ReadyPlanet.com
dot
dot
ส่วนสมาชิกหอการค้า TakCC Member Login
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
สมัครสมาชิกหอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletสิทธิประโยชน์สมาชิก
bulletขั้นตอนการสมัคร
bulletdownload ใบสมัครสมาชิก
dot
เกี่ยวกับ หอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletประวัติหอการค้าจังหวัดตาก
bulletข้อบังคับ หอการค้าจังหวัดตาก
bulletวิสัยทัศน์
bulletโครงสร้าง และพันธกิจ
bulletทำเนียบคณะกรรมการ
bulletสถานที่ติดต่อ
dot
อัลบั้มภาพ
dot
bulletภาพกิจกรรม
bulletผลงานเด่นที่ผ่านมา
dot
รายงานการประชุม
dot
dot
ข้อมูลจังหวัด และ สถิติการค้า
dot
bulletข้อมูลจังหวัดตาก
bulletสถิติการค้าชายแดน จังหวัดตาก
bulletท่าสินค้า และ คลังสินค้า ชายแดน
bulletจุดท่องเที่ยวในจังหวัดตาก
dot
ข่าวสารประเทศเพื่อนบ้าน
dot
bulletพม่า
bulletจีน
bulletเวียดนาม
bulletกัมพูชา
bulletลาว
bulletฐานข้อมูลกลุ่มประเทศ GMS
dot
ลิงค์ที่น่าสนใจ
dot
bulletHOT LINKS
bullet รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง
bulletโครงการป้ายของดีจังหวัดตาก


http://www.dft.go.th/th-th/index


สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันที่ 21 ส.ค. 50

สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

สัมภาษณ์ : เปิดร่างพ.ร.บ.ค้าปลีกฉบับสนช. จำกัดรายใหญ่ผลิตสินค้าเฮ้าส์แบรนด์

          ปัญหาธุรกิจค้าปลีกในปัจจุบัน นับวันจะขัดแย้งรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ หลายฝ่ายเห็นว่าทางออก คือ การออกกฎหมายมาบังคับใช้ เพื่อจัดระเบียบการทำธุรกิจให้อยู่ร่วมกันได้ ระหว่างโมเดิร์นเทรด และโชห่วย ในระหว่างที่รอกฎหมายจากภาครัฐ ที่ยังอยู่ในคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) บางส่วนเห็นว่าล่าช้า จึงได้ยกร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกฉบับ สนช.ขึ้น และต่อไปนี้เป็นมุมมองของผู้เสนอกฎหมาย

          ว่าที่ ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์ กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าไทย ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า สมาชิก สนช.ที่มาจากหอการค้าไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เห็นว่าควรมีการเสนอร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกค้าส่ง เพื่อมาแก้ปัญหาธุรกิจค้าปลีกในปัจจุบัน โดยขณะนี้ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกค้าส่ง ดังกล่าวที่มีทั้งหมด 48 มาตรา ไปยังนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน สนช. เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา

          สาระหลักของร่างที่เสนอโดย สนช. ในมาตรา 4 เป็นการกล่าวถึง คำจำกัดความของธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ซึ่งหมายถึงธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ส่วนบุคคล หรือใช้ในครัวเรือน หรือชีวิตประจำวันและเป็นการค้าปกติ และเพื่อประโยชน์การบังคับใช้กฎหมายและการควบคุมตาม พ.ร.บ.นี้ ให้รวมถึงการบริการ ไม่ว่าเป็นการรับฝากขาย การให้เช่าพื้นที่วางขายหรือให้บริการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการค้าปลีกค้าส่ง และให้หมายรวมถึงกิจการค้าปลีกค้าส่งประเภทอื่น ที่ออกโดยกฎกระทรวง

          มาตรา 14 คณะกรรมการกำกับดูแลธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง (กกค.) มีอำนาจและหน้าที่กำหนดนโยบาย มาตรการและแผนการจัดระบบการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง โดยการแยกกำหนดระยะห่างพื้นที่ ที่ประกอบธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งรายเล็กที่ไม่มีสาขา กับผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ ที่มีสาขา การป้องกันและบรรเทาปัญหาของผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งรายเล็กที่ไม่มีสาขา

          มาตรา 34(1) ห้ามไม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งผลิตสินค้า เพื่อขายอันเป็นสินค้าที่เหมือนหรือคล้ายหรือแข่งขันกับสินค้าและบริการของคู่ค้า และเพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้หมายรวมถึงการซื้อสินค้าจากบริษัทในเครือหรือจากผู้ที่ตนมีส่วนได้ส่วนเสีย หรือมีอำนาจควบคุมไม่ว่าโดยทางตรง หรือทางอ้อมเพื่อขาย และมาตรา 34/2 ผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งต้องดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและปฏิบัติต่อคู่ค้า ด้วยความเสมอภาค ทั้งนี้ให้คำนึงถึงสภาพการแข่งขันของตลาดด้วย

          ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีเป้าหมายดูแลให้ผู้ประกอบการห้างค้าปลีกรายใหญ่และผู้ค้าปลีกรายย่อยสามารถดำเนินธุรกิจร่วมกันได้ โดยในคำนิยามได้กำหนดให้ชัดเจนว่า ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งครอบคลุม ถึงกิจการใดบ้างเพื่อให้เกิดความชัดเจน โดยกำหนดให้มีการออกฎกระทรวงยกเว้นธุรกิจที่กฎหมายไม่มีผลบังคับ เช่น ขายยา หนังสือ สินค้าโอท็อป

          ทั้งนี้ ร่างกฎหมายที่เสนอกำหนดให้มีคณะกรรมการกำกับดูแลธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง (กกค.) โดยไม่ต้องมีคณะกรรมการสรรหา กกค. เหมือนร่างกฎหมายค้าปลีกค้าส่งของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อไม่เกิดปัญหาการสรรหามีความล่าช้า โดย กกค.จะมีอำนาจพิจารณาอนุมัติการขยายสาขาของห้างค้าปลีกรายใหญ่ ประกาศธุรกิจที่ต้องยกเว้น และออกระเบียบกฎเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกิจค้าปลีกค้าส่งที่ไม่สามารถระบุรายละเอียดในร่าง พ.ร.บ.ได้

          ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังกำหนดแนวทางบริหาร ความสัมพันธ์ของห้างค้าปลีกรายใหญ่ที่ตั้งมาแล้ว ก่อนกฎหมายบังคับใช้กับร้านค้าปลีกรายย่อย เพื่อให้ผู้ประกอบการทั้ง 2 ขนาด สามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยร่างกฎหมายไม่สามารถกำหนดให้ห้างค้าปลีกลดขนาดลง แต่กำหนดให้ห้างค้าปลีกจำหน่ายสินค้า ให้กับร้านค้าปลีกรายย่อยในจุดที่ห่างไกลหรือไม่มีความเหมาะสมที่จะไปตั้งสาขา แต่ไม่บังคับใช้กับทุกราย แต่จะใช้วิธีแบบสมัครใจ เพื่อเป็นการคานอำนาจ ระหว่างผู้ค้าส่งกับห้างค้าปลีก

          ว่าที่ ร.อ.จิตร์ กล่าวว่า หากที่ประชุม สนช.รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกค้าส่งของสมาชิก สนช. จะทำให้ ครม.ต้องรับร่างกฎหมายฉบับนี้ ไปพิจารณาภายใน 30 วัน ซึ่งอาจจะนำร่างกฎหมายของ สนช.ไปรวมกับร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกค้าส่ง ของกระทรวงพาณิชย์ก็ได้

          ทั้งนี้ หากไม่มีกฎหมายค้าส่งค้าปลีกออกมาบังคับใช้ เชื่อว่าจะเกิดความรุนแรงจากผู้ค้าปลีกรายย่อย ที่ได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของห้างค้าปลีก โดยที่ผ่านมามีการขู่วางเพลิงห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ที่ขยายสาขาไปทั่วประเทศ

          นายบดินทร์ อัศวาณิชย์ รองประธานอาวุโสสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะสมาชิก สนช. กล่าวว่า รายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกค้าส่ง ของสมาชิก สนช.ส่วนใหญ่คล้ายกับร่าง พ.ร.บ.ของกระทรวงพาณิชย์ แต่ร่าง สนช.ต้องการให้ผู้ประกอบการค้าปลีก ดำเนินธุรกิจค้าปลีก หรือซื้อมาขายไปอย่างเดียว

          ส.อ.ท.ต้องการให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ ห้ามห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ผลิตสินค้าเฮ้าส์ แบรนด์ ซึ่งเป็นสินค้าที่ลักษณะคล้ายกับแบรนด์ของซัพพลายเออร์ที่ติดตลาดไปแล้ว โดยห้ามถึงบริษัทในเครือหรือบริษัทที่ห้างค้าปลีกมีหุ้นส่วนผลิตสินค้าเฮ้าส์ แบรนด์ เพราะในต่างประเทศ มีห้างค้าปลีกผลิตสินค้าเฮ้าส์ แบรนด์ และทำให้ผู้ผลิตสินค้ารายอื่นไม่สามารถทำธุรกิจต่อไปได้ โดยเฉพาะผู้ผลิตขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)

          ทั้งนี้ หากไม่มีการควบคุมสินค้าเฮ้าส์ แบรนด์ จะทำให้ในระยะยาวสินค้าเฮ้าส์ แบรนด์จะมียอดจำหน่ายสูงกว่า เพราะห้างค้าปลีกจะสั่งสินค้าจากซัพพลายเออร์น้อยลง ในระยะยาวเมื่อสินค้าเฮ้าส์ แบรนด์ติดตลาดแล้ว จะมีผลให้ห้างค้าปลีกสามารถกำหนดราคาหรือปรับราคาได้ตามต้องการ ท้ายที่สุดจะได้รับผลกระทบทั้งซัพพลายเออร์ภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภค

          ส.อ.ท.ต้องการให้บัญญัติประเด็นสินค้าเฮ้าส์ แบรนด์เข้าไปในร่างกฎหมายเลย เพราะไม่ต้องการรอให้ กกค.มาเป็นผู้กำหนดว่าห้างค้าปลีกไม่สามารถผลิตสินค้าเฮ้าส์ แบรนด์ได้ และเมื่อกฎหมายบังคับใช้แล้ว กกค.อาจจะไม่นำประเด็นนี้ขึ้นมาพิจารณา หรือไม่กล้าออกประกาศห้ามห้างค้าปลีกผลิตสินค้าเฮ้าส์ แบรนด์

          ร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกค้าส่ง ยังกำหนดให้ควบคุมร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ที่มีสาขาจำนวนมากหรือร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่ใช้แบรนด์เนม (แฟรนไชส์) ของผู้อื่น เพราะการขยายตัวของร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ในลักษณะดังกล่าวส่งผลให้ร้านค้าปลีกรายย่อยทั่วไป ได้รับผลกระทบจนต้องปิดกิจการ

Source - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (Th)

Tuesday, August 21, 2007  02:12

 

เอกชนเชียงใหม่เจาะตลาดทัวร์ผู้สูงอายุญี่ปุ่น

          เชียงใหม่ -หอการค้าเชียงใหม่จับมือกงสุลญี่ปุ่น และนสพ.กรุงเทพธุรกิจ จัดสัมมนา "โอกาสการท่องเที่ยวพำนักระยะยาวของชาวญี่ปุ่น" ฉลองความสัมพันธ์การทูตไทย-ญี่ปุ่น ครบรอบ 120 ปี หอการค้าฯเผยตลาดนักท่องเที่ยวสูงอายุขยายตัวปีละ 3.55%

          นายวิชัย ศรีขวัญ ผู้ว่าฯจ.เชียงใหม่ กล่าวถึงการจัดสัมมนา ”โอกาสการท่องเที่ยวพำนักระยะยาวของชาวญี่ปุ่น วันที่ 28 ส.ค.ที่จะถึงนี้ ที่โรงแรมโลตัส ปางสวนแก้ว ว่า เชียงใหม่มีการบูรณาการแผนพัฒนาร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน โดยกำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม ให้สอดคล้องกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว และโดยเฉพาะในโอกาสเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย- ญี่ปุ่น ครบรอบ 120 ปี จึงจัดงานนี้ขึ้น

          นางจุนโกะ โยะโคะตะ กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ กล่าวว่า จากข้อมูล ณ เดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่ามีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือรวมกว่า 2,476 คน ในจำนวนนี้อยู่ในจ.เชียงใหม่มากที่สุด คือ 1,962 คน เชียงราย 262 คน ลำปาง 57 คน ลำพูน 76 คน พะเยา 86 คน แม่ฮ่องสอน 5 คน แพร่ 12 คน และอุตรดิตถ์ 8 คน

          นายณรงค์ ตนานุวัฒน์ ประธานหอการค้า จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาพบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าจ.เชียงใหม่ ขยายตัวสูงปีละ 6% โดยกลุ่มผู้สูงอายุชาวต่างชาติมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยถึงปีละ 5.33% โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,500 บาท/วัน/คน แม้จะมีสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นกลุ่มที่สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

          "จากตัวเลขสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (พาต้า) พบว่าประเทศไทยยังเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสนใจ แต่ในระยะที่ผ่านมาเริ่มมีคู่แข่งใหม่ๆ เกิดขึ้น และภาวะการท่องเที่ยวโดยรวมเริ่มชะลอตัวจากปัจจัยต่างๆ" นายณรงค์ กล่าว

          กลุ่มผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นที่เกษียณอายุมีสัดส่วนมากที่สุดในโลก ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นเองได้ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเกษียณราชการก่อนกำหนด ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจ เพราะนิยมเดินทางไปพำนักในต่างประเทศระยะยาว

Source - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (Th)

Tuesday, August 21, 2007  02:12

 

"ฉลองภพ"ยันแบงก์ชาติห้ามอิสระ เปิดทางคลังร่วมกำหนดนโยบาย

          ธปท.-คลัง จัดเวทีประสานความเห็นนักวิชาการกว่า 30 ราย ยันไม่มีมาตรการดูแลเงินบาทเพิ่มเติมแต่เน้นการทำความเข้าใจกันให้มากขึ้น “ฉลองภพ” ย้ำปล่อยให้แบงก์ชาติดูแลความผันผวนเศรษฐกิจแห่งเดียวไม่ได้ ต้องร่วมมือกันทั้งนโยบายด้านการคลังและการลงทุน “ธาริษา” ระบุนโยบายการเงินที่ทำอยู่เหมาะสมดีแล้ว

          วานนี้ (20 ส.ค.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจ การเงินกว่า 30 คน ระดมความคิดเห็นเรื่องนโยบายการเงิน อัตราแลกเปลี่ยนและการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจการเงิน เพื่อรองรับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและเงินทุนเคลื่อนย้ายในระยะปานกลาง โดยมีตัวแทนจากกระทรวงการคลังทั้ง ดร.ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ดร.โอฬาร ไชยประวัติ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง

          รวมถึงตัวแทนภาคเอกชนอย่างนายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนักวิชาการ เช่น ดร.อัมมาร สยามวาลา รักษาการประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เข้าร่วมระดมความคิดเห็น

          โดย ดร.ฉลองภพ กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือมีความเห็นว่ากรอบในการดูแลภาวะเศรษฐกิจและการเงินของไทยจะต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ในหลายๆ ด้านทั้งการดูแลเสถียรภาพด้านราคา การขยายตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อให้รองรับกับความผันผวนที่เกิดขึ้น ซึ่งการที่วัตถุประสงค์มีหลายด้านนี้ การดำเนินนโยบายจะต้องมีการประสานงานของนโยบายหลายอย่างร่วมกัน เช่น นโยบายการเงิน นโยบายการคลัง หรือนโยบายด้านการลงทุน จะใช้เพียงนโยบายการเงินอย่างเดียวในการดูแลเศรษฐกิจไม่ได้ ทั้งนี้ในการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนนั้น ธปท.ก็มีวิธีดูแลอยู่แล้วเพียงแต่เลือกวิธีที่จะไม่ประกาศว่ายึดติดกับเกณฑ์อะไรเท่านั้น

          “เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินนโยบายการเงินเช่นอัตราดอกเบี้ยหรือการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนในบางช่วงที่มีความผันผวนมากอาจจะไม่เพียงพอ ผู้เข้าประชุมบางคนก็เห็นด้วยว่าจะต้องมีมาตรการกำกับดูแลการไหลเข้าออกของเงินทุนเพื่อให้ความเสี่ยงช้าลง แต่ในภาวะที่มีความผันผวนมากก็ต้องพยายามพัฒนานักธุรกิจให้มีเครื่องมือดูแลความเสี่ยงของเขาให้มากขึ้นด้วย” ดร.ฉลองภพ กล่าว

          โดยในส่วนของกระทรวงการคลังนั้น ดร.ฉลองภพ กล่าวว่า ต่อไปน่าจะมีบทบาทในการช่วยดูแลเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนได้ดีกว่าปัจจุบัน เนื่องจากมีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารหนี้สาธารณะให้กระทรวงการคลังสามารถออกพันธบัตรเพื่อพัฒนาตลาดทุน โดยเงินที่ได้จะสามารถนำไปลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งก็อาจจะมีการประสานงานกับ ธปท.เพื่อช่วยดูแลประสิทธิภาพอัตราแลกเปลี่ยนด้วย

          ดร.ฉลองภพ กล่าวว่า อีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญในการดูแลภาวะเศรษฐกิจคือกฎหมายด้านการเงินทั้งสี่ฉบับ ซึ่งจะต้องพยายามผลักดันให้ออกมาใช้ได้ภายในรัฐบาลชุดนี้ อย่างไรก็ตามกฎหมายทางการเงินมีความซับซ้อนซึ่งยากต่อการทำความเข้าใจ ดังนั้นที่ประชุมจึงมีความเห็นว่าทางการต้องทำความเข้าใจกับสังคมและผู้ที่เกี่ยวข้องให้มีความเข้าใจประโยชน์ของกฎหมายแต่ละฉบับให้มากขึ้น เพื่อช่วยให้ทางการสามารถนำเครื่องมือต่างๆ ไปปฏิบัติได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

          โดยตนก็ได้มอบหมายให้ ธปท.ทำคู่มือของกฎหมายการเงินแต่ละฉบับออกมาเพื่อชี้ให้เห็นถึงวัตถุประสงค์และการปรับปรุงต่างๆ ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะมีการนำกฎหมายต่างๆ เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติภายในเดือนก.ย.นี้

          นอกจากการทำความเข้าใจกับกฎหมายการเงินแล้ว ดร.ฉลองภพ กล่าวว่า กระทรวงการคลังและ ธปท.ยังต้องสื่อความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจการเงินไปให้สาธารณชน ผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงฝ่ายการเมืองให้มีความเข้าใจมากขึ้นเพราะตามกฎหมายใหม่ การกำหนดเป้าหมายนโยบายการเงินไม่ได้ให้ ธปท.ดำเนินการได้ตามลำพังแต่จะต้องรายงานให้รัฐบาลทราบ ดังนั้นภาคการเมืองจึงควรทำความเข้าใจถึงหน้าที่ของนโยบายการเงินด้วย

          รมว.คลังกล่าวด้วยว่า การประชุมระดมความเห็นนี้คงไม่ได้ประชุมครั้งเดียวแต่คงจะมีการหารือในกลุ่มย่อยในระยะต่อไปให้ผู้มีส่วนร่วมต่างๆ ได้แสดงความเห็นเพื่อให้ทางการได้มีมุมมองที่กว้างขึ้นและสามารถนำความคิดต่างๆ มาวิเคราะห์และนำไปปฏิบัติ ขณะเดียวกันนักวิชาการและคนนอก ธปท.ก็จะได้เข้าใจถึงการดำเนินนโยบายการเงินได้ดีขึ้นด้วย

          ด้าน ดร.ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการพูดคุยเพื่อปรับมุมมองของทุกฝ่ายให้มีความเข้าใจตรงกัน โดย ธปท.ได้เสนอกรอบความคิดในการดำเนินนโยบายการเงินว่า ไม่ได้ดูเฉพาะปัจจัยเงินเฟ้อเพียงอย่างเดียวแต่มองประเด็นสำคัญทั้งหมดเชื่อมโยงกัน โดยการตั้งเป้าหมายเงินเฟ้อนั้นก็จะต้องพิจารณาถึงประเด็นที่เกี่ยวข้อง อย่างการจ้างงานให้เต็มกับศักยภาพ หรือการเลือกใช้เครื่องมืออย่างอัตราดอกเบี้ยนั้น ก็มีผลต่อการลงทุนและการใช้จ่าย รวมถึงดุลบัญชีเดินสะพัดด้วย ดังนั้นการดำเนินนโยบายจึงเป็นการพิจารณาโดยดูทุกปัจจัยร่วมกัน

          “โดยสรุปกรอบนโยบายขณะนี้ดีแล้ว แต่ต้องพยายามสร้างกลไกให้ระบบมีความคล่องตัว ให้เศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งรองรับความผันผวนมากขึ้น โดยจะต้องมีความร่วมมือกันในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น การปรับอัตราแลกเปลี่ยนถ้าเอกชนสามารถเข้ามามีบทบาทก็จะมีส่วนช่วยดูแลปัญหาได้ด้วย” ผู้ว่าการ ธปท.กล่าว

          สำหรับกรอบนโยบายการเงินของ ธปท.ที่จะรับมือความผันผวนในภาวะโลกาภิวัตน์ที่ผ่านมา ธปท.ได้ดำเนินนโยบายโดยมีองค์ประกอบ 4 ด้าน คือ1.นโยบายการเงินที่ดูแลด้านเสถียรภาพด้านราคาเพื่อให้เศรษฐกิจโตได้อย่างยั่งยืน 2.กรอบการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวแบบมีการจัดการ 3.การเปิดเสรีบัญชีเงินทุน และ 4.มาตรการดูแลความเสี่ยงด้านมหภาคซึ่งกรอบทั้ง 4 ด้านนั้นกรอบนโยบายการเงิน โดยมีเป้าหมายเงินเฟ้อเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด เพราะมีเป้าหมายที่ชัดเจนโปร่งใสและมีความยืดหยุ่นในการดูแลเศรษฐกิจควบคู่ไปด้วย โดยตั้งแต่ที่ ธปท.ได้ใช้กรอบนโยบายการเงินนี้ตั้งแต่ปี 2543 เศรษฐกิจก็มีความเข้มแข็งไม่น้อยกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค

          ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนรวมและการกระจายรายได้ ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ที่ประชุมมีความเห็นเกี่ยวกับกรอบการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนหลากหลาย โดยหลายคนต้องการให้ ธปท.กำหนดเป้าหมายด้านอัตราแลกเปลี่ยนแต่ที่ประชุมส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วยเพราะเห็นว่าเป็นแนวทางในอดีตที่ทำให้เกิดปัญหา

          ส่วนกรณีการกำหนดกรอบอัตราแลกเปลี่ยนโดยอิงกับฐานะดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างที่ ดร.อัมมาร เคยเสนอนั้น ดร.ฉลองภพ ได้ชี้แจงในที่ประชุมว่าไม่น่าจะนำมาใช้เพราะฐานะดุลบัญชีเดินสะพัดนั้น ด้านหนึ่งคือช่องว่างระหว่างการลงทุนกับการออมซึ่งมีความเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจจริงและสะท้อนให้เห็นถึงสถานะของประเทศ จึงไม่ง่ายที่จะปรับเปลี่ยน

          สำหรับมาตรการดูแลเงินทุนเคลื่อนย้ายนั้น ดร.สมชัยกล่าวว่า หลายคนมีความเห็นว่า ธปท.ควรจะคงมาตรการกันสำรอง 30% ไว้เพื่อรองรับกับปัญหาการเกินดุลแฝด แต่ผู้ที่เข้าร่วมประชุมก็มีความเห็นว่าในการใช้เครื่องมือในการดูแลเงินทุนไหลเข้านั้น ธปท.ควรจะต้องใช้เครื่องมืออย่างระมัดระวังไม่ให้ตลาดแตกตื่น ซึ่งส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหานี้ก็คือการสื่อสารให้มากขึ้น

 

Source - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (Th)

Tuesday, August 21, 2007  02:38

 

ใครเป็นใครในภูมิภาค: วันอังคารที่ 21 สิงหาคม 2550

          “ใครเป็นใครในภูมิภาค” วันอังคารที่ 21 สิงหาคม 2550......ต นาทีชีวิต โลกวิกฤติ-ภาวะโลกร้อน ธรรมชาติไม่สมดุล อะไรจะเกิดก็เกิด ธรณีพิโรธเขย่าเปรู 7.9 ริค เตอร์ และเกิดอาฟเตอร์ช็อกอีกหลายระลอก ความรุนแรงได้ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนต่าง ๆ ได้รับความเสียหายมหาศาล ชาวเปรูระส่ำเดือดร้อนหนัก สิ่งสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ถูกตัดขาดสิ้นเชิง รัฐบาลต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน...ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตจากธรณีพิโรธทะลุ 500 ศพ และบาดเจ็บนับพันคน นับเป็นโศกนาฏกรรมครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายปี นานาชาติสลดระดมให้ความช่วยเหลือ             เต็มที่!!......ต ย้อนมองบ้านเราเสียวเหมือน กัน เพราะภัยธรรมชาติแนวโน้มจ่อใกล้เข้า    มาทุกที ยิ่งช่วงฤดูฝนอย่างนี้แทบทุกปี หนี   ไม่พ้นเรื่องอุทกภัย-น้ำท่วม โดยเฉพาะ        จ.เชียงราย และ แม่ฮ่องสอน ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากนำร่องไปแล้ว แต่ทุกฝ่ายก็ผนึกกำลังแก้ไขทำให้สถานการณ์คลี่คลายกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเวลาไม่นาน ภัยพิบัติธรรมชาติประมาทไม่ได้ ไม่รู้ที่อื่นๆได้เตรียมวางแผนรับมือแล้วหรือยัง??......ต อย่างไรก็ตามเมื่อโฟกัสไปที่เมืองมรดกโลก-สุโขทัย ปรากฏว่าชาวบ้านหมู่ 1 และใกล้เคียง ต.วังไม้ขอน อ.สวรรคโลก กินไม่ได้นอนไม่หลับ โดยเฉพาะบริเวณริมฝั่งตะวันตก ต่างผวาแม่น้ำยมท่วมบ้านเรือนที่พักอาศัย เนื่องจากการก่อสร้างทำคันดินกันน้ำเซาะตลิ่งพัง ผลงานมันฟ้องยอดแย่ หน่วยงานที่รับผิดชอบคงหมดงบประมาณไปหลายตังค์ ขนาดยังไม่ทันได้กันน้ำเลย แนวดินทรายไหลกองทรุดลงมาด้านล่าง ที่เห็นแล้วให้หวาด เสียวถนนเริ่มแหว่งน่ากลัวมาก ยิ่งตอนนี้ระดับน้ำเริ่มขึ้นยังไม่มีผู้ใดมาแก้ไข เห็นทีน้ำป่ามาคราวนี้คนวังไม้ขอนจมบาดาลแน่ หากงานนี้ไม่มีใครรับเป็นเจ้าภาพแก้ไขใช้ได้ให้คุ้มเงินภาษี คงต้องฝากไปที่ สตง.ช่วยจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบที......ต มุ่งมั่นทำงานอย่างไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยากลำบาก ในการดูแลความเป็นอยู่ของชาวชุมชนต่าง ๆ ตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ ตาย รสนันท์ ยศทะแสน หน.กองสวัสดิการสังคมฯ โชว์ผลงานเยี่ยม ทำให้ คงเดช พวงศรี นายกเล็กบ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดร ธานี โกยคะแนนตุงกระเป๋าถึงกับประทับใจ......ต ยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ด ชวลิต องควานิช ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี ผวาท้องถิ่นซบเซานั่งเก้าอี้ไม่ติดนำทีมงานหอการค้าผนึกกับทางจังหวัด เปิดการเจรจาความร่วมมือทางการค้ากับแขวงจำปาสัก สปป.ลาว เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการค้าและสร้างความร่วมมือในการแก้ปัญหาการค้าชายแดน?? ......ต ปิดท้าย บุญส่ง กิจสำเร็จ จัดหางานจังหวัดหนองคาย  นอกจากเร่งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อเพื่อป้องกันชาวบ้านถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ ยังจัดเจ้าหน้าที่ออกเดินสายให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง??.

Source - เว็บไซต์เดลินิวส์ (Th)

Tuesday, August 21, 2007  02:55

 

หุ้นดีดรับประชามติ33จุดฤดูหาเสียงสะพัด4หมื่นล.

          หุ้นไทยพุ่งกว่า  33  จุดขานรับ  รธน.  โบรกฯ  คาดทะยานต่ออีกเกิน  800  จุด   คลัง-ตลท.ชี้การเมืองคลี่คลายมั่นใจเศรษฐกิจฟื้นตัว   สอท.หนุนเลือกตั้งกระตุ้นบริโภคเงินสะพัดแน่ๆ  3  หมื่นล้าน

          แต่ยังหวั่น  "ซับไพรม์"  จับตาอีก  1-2  เดือนบาทมีสิทธิ์ผันผวนหนัก ธปท.จัดประชุมล้างสมองนักวิชาการ เดินหน้าใช้นโยบายการเงินภายใต้กรอบเงินเฟ้อ  อ้างเดินถูกทางแต่สังคมไม่เข้าใจ   แต่ทีดีอาร์ไอระบุไม่มีอะไรใหม่

          บรรยากาศการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นไทยวันที่ 20 สิงหาคม สดใสตลอดวัน ดัชนีปิดที่  792.02 จุด  เพิ่มขึ้น  33.60  จุด  หรือ  4.43%  มูลค่าการซื้อขาย  23,146.67  ล้านบาท  นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 622.16  ล้านบาท  นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ  2,491.55  ล้านบาท  นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ  3,113.71  ล้านบาท

          หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด บมจ.ปตท. ปิดที่  288  บาท  เพิ่มขึ้น  16  บาท  มูลค่าการซื้อขาย  2,089.50 ล้านบาท  บมจ.ไทยออยล์ ปิดที่  76  บาท  เพิ่มขึ้น  3  บาท  มูลค่าการซื้อขาย  1,471.19   ล้านบาท  บมจ.ปตท.สผ.  ปิดที่  114  บาท  เพิ่มขึ้น  5  บาท  มูลค่าการซื้อขาย  918.21  ล้านบาท  บมจ.โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์  ปิดที่  45.75  บาท  เพิ่มขึ้น  1.75  บาท  มูลค่าการซื้อขาย  838.28  ล้านบาท  บมจ.โรงกลั่นน้ำมันระยอง  ปิดที่  23  บาท  เพิ่มขึ้น  0.80  บาท  มูลค่าการซื้อขาย  806.24  ล้านบาท

          น.ส.มยุรี  โชวิกรานต์  ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์  บล.นครหลวงไทย  เปิดเผยว่า   บรรยากาศการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทยเมื่อวันที่  20  ส.ค. ค่อนข้างสดใส  ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นและยืนในแดนบวกได้ตลอดการซื้อขาย เป็นไปตามทิศทางเดียวกับดัชนีดาวโจนส์  ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก  ที่ปิดการซื้อขายคืนที่ผ่านมา ปิดบวก 233.30 จุด หลังจากธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด  ปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน  0.50%  มาอยู่ที่  5.75%

          นอกจากนี้ ผลการโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญปี 2550  ที่ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี  สะท้อนให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นใจการเข้าลงทุนมากขึ้น  และหนุนให้มีแรงซื้อหุ้นมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่  โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงาน  โดยเฉพาะ  PTT,  TOP  และ  BANPU  ซึ่งจากราคาหุ้นดังกล่าวปรับ  เพิ่มขึ้นมากกว่า  4-5%  จึงหนุนดัชนีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

          สำหรับแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยวันที่ 21 ส.ค คาดว่าดัชนีอาจจะปรับเพิ่มขึ้นได้ต่อ  โดยดัชนีมีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 800  จุดได้  เนื่องจากคาดว่าแรงซื้อจากนักลงทุนยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง  โดยรอบสัปดาห์นี้ให้ติดตามการประกาศดุลการค้าไทย  รวมถึงผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น  (บีโอเจ) ในวันที่  22-23  สิงหาคม  และการประกาศตัวเลขบ้านใหม่ในสหรัฐ  เนื่องจากปัจจัยดังล่าวมีผลต่อจิตวิทยาการลงทุน

          "หุ้นไทยน่าบวกได้ต่อ เพราะบรรยากาศโดยรวมดี  และแรงซื้อน่ามีอยู่ โดยก่อนหน้านี้เองหุ้นใหญ่ลงแรง ตอนนี้แรงซื้อเริ่มฟื้นตัวแล้ว โดยต้องดูการประกาศตัวเลขบ้านใหม่ในสหรัฐเป็นพิเศษ  เพราะอาจมีผลเรื่องซับไพรม์ว่าวิตกมากขึ้น หรือคลายความกังวลลง"  น.ส.มยุรีกล่าว

          ด้านนายฉลองภพ  สุสังกร์กาญจน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  กล่าวว่า  การที่ประชาชนลงคะแนนเสียงรับร่างรัฐธรรมนูญ จะทำให้ทิศทางของการเมืองดีขึ้น  แต่ผลที่ออกมาไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะสามารถคลี่คลายความแตกแยกทางด้านความคิดทางการเมืองได้ ดั้งนั้น ปัจจัยหลักจึงอยู่ที่นักการเมืองและพรรคการเมือง  ซึ่งหากการเมืองกลับมาเป็นรูปธรรมมากขึ้น  ก็จะช่วยเศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นด้วย

          นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เชื่อว่า  หลังจากนี้จะมีการเลือกตั้งอย่างแน่นอน ซึ่งจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นการบริโภคและการลงทุนกลับมาด้วย  แต่จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ  (จีดีพี)  ปีนี้จะเร่งขึ้นตัวขึ้นหรือไม่  ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้

          นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)  กล่าวว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ปรับเพิ่มขึ้น มาจากปัจจัยบวกทั้งในและต่างประเทศ  โดยปัจจัยในประเทศเป็นเรื่องของการที่ประชาชนลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญปี 2550ซึ่งทำให้ปัจจัยทางการเมืองคลี่คลายลง และนักลงทุนต่างชาติมั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งตามกำหนดการเดิมคือช่วงปลายปี  และจะดูอีกทั้งคือหลังการเลือกตั้งว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาล

          ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศจากปัญหาซับไพรม์ที่คลี่คลาย จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ  (เฟด)   ลดดอกเบี้ยลง  0.50%  และอัดฉีดเงินเข้าระบบอีก  6  หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ  แต่นักลงทุนยังต้องระมัดระวังการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ เพราะเงินทุนที่เคลื่อนย้ายเข้า-ออกรวดเร็วและรุนแรงก็อาจจะไหลออกเร็วด้วย  เพราะปัญหาซับไพรม์  แม้ว่าจะคลี่คลายลง  แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าปัญหาจะปะทุขึ้นอีกหรือไม่

          "ที่ผ่านมานโยบายที่ภาครัฐออกมาค่อนข้างรุนแรง และเกิดผลกระทบต่อภาคตลาดทุน ซึ่งในอนาคตก็อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับภาคตลาดทุน ซึ่งรวมถึงตลาดหุ้นตลาดตราสารหนี้ ตลาดซื้อขายล่วงหน้าทั้ง  2  แห่ง"  นางภัทรียากล่าว

          นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  (สอท.)  เปิดเผยว่า  ผลการรับร่างรัฐธรรมนูญ  แม้ระดับคะแนนน้อยกว่าการคาดการณ์  แต่เป็นสิ่งที่เอกชนพอใจ  เพราะทำให้เกิดการเลือกตั้งตามที่รัฐบาลกำหนดไว้ช่วงปลายปี ความเชื่อมั่นต่างๆ  กลับคืนมาและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ  โดยการเลือกตั้งสามารถกระตุ้นการบริโภคได้มาก  เมื่อทุกอย่างลงตัว  คาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะอยู่ในระดับที่หลายฝ่ายคาดการณ์ที่  4-5%  เพราะปัจจัยด้านลบที่มีต่อเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น  ทั้งเรื่องการเมือง  ค่าเงินบาทที่อ่อนมาอยู่ในระดั บ 34  บาทต่อเหรียญสหรัฐ  และการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ

          นายธนิต  โสรัตน์  รองเลขาธิการสายงานเศรษฐกิจ  สอท.  กล่าวว่า  การเลือกตั้งในเดือนธันวาคมจะทำให้ความเชื่อมั่นจากนักลงทุนสูงขึ้น  โดยเฉพาะการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ  (เอฟดีไอ)  ซึ่งมีการชะลอการลงทุน  เพราะมองการเมืองไทยไม่เป็นประชาธิปไตย

          "ประชามติผ่านครั้งนี้ ทุกคนมั่นใจเกิดเลือกตั้งแน่นอนแล้ว ความเชื่อมั่นจากทุกส่วนจะดีขึ้น  โดยเฉพาะประชาชนที่ไม่แน่ใจและชะลอการบริโภคการใช้จ่ายไป  เมื่อมีเลือกตั้งผมมั่นใจว่าจะเกิดการสะพัดของเงินช่วงเลือกตั้ง  3-4  หมื่นล้านบาทแน่นอน"  นายธนิตกล่าว

          รองเลขาธิการ  สอท.ยังแสดงความเป็นห่วงเรื่องปัจจัยภายนอก  โดยเฉพาะปัญหาสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ด้อยคุณภาพหรือซับไพรม์ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดอีก 1-2เดือนว่าจะยุติปัญหาเร็วหรือบานปลาย  เพราะมีผลให้ค่าเงินบาทผันผวนหนักได้ จึงมองข้ามไม่ได้ เพราะหากกระทบถึงรากหญ้าของคนสหรัฐและยุโรปจะมีผลกระทบต่อการส่งออกไทย ซึ่งประมาทไม่ได้  เพราะไทยประเทศเล็กๆ   กรณีต้มยำกุ้งยังกระทบไปทั้งภูมิภาค

          ด้านนายอัทธ์ พิศาลวานิช  ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการทำประชามตินับเป็นด่านแรกที่มีส่วนสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนและประชาชน  แต่ยังไม่เต็มร้อยจนกว่าการเลือกตั้งเสร็จสิ้น

          "นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศคงมีการวางแผนการลงทุนที่ชัดเจนได้  ประชาชนจะใช้จ่ายเพิ่มขึ้นยิ่งมีการเลือกตั้งเชื่อว่าเงินจะสะพัดอีก ประกอบกับช่วงสิ้นปีจะมีงบประมาณเข้ามาเสริมของปี 2551  และปี  2550 ที่ยังเหลือ แต่การเมืองยังต้องติดตามผู้คัดค้านไม่รับร่างฯ  การเมืองคงยังไม่นิ่งนัก  แต่ภาพรวมถือว่าผ่านมาระดับหนึ่งแล้ว"  ดร.อัทธ์กล่าว

          วันเดียวกัน  ธนาคารแห่งประเทศไทย  (ธปท.) จัดประชุมเพื่อระดมสมองเรื่อง  "นโยบายการเงิน อัตราแลกเปลี่ยน และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจการเงิน เพื่อรองรับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและเงินทุนเคลื่อนย้ายในระยะปานกลาง" ซึ่งมีผู้เข้ารวมทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า  40  ราย  เช่น นายโอฬาร ไชยประวัติ  ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์  สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง  (สวค.)  นายอัมมาร  สยามวาลา  นักวิชาการเกียรติคุณ  สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย  (ทีดีอาร์ไอ)  นายปิยสวัสดิ์  อัมระนันทน์  รมว.พลังงาน  นายอภิศักดิ์  ตันติวรวงค์  ประธานสมาคมธนาคารไทย  เป็นต้น

          นางธาริษา วัฒนเกส  ผู้ว่าการ  ธปท. กล่าวหลังการประชุมว่า  นโยบายระยะสั้นในการดูแลค่าเงินบาทของ ธปท.  คือการเดินหน้าเข้าแทรกแซงเป็นครั้งคราว เพื่อลดความผันผวนในภาวะที่สถานการณ์การเงินโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การดูแลดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้ความมีประสิทธิภาพในการดูแลค่าเงิน  ระดับความมีประสิทธิผลและคุ้มค่ากับต้นทุนทางเศรษฐกิจ

          ขณะเดียวกัน  ธปท.ยังคงยืนยันที่จะดำเนินนโยบายการเงินที่มีกรอบเงินเฟ้อที่ระดับ  0-3.5%  เป็นเป้าหมาย เนื่องจากมีความเหมาะสมในระดับหนึ่ง  เพราะมีความยืดหยุ่นที่สามารถดูแลทั้งอัตราเงินเฟ้อและเศรษฐกิจได้  รวมทั้งการลดความผันผวนของค่าเงินบาท

          อย่างไรก็ตาม นางธาริษาอ้างว่า  แม้ค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมาภายใต้การกรอบอัตราเงินเฟ้อเป็นเครื่องมือทางการเงิน  แต่เศรษฐกิจไทยกลับมีความแข็งแกร่ง  ไม่ด้อยกว่าเศรษฐกิจในภูมิภาคโดยเฉลี่ยทั้งในด้านอัตราการเจริญเติบโตที่สูงถึง 5.1%  ในปีนี้  อัตราเงินเฟ้อในระดับต่ำ  2.7%  การขยายตัวส่งออกที่  11.9%  สูงเป็นอันดับที่  2  รองจากจีน

          "ที่ประชุมเห็นว่า นโยบายการเงินของ  ธปท.เดินมาถูกทางแล้ว  เพียงแต่ต้องมีการสื่อสารกับสังคมมากขึ้น ซึ่งเราก็น้อมรับ นอกจากนี้ ยังต้องสร้างกลไกที่จะทำให้ระบบมีความคล่องตัวและทำให้เศรษฐกิจมีความแข็งแกร่ง ในขณะที่รัฐและเอกชนจะต้องเร่งผลักดันการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้มีความแข็งแกร่งเพื่อที่จะรับมือกับความผันผวนจากปัจจัยภายนอกประเทศได้  โดยจะต้องมองว่าทำอย่างไรจะให้ภาคเอกชนมีเครื่องมือที่เพียงพอสำหรับการดูแลความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน"  นางธาริษาระบุ

          ด้านนายฉลองภพ  สุงสังกร์กาญจน์  รมว.คลัง  กล่าวว่า  ทางการยังไม่มีนโยบายใหม่เพื่อดูแลปัญหาค่าเงินบาท เช่นเดียวกับไม่มีแนวคิดยกเลิกมาตรการกันสำรองเงินทุนระยะสั้น  30%  เนื่องจากยังไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสม

          อย่างไรก็ตาม การดูแลอัตราแลกเปลี่ยน  ถือว่าเป็นนโยบายหนึ่งที่มีความจำเป็นในภาวะที่เงินทุนไหลเข้าออกมีความผันผวนแต่การดูแลคงต้องคำนึงถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และต้องทำให้สังคมเข้าใจว่าไม่ควรโยนภาระทั้งหมดให้นโยบายการเงิน โดยการจะให้นโยบายการเงินมีวัตถุประสงค์ที่หลากหลายคงเป็นไปไม่ได้  เพราะนโยบายการเงินต้องดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจเป็นหลัก

          ส่วนการดูแลอัตราแลกเปลี่ยน  ต้องมีนโยบายการคลังเข้ามาประกอบด้วย  นอกเหนือไปจากเครื่องมือทางการเงินที่ใช้อยู่ เช่น  ดอกเบี้ยนโยบาย  การดูแลอัตราแลกเปลี่ยนในบางช่วง  ในส่วนนี้อาจจะยังไม่เพียงพอ ที่ประชุมจึงเห็นว่าจะต้องใช้มาตรการด้านการคลังและมาตรการอื่นๆ เข้ามาเสริมนโยบายการเงินด้วย ขณะเดียวกัน จะต้องมีมาตรการควบคุมเงินทุน รวมถึงต้องสนับสนุนให้เอกชนมีการพัฒนาเครื่องบริหารความเสี่ยงเพื่อดูแลตัวเองด้วย

          "ทางการต้องชั่งน้ำหนักในเรื่องการพัฒนาเครื่องมือดูแลความเสี่ยง  และดูแลความผันผวน  เพราะอาจจะมีผลกระทบต่อการพัฒนาตลาดทุน อย่างไรก็ดี การพัฒนากฎหมายก็สำคัญ  ขณะนี้มีกฎหมายการเงิน  4 ฉบับ  เช่น  ร่าง  พ.ร.บ.ธปท.  ร่าง  พ.ร.บ.เงินตรา  ร่าง  พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน  และร่าง  พ.ร.บ.เงินตรา  กำลังจะเข้าพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)  ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าจะต้องมีการผลักดันให้ออกมาใช้ได้ภายในช่วงรัฐบาลชุดนี้  เนื่องจากผ่านมานานถึง  10  ปีแล้ว  หลังจากวิกฤติ  ทั้งนี้ กระทรวงการคลังกับ ธปท.คงจะเร่งเต็มที่ในการให้ความรู้ความเข้าใจกับสาธารณะและ  สนช.  โดยจะต้องมีคู่มือกฎหมายแต่ละฉบับออกมา"  รมว.คลังกล่าว

          ส่วนความเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างนักวิชาการกับ  ธปท. ก่อนหน้านี้  นายฉลองภพยืนยันว่า  ตอนนี้มีความเห็นตรงกันมากขึ้นแล้ว และไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด  ส่วนตัวมองว่าการมีความคิดแตกต่างในมุมวิชาการก็มีความจำเป็น  เพราะถ้าเห็นตรงกันหมดก็อาจจะนำไปสู่วิกฤติได้

          "ผลการประชุมในวันนี้ออกมาเป็นที่น่าพอใจ โดยเวทีวันนี้  เป็นการระดมผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการมาหารือกัน เพราะต้องยอมรับว่านโยบายการเงินยากขึ้น  เพราะมีความผันผวนมากขึ้น  แม้จะไม่ได้เกิดวิกฤติ ดังนั้นจึงถือว่าการดูแลความผันผวน  เป็นสิ่งที่ท้าทาย  ซึ่งครั้งนี้เป็นการหารือเพื่อหามาตรการในระยะปานกลางเป็นหลัก  ซึ่งเวทีนี้คงไม่ใช่ครั้งเดียว  แต่จะต้องมีเวทีย่อยๆ  อีก"  นายฉลองภพกล่าว

          ขณะที่นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการด้านการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนรวมและการกระจายรายได้   ทีดีอาร์ไอ ระบุว่า  การหารือครั้งนี้ยังไม่มีประเด็นใดเป็นรูปธรรรม  แต่เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมากกว่า โดยเฉพาะการหารือเรื่องการเตรียมเครื่องมือเพื่อร้องรับกับความผันผวนขึ้นลงของค่าเงินบาท  ซึ่งขณะนี้ยอมรับว่ามีไม่เพียงพอ  ซึ่งนอกจากเครื่องมือของทางการและภาคเอกชนก็จำเป็นต้องมีเช่นกัน

          ม.ร.ว.ปรีดิยาธร  เทวกุล  อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ  รมว.กระทรวงการคลัง  ระบุว่า  ปัจจุบันค่าเงินบาทเริ่มนิ่งในลักษณะอ่อนค่า  ดังนั้นไม่จำเป็นต้องมีมาตรการระยะสั้นเข้ามาดูแล.

Source - เว็บไซต์ไทยโพสต์ (Th)

Tuesday, August 21, 2007  03:05

 

ลงประชามติฉลุย!นักธุรกิจเชื่อมั่นพุ่งรอรัฐบาลพลเรือน

          นักธุรกิจประสานเสียง หลังคนไทยรับร่างรัฐธรรมนูญ ชี้เป็นช่องทางนำไปสู่การเลือกตั้งปลายปีนี้ เชื่อช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยได้ "ฉลองภพ"ยอมรับ รธน.ฉลุย ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดีขึ้น แต่ไม่วางใจเหตุผลคะแนนสูสี อาจส่งผลให้การเมืองไม่นิ่ง "สมหมาย"ลุ้นปัจจัยประกอบช่วยดันจีดีพี

          เมื่อวันที่ 20 ส.ค.50 นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจญ์ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงผลการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 50 ว่า ประชามติผ่านก็จะทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลของประชามติที่ออกมายังคงแสดงให้เห็นความคิดเห็นของประชาชนยังคงมีความแตกแยกกันอยู่ ซึ่งหลังจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองที่จะทำให้การแตกแยกน้อยลง และเมื่อสถานการณ์ทางการเมืองราบรื่นขึ้น ก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจกลับมาดีขึ้นกว่าในปัจจุบัน

          ด้าน นายสมหมาย ภาษี รมช.คลัง กล่าวว่า ผลการลงประชามติผ่านก็เป็นเรื่องที่ดี และสะท้อนให้เห็นว่าจะมีการเลือกตั้งอย่างแน่นอน รวมทั้งยังทำให้ประชาชนและนักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้น ด้านนักลงทุนต่างชาติยังคงต้องรอดูไปอีกระยะหนึ่ง ส่วนผลประชามติที่ออกมาจะส่งผลต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ (จีดีพี) หรือไม่นั้นต้องดูปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย

          ขณะที่ นายสันติ วิลาศศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การที่คนไทยไฟเขียวร่างรัฐธรรมนูญ ถือเป็นก้าวสำคัญของการเมืองไทย ที่จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเศรษฐกิจไทย เพราะหลังจากนี้ ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งแน่ ประมาณปลายปีนี้

          ส่วน นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานสภาหอการค้าไทย กล่าวว่า ทิศทางการเมืองจากนี้ไป จะชัดเจนขึ้น ซึ่งจะทำไห้นักธุรกิจกล้าลงทุนเพิ่ม ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้บริโภค โดยหวังว่า รัฐบาลใหม่ ที่เป็นพลเรือน จะจัดตั้งได้ต้นปีหน้า

          ทางด้าน นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการ สมาคมธนาคารไทย กล่าวว่านักธุรกิจ พอใจกับผลการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะจะช่วยผลักดันภาคธุรกิจให้เดินไปข้างหน้าได้นับจากนี้ ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศจะมีความเชื่อมั่นว่า ไทยจะมีการเลือกตั้งปลายปีนี้แน่

          ขณะที่ นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ผลการลงประชามติ เป็นผลบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจ เพราะเชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งแน่นอน แต่ต้องดูว่าจะยาวนานเพียงใด เพราะผลคะแนนระหว่างเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ทิ้งห่างกันไม่มากนัก ซึ่งเป็นนัยทางการเมืองได้ ว่าการเลือกตั้งจะมีการประลองกำลังกันอย่างมาก โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจ แต่ผลการลงประชามติ ไม่จำเป็นจะต้องเหมือนกับการเลือกตั้ง

          ด้าน นายอธิป พีชานนท์ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หลังจากการรับร่างฯแล้ว น่าจะปรับตัวดีขึ้น เพราะผู้บริโภคยังมีกำลังซื้อดีอยู่ แต่ยังไม่มั่นใจที่จะใช้จ่ายเท่านั้นเอง

 

Source - สยามรัฐ (Th)

Tuesday, August 21, 2007  04:15

 

หอการค้าเมืองดาบจี้รัฐเร่งจัดเลือกตั้งหวังลงทุนกระเตื้อง

          กระบี่ : นายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดกระบี่กล่าวว่า ผลของการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลชนะด้วยเสียงที่ใกล้เคียงกันจะเป็นตัวชี้วัดอนาคตทั้งในเรื่องของการลงทุนของนักลงทุนภายในประเทศ รวมทั้งภาพลักษณ์ของชาวโลกที่กำลังจับตาอยู่ ฉะนั้นแล้วรัฐบาลและคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.)จะต้องประเมินตัวเองว่าผลคะแนนที่ออกมาเช่นนี้จะก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งไม่

          ประธานหอการค้าจังหวัดกระบี่ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ไปสิ่งแรกที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการก็คือเรื่องการประกาศวันเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นวันที่ 16 หรือวันที่ 23ธันวาคม 50 เพื่อลดกระแสความขัดแย้ง เพราะเมื่อไหร่ที่มีการประกาศวันเลือกตั้งก็จะทำให้ภาพรวมทางด้านการลงทุนจะกระเตื้องขึ้นมาในระดับหนึ่ง รวมทั้งนักลงทุนต่างชาติด้วยในส่วนของจังหวัดกระบี่ก็อาจจะไม่มีผลกระทบมากนักเนื่องจากกระบี่เป็นเมืองท่องเที่ยวเราไม่มีโรงงานส่งออก หรืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่กลับมีผลต่อการท่องเที่ยวที่จำนวนนักท่องเที่ยวอาจะลดลงไปบ้างกับกรณีค่าเงินบาทแข็งตัว

          "การที่รัฐบาลหรือ คมช.มีผลชนะกับการลงประชามติที่ผ่านมานนั้นมองว่าไม่ใช่เป็นการแพ้ชนะของการลงประชามติ แต่เป็นการบ่งชี้ถึงขั้วทางการเมืองมากกว่า เพราะดูจากผลที่ออกมาในส่วนที่ไม่เห็นชอบ กลับเป็นพื้นที่ที่เป็นของนักการเมืองกลุ่มเก่าอย่าง ทรท.แต่หากถามว่าจะมีผลต่อการเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะทำให้ ส.ส.กลุ่มเดิม จะเข้ามาหรือไม่นั้นผมมองว่าเป็นไปได้ยาก เพราะพื้นที่ที่ไม่รับ ทางกลุ่มนักการเมืองได้ออกมาร่วมหาเสียงซึ่งต่างกับซีกของ คมช.และรัฐบาล ที่ออกมารณรงค์ให้ออกมาใช้สิทธิและไม่ได้บังคับให้รับเหมือนอย่างในซีกของนักการเมืองกลุ่มเก่า และในส่วนของประธาน คมช.เองก็จะต้องมีความชัดเจนในเรื่องของการเมืองว่าจะลงเล่นการเมืองหรือไม่ เพราะวันี้ท่านยังอยู่ในความมืด ทุกคนยังไม่ทราบทิศทางของท่านจนก่อให้เกิดปัญหาขึ้น" นายวัฒนา กล่าว

 

Source - สยามรัฐ (Th)

Tuesday, August 21, 2007  04:19

 

หุ้นเด้งรับผลโหวตรัฐธรรมนูญ ขานรับนับถอยหลัง คมช.แถมซับไพร์มคลี่คลาย

          ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 20 ส.ค.ว่า ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงในทันทีที่เปิดตลาด หลังตลาดมีปัจจัยบวกทั้งในและต่างประเทศทั้งร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการลงประชามติ ทำให้การเมืองมีความคืบหน้าไปอีกขั้น และทำให้มั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นภายในปลายปีนี้

          นอกจากนี้ ตลาดยังรับข่าวดีตามตลาดหุ้นทั่วโลกหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาปัญหาซับไพร์มในสหรัฐฯ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องจนมาปิดทำการที่ระดับ 792.02 จุด เพิ่มขึ้น 33.60 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 23,123.56 ล้านบาท ขณะที่ต่างชาติยังคงซื้อสุทธิ 622 ล้านบาท

          นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์กล่าวว่า ดัชนีหุ้นที่ปรับขึ้นมาจากปัจจัยบวกทั้งในและต่างประเทศ เรื่องการลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ทำให้ปัจจัยการเมืองคลี่คลายลง และนักลงทุนต่างชาติมั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งตามกำหนดการเดิมคือช่วงปลายปี ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศจากปัญหาซับไพร์มที่คลี่คลายจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯลดดอกเบี้ยและอัดฉีดเงินเข้าระบบอีก 60,000 ล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ แต่นักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังการลงทุนในช่วงนี้ต่อไปอีก

          นางภัทรียายังกล่าวว่า ในส่วนของตลาดหลักทรัพย์ ต้องการให้รัฐบาลใหม่ที่จะมีขึ้น ให้ความสำคัญกับภาคตลาดทุนรวมทั้งตลาดตราสารหนี้ ตลาดอนุพันธ์และตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าด้วย เพราะที่ผ่านมาการออกมาตรการต่างๆของรัฐบาลไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตลาดทุนเท่าที่ควร “ที่ผ่านมา รัฐออกนโยบายมาค่อนข้างรุนแรง และส่งผลกระทบต่อตลาดทุนอย่างมาก ดังนั้น ในอนาคตอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับภาคตลาดทุนให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะการจะออกมาตรการอะไรมา อยากให้มองถึงผลกระทบรอบด้าน”

          นายธนิต โสรัตน์ รองเลขาธิการสายงานเศรษฐกิจสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงผลการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญว่า จะมีผลชัดเจนว่าจะเกิดการเลือกตั้งในเดือน ธ.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้ความเชื่อมั่นจากนักลงทุนสูงขึ้นโดยเฉพาะการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือ FDI ซึ่งมีการชะลอการลงทุน เพราะมองการเมืองไทยไม่เป็นประชาธิปไตย นอกจากนี้ ยังจะส่งผลให้การบริโภคของประชาชนเพิ่มขึ้น

          “ประชามติผ่านครั้งนี้ทุกคนมั่นใจว่าเกิดเลือกตั้ง ธ.ค.นี้แน่นอนแล้วทำให้ความเชื่อมั่นจากทุกส่วนจะดีขึ้น เมื่อมีเลือกตั้งผมมั่นใจว่าจะเกิดการสะพัดของเงินช่วงเลือกตั้ง 30,000-40,000 ล้านบาทแน่นอน ภาพรวมไตรมาส 4 ปีนี้เศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัว” นายธนิตกล่าว

          นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการทำประชามตินับเป็นด่านแรกที่มีส่วนสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน ยิ่งหากมีการเลือกตั้งเชื่อว่าเงินจะสะพัดตามมาอีก จะยิ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับระบบเศรษฐกิจ.

Source - เว็บไซต์ไทยรัฐ (Th)

Tuesday, August 21, 2007  06:00

 

 




บทความ/สาระ

คนตาก พร้อมบิน เร่งรัดให้ขยายสนามบิน ฟื้นการใช้สนามบินรับโบอิ้ง บูมท่องเที่ยว ขนส่งสินค้า รับ AEC
รัฐไทย-เมียนมา หารือเพิ่มจุดผ่านแดนถาวร กระตุ้นการค้าสองชาติขยายตัว
แม่สอด เขตเศรษฐกิจพิเศษหมื่นล้าน
"แม่สอด" เกต์เวย์ถนนระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก
พม่า โอกาสการค้า-การลงทุนที่ SMEs ไทยไม่ควรมองข้าม
เปิดฟ้ามะละแหม่ง แม่สอดสานท่องเที่ยว
ประธานหอการค้าตาก เผยเขตเศรษฐกิจชายแดนแม่สอด เนื้อหอม นักธุรกิจ"ไทย-จีน-ญี่ปุ่น" สนใจลงทุนชายแดน และฝั่งพม่า
พฤติกรรมผู้บริโภคในอาเซียน”...ตัวแปรสำคัญที่ SMEs ไทยควรรู้ก่อนก้าวสู่ AEC
พลังงานน้ำมัน...ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
พริกกะเหรี่ยง : การพัฒนาพันธุ์พื้นเมืองสู่พันธุ์การค้า
เดินทางเสริมสร้างมงคลกับ 9 วัดอารามหลวง
ไฮไลท์“ลอยกระทง” เสน่ห์สีสันแห่งสายน้ำ
เหลียวหลังแลหน้าเลือกตั้งพม่า7พ.ย.
อสังหาฯป่วน 'แบงก์'ระงับปล่อยกู้ แนะกลยุทธ์ไม่ให้ถูกยึดบ้าน ผ่อนไม่ได้มีทางออก!
เอกชนจี้สลายขั้วรัฐบาลเก่า _ทุกภาคส่วนเริ่มมีหวัง ลุ้นได้นายกฯใหม่คนดีมีฝีมือ
เชื่อมทาง 3 แม่ สู่แดน 3 หมอก
เพิ่มงบฯขาดดุลแสนล้าน ไม่ใช่หลักประกันความเสี่ยงเศรษฐกิจ 52
'สมชาย' +เซ่นตุลาเดือด + บิ๊กธุรกิจบีบยุบสภา หวั่นความรุนแรงลุกลามทุบท่องเที่ยว ตลาดทุนป่นปี้
เชียร์กองทัพ “ปฏิวัติ” ก่อนชาติพัง! 2 ขั้วเมิน “คนกลาง” –ชี้ ‘คนชั้นสูง’ เสริมจุดแข็งพันธมิตร
วิกฤตสหรัฐกระทบไทย ชำแหละกองทุนรวม ผู้ถือหุ้นเจ๊งระนาว!
ทุนเชียงรายเพรียกหา“ศูนย์กระจายสินค้า” รับระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้เชื่อมจีน
หอฯเหนือถกแผนรับมือคุนหมิง-กรุงเทพฯหวั่นไทยเป็นทางผ่าน
เลห์แมนล้มฉุดทุนไทย + ต่างชาติเทขาย 2 แสนล้าน/ธนาคารแห่งประเทศไทยผวาเงินไหลออก/เอไอเอสำรองฉุกเฉินเพียบ
เกษตร4แสนไร่สังเวยอุทกภัย ประกันเมินพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก
เปิดบัญชีกลุ่มธุรกิจหลังสิ้นยุค ‘ทักษิณ’เรืองอำนาจ ธุรกิจอิงการเมืองฟุบ บิ๊กอสังหาฯ กระอัก
'รัฐบาลทำอะไรผิด' ทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงตรงไหน?
ทองทุบสถิติ 30 ปี ถือ 7วันกำไร 600 บาท เซียนเตือนอย่า'บุ่มบ่าม'
“พลังงานทางเลือก” จุดเปลี่ยนเกมค่ายรถ มะกัน-ญี่ปุ่นใครจะคว้าชัยในเวทีใหม่
สตง.พบ 2 โครงการปล่อยกู้ 'ฮุนเซน' เอื้อชินคอร์ป? คดีเอ็กซิมแบงก์ โผล่เขมร ทักษิณ!ตัวการอีกแล้ว
20.08น. วินาทีเปิดปักกิ่งเกมส์ โชว์สปิริตเอเชียที่สุดแห่งโอลิมปิก
ศึกแบงก์ชิงเงินฝากปรอทแตก
นอมินีรากหญ้า ถึงยุค ‘คนไทย’ ตายหยังเขียด
รัฐถังแตกสั่งรื้อภาษีที่ดินใหม่ คนมี 'บ้าน-ที่ดิน'อ่วมจน-รวย !จ่ายเท่ากัน
ปราสาทพระวิหาร 'มรดกโลก'ทับซ้อน พลังงานไทย-เขมร
ค้าปลีกระนองแท็กทีมแข่งโลตัส + ชูกลยุทธ์เชิงรุก-เปิดดีลิเวอรีตีกินตลาดต่างอำเภอ
ปลุกสำนึกพลเมืองรวมพลังฝ่าทางตันสังคมไทย
น้ำมันพ่นพิษขาดดุลการค้า-เดินสะพัดสูงสุด 'เลี้ยบ'ลั่นเร่งออกมาตรการรับมือให้เร็วขึ้น
โชว์ห่วยลุ้นสนช. เข็นพ.ร.บ.ค้าปลีก ทันสมัย'สุรยุทธ์'
กูรูร้านอาหาร/ค้าปลีกไทยใน'ดูไบ' ชี้ช่อง'ทำธุรกิจแดนอาหรับ'
สินค้าจ่อขึ้นราคาอีกรอบ + หลังบะหมี่ขาวมาม่านำร่องขึ้นเป็น 7 บาท/มาลีบ่นอุบต้นทุนกระป๋องขึ้น 20%
ข้าวยากน้ำมันแพง
ข้าวแกงแซงฟาสต์ฟูด + คนไทยคอตกสินค้ายกทัพขึ้นราคา/เมย์เดย์ค่าจ้างเพิ่มแค่ 9 บาท
แผนแก้วิกฤตอาหารโลกแค่ภาพลวงตา ข้อมูลจริง คนไทยตายผ่อนส่ง!
มองโลจิสติกส์ไทย ผ่านมิติ 'ดร.ปรีชา พันธุมสินชัย' แนะสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วยRosettaNet
กลยุทธ์บริหารโลจิสติกส์ด้วยการจัดสรรเป้าประสิทธิภาพ(ตอนจบ)
ชี้ช่องรัฐ... วางโมเดล 'เอาชนะ' ต้นทุนโลจิสติกส์พุ่ง
กลยุทธ์บริหารโลจิสติกส์ด้วยการจัดสรรเป้าประสิทธิภาพ(ตอน1
ไทยเปิบข้าวแพงขึ้น 30% + แบรนด์ข้าวถุงงัดข้อ 'มิ่งขวัญ' งดส่งโมเดิร์นเทรด, แบงก์แฉเล่ห์โรงสีเบี้ยวหนี้
น้ำมันตลาดโลกพุ่ง ปตท. สุดอั้น ตรึงราคารัฐเหลว
ดาวน์30บาทถอยเชฟโรเลต โตโยต้าเกทับซื้อวีโก้ลุ้นรับวีโก้
เปิดเดินรถไฟเชื่อมไทย-ลาวเม.ย.นี้
ผู้ผลิตยอมอุ้มผู้บริโภค + ยูนิลีเวอร์/สหพัฒนฯขานรับกรมการค้าภายใน มีนาคม-กรกฎาคม ลดราคาสินค้า 2-3 บาท/ชิ้น
หอการค้าเชียงรายเดินหน้าเชื่อม4ชาติ
เดิมพัน 4 หมื่นล้านปั๊มเศรษฐกิจ + 'คลัง' คาดหวังอสังหาฯ-มนุษย์เงินเดือนปลุกกำลังซื้อดันจีดีพีโต 6%
UD Packaging เทรนด์ใหม่....รู้ก่อนรวยก่อน
สงครามสินค้าราคาแพง ฉากจบที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
บีบธปท.ลดดอกเบี้ย + เอกชนพ้องเสียงกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้านเงินไหลเข้าเก็งกำไร2ต่อดอกเบี้ย-ค่าเงิน-ซับไพรม์
วิกฤติราคาน้ำมันกำลัง เปลี่ยนขั้วอำนาจเศรษฐกิจโลก
เคล็บลับเก็งกำไร”บ้าน-ที่ดิน” เปิดทำเลทอง ทั่วประเทศ
กลเม็ดหาน่านน้ำใหม่ ของ 3 แบรนด์ที่ยักษ์ใหญ่ฟัดไม่ลง
หลากปัญหารุมเร้า... ปี2550-2551 คนไทยเสี่ยงป่วยทางจิต
เศรษฐกิจฝืด เงินบาทแข็ง ทัวร์ใน-นอก แก้เกมดึงคนเที่ยวปีใหม่
พลิกตำรารบ 3 แบรนด์ “โครงการหลวง
เปิดโผ....10 อาชีพฮอตฮิต เรียนแล้วไม่ตกงาน !
ทุ่มแจกโบนัสสู้เงินเฟ้อ + ปลอบขวัญสู้ศึกของแพงปี 51 / TDRI แนะปรับรายได้ต้องไม่น้อยกว่า 7.5%
ลูกเล่นการตลาด 4 พรรคการเมืองใหญ่
ยักษ์ไทยการ์เมนต์ออกอาการเซ + ยอดขายวืดเกือบ 700 ล้าน/จีน-ปินส์ก๊อปปี้สินค้าตีตลาดยับ
ชำแหละส่งออกโค้งสุดท้าย เป้า 4.9 ล้านล้าน พลาด-ไม่พลาด?
คนจีน-คนไทยก็เจอของแพงเหมือนกัน
เจาะกลวิธีหาเงิน 6 พรรคใหญ่ อภิมหาโปรเจกล้านๆ ๆ ฝันที่เป็นจริง
คลังรีดแวต-ภาษีเงินได้ + ขยายฐานรายได้เข้ารัฐ/รับมือประชานิยมรัฐบาลหน้า
ยักษ์ค้าปลีกแข็งข้อพาณิชย์ เมินร่วมถกไกด์ไลน์ค้าปลีก
เส้นทางไล่ล่าใหม่ 2 อภิไทคูน เจริญ-ธนินทร์
เอ็มโอยู'ค้าปลีก เป็นธรรมทุกฝ่าย เลิกขายต่ำกว่าทุน
โมเดิร์นเทรดรุกฆาต! ขวางพ.ร.บ.ค้าปลีกฯสุดฤทธิ์
ระวังตกเป็นเหยื่อรายใหม่ แฉสารพัดกลโกง การเงิน!
โชวห่วยขอนแก่นประสานสมาชิกเร่งทำคัตเอาต์หนุนพ.ร.บ.ค้าปลีก
ยุทธศาสตร์แห่งอนาคตสู้ศึกใน-นอก ยุคผู้ประกอบการไทยโดดเดี่ยว ชนิดไม่ต้องง้อรัฐบาลใหม่
สินค้าฝ่อมนต์ปลุกลูกค้าเสื่อม
สิ้นปีส่งออกอาหารทะลุ 6 แสนล.2 สภาฯเชื่อปีหน้าสิ้นคาแพงขึ้น
ยุบ ร.ส.พ.องค์กรฟอกหนัง-แบตเตอรี่ยังไม่พอ อีก 2 แห่งจ่อคิว! “สบพ.-กคช.” หนาว
หอฯลำปางชวนนักศึกษาประกวดแผนการตลาด
ฟูจิฟาร์ม” ข้าวญี่ปุ่นบนแผ่นดินไทย
Stacey ปฏิวัติวงการของขวัญ ชูจุดขายผู้รับไม่พอใจ ‘เปลี่ยนได้’
เปิดบันทึกสู้ศึกโมเดิร์นเทรด"โชวห่วย"แพร่ มุ่งคืนกำไรโครงการ 4-ลุ้นเกิด"สำนึกท้องถิ่น"
พาณิชย์เจียระไนมุกดาหาร ศูนย์กลางการท่องเที่ยวชายแดน
‘20 กฎ’ ลดภาษีบุคคลธรรมดา (2) article
‘20 กฎ’ ลดภาษีบุคคลธรรมดา (1) article
อันตราย! อากาศร้อนจัดเสี่ยงเกิดโรค “ฮีตสโตรก
ทุนจีนลุยลงทุนจากเชียงรุ้ง-ริมน้ำโขง/คสศ.จี้รัฐปรับแผนรับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ article
เวียดนาม-สหรัฐฯ ดี๊ด๊านัดเจรจาเตรียมเปิด FTA article
รุ่น "เตี่ย" กับ "เสี่ย" "รอยต่อ" ธุรกิจสองเจนฯ article
อุด "รูรั่ว" กิจการ article
สิ่งที่ได้เรียนรู้ จากการเป็นผู้ประกอบการ article
แต่งร้านให้ได้ล้าน : ฟื้นฟูร้านค้าปลีกด้วยดีไซน์ article
โชวห่วยฮึดสู้โมเดิร์นเทรดอีก ชูเพลงปลุกใจ-อัดซัปพลายเออร์ช่วยไม่เต็มที่ article
แนวรบค้าปลีกภูธรปี"50 ระอุ รัฐบาล-สนช.เร่งคลอด พ.ร.บ.ค้าปลีก โชห่วยลุ้นช่วยต่อลมหายใจธุรกิจ article
ค้าชายแดนเฮพม่าจู๋จี๋กะเหรี่ยง article
ส่งออกเวียดโต 22% เชื่อปีหน้าทะลุ $46 พันล้าน article
แนะ3ขุมพลังศก.จีนจับมือรุกตลาดโลก article
เลขาฯ ยูเอ็น แสดงความยินดีที่พม่าปล่อยตัวนักโทษการเมือง article
ผู้ถือหุ้นชี้ชะตาไอทีวี +วิบากกรรมสื่อเสรี รอโหวตต่อชีวิต 29 ธ.ค. ลือเทมาเสกขายหุ้นทิ้ง มีกลุ่มใหม่จ้องเสียบ article
เราจะปล่อยให้ ร้านค้าปลีกไทยตายหมดหรือ article
ต้มยำกุ้งปัดส่งเงินหนุนโจรใต้ จี้"สุรยุทธ์"พูดให้ชัดหวั่นคุมเข้ม article
จุดเปลี่ยนประเทศไทย article
15 แนวทางการปรับตัวของค้าปลีกท้องถิ่น เพื่อความอยู่รอด article
ดัชนีเชื่อมั่นคนไทยปรับเพิ่มในรอบ5เดือนอานิสงส์คปค article
เมื่อโลตัสแม่สาย บุกทำลายวิถีการค้าท้องถิ่นยับ มินิมาร์ท-ซุปเปอร์สโตร์-โชว์ห่วยปิดกิจการเพียบ article
หลัก 5 ประการที่ร้านค้าปลีกควรใส่ใจ article
เปิดรูโหว่ "หวยบนดิน" "เงินบาป" ที่คนเห็นแก่ได้ อยากล้วง article
Singapore most competitive economy in Asia: survey article
New migrant worker regulations in Tak Province article
พาณิชย์เพิ่งตื่นคุมกำเนิดโมเดิร์นเทรดช่วยโชห่วย article
ค้าปลีกไทยเดี้ยงหมดทางสู้จี้รัฐเข้มกติกาคุมยักษ์ต่างชาติ article
หอฯเมืองคอนชี้เศรษฐกิจฝืด ห้างฯยักษ์สู้เดือดดับค้าปลีก article
หอฯกระบี่ ปลุก อปท.ต้านค้าปลีกข้ามชาติ หวั่นรายย่อยท้องถิ่นสูญพันธุ์ article
ขายสาขา"ริมปิงซูเปอร์มาร์เก็ต"ให้ท็อปส์ "ตันตรานนท์"พ่ายทุนค้าปลีกข้ามชาติ article
นโยบายก๊าซหุงต้ม 2 ราคา ทางแก้ไม่สะเด็ดน้ำของรัฐ
New capital brings Myanmar rulers closer to problem border regions article
กสิกรไทยรุกขยายตลาดSMEsใต้ชี้"อุตฯยาง-รถยนต์-จยย."ยังฉลุย article
Change Management จงเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงคนอื่น article
ร้านทองพิษณุโลกอัดโปรโมชั่นดึงลูกค้าเข้าร้าน article
โอเชียน ชุมพร ปรับกลยุทธ์รับศึกโมเดิร์นเทรด article
สินค้าชิงช่องทางค้าปลีกทุกเม็ด เซลส์-หน่วยรถหัวปั่นสร้างยอด article
แปลงโฉมบรรจุภัณฑ์ เปลี่ยนดีไซน์ ดันยอดขาย เพิ่มมูลค่า article
ปักหลัก"จังหวัดเบ๊นเตร"ผลิตครบวงจร "ลิเบอร์ตี้-แอพพาเรล"ย้ายฐานไปญวน article
สรุปผลโพล "คุณเห็นด้วยกับการตัดถนนเส้นอุ้มผาง-คลองลาน หรือไม่?" article
'หอการค้าไทย' ชี้เศรษฐกิจปีนี้โตไม่เกิน4% เหตุการเมืองอึมครึม article
ไปรอด ไปโลด : รู้เรา ด้วยแผนธุรกิจ article
จีนจัดทัพเตรียมใหญ่ในอาเซียน article
งานแสดงสินค้านำเข้า-ส่งออกเมืองคุนหมิงของจีนปี 2006 article
ศูนย์การค้าจีนไทยก่อตั้งขึ้นที่เมืองคุนหมิน article
บทสัมภาษณ์นายด่านศุลกากรเชียงแสน "สนับสนุนเขตปลอดภาษีหรือนิคมปลอดภาษีสินค้าจีนที่เชียงราย" article
แผนลงทุน Contract Farming ปี 2549-2550 จังหวัดตาก article
ขอเชิญร่วมถวายพระพรและบริจาคในโครงการ "ไทยทั้งชาติ ถวายพระพร ร้อยอักษร ถวายพระเจ้าอยู่หัว" article
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 15 ส.ค. 2550
สินค้าเปิดศึกรับลมหนาว +สกินแคร์/เสื้อกันหนาว/เครื่องทำน้ำอุ่นอัดกิจกรรมแย่งแชร์อุตลุด
เสื้อผ้าโลคัลลุ้นเศรษฐกิจฟื้น + พีน่ากรุ๊ปเร่งบริหารต้นทุนเพิ่มทางรอด/บลู พินฯเลื่อนนำเข้า 2 แบรนด์อินเตอร์
เชิญบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยนากรีส
ก๊าซหุงต้มถังละ300 +ชง 'ปิยสวัสดิ์' ชี้ขาดเดือนนี้/จี้แท็กซี่ติดเอ็นจีวี รับเปลี่ยนตัวถังฟรี ***หัวหน้าข่าวต่อ::สินค้าจ่อปรับราคาอีก10รายการ
อุดรฯตั้งหอการค้าระดับอำเภอ รองรับศก.ขยายตัว
ขุมทรัพย์ครึ่งแสนล้านไทย ยังไม่ติดเชื้อไฟสงครามย่างกุ้ง
เผือกร้อน...บิ๊กหอการค้าไทย 19 หอฯภาคอีสานสิ้นหวัง พ.ร.บ.ค้าปลีก
ศูนย์การค้ารวมพลังร้องพาณิชย์ ค้าน"ม.24"พรบ.ค้าปลีกฉบับสนช.
นักธุรกิจไทยหนีลงทุนพม่าซบเวียดนาม ด้านหอฯ เชียงรายเร่งหม่องเปิดด่านจีน
พ.ร.บ.ค้าปลีกแท้ง! โมเดิร์นเทรดเฮ... กรรมาธิการสนช.แห้ว
เปิดโอทอปบึงลาดโพธิ์ บริการนักท่องเที่ยว
ปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตามอง
บริหารการเงิน...เพื่อชีวิตที่พอเพียง
Silverlake” อาณาจักรไร่องุ่นของ “สุพรรษา” นางเอกรุ่นใหญ่
‘สปันจ์’ เบเกอรี่เงินล้านลุยแฟรนไชส์
เชื่อมั่นภาค ‘การค้า-บริการ’โงหัวไม่ขึ้น สสว.เผยดัชนี “อสังหาฯ” กระทบหนักสุด
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 04 ก.ย. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 5 ก.ย. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 28 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 28 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 28 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 23 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันที่ 23 ส.คง 50
เชิญเข้าร่วมงานแสดงสินค้าTHAIFEX - World of Food ASIA 2008
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 20 ส.ค. 50
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 20 ส.คง 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 16 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 16 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 16 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 15 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประจำวันที่ 15 ส.ค.50
ดูริโอ้” ธุรกิจนักเศรษฐศาสตร์ คนตกงานสู่เถ้าแก่รุ่นเยาว์
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
ฮงล้วแม่สอดสู้ค้าปลีกต่างชาติ ดึงลูกค้าไทย-พม่ากลับมาถึง 60%
ฮงล้วแม่สอดสู้ค้าปลีกต่างชาติ ดึงลูกค้าไทย-พม่ากลับมาถึง 60%
ยักษ์ค้าปลีก/คอนซูมเมอร์ ออกแคมเปญกระตุ้นกำลังซื้อ
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
เที่ยวอิ่มบุญกับไฮไลท์งานเข้าพรรษา
อนาคต"โชวห่วย"ใต้เงามัจจุราช(จบ) ห้างยักษ์ยึดทั่วไทยจุดจบร้านชุมชน
โมเดิร์นเทรดส่งโมเดลใหม่อาละวาด เย้ยกฎหมายค้าปลีกไทยเงื้อง่าราคาแพง
“ปิยะบุตร” ย้ำอุตฯ สิ่งทอยังไปได้-แถมต้องการแรงงานอีกเพียบ
ปัญหาแรงงานเข้าขั้นวิกฤติ 7จังหวัดอันดามันขาดแคลนหนัก
สิ่งทอผวาอียู-สหรัฐเลิกเซฟการ์ดจีน +มีผลบังคับใช้ไทยตกที่นั่งลำบาก/สั่งเบนเข็มเร่งยึดตลาดอาเซียน
ผลสำรวจ SMEs ให้ความหวังเชื่อปี 50 ทำรายได้ 4.908 ลล.บ.
ผลสำรวจ SMEs ให้ความหวังเชื่อปี 50 ทำรายได้ 4.908 ลล.บ.
เตรียมลดภาษีกู้เศรษฐกิจชายแดนใต้ เล็งผุดนิคมฯฮาลาลแห่ง 2 ที่นราธิวาส
ไม้พม่าทะลักเข้าไทยต่อเนื่อง 6 เดือน 1.5 หมื่นตัน 260 ล.
หอการค้าอุดรฯไอเดียกระฉูด จัดประกวด "แผนธุรกิจ" นักศึกษา ปูทางสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่
หอการค้า-เอกชนสงขลาชงรัฐ 6 มาตรการ อุ้มธุรกิจ12 อำเภอเสริมเขตพัฒนาพิเศษฯ
กรมส่งเสริมฯสอบข้อเท็จจริง"ผักกางมุ้ง" ย้ำหากรัฐผิดพร้อมเลิกหนี้เกษตรกรพบพระ
กรมส่งเสริมฯสอบข้อเท็จจริง"ผักกางมุ้ง" ย้ำหากรัฐผิดพร้อมเลิกหนี้เกษตรกรพบพระ
นักธุรกิจภูเก็ตนำเข้าจยย.ไฟฟ้าจากจีน เจาะตลาดกลุ่มประหยัดน้ำมัน-ดูแลสวล.
เงียบมานาน..พม่าพูดชัดประเคนหลุมก๊าซให้จีน
เตรียมความพร้อมโลจิสติกส์ไทย รับสถานการณ์เปิดเสรีการค้าจีน-อาเซียน
เส้นทางต่อสู้ค้าส่งค้าปลีกรายย่อยยุคค้าปลีกข้ามชาติสยายปีกเต็มเมือง
หอฯตราดชี้ปัญหาศก.-การเมือง ไม่กระทบท่องเที่ยว-ค้าชายแดน
พาณิชย์จัดประชุมใหญ่ดันธุรกิจไทยโกอินเตอร์
เผยพ.ร.บ.ค้าปลีกกระทบผู้บริโภค จับตาผลกระห่วงโซ่ธุรกิจทั้งระบบ
โชวห่วยร้องพาณิชย์ยักษ์ค้าปลีกเร่งผุดสาขา
กรมพัฒนาธุรกิจฯ ดัน SMEs โกอินเตอร์ มั้นใจเศรษฐกิจชะลอตัวไม่กระทบธุรกิจไทย
สิ่งทอ - จักรยานยนต์ธุรกิจดาวรุ่ง …!แนะพ่อค้าไทยเกาะติดเวียดนามฟีเวอร์
โชวห่วยพะเยาผนึกสมาพันธ์ฯต้านห้างยักษ์ แนะปิดทางเข้า-พ่อค้าปากช่องนัดม็อบ 27 เม.ย.
ทันเกมภาษี (1)
โชวห่วยเชียงคำขึ้นป้ายต้าน"โลตัส"ทั่วเมือง หวังผังเมืองรวมสกัดทุนยักษ์ตอกเข็ม20พ.ค.
เปิดรายละเอียดสาระสำคัญ ร่างรัฐธรรมนูญ 2550
‘20 กฎ’ ลดภาษี บุคคลธรรมดา (3)
พ.ร.บ.ค้าปลีก: การตัดสินใจเพื่อคนไทยใช่หรือไม่? (ตอนจบ)
พ.ร.บ.ค้าปลีก : การตัดสินใจเพื่อคนไทยใช่หรือไม่? (ตอนที่ 1)
จาก ย่างกุ้ง สู่ราชธานี เนย์ปิดอว์
สสว.ยกระดับผู้ประกอบการแข่งขันเวทีโลก ‘ปิยะบุตร’เชื่อมั่น SMEs แกนหลักขับเคลื่อนศก.ไทย article
หอฯไทยจัดถกประเด็นเขตอุตสาหกรรมกัมพูชา article
อย่ามองข้าม Talent Management article
'อาเซียนซัมมิต'เครื่องร้อน ผู้นำ10ชาติตั้งเออีซีเร็วขึ้น 5 ปี article
เวียดนามเศรษฐกิจร้อน ส่งซิกลดค่าเงินด่ง? article
เก็บภาพประทับใจกับสถานที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นในความทรงจำ article
อินเดียขุดไอเดียทำโรงไฟฟ้าพม่าชิงก๊าซกับ ปตท. article
ธปท.เผยประเมินผลกระทบตลาดหุ้นไว้แล้ว-ยืนกรานไม่ทวนมาตรการ 30% article
ปล่อยรัฐฟ้องล้มละลาย ทางออกสุดท้าย'ไอทีวี' article
'สนธิ'สั่งปรับทัพรับมือรบในเมือง ปูดคนเถื่อนชุมนุม10ธ.ค. article
สุรยุทธ์ยัน ทหารสืบอำนาจ จะลาออก! article
นายกฯให้ศาลตัดสินทักษิณกลับเมืองไทย article
กมธ.ติดตามแก้ปัญหาสุวรรณภูมิลุยตรวจ-แก้ปัญหา “สุวรรณภูมิ” article
คนทีโอทีดิ้นส่งข้อมูลให้“คุณชายอุ๋ย” article
คตส.เตรียมฟันอีก 2 โครงการใหญ่ - สรุปที่ดิน “พจมาน” ก่อนปีใหม่ article
พม่าสั่งแบงก์ใหญ่ตรวจละเอียดห้ามรับฝาก ‘เงินบาป' article
ปิดทางนอมินีต่างด้าว พาณิชย์แก้ กม.คุมสิทธิ์ออกเสียง article
หากคนเลวไม่สำนึก ก็สมานฉันท์ได้ยาก ย้ำบ้านเมืองที่ล่มจม ‘ฝ่ายดี’ยังไม่สามัคคี article
หม่อมอุ๋ยยันไม่ป้องอ.สรรพากร ย้ำโทษต้องเป็นไปตามกฏหมาย article
บิ๊กแอร์บัสสยบกระแสลบ โชว์ A380 แตะ'สุวรรณภูมิ' article
ทรท.ร้อนตัว!!..รีบปฏิเสธส่งคนร่วมม็อบ 10 ธ.ค. article
ทางการหม่องลงดาบเจ้าหน้าที่ศุลกากรทุจริตอีกนับร้อย article
เวียดนามเปิดสะพานแขวนเชื่อมอ่าวฮาลอง article
"สมภพ"ยันร่างกฎหมายค้าปลีกเป็นธรรม article
คนกรุงเตรียมควักกระเป๋าเพิ่ม บีทีเอสสรุปชัดขึ้นราคา 1 มี.ค.50 article
แรลลี่โฮจิมินห์-อุบลฯ-มุกดาหารร่วมเปิดสะพานมิตรภาพ article
มิติใหม่น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ นวัตกรรมรับกระแสรักสุขภาพ article
เชียงใหม่ฝันค้างสูญเม็ดเงินกว่า 3 พันล้าน "แม้ว"ไม่อยู่สารพัดเมกะโปรเจกต์ถูกระงับ article
อุ๋ยยื่นฟันรวด ครม.ทักษิณ ปลัดคลัง-บอร์ดออกหวยผิด ก.ม. article
สมาพันธ์ฯต้านค้าปลีกยักษ์บีบสนช. เร่งคลอดพ.ร.บ.ค้าปลีกก่อนเจอม็อบ article
พระเทพฯเสด็จเปิดสะพานโขง2 ค้าชายแดนคึกคัก-สินค้าผ่านเพิ่ม40% article
"ชวน"แนะฟื้นฟูสามเหลี่ยมศก.- เสริม 5 จว.เขตพิเศษฯ article
บทพิสูจน์นโยบายโปร่งใสของรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ article
เอ็กซิมแบงก์ไทยช่วยขายพันธบัตรลาวระดมทุนน้ำเทิน 2 article
ไทย+17 ชาติ เซ็นลงขันทำทางรถไฟทรานส์เอเชีย article
พม่าจัดฉาก 'ซูจี' พบ 'แกมบารี' หวั่นถูกลงแส้ article
ตั้งราคาอย่างไร ให้กำไรที่สุด article
การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา กลไกสำคัญในการเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย article
Burmese workers fear Thai ID papers article
เปิด"คู่มือ"สู่"สุวรรณภูมิ" ไม่หลง-ไม่ไกล-ไปได้หลายทาง article
ลาก่อน...“ดอนเมือง” ที่คิดถึง article
ขอเชิญร่วมงาน "หอการค้าแฟร์ 2006" article
พม่า...โอกาสในแดนสนธยา article
ดัชนีความสุขผู้บริโภคเดือนก.ค.ลดลงจากเดือน มิ.ย.จากปัญหาการเมืองและค่าครองชีพ article
เดอะวอฟเฟิล’ ดันชอปพรีเมียม ยกระดับชนแฟรนไชส์ขนมนอก article
เผย 3 ปัจจัยหลักเตือนชะลอลงทุน สสว.เตรียมตั้งศูนย์เตือนภัย SMEs article
ชูธุรกิจโรงพยาบาลแชมเปี้ยนโปรดักต์ เชียงใหม่ลุ้น5พันล้านสปีด"ฮับสุขภาพ" article
‘โลตัส’ ลองของรุกเมืองปากพนัง - โชวห่วยม็อบต้านสุดฤทธิ์ article
ติวเข้มโชห่วยรับมือห้างค้าปลีกข้ามชาติรุกตลาดต่างจังหวัด article
ตั้งฮั่วเส็งฮึดสู้ศึกค้าปลีกลุยมินิซูเปอร์มาร์เก็ต article
เซย์ไฮ กับแนวคิด พรีเมี่ยม คอนวีเนี่ยนสโตร์ article
หอฯกระบี่ชูธงต้านยักษ์ค้าปลีก หวั่นซ้ำรอยทุบโชห่วยสูญพันธุ์ article
10 วิธีเริ่มธุรกิจแบบ "ฉลาดๆ" article
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่10(พ.ศ.2550-2554) article
การใช้ Competency ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ อย่างมีประสิทธิภาพ article
จริยธรรมธุรกิจและจรรยาบรรณ article
ข่าวดี!!! เชิญสั่งจองเสื้อสีเหลือง ตราสัญลักษณ์ รุ่นใหม่ มีกระเป๋า article
ตลาดส่งออกไอศกรีมไทย article
โอกาศและอุปสรรค การส่งออกสินค้า OTOP article
การส่งออก อัญมณีและเครื่องประดับของอินเดีย article
อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของกัมพูชา article
ขอเชิญร่วมแข่งขันแรลลี่การกุศล “หอการค้าไทย Family Rally” 49 article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.