน และรัฐบาลได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับค่าเงินบาทมาแล้วหลายครั้งว่า ไม่อยากเห็นค่าเงินบาทผันผวน ต้องการให้ค่าเงินบาทอยู่ในระนาบเดียวกันกับประเทศที่เป็นคู่แข่งขันทางการค้า ซึ่งเชื่อว่าขณะนี้ ธปท. ทำงานอยู่แล้ว

          ด้าน นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวถึงกรณีที่ประเทศต่างๆ อัดฉีดเงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง เพราะวิตกว่าจะเกิดปัญหาสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้กู้ที่มีความน่าเชื่อถือต่ำ (Sub-prime) เหมือนที่เกิดในสหรัฐฯขณะนี้ว่า สำหรับประเทศไทยไม่มีความจำเป็น เพราะการลงทุนในตราสารต่างประเทศ ที่มีการอ้างอิงตลาดซับไพรม์มีเพียงร้อยละ 0.1 ซึ่ง ถือว่าต่ำ ไทยจึงไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว

          นางธาริษา กล่าวว่า ส่วนข้อเสนอของนายอัมมาร สยามวาลา รักษาการประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่เสนอให้ ธปท.กำหนดเป้าหมายของอัตราแลกเปลี่ยนนั้น ยินดีรับไว้พิจารณา แต่จะดำเนินการได้หรือไม่ ขึ้นกับสถานการณ์ ซึ่งดร.ฉลองภพ เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่า การกำหนดเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยน จะทำให้ง่าย ต่อการเก็งกำไรค่าเงินบาท เพราะเท่ากับเป็น การกำหนดกรอบอัตราแลกเปลี่ยนไว้ อย่างไรก็ตาม ธปท.จะหารือกับกระทรวงการคลังเกี่ยว กับการบริหารทุนสำรองระหว่างประเทศ วันที่ 20 สิงหาคมนี้ พร้อมยอมรับว่า เงินลงทุนต่างชาติที่เทขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พบว่า มีการนำเงินออกนอกประเทศประมาณร้อยละ 50 ของการเทขายหุ้น หรือประมาณ 8,000 ล้านบาท

Source - เว็บไซต์สยามธุรกิจ (Th)

Wednesday, August 15, 2007  05:05

 

ฝนกระหน่ำเกษตรกรน้ำตาท่วมสวน

          > ลำไย-มังคุด-ลองกอง วิกฤติ!รัฐพลิกแผนชวนดื่มน้ำผลไม้

          ชาวสวนอ่วม! หลังฝนกระหน่ำทำผลไม้ล้นตลาด ลำไย มังคุด ลองกอง วิกฤติ!! ลดฮวบเหลือ กก.ละ 1 บาท รัฐเต้น! ออกมาตรการห้ามผู้ส่งออกกดราคารับซื้อ พาณิชย์ตั้งโครงการชวนดื่มน้ำผลไม้ หวังต่อยอดธุรกิจชุบชีวิตเกษตรกร

          นายณรงค์ ตนานุวัฒน์ ประธานหอการ ค้าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า ลำไยปี 2550 มีผลผลิตออกมามากถึง 4 แสนตันซึ่งถือว่ามากกว่าทุกปี ทำให้ราคาตกลงอย่าง รวดเร็ว จากราคาหน้าสวนเริ่มต้น 11 บาทเหลือ 8 บาท  5 บาท และ 1 บาทในปัจจุบัน ถึงแม้ว่า ผลิตผลจากลำไยจะนำไปแปรรูปเป็นสินค้าได้  3 ชนิดคือ ลำไยสด ลำไยอบแห้ง และลำไยกระป๋อง แต่รายได้ส่วนใหญ่ของเกษตรกรยังมาจากลำไยสด ซึ่งขายได้จำนวนมากและเร็วกว่า แต่คุณภาพต้องดี

          อย่างไรก็ตาม ในปี 2549 ที่ผ่านมา เกษตรกรก็ประสบปัญหาขาดทุนมาแล้วรอบหนึ่งจากการขายลำไยที่ไม่ได้ตามราคากำหนด ซึ่งสหกรณ์จังหวัดการันตีว่าจะคืนเงินส่วนต่างให้ตาม ราคารับซื้อ แต่ถึงวันนี้ยังไม่ได้คืน ส่วนเงินอุดหนุน จากภาครัฐที่ออกมาในรูปแบบเงินกู้จาก ธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธ.ก.ส.ในความเป็นจริงก็ไม่สามารถกู้ได้ ขณะที่ลำไยเก่า 3 ปีก่อนที่มีปัญหาเรื่องการปลอมปนพอรัฐบาลประกาศขายก็ได้แค่กิโลกรัมละ 3 บาท 5 บาท

          “ตลาดหลักของลำไยยังเป็นตลาดภายใน ประเทศ จึงอยากให้คนไทยหันมากินลำไยกันมากๆ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร แทนที่จะบริโภค ผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมาตรฐานการปลูกลำไยในปัจจุบันก็ไม่เน้นการใช้สารเคมีจึงไม่ ต้องกังวลว่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ พร้อมกันนี้อยากให้ภาครัฐรณรงค์ให้คนไทยแต่ละภาค ช่วยอุดหนุนผลไม้จากภูมิภาคอื่น เช่น รณรงค์ให้คนภาคเหนือกินลองกองกันมากๆ ในขณะที่คนภาคใต้ก็ช่วยกันอุดหนุนลำไยเพื่อช่วยชาวภาคเหนือเป็นต้น” นายณรงค์ กล่าว

          นายณรงค์ ยังกล่าวอีกว่ารัฐบาลควรทำข้อมูลขึ้นทะเบียนชาวสวนลำไยทั้งหมดเพื่อทราบว่ามีจำนวนเท่าไหร่ แล้วจัดเป็นโซนนิ่งทำมาร์เก็ตติ้งล่วงหน้า เพื่อไม่ให้สินค้าที่ออกมา เกิดภาวะล้นตลาด โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ ที่เวลานี้ทั้งจีนตอนใต้และเวียดนามหันมาปลูกลำไยกันเยอะมากซึ่งจะกระทบกับตลาดลำไยไทยแน่ เพราะตลาดหลักของไทยอยู่ทางตอนเหนือของจีน จึงอยากให้รัฐบาลนำทัพคุมตลาด นี้ให้ได้อย่างต่อเนื่อง

          ด้านนายอาทิตย์ ลิ้มอุดมพร ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่าตลาดมังคุดก็มีปัญหาไม่แพ้กันเพราะปีนี้ฝนดีทำให้ผลไม้ออกมาพร้อมกันจำนวนมาก ราคาหน้า สวน 5-7 บาทถือว่าต่ำกว่าปกติที่เคยได้กว่า 10 บาท ซึ่งหอการค้าก็ทำเรื่องให้จังหวัดรับซื้อไปแล้วรอบหนึ่งกระทั่งหมดงบประมาณ จึงใช้วิธีขน ขึ้นไปขายที่กรุงเทพฯ แต่ก็ได้ราคาไม่ดีนัก

          “ปัญหาของเราคือไม่ได้พัฒนาต่อยอดสินค้าอย่างจริงจัง ผิดกับอเมริกาที่สั่งมังคุดจาก ไทยไปแปรรูปเป็นน้ำผลไม้กระป๋องขายในราคา กระป๋องละ 3 เหรียญ คิดเป็นเงินไทยเกือบร้อยบาท แต่เมืองไทยกลับไม่ค่อยสนใจทำน้ำมังคุดออกมาขาย รัฐบาลใช้แค่วิธีรับซื้อเพื่อพยุง ราคา หอการค้ากำลังศึกษาว่าจะแก้ปัญหาระยะยาวอย่างไร” นายอาทิตย์ กล่าว

          อย่างไรก็ตาม นายอาทิตย์กล่าวว่ามังคุด เป็นผลไม้ยืนต้นที่ปลูกแล้วมีปัญหาน้อย การลง ทุน ไม่สูงมาก เพราะฉะนั้นเมื่อเทียบกับผลไม้ประเภท อื่นแล้วยังถือว่าได้รับความเดือดร้อนน้อยกว่า

          เกษตรกรรายหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช พื้นที่อีกแหล่งซึ่งปลูกมังคุดกันจำนวน มากกล่าวว่าราคารับซื้อหน้าสวนล่าสุดอยู่ที่กิโลกรัมละแค่ 2.50-3.00 บาทเท่านั้น ขณะที่ค่าจ้างแรงงานเก็บกิโลกรัมละ 2 บาท เท่ากับว่าเหลือรายได้ไม่ถึงกิโลกรัมละ 1 บาท ถือเป็น วิกฤติหนักหนาสาหัสซึ่งไม่เคยเกิดมาก่อน จึงอยากเร่งให้ภาครัฐดำเนินการช่วยเหลือโดยด่วน

          ขณะที่นายศิริชัย ปิติเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดปัตตานี พื้นที่ที่มีการปลูกลอง กองจำนวนมาก กล่าวถึงสถานการณ์ของเกษตรกรในพื้นที่ว่าปีนี้มีผลผลิตลองกองออกมาจำนวนมากซึ่งก็ต้องพยายามหาตลาดมาช่วย ระบายสินค้า เช่น ศ.อบต.ดำเนินการส่งไปขายในประเทศจีน ซึ่งปัญหาหลักๆ ของเกษตรกรในพื้นที่นอกจากผลผลิตที่ออกมาจำนวนมาก แล้ว เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ก็ทำให้นักท่องเที่ยวและประชาชนจากภูมิภาคอื่นไม่ลงไป อุดหนุน รวมถึงการไม่มีพ่อค้าคนกลางลงไปรับ เหมาเหมือนในอดีต ซึ่งก็คงต้องอาศัยการช่วยเหลือจากภาครัฐเป็นหลัก

          >> วางมาตรการเข้มห้ามผู้ส่งออกกดราคารับซื้อลองกอง

          นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือ กับผู้ประกอบการส่งออกผลไม้กว่า 10 รายที่กระทรวงพาณิชย์ว่า ตนได้ขอความร่วมมือและกำชับห้ามมิให้ผู้ประกอบการส่งออกจงใจทำ ให้ราคาลองกองตกต่ำ ยกเว้นมีการเปลี่ยนแปลง ราคาเพราะกลไกลของตลาด เช่น การกว้านซื้อลองกองในปริมาณมาก แล้วตีราคารับซื้อต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งผู้ประกอบการรายใดฝ่าฝืนต้อง ได้รับโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยสินค้าและบริการ ซึ่งห้ามมิให้มีการกดราคาสินค้าให้ต่ำกว่าสมควรมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับ     ไม่เกิน 1 แสน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและพระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้าที่ห้าม มิให้มีการฮั้วราคา จนทำให้ราคาต่ำกว่าสมควร ซึ่งก็มีโทษทั้งจำทั้งปรับ และยังกำชับให้ผู้ประกอบการทุกราย เตรียมพร้อมสำหรับการส่งออกผลผลิตลองกอง ไม่ว่าจะเป็นช่อง    ทางการจำหน่าย ลูกค้า ภาชนะ และหีบห่อ เพื่อที่จะทำให้การระบายผลผลิตเป็นไปอย่างราบรื่น

          นอกจากนี้ นายศิริพล ยังกล่าวอีกว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ให้กรมการค้าภายใน กรมส่งเสริมการส่งออก สำนักปลัดกระทรวงพาณิชย์ ประสานงาน นำเอาผลผลิตลองกองจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กระจายไปยังทั่วประเทศ โดยใช้ตลาดกลางผลไม้ในหลายจังหวัดเป็นศูนย์ กลางการกระจายผลผลิตลองกอง อาทิ จังหวัด นครราชสีมา ขอนแก่น พิษณุโลก ราชบุรี  พร้อมทั้งสั่งการให้กรมการค้าภายในแต่ละจังหวัดทำการประชาสัมพันธ์และตั้งซุ้มธงฟ้า เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ โดยจะส่งเจ้า หน้าที่ลงไปเจรจาเพื่อหาช่องทางการจำหน่ายลองกองให้มากขึ้น อาทิ ในหน่วยทหาร ตลาดและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ทั่วประเทศ

          ซึ่งอธิบดีกรมการค้าภายในได้ทิ้งท้ายว่า นอกเหนือจากมาตรการที่ทางกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้เข้าไปช่วยแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำในเบื้องต้นแล้ว คงต้องรณรงค์ให้คนไทยทุกคน หันมาบริโภคผลไม้ไทยให้มากขึ้น เพราะมีรส ชาติดี คุณภาพดี ราคาถูก และยังเป็นการช่วย เหลือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้โดยตรงอีกด้วย

          >> พาณิชย์ ตั้งโครงการ “ชวนดื่มน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ”

          ก่อนหน้านี้นายเกริกไกร  จีระแพทย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่ากระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำโครงการรณรงค์ส่งเสริม ให้คนไทยหันมาดื่มน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ ซึ่งน้ำผลไม้ที่ส่งเสริมมี 6 ชนิด ได้แก่ น้ำส้ม น้ำมะพร้าว น้ำมังคุด น้ำสับปะรด น้ำฝรั่ง และน้ำมะม่วง กลุ่มเป้าหมายที่ส่งเสริม คือ ข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วประเทศ และนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ทั้งนี้ได้มีการ จัดประชุมหารือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ปรากฏว่าได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี

          สำหรับหน่วยงานภาครัฐบาลและภาคเอกชนที่ร่วมดำเนินการ ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่อง เที่ยวและกีฬา สำนักนายกรัฐมนตรี และบริษัท ผู้ผลิตและส่งออกน้ำผลไม้ อาทิ บริษัท ทิปโก้ฟู้ดส์แอนด์เบเวอเรจ จำกัด บริษัท มาลีสามพราน จำกัด (มหาชน) และบริษัท เนเชอรัล ฟู้ดส์ จำกัด

          ในด้านกิจกรรมส่งเสริมการดื่มน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า จะส่งเสริมให้มีการดื่มน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพแทนน้ำชา กาแฟ ในหน่วยงานราชการทั่วประเทศ อีกทั้งยังขอความร่วมมือและการสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข ใน การส่งเสริมให้มีการดื่มน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพสำหรับผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยที่ใช้บริการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลรัฐ โดยตั้งจุดจำหน่าย น้ำผลไม้สำหรับผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยในโรงพยาบาลของรัฐจำนวน 887 แห่ง

          นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความ ร่วมมือและการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการ ส่งเสริมให้มีการดื่มน้ำผลไม้ในโรงเรียน เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนบริโภคน้ำผลไม้จนเป็นนิสัย โดยตั้งจุดจำหน่ายน้ำผลไม้ในราคาต่ำกว่า ราคาขายทั่วไป และส่งเสริมให้มีการดื่มน้ำผลไม้ในกลุ่มประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการค้าภายใน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จะจัดจุดจำหน่ายน้ำผลไม้ เพื่อสนับสนุนโครงการฯ เช่น โครงการธงฟ้า การขอความร่วมมือจากโรงแรม ร้านอาหารไทยทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนโรงพยาบาล และสถานศึกษา เป็นต้น

          นายเกริกไกร จีระแพทย์ กล่าวว่าในการ จัดทำแผนการประชาสัมพันธ์ โครงการ “ดื่มน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพของคนไทย” ได้มีการขอการสนับสนุนจากสื่อของรัฐบาล เช่น กรมประชาสัมพันธ์ อสมท สถานีวิทยุโทรทัศน์ และสื่ออื่นๆ เพื่อรณรงค์ให้คนไทยดื่มน้ำผลไม้กันอย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง โดยประมาณการค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ทางวิทยุและโทรทัศน์ 20 ล้านบาทในปีแรก และอีกปีละ 10 ล้านบาทในปีที่ 2 และ 3 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 40 ล้านบาท โดยขอใช้เงินจากงบกลาง และขอความร่วมมือจากสื่อประชาสัมพันธ์ของรัฐในการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการดื่มน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ โดยไม่คิดมูลค่า

          นายเกริกไกร จีระแพทย์ กล่าวว่าคนไทยบริโภคน้ำผลไม้โดยเฉลี่ยคนละ 3 ลิตรต่อปี หรือมีการบริโภคน้ำผลไม้ประมาณ 190 ล้านลิตรต่อปี (ไทยมีประชากรประมาณ 63 ล้านคน) ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณบริโภคที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับประเทศในแถบยุโรป ซึ่งบริโภคน้ำผลไม้โดยเฉลี่ยคนละ 22.1 ลิตรต่อปี ซึ่งคาดว่าการส่งเสริมการดื่มน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพในครั้งนี้ จะสามารถส่งเสริมให้คนไทยบริโภคน้ำผลไม้เพิ่มขึ้นจากเดิมเฉลี่ยปีละ 30 ล้านลิตร หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยคนละ 0.5 ลิตรต่อปี ภายใน 3 ปีข้างหน้า

          ล่าสุด กรมการค้าภายใน และสำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้มีการลงนาม ในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการ ส่งเสริมการบริโภคน้ำผลไม้ไทย เพื่อกระตุ้นให้มีการบริโภคน้ำผลไม้ให้มากขึ้น พร้อมกันนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้จัดนักเรียนและนักศึกษาที่ได้รับรางวัลชนะการประกวดทำน้ำผลไม้ในงาน “ขายตรงจากฟาร์ม-โรงงาน...มหกรรมธงฟ้า” มาสาธิตวิธีการทำน้ำผลไม้เมนูที่ได้รับรางวัลชนะเลิศและเมนูใหม่ให้ชมด้วย

          นอกจากนี้ ยังได้มีหนังสือขอความร่วมมือไปยังภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กระทรวงต่างๆ สมาคมภัตตาคารไทย และสมาคมโรงแรมไทย ให้ใช้น้ำผลไม้ที่ผลิตจากผลไม้ภายในประเทศมาบริการในการจัดเลี้ยง การจัดประชุมสัมมนา รวมถึงให้เพิ่มเมนูอาหารต่างๆ ที่ใช้ผลไม้เป็นส่วนประกอบ ในโรงแรมและภัตตาคารเพิ่มมากขึ้น

          อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ในแต่ละปีประเทศไทยสามารถผลิตผลไม้ได้เป็นจำนวนมาก การรณรงค์เพื่อเพิ่มการบริโภคผล ไม้ไทยและน้ำผลไม้ จะเป็นวิธีการหนึ่งในการขยายตลาดผลไม้ ซึ่งจะช่วยเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ได้อีกทางหนึ่ง  นอกจากนี้ การส่งเสริมให้บริโภคน้ำผลไม้จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลไม้ไทยแล้ว ยังเป็นการสร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชน และยังเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้ดื่มน้ำผลไม้ด้วย

Source - เว็บไซต์สยามธุรกิจ (Th)

Wednesday, August 15, 2007  05:05

 

คอลัมน์: กระจก 8 หน้า : เสียรังวัดซ้ำซาก

          อย่างที่ "เนตรทิพย์" ทิ้งค้างไว้วันวาน การจะควานหาผลงานของรัฐบาล "ขิงเน่า-เต่าง่อย" ชุดนี้ให้ได้สักเรื่องนั้น มันยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก เพราะแตะเข้าไปเรื่องไหนก็มีแต่ชวนให้กุมขมับ

          อย่างเรื่องของการแก้ไขกฎหมายนอมินี หรือร่าง พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจคนต่างด้าว พ.ศ....ที่ก่อนหน้านักลงทุนน้อย-ใหญ่พากันร้องแรกแหกกระเชอวอนรัฐบาลอย่า "ดั้นเมฆ" ยกร่างแก้ไขเพียงเพื่อจะตามล้างตามผลาญธุรกิจในเครือข่าย อดีตนายกฯ พล.ต.ท.ทักษอ(ขออภัยที่ไม่สามารถเอ่ยนาม ตามคำร้องขอ ฯพณฯ ประธาน คมช.)          

          เพราะกลัวว่ายิ่งแก้ไขก็ยิ่งจะลากกฎหมายฉบับนี้เข้ารถเข้าพง จนทำเอานักลงทุนขวัญผวาหนีไปเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามกันหมด ขนาดยังไม่แก้ไข เวียดนามก็ขยับแซงไทยไปหลายขุมแล้ว นัยว่าล่าสุดนี้เวิลด์แบงก์ก็เพิ่งประกาศจะประเคนความช่วยเหลือทางการเงินให้รัฐบาลประเทศนี้กันไม่อั้น

          ลองเป็นรัฐบาลไทยบากหน้าไปขอกู้มาทำเมกะโปรเจกต์ในฝันดูซิ ผมไม่รู้ว่าคำตอบที่ได้จะแสลงหูกันขนาดไหน ผมหละไม่อยากจะ Imagine เลยจริงๆ!

          แล้ววันนี้เป็นยังไงครับ กฎหมายที่ "ดั้นเมฆ" กันเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ประเภทช้างก็ฉุดไม่อยู่นั้นเป็นยังไงบ้างหละ นัยว่าถูกสมาชิก สนช.บางกลุ่มลากไป "ขึงพืด" ปู้ยี่ปู้ยำจนแทบไม่เหลือเค้ารางเก่าให้เห็น หลักการเดิมถูกฉีกเสียป่นปี้ไม่เป็นชิ้นดี จะขนาดไหนนั้นผมหละบรรยายไม่ถูกเลยจริงๆ

          ขนาดร่างเดิมที่รัฐบาลชุดนี้ชงกันมานั้น ต่างชาติยังพากันส่ายหน้าตั้งท่าจะหอบผ้าผ่อนหนีไปลงทุนประเทศอื่น หอการค้าต่างๆพากันเทียวไล้เทียวขื่อขอคำชี้แจงจากกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศชนิดหัวกระไดไม่แห้ง

          แล้วร่างแก้ไขฉบับใหม่ที่ถูก สนช.ลากไปปู้ยี่ปู้ยำแก้นิยามบริษัทต่างด้าวให้เข้มงวดถึงพริกถึงขิงประเภทเปิดทางให้มีการถอดถอนกรรมการเสียงข้างมากหรือต่างด้าวที่พบว่ามีการชี้นำนิติบุคคลซึ่งถือเป็นบทบัญญัติสุดเข้มข้นชนิดหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในภพนี้

          ปู้ยี่ปู้ยำกันชนิดที่เจ้าตัวคนชงเองยังผวา ขืนประกาศเป็นกฎหมายออกไป มีหวังได้เห็นทัพลงทุนถอนยวงกันหมดประเทศแน่!         

          นี่ขนาดตัว รมต.พาณิชย์ คุณเกริกไกร จีระแพทย์ นั่งหัวโด่เป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญคุมเกมแก้ไขกฎหมายฉบับนี้แท้ๆ ยังปล่อยให้ถูก "ลูบคม" ลากเอากฎหมายในมืออกไปปู้ยี่ปู้ยำกันต่อหน้าต่อตา แถมยังสร้างรังวัดแพ้โหวตกลางสภาเข้าให้อีก

          เป็นต่างประเทศเขาเอาปี๊บคลุมหัวลาออกไปเลี้ยงหลานที่บ้านแล้วครับ!

          กฎหมายที่ตัวเองทำคลอดมากับมือแท้ๆ ถูกลากไปปู้ยี่ปู้ยำเสียจนป่นปี้ แถมยัง "ตบหน้า" คาเวทีอย่างนี้ ทั้งหมดนี้มันโทษเป็นความผิดของใครคนเดียวไม่ได้หรอก มันต้องโทษ Vision "ขิงแก่" ทั้งชุดนั่นแหละ คุมเกมกันยังไงถึงปล่อยให้ร่างกฎหมายในมือถูกลากเข้ารกเข้าพงแถมจนเสียรังวัดกันได้ขนาดนี้

          อย่าโยนบาปให้แค่วิปรัฐบาลแสดงสิปิริตคนเดียวเลยครับ ผมว่าตัวรัฐมนตรี "ขิงเน่า-เต่าง่อย" ที่รับผิดชอบนั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบโดยตรง!!!

 

Source - เว็บไซต์ไทยรัฐ (Th)

Wednesday, August 15, 2007  07:49

 

คอลัมน์สะบัดช่อ

          ตตต คิดว่าโหวตชนะใส ๆ ซะแล้ว สำหรับ ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ฉบับคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่ ?เกริกไกร จีระแพทย์? รมว.พาณิชย์ นั่งเป็นประธาน แต่ดันตกม้าตายแพ้โหวตกรรมาธิการเสียงข้างน้อยแบบเหลือเชื่อ เพราะความชะล่าใจของ สนช. เสียงข้างมากกว่า 30 คน ทยอยเดินออกจากที่ประชุม แบบคิดว่า ไม่น่าจะแพ้ พอถึงวินาทีโหวต จากเสียงข้างมากเลยกลายเป็นเสียงข้างน้อยไปซะนี่ นี่ถ้าเป็นรัฐบาลเลือกตั้ง ใครกล้าย่างกรายเดินออกก่อน คงโดนเละไปแล้ว ตตต และผลจากการแพ้โหวตครั้งนี้ ทำให้ เกริกไกร ต้องถอนร่างกฎหมาย กับหัวใจอันบอบช้ำ มาปรับปรุงใหม่ ตามเสียงข้างน้อยเสนอ ทั้งที่ร่างเดิมก็ถูกนักลงทุนต่างชาติ ขู่ถอนการลงทุนรายวันแล้ว นี่ยิ่งมาให้เพิ่มเข้มกว่าเดิมอีก คงไม่ต้องพูดอะไรมาก โดยเฉพาะประเด็นการชี้นำนิติบุคคล ที่ให้เพิ่มในคำนิยามคนต่างด้าว     ?สกล หาญสุทธิวารินทร์? กูรูกระทรวงพาณิชย์ ย้ำเป็นเรื่องน่าห่วง เพราะจะใช้อะไรมาวัดว่า อะไรเรียกว่าชี้นำ จะดูได้ยังไง นั่นซิ ก็ลองให้คนเสนอมาเขียนนิยามดู จะได้รู้อะไรทำได้ไม่ได้ ตตต พูดถึงเรื่อง พ.ร.บ.ต่างด้าว แฟน ๆ อาจสงสัยว่างวดนี้ขาประจำค้านหัวชนฝาอย่าง ?ปีเตอร์ จอห์น แวน ฮาเรน? ประธานหอการค้าต่างประเทศ ประจำประเทศไทย หายหน้าไปไหน ทั้ง ๆ ที่มีแววว่าต้องปรับกฎหมายใหม่ให้เข้มกว่าเดิม ซึ่งคนใกล้ชิดกระซิบมาแล้วว่า ที่เงียบไปไม่ใช่ว่ายอมรับ แต่อยู่ในช่วงพักร้อนเลยขอเว้นวรรคไว้ก่อน กลับมาเมื่อไรรับรองว่าหูชาแน่ ตตต ?ศิริพล ยอดเมืองเจริญ? อธิบดีกรมการค้าภายใน ก่อนหน้านี้หายใจเข้าออกเป็นกฎหมายค้าปลีก แต่ตอนนี้กลับมีเรื่องร้อนต้องให้ปวดขมับ ก็ผลไม้ทั้งลองกอง มังคุด เงาะ ดันราคาชะลูดกิโลไม่กี่บาท เลยต้องประชุมถี่ยิบเป็นรายชั่วโมง ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับจังหวัดที่เกิดปัญหา ตตต แม้รัฐบาลจะออกมานั่งยัน นอนยันถึง แนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาส 3 ฟื้นแน่ ดีแน่ แถมบอกอีกว่า เรื่อง ปิดโรงงาน รับรองไม่เป็นโดมิโนชัวร์ แต่ด้านเอกชน โต้กลับเสียงแข็ง ไม่เห็นจะมีอะไรให้รู้สึกว่าจริงสักนิด เพราะตอนนี้งบประมาณก็ค้างท่อ ปัญหาการเมือง ค่าเงิน ก็อีนุงตุงนังตุ้งแช่ไปหมด แถมดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคก็สาละวันเตี้ยลงทุกเดือน จนใกล้ถึงระดับเดียวกับวิกฤติต้มยำกุ้งปี 40 แล้ว และย้ำอีกว่า เรื่องปิดโรงงาน ตอนนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ยังมีตามมาอีกเยอะ ดังนั้นอย่าเอาแต่ตกใจ มานั่งคิดดีกว่า จะวางแผนรับมือระยะยาวยังไง คิดได้แล้ว ตตต

 

Source - เดลินิวส์ (Th)

Wednesday, August 15, 2007  08:01

 

หอการค้าห่วงความเชื่อมั่นศก.ลด

          จี้ ธปท.ตั้งกองทุนอิสระดูแลค่าบาท

          มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่าน มา ซึ่งยังคงปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง และทำสถิติต่ำสุดรายเดือน ระบุเกิดจากความ ไม่มั่นใจของผู้บริโภคที่เป็นห่วงสถานการณ์เศรษฐกิจ และการเมือง รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับการว่างงาน พร้อมติงค่าเงินบาทยังแข็งค่าเกินไปเมื่อเทียบกับเงินสกุลประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผล ทำให้แข่งขันลำบาก

          นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พบว่า ดัชนีความเชื่อ มั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวลดลงจาก 71.0 ในเดือนมิถุนายน เหลือ 70.0 ซึ่งต่ำกว่าระดับ 100 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 39 และต่ำที่สุดในรอบ 66 เดือน นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2545 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจในปัจจุบัน ปรับตัวลดลงจากระดับ 74.7 ในเดือนมิถุนายน เหลือ 73.8 ต่ำกว่าระดับ 100 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 41 และมีค่าต่ำสุดในรอบ 60 เดือน นับแต่เดือนสิงหาคม 2545 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจในอนาคต หรือ 6 เดือนข้างหน้า ปรับตัวลดลงจาก 67.3 เมื่อเดือนมิถุนายน เหลือ 66.1 ต่ำกว่าระดับ 100 ต่อเนื่องเป็นเดือน ที่ 38 และมีค่าต่ำสุดในรอบ 103 เดือน นับแต่เดือนมกราคม 2542

          ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การที่ดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวลดลงต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นใจ ของผู้บริโภคที่เป็นห่วงต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ จากผลกระทบทั้งปัญหาการเมืองที่มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) การแข็งค่าของเงินบาท ค่าครองชีพที่สูงขึ้น และราคาน้ำมันที่ยังผันผวน แม้ว่าขณะนี้สัญญาณวิกฤติเศรษฐกิจยังไม่เห็นชัด แต่สะท้อนว่าประชาชนมีความวิตกกังวล ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่ดี โดยเฉพาะปัญหาโรงงานปิดกิจการหลายแห่งในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนวิตกกังวลต่อการว่างงาน รวมทั้งปัญหาการเมืองในระดับ ที่น่าเป็นห่วง ดังนั้น หอการค้าไทยจึงมีข้อเสนอให้รัฐบาลเร่งผลักดันการใช้งบประมาณ โครงการลงทุนขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจกต์) และสร้างเสถียรภาพทางการเมืองโดยเร็ว รวมทั้งเร่งแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เพื่อให้ประชาชนไม่เกิดความวิตกมาก เพราะถ้าล่าช้าอาจจะมีปัญหา หนักขึ้น

          นายพงษ์ศักดิ์  อัสสกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวถึงผลกระทบ ค่าเงินบาทว่า ขณะนี้ยังสรุปผลที่ชัดเจนจาก มาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ได้ แต่หากเปรียบเทียบค่าเงินบาทกับค่าเงินของประเทศ ต่างๆ ในอาเซียน โดยยึดตัว เลขเมื่อสิ้นปี 2548 ซึ่งค่าเงินบาทอยู่ที่ 41 บาทต่อดอลลาร์ สหรัฐ จะเห็นว่าค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นถึงร้อยละ 21.4 ขณะที่ประเทศในอาเซียนที่ค่าเงินแข็งค่าที่สุดคือ ฟิลิปปินส์ อยู่ที่ร้อย ละ 15 จีน ร้อยละ 6.6 ญี่ปุ่นค่าเงิน อ่อนลงร้อยละ 1 และเวียดนาม ค่าเงินก็ลดลงเช่นกัน โดยเฉลี่ย ค่าเงินในประเทศอาเซียนแข็งค่าประมาณ ร้อยละ 9 ซึ่งถ้าจะให้ค่าเงินบาทอยู่ในระดับใกล้เคียงกับอาเซียน ทางการต้องมีมาตรการเสริม ซึ่งหากต้องการให้ค่าเงิน บาทใกล้เคียงกับค่าเงินประเทศในอาเซียน ค่าเงินบาทควรอยู่ที่ 36-37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งที่ผ่านมาเอกชนปรับตัวมาตลอดในรอบ 5 ปี ลงทุนสั่งเครื่องจักรใหม่ถึง 80,000 ล้านบาท และจ้างดีไซเนอร์จากอิตาลี แต่เมื่อค่าเงินบาทแข็งค่าเกินไปก็แข่งขันลำบาก อย่างไรก็ตาม เอกชนได้เสนอผ่านคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจส่วนรวม ขอให้ ธปท. ตั้งกองทุนอิสระ เพื่อแทรกแซงค่าเงินไม่ให้ผันผวนและใกล้เคียงกับประเทศในอาเซียน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรับไปพิจารณา

 

Source - สยามธุรกิจ (Th)

Wednesday, August 15, 2007  08:16

 

คอลัมน์: คลุกวงใน: คนจริง

          หากจะพูดถึงคนที่กล้าออกมาพูดถึงปัญหาของธุรกิจค้าปลีกชนิดที่เรียกว่ารู้ลึก...รู้จริง

          หลายคนต้องนึกถึงว่าที่ ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์ กรรมการรองเลขาธิการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่พ่วงโฆษกคณะกรรมาธิการพาณิชย์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อีกตำแหน่ง

          ด้วยคุณสมบัติที่เป็นคนพูดจาโผงผาง ตรงไปตรงมา แบบที่ไม่ต้องตีความกันให้ปวดหัว

          ทุกครั้งที่อยู่ในเวทีอภิปรายและให้สัมภาษณ์นักข่าวถึงเรื่องค้าปลีก คุณจิตร์ประกาศชัดเจนตรงประเด็นว่า ไม่ได้ต้องการที่จะไล่ห้างค้าปลีกรายใหญ่ให้ออกไปจากประเทศ เพราะเขาเข้ามาลงทุนแล้ว เพียงแต่ต้องการให้ค้าปลีกรายใหญ่และรายเล็กอยู่ร่วมกันได้แบบ win-win situation

          แต่ทุกวันนี้ที่โชห่วยไทยไปไม่รอดเพราะค้าปลีกรายยักษ์เล่นใช้วิธีดึงดูดใจลูกค้าด้วยการขายสินค้าต่ำกว่าทุน แต่มีรายได้อื่นเข้ามาชดเชย ไม่ว่าจะเป็นการเก็บค่าเอ็นทรานซ์ฟีจากผู้ผลิตสินค้า ค่าเช่าพื้นที่ และค่าอื่นๆอีกจิปาถะ

          ขณะที่ฟากโชห่วยไทยมีรายได้จากการซื้อมาขายไปเท่านั้น ต่อให้ปรับตัวยังไงก็สู้ไม่ได้!!

          คุณจิตร์บ่นให้ฟังว่า ถ้าห้างค้าปลีกรายใหญ่ไม่ขายสินค้าต่ำกว่าทุน คงไม่ต้องผลักดันให้ออกกฎหมายค้าปลีก ที่ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือออกก้อย

          เรียกว่าจะฟังกี่ครั้งๆจุดยืนก็ยังชัดเจน...ไม่อ้อมค้อม

          อย่างนี้เห็นทีต้องแถม “มิตรแท้โชห่วย (ตัวจริง)” ให้อีกตำแหน่งแล้วมั้งคะเนี่ย (หุ หุ)

 

Source - โลกวันนี้ (Th)

Wednesday, August 15, 2007  08:20

 




บทความ/สาระ

คนตาก พร้อมบิน เร่งรัดให้ขยายสนามบิน ฟื้นการใช้สนามบินรับโบอิ้ง บูมท่องเที่ยว ขนส่งสินค้า รับ AEC
รัฐไทย-เมียนมา หารือเพิ่มจุดผ่านแดนถาวร กระตุ้นการค้าสองชาติขยายตัว
แม่สอด เขตเศรษฐกิจพิเศษหมื่นล้าน
"แม่สอด" เกต์เวย์ถนนระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก
พม่า โอกาสการค้า-การลงทุนที่ SMEs ไทยไม่ควรมองข้าม
เปิดฟ้ามะละแหม่ง แม่สอดสานท่องเที่ยว
ประธานหอการค้าตาก เผยเขตเศรษฐกิจชายแดนแม่สอด เนื้อหอม นักธุรกิจ"ไทย-จีน-ญี่ปุ่น" สนใจลงทุนชายแดน และฝั่งพม่า
พฤติกรรมผู้บริโภคในอาเซียน”...ตัวแปรสำคัญที่ SMEs ไทยควรรู้ก่อนก้าวสู่ AEC
พลังงานน้ำมัน...ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
พริกกะเหรี่ยง : การพัฒนาพันธุ์พื้นเมืองสู่พันธุ์การค้า
เดินทางเสริมสร้างมงคลกับ 9 วัดอารามหลวง
ไฮไลท์“ลอยกระทง” เสน่ห์สีสันแห่งสายน้ำ
เหลียวหลังแลหน้าเลือกตั้งพม่า7พ.ย.
อสังหาฯป่วน 'แบงก์'ระงับปล่อยกู้ แนะกลยุทธ์ไม่ให้ถูกยึดบ้าน ผ่อนไม่ได้มีทางออก!
เอกชนจี้สลายขั้วรัฐบาลเก่า _ทุกภาคส่วนเริ่มมีหวัง ลุ้นได้นายกฯใหม่คนดีมีฝีมือ
เชื่อมทาง 3 แม่ สู่แดน 3 หมอก
เพิ่มงบฯขาดดุลแสนล้าน ไม่ใช่หลักประกันความเสี่ยงเศรษฐกิจ 52
'สมชาย' +เซ่นตุลาเดือด + บิ๊กธุรกิจบีบยุบสภา หวั่นความรุนแรงลุกลามทุบท่องเที่ยว ตลาดทุนป่นปี้
เชียร์กองทัพ “ปฏิวัติ” ก่อนชาติพัง! 2 ขั้วเมิน “คนกลาง” –ชี้ ‘คนชั้นสูง’ เสริมจุดแข็งพันธมิตร
วิกฤตสหรัฐกระทบไทย ชำแหละกองทุนรวม ผู้ถือหุ้นเจ๊งระนาว!
ทุนเชียงรายเพรียกหา“ศูนย์กระจายสินค้า” รับระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้เชื่อมจีน
หอฯเหนือถกแผนรับมือคุนหมิง-กรุงเทพฯหวั่นไทยเป็นทางผ่าน
เลห์แมนล้มฉุดทุนไทย + ต่างชาติเทขาย 2 แสนล้าน/ธนาคารแห่งประเทศไทยผวาเงินไหลออก/เอไอเอสำรองฉุกเฉินเพียบ
เกษตร4แสนไร่สังเวยอุทกภัย ประกันเมินพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก
เปิดบัญชีกลุ่มธุรกิจหลังสิ้นยุค ‘ทักษิณ’เรืองอำนาจ ธุรกิจอิงการเมืองฟุบ บิ๊กอสังหาฯ กระอัก
'รัฐบาลทำอะไรผิด' ทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงตรงไหน?
ทองทุบสถิติ 30 ปี ถือ 7วันกำไร 600 บาท เซียนเตือนอย่า'บุ่มบ่าม'
“พลังงานทางเลือก” จุดเปลี่ยนเกมค่ายรถ มะกัน-ญี่ปุ่นใครจะคว้าชัยในเวทีใหม่
สตง.พบ 2 โครงการปล่อยกู้ 'ฮุนเซน' เอื้อชินคอร์ป? คดีเอ็กซิมแบงก์ โผล่เขมร ทักษิณ!ตัวการอีกแล้ว
20.08น. วินาทีเปิดปักกิ่งเกมส์ โชว์สปิริตเอเชียที่สุดแห่งโอลิมปิก
ศึกแบงก์ชิงเงินฝากปรอทแตก
นอมินีรากหญ้า ถึงยุค ‘คนไทย’ ตายหยังเขียด
รัฐถังแตกสั่งรื้อภาษีที่ดินใหม่ คนมี 'บ้าน-ที่ดิน'อ่วมจน-รวย !จ่ายเท่ากัน
ปราสาทพระวิหาร 'มรดกโลก'ทับซ้อน พลังงานไทย-เขมร
ค้าปลีกระนองแท็กทีมแข่งโลตัส + ชูกลยุทธ์เชิงรุก-เปิดดีลิเวอรีตีกินตลาดต่างอำเภอ
ปลุกสำนึกพลเมืองรวมพลังฝ่าทางตันสังคมไทย
น้ำมันพ่นพิษขาดดุลการค้า-เดินสะพัดสูงสุด 'เลี้ยบ'ลั่นเร่งออกมาตรการรับมือให้เร็วขึ้น
โชว์ห่วยลุ้นสนช. เข็นพ.ร.บ.ค้าปลีก ทันสมัย'สุรยุทธ์'
กูรูร้านอาหาร/ค้าปลีกไทยใน'ดูไบ' ชี้ช่อง'ทำธุรกิจแดนอาหรับ'
สินค้าจ่อขึ้นราคาอีกรอบ + หลังบะหมี่ขาวมาม่านำร่องขึ้นเป็น 7 บาท/มาลีบ่นอุบต้นทุนกระป๋องขึ้น 20%
ข้าวยากน้ำมันแพง
ข้าวแกงแซงฟาสต์ฟูด + คนไทยคอตกสินค้ายกทัพขึ้นราคา/เมย์เดย์ค่าจ้างเพิ่มแค่ 9 บาท
แผนแก้วิกฤตอาหารโลกแค่ภาพลวงตา ข้อมูลจริง คนไทยตายผ่อนส่ง!
มองโลจิสติกส์ไทย ผ่านมิติ 'ดร.ปรีชา พันธุมสินชัย' แนะสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วยRosettaNet
กลยุทธ์บริหารโลจิสติกส์ด้วยการจัดสรรเป้าประสิทธิภาพ(ตอนจบ)
ชี้ช่องรัฐ... วางโมเดล 'เอาชนะ' ต้นทุนโลจิสติกส์พุ่ง
กลยุทธ์บริหารโลจิสติกส์ด้วยการจัดสรรเป้าประสิทธิภาพ(ตอน1
ไทยเปิบข้าวแพงขึ้น 30% + แบรนด์ข้าวถุงงัดข้อ 'มิ่งขวัญ' งดส่งโมเดิร์นเทรด, แบงก์แฉเล่ห์โรงสีเบี้ยวหนี้
น้ำมันตลาดโลกพุ่ง ปตท. สุดอั้น ตรึงราคารัฐเหลว
ดาวน์30บาทถอยเชฟโรเลต โตโยต้าเกทับซื้อวีโก้ลุ้นรับวีโก้
เปิดเดินรถไฟเชื่อมไทย-ลาวเม.ย.นี้
ผู้ผลิตยอมอุ้มผู้บริโภค + ยูนิลีเวอร์/สหพัฒนฯขานรับกรมการค้าภายใน มีนาคม-กรกฎาคม ลดราคาสินค้า 2-3 บาท/ชิ้น
หอการค้าเชียงรายเดินหน้าเชื่อม4ชาติ
เดิมพัน 4 หมื่นล้านปั๊มเศรษฐกิจ + 'คลัง' คาดหวังอสังหาฯ-มนุษย์เงินเดือนปลุกกำลังซื้อดันจีดีพีโต 6%
UD Packaging เทรนด์ใหม่....รู้ก่อนรวยก่อน
สงครามสินค้าราคาแพง ฉากจบที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
บีบธปท.ลดดอกเบี้ย + เอกชนพ้องเสียงกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้านเงินไหลเข้าเก็งกำไร2ต่อดอกเบี้ย-ค่าเงิน-ซับไพรม์
วิกฤติราคาน้ำมันกำลัง เปลี่ยนขั้วอำนาจเศรษฐกิจโลก
เคล็บลับเก็งกำไร”บ้าน-ที่ดิน” เปิดทำเลทอง ทั่วประเทศ
กลเม็ดหาน่านน้ำใหม่ ของ 3 แบรนด์ที่ยักษ์ใหญ่ฟัดไม่ลง
หลากปัญหารุมเร้า... ปี2550-2551 คนไทยเสี่ยงป่วยทางจิต
เศรษฐกิจฝืด เงินบาทแข็ง ทัวร์ใน-นอก แก้เกมดึงคนเที่ยวปีใหม่
พลิกตำรารบ 3 แบรนด์ “โครงการหลวง
เปิดโผ....10 อาชีพฮอตฮิต เรียนแล้วไม่ตกงาน !
ทุ่มแจกโบนัสสู้เงินเฟ้อ + ปลอบขวัญสู้ศึกของแพงปี 51 / TDRI แนะปรับรายได้ต้องไม่น้อยกว่า 7.5%
ลูกเล่นการตลาด 4 พรรคการเมืองใหญ่
ยักษ์ไทยการ์เมนต์ออกอาการเซ + ยอดขายวืดเกือบ 700 ล้าน/จีน-ปินส์ก๊อปปี้สินค้าตีตลาดยับ
ชำแหละส่งออกโค้งสุดท้าย เป้า 4.9 ล้านล้าน พลาด-ไม่พลาด?
คนจีน-คนไทยก็เจอของแพงเหมือนกัน
เจาะกลวิธีหาเงิน 6 พรรคใหญ่ อภิมหาโปรเจกล้านๆ ๆ ฝันที่เป็นจริง
คลังรีดแวต-ภาษีเงินได้ + ขยายฐานรายได้เข้ารัฐ/รับมือประชานิยมรัฐบาลหน้า
ยักษ์ค้าปลีกแข็งข้อพาณิชย์ เมินร่วมถกไกด์ไลน์ค้าปลีก
เส้นทางไล่ล่าใหม่ 2 อภิไทคูน เจริญ-ธนินทร์
เอ็มโอยู'ค้าปลีก เป็นธรรมทุกฝ่าย เลิกขายต่ำกว่าทุน
โมเดิร์นเทรดรุกฆาต! ขวางพ.ร.บ.ค้าปลีกฯสุดฤทธิ์
ระวังตกเป็นเหยื่อรายใหม่ แฉสารพัดกลโกง การเงิน!
โชวห่วยขอนแก่นประสานสมาชิกเร่งทำคัตเอาต์หนุนพ.ร.บ.ค้าปลีก
ยุทธศาสตร์แห่งอนาคตสู้ศึกใน-นอก ยุคผู้ประกอบการไทยโดดเดี่ยว ชนิดไม่ต้องง้อรัฐบาลใหม่
สินค้าฝ่อมนต์ปลุกลูกค้าเสื่อม
สิ้นปีส่งออกอาหารทะลุ 6 แสนล.2 สภาฯเชื่อปีหน้าสิ้นคาแพงขึ้น
ยุบ ร.ส.พ.องค์กรฟอกหนัง-แบตเตอรี่ยังไม่พอ อีก 2 แห่งจ่อคิว! “สบพ.-กคช.” หนาว
หอฯลำปางชวนนักศึกษาประกวดแผนการตลาด
ฟูจิฟาร์ม” ข้าวญี่ปุ่นบนแผ่นดินไทย
Stacey ปฏิวัติวงการของขวัญ ชูจุดขายผู้รับไม่พอใจ ‘เปลี่ยนได้’
เปิดบันทึกสู้ศึกโมเดิร์นเทรด"โชวห่วย"แพร่ มุ่งคืนกำไรโครงการ 4-ลุ้นเกิด"สำนึกท้องถิ่น"
พาณิชย์เจียระไนมุกดาหาร ศูนย์กลางการท่องเที่ยวชายแดน
‘20 กฎ’ ลดภาษีบุคคลธรรมดา (2) article
‘20 กฎ’ ลดภาษีบุคคลธรรมดา (1) article
อันตราย! อากาศร้อนจัดเสี่ยงเกิดโรค “ฮีตสโตรก
ทุนจีนลุยลงทุนจากเชียงรุ้ง-ริมน้ำโขง/คสศ.จี้รัฐปรับแผนรับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ article
เวียดนาม-สหรัฐฯ ดี๊ด๊านัดเจรจาเตรียมเปิด FTA article
รุ่น "เตี่ย" กับ "เสี่ย" "รอยต่อ" ธุรกิจสองเจนฯ article
อุด "รูรั่ว" กิจการ article
สิ่งที่ได้เรียนรู้ จากการเป็นผู้ประกอบการ article
แต่งร้านให้ได้ล้าน : ฟื้นฟูร้านค้าปลีกด้วยดีไซน์ article
โชวห่วยฮึดสู้โมเดิร์นเทรดอีก ชูเพลงปลุกใจ-อัดซัปพลายเออร์ช่วยไม่เต็มที่ article
แนวรบค้าปลีกภูธรปี"50 ระอุ รัฐบาล-สนช.เร่งคลอด พ.ร.บ.ค้าปลีก โชห่วยลุ้นช่วยต่อลมหายใจธุรกิจ article
ค้าชายแดนเฮพม่าจู๋จี๋กะเหรี่ยง article
ส่งออกเวียดโต 22% เชื่อปีหน้าทะลุ $46 พันล้าน article
แนะ3ขุมพลังศก.จีนจับมือรุกตลาดโลก article
เลขาฯ ยูเอ็น แสดงความยินดีที่พม่าปล่อยตัวนักโทษการเมือง article
ผู้ถือหุ้นชี้ชะตาไอทีวี +วิบากกรรมสื่อเสรี รอโหวตต่อชีวิต 29 ธ.ค. ลือเทมาเสกขายหุ้นทิ้ง มีกลุ่มใหม่จ้องเสียบ article
เราจะปล่อยให้ ร้านค้าปลีกไทยตายหมดหรือ article
ต้มยำกุ้งปัดส่งเงินหนุนโจรใต้ จี้"สุรยุทธ์"พูดให้ชัดหวั่นคุมเข้ม article
จุดเปลี่ยนประเทศไทย article
15 แนวทางการปรับตัวของค้าปลีกท้องถิ่น เพื่อความอยู่รอด article
ดัชนีเชื่อมั่นคนไทยปรับเพิ่มในรอบ5เดือนอานิสงส์คปค article
เมื่อโลตัสแม่สาย บุกทำลายวิถีการค้าท้องถิ่นยับ มินิมาร์ท-ซุปเปอร์สโตร์-โชว์ห่วยปิดกิจการเพียบ article
หลัก 5 ประการที่ร้านค้าปลีกควรใส่ใจ article
เปิดรูโหว่ "หวยบนดิน" "เงินบาป" ที่คนเห็นแก่ได้ อยากล้วง article
Singapore most competitive economy in Asia: survey article
New migrant worker regulations in Tak Province article
พาณิชย์เพิ่งตื่นคุมกำเนิดโมเดิร์นเทรดช่วยโชห่วย article
ค้าปลีกไทยเดี้ยงหมดทางสู้จี้รัฐเข้มกติกาคุมยักษ์ต่างชาติ article
หอฯเมืองคอนชี้เศรษฐกิจฝืด ห้างฯยักษ์สู้เดือดดับค้าปลีก article
หอฯกระบี่ ปลุก อปท.ต้านค้าปลีกข้ามชาติ หวั่นรายย่อยท้องถิ่นสูญพันธุ์ article
ขายสาขา"ริมปิงซูเปอร์มาร์เก็ต"ให้ท็อปส์ "ตันตรานนท์"พ่ายทุนค้าปลีกข้ามชาติ article
นโยบายก๊าซหุงต้ม 2 ราคา ทางแก้ไม่สะเด็ดน้ำของรัฐ
New capital brings Myanmar rulers closer to problem border regions article
กสิกรไทยรุกขยายตลาดSMEsใต้ชี้"อุตฯยาง-รถยนต์-จยย."ยังฉลุย article
Change Management จงเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงคนอื่น article
ร้านทองพิษณุโลกอัดโปรโมชั่นดึงลูกค้าเข้าร้าน article
โอเชียน ชุมพร ปรับกลยุทธ์รับศึกโมเดิร์นเทรด article
สินค้าชิงช่องทางค้าปลีกทุกเม็ด เซลส์-หน่วยรถหัวปั่นสร้างยอด article
แปลงโฉมบรรจุภัณฑ์ เปลี่ยนดีไซน์ ดันยอดขาย เพิ่มมูลค่า article
ปักหลัก"จังหวัดเบ๊นเตร"ผลิตครบวงจร "ลิเบอร์ตี้-แอพพาเรล"ย้ายฐานไปญวน article
สรุปผลโพล "คุณเห็นด้วยกับการตัดถนนเส้นอุ้มผาง-คลองลาน หรือไม่?" article
'หอการค้าไทย' ชี้เศรษฐกิจปีนี้โตไม่เกิน4% เหตุการเมืองอึมครึม article
ไปรอด ไปโลด : รู้เรา ด้วยแผนธุรกิจ article
จีนจัดทัพเตรียมใหญ่ในอาเซียน article
งานแสดงสินค้านำเข้า-ส่งออกเมืองคุนหมิงของจีนปี 2006 article
ศูนย์การค้าจีนไทยก่อตั้งขึ้นที่เมืองคุนหมิน article
บทสัมภาษณ์นายด่านศุลกากรเชียงแสน "สนับสนุนเขตปลอดภาษีหรือนิคมปลอดภาษีสินค้าจีนที่เชียงราย" article
แผนลงทุน Contract Farming ปี 2549-2550 จังหวัดตาก article
ขอเชิญร่วมถวายพระพรและบริจาคในโครงการ "ไทยทั้งชาติ ถวายพระพร ร้อยอักษร ถวายพระเจ้าอยู่หัว" article
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 15 ส.ค. 2550
สินค้าเปิดศึกรับลมหนาว +สกินแคร์/เสื้อกันหนาว/เครื่องทำน้ำอุ่นอัดกิจกรรมแย่งแชร์อุตลุด
เสื้อผ้าโลคัลลุ้นเศรษฐกิจฟื้น + พีน่ากรุ๊ปเร่งบริหารต้นทุนเพิ่มทางรอด/บลู พินฯเลื่อนนำเข้า 2 แบรนด์อินเตอร์
เชิญบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยนากรีส
ก๊าซหุงต้มถังละ300 +ชง 'ปิยสวัสดิ์' ชี้ขาดเดือนนี้/จี้แท็กซี่ติดเอ็นจีวี รับเปลี่ยนตัวถังฟรี ***หัวหน้าข่าวต่อ::สินค้าจ่อปรับราคาอีก10รายการ
อุดรฯตั้งหอการค้าระดับอำเภอ รองรับศก.ขยายตัว
ขุมทรัพย์ครึ่งแสนล้านไทย ยังไม่ติดเชื้อไฟสงครามย่างกุ้ง
เผือกร้อน...บิ๊กหอการค้าไทย 19 หอฯภาคอีสานสิ้นหวัง พ.ร.บ.ค้าปลีก
ศูนย์การค้ารวมพลังร้องพาณิชย์ ค้าน"ม.24"พรบ.ค้าปลีกฉบับสนช.
นักธุรกิจไทยหนีลงทุนพม่าซบเวียดนาม ด้านหอฯ เชียงรายเร่งหม่องเปิดด่านจีน
พ.ร.บ.ค้าปลีกแท้ง! โมเดิร์นเทรดเฮ... กรรมาธิการสนช.แห้ว
เปิดโอทอปบึงลาดโพธิ์ บริการนักท่องเที่ยว
ปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตามอง
บริหารการเงิน...เพื่อชีวิตที่พอเพียง
Silverlake” อาณาจักรไร่องุ่นของ “สุพรรษา” นางเอกรุ่นใหญ่
‘สปันจ์’ เบเกอรี่เงินล้านลุยแฟรนไชส์
เชื่อมั่นภาค ‘การค้า-บริการ’โงหัวไม่ขึ้น สสว.เผยดัชนี “อสังหาฯ” กระทบหนักสุด
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 04 ก.ย. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 5 ก.ย. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 28 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 28 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 28 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 23 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันที่ 23 ส.คง 50
เชิญเข้าร่วมงานแสดงสินค้าTHAIFEX - World of Food ASIA 2008
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันที่ 21 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 20 ส.ค. 50
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 20 ส.คง 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 16 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 16 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 16 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 15 ส.ค. 2550
ดูริโอ้” ธุรกิจนักเศรษฐศาสตร์ คนตกงานสู่เถ้าแก่รุ่นเยาว์
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
ฮงล้วแม่สอดสู้ค้าปลีกต่างชาติ ดึงลูกค้าไทย-พม่ากลับมาถึง 60%
ฮงล้วแม่สอดสู้ค้าปลีกต่างชาติ ดึงลูกค้าไทย-พม่ากลับมาถึง 60%
ยักษ์ค้าปลีก/คอนซูมเมอร์ ออกแคมเปญกระตุ้นกำลังซื้อ
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
เที่ยวอิ่มบุญกับไฮไลท์งานเข้าพรรษา
อนาคต"โชวห่วย"ใต้เงามัจจุราช(จบ) ห้างยักษ์ยึดทั่วไทยจุดจบร้านชุมชน
โมเดิร์นเทรดส่งโมเดลใหม่อาละวาด เย้ยกฎหมายค้าปลีกไทยเงื้อง่าราคาแพง
“ปิยะบุตร” ย้ำอุตฯ สิ่งทอยังไปได้-แถมต้องการแรงงานอีกเพียบ
ปัญหาแรงงานเข้าขั้นวิกฤติ 7จังหวัดอันดามันขาดแคลนหนัก
สิ่งทอผวาอียู-สหรัฐเลิกเซฟการ์ดจีน +มีผลบังคับใช้ไทยตกที่นั่งลำบาก/สั่งเบนเข็มเร่งยึดตลาดอาเซียน
ผลสำรวจ SMEs ให้ความหวังเชื่อปี 50 ทำรายได้ 4.908 ลล.บ.
ผลสำรวจ SMEs ให้ความหวังเชื่อปี 50 ทำรายได้ 4.908 ลล.บ.
เตรียมลดภาษีกู้เศรษฐกิจชายแดนใต้ เล็งผุดนิคมฯฮาลาลแห่ง 2 ที่นราธิวาส
ไม้พม่าทะลักเข้าไทยต่อเนื่อง 6 เดือน 1.5 หมื่นตัน 260 ล.
หอการค้าอุดรฯไอเดียกระฉูด จัดประกวด "แผนธุรกิจ" นักศึกษา ปูทางสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่
หอการค้า-เอกชนสงขลาชงรัฐ 6 มาตรการ อุ้มธุรกิจ12 อำเภอเสริมเขตพัฒนาพิเศษฯ
กรมส่งเสริมฯสอบข้อเท็จจริง"ผักกางมุ้ง" ย้ำหากรัฐผิดพร้อมเลิกหนี้เกษตรกรพบพระ
กรมส่งเสริมฯสอบข้อเท็จจริง"ผักกางมุ้ง" ย้ำหากรัฐผิดพร้อมเลิกหนี้เกษตรกรพบพระ
นักธุรกิจภูเก็ตนำเข้าจยย.ไฟฟ้าจากจีน เจาะตลาดกลุ่มประหยัดน้ำมัน-ดูแลสวล.
เงียบมานาน..พม่าพูดชัดประเคนหลุมก๊าซให้จีน
เตรียมความพร้อมโลจิสติกส์ไทย รับสถานการณ์เปิดเสรีการค้าจีน-อาเซียน
เส้นทางต่อสู้ค้าส่งค้าปลีกรายย่อยยุคค้าปลีกข้ามชาติสยายปีกเต็มเมือง
หอฯตราดชี้ปัญหาศก.-การเมือง ไม่กระทบท่องเที่ยว-ค้าชายแดน
พาณิชย์จัดประชุมใหญ่ดันธุรกิจไทยโกอินเตอร์
เผยพ.ร.บ.ค้าปลีกกระทบผู้บริโภค จับตาผลกระห่วงโซ่ธุรกิจทั้งระบบ
โชวห่วยร้องพาณิชย์ยักษ์ค้าปลีกเร่งผุดสาขา
กรมพัฒนาธุรกิจฯ ดัน SMEs โกอินเตอร์ มั้นใจเศรษฐกิจชะลอตัวไม่กระทบธุรกิจไทย
สิ่งทอ - จักรยานยนต์ธุรกิจดาวรุ่ง …!แนะพ่อค้าไทยเกาะติดเวียดนามฟีเวอร์
โชวห่วยพะเยาผนึกสมาพันธ์ฯต้านห้างยักษ์ แนะปิดทางเข้า-พ่อค้าปากช่องนัดม็อบ 27 เม.ย.
ทันเกมภาษี (1)
โชวห่วยเชียงคำขึ้นป้ายต้าน"โลตัส"ทั่วเมือง หวังผังเมืองรวมสกัดทุนยักษ์ตอกเข็ม20พ.ค.
เปิดรายละเอียดสาระสำคัญ ร่างรัฐธรรมนูญ 2550
‘20 กฎ’ ลดภาษี บุคคลธรรมดา (3)
พ.ร.บ.ค้าปลีก: การตัดสินใจเพื่อคนไทยใช่หรือไม่? (ตอนจบ)
พ.ร.บ.ค้าปลีก : การตัดสินใจเพื่อคนไทยใช่หรือไม่? (ตอนที่ 1)
จาก ย่างกุ้ง สู่ราชธานี เนย์ปิดอว์
สสว.ยกระดับผู้ประกอบการแข่งขันเวทีโลก ‘ปิยะบุตร’เชื่อมั่น SMEs แกนหลักขับเคลื่อนศก.ไทย article
หอฯไทยจัดถกประเด็นเขตอุตสาหกรรมกัมพูชา article
อย่ามองข้าม Talent Management article
'อาเซียนซัมมิต'เครื่องร้อน ผู้นำ10ชาติตั้งเออีซีเร็วขึ้น 5 ปี article
เวียดนามเศรษฐกิจร้อน ส่งซิกลดค่าเงินด่ง? article
เก็บภาพประทับใจกับสถานที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นในความทรงจำ article
อินเดียขุดไอเดียทำโรงไฟฟ้าพม่าชิงก๊าซกับ ปตท. article
ธปท.เผยประเมินผลกระทบตลาดหุ้นไว้แล้ว-ยืนกรานไม่ทวนมาตรการ 30% article
ปล่อยรัฐฟ้องล้มละลาย ทางออกสุดท้าย'ไอทีวี' article
'สนธิ'สั่งปรับทัพรับมือรบในเมือง ปูดคนเถื่อนชุมนุม10ธ.ค. article
สุรยุทธ์ยัน ทหารสืบอำนาจ จะลาออก! article
นายกฯให้ศาลตัดสินทักษิณกลับเมืองไทย article
กมธ.ติดตามแก้ปัญหาสุวรรณภูมิลุยตรวจ-แก้ปัญหา “สุวรรณภูมิ” article
คนทีโอทีดิ้นส่งข้อมูลให้“คุณชายอุ๋ย” article
คตส.เตรียมฟันอีก 2 โครงการใหญ่ - สรุปที่ดิน “พจมาน” ก่อนปีใหม่ article
พม่าสั่งแบงก์ใหญ่ตรวจละเอียดห้ามรับฝาก ‘เงินบาป' article
ปิดทางนอมินีต่างด้าว พาณิชย์แก้ กม.คุมสิทธิ์ออกเสียง article
หากคนเลวไม่สำนึก ก็สมานฉันท์ได้ยาก ย้ำบ้านเมืองที่ล่มจม ‘ฝ่ายดี’ยังไม่สามัคคี article
หม่อมอุ๋ยยันไม่ป้องอ.สรรพากร ย้ำโทษต้องเป็นไปตามกฏหมาย article
บิ๊กแอร์บัสสยบกระแสลบ โชว์ A380 แตะ'สุวรรณภูมิ' article
ทรท.ร้อนตัว!!..รีบปฏิเสธส่งคนร่วมม็อบ 10 ธ.ค. article
ทางการหม่องลงดาบเจ้าหน้าที่ศุลกากรทุจริตอีกนับร้อย article
เวียดนามเปิดสะพานแขวนเชื่อมอ่าวฮาลอง article
"สมภพ"ยันร่างกฎหมายค้าปลีกเป็นธรรม article
คนกรุงเตรียมควักกระเป๋าเพิ่ม บีทีเอสสรุปชัดขึ้นราคา 1 มี.ค.50 article
แรลลี่โฮจิมินห์-อุบลฯ-มุกดาหารร่วมเปิดสะพานมิตรภาพ article
มิติใหม่น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ นวัตกรรมรับกระแสรักสุขภาพ article
เชียงใหม่ฝันค้างสูญเม็ดเงินกว่า 3 พันล้าน "แม้ว"ไม่อยู่สารพัดเมกะโปรเจกต์ถูกระงับ article
อุ๋ยยื่นฟันรวด ครม.ทักษิณ ปลัดคลัง-บอร์ดออกหวยผิด ก.ม. article
สมาพันธ์ฯต้านค้าปลีกยักษ์บีบสนช. เร่งคลอดพ.ร.บ.ค้าปลีกก่อนเจอม็อบ article
พระเทพฯเสด็จเปิดสะพานโขง2 ค้าชายแดนคึกคัก-สินค้าผ่านเพิ่ม40% article
"ชวน"แนะฟื้นฟูสามเหลี่ยมศก.- เสริม 5 จว.เขตพิเศษฯ article
บทพิสูจน์นโยบายโปร่งใสของรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ article
เอ็กซิมแบงก์ไทยช่วยขายพันธบัตรลาวระดมทุนน้ำเทิน 2 article
ไทย+17 ชาติ เซ็นลงขันทำทางรถไฟทรานส์เอเชีย article
พม่าจัดฉาก 'ซูจี' พบ 'แกมบารี' หวั่นถูกลงแส้ article
ตั้งราคาอย่างไร ให้กำไรที่สุด article
การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา กลไกสำคัญในการเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย article
Burmese workers fear Thai ID papers article
เปิด"คู่มือ"สู่"สุวรรณภูมิ" ไม่หลง-ไม่ไกล-ไปได้หลายทาง article
ลาก่อน...“ดอนเมือง” ที่คิดถึง article
ขอเชิญร่วมงาน "หอการค้าแฟร์ 2006" article
พม่า...โอกาสในแดนสนธยา article
ดัชนีความสุขผู้บริโภคเดือนก.ค.ลดลงจากเดือน มิ.ย.จากปัญหาการเมืองและค่าครองชีพ article
เดอะวอฟเฟิล’ ดันชอปพรีเมียม ยกระดับชนแฟรนไชส์ขนมนอก article
เผย 3 ปัจจัยหลักเตือนชะลอลงทุน สสว.เตรียมตั้งศูนย์เตือนภัย SMEs article
ชูธุรกิจโรงพยาบาลแชมเปี้ยนโปรดักต์ เชียงใหม่ลุ้น5พันล้านสปีด"ฮับสุขภาพ" article
‘โลตัส’ ลองของรุกเมืองปากพนัง - โชวห่วยม็อบต้านสุดฤทธิ์ article
ติวเข้มโชห่วยรับมือห้างค้าปลีกข้ามชาติรุกตลาดต่างจังหวัด article
ตั้งฮั่วเส็งฮึดสู้ศึกค้าปลีกลุยมินิซูเปอร์มาร์เก็ต article
เซย์ไฮ กับแนวคิด พรีเมี่ยม คอนวีเนี่ยนสโตร์ article
หอฯกระบี่ชูธงต้านยักษ์ค้าปลีก หวั่นซ้ำรอยทุบโชห่วยสูญพันธุ์ article
10 วิธีเริ่มธุรกิจแบบ "ฉลาดๆ" article
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่10(พ.ศ.2550-2554) article
การใช้ Competency ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ อย่างมีประสิทธิภาพ article
จริยธรรมธุรกิจและจรรยาบรรณ article
ข่าวดี!!! เชิญสั่งจองเสื้อสีเหลือง ตราสัญลักษณ์ รุ่นใหม่ มีกระเป๋า article
ตลาดส่งออกไอศกรีมไทย article
โอกาศและอุปสรรค การส่งออกสินค้า OTOP article
การส่งออก อัญมณีและเครื่องประดับของอินเดีย article
อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของกัมพูชา article
ขอเชิญร่วมแข่งขันแรลลี่การกุศล “หอการค้าไทย Family Rally” 49 article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.