ReadyPlanet.com
dot
dot
ส่วนสมาชิกหอการค้า TakCC Member Login
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
สมัครสมาชิกหอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletสิทธิประโยชน์สมาชิก
bulletขั้นตอนการสมัคร
bulletdownload ใบสมัครสมาชิก
dot
เกี่ยวกับ หอการค้าจังหวัดตาก
dot
bulletประวัติหอการค้าจังหวัดตาก
bulletข้อบังคับ หอการค้าจังหวัดตาก
bulletวิสัยทัศน์
bulletโครงสร้าง และพันธกิจ
bulletทำเนียบคณะกรรมการ
bulletสถานที่ติดต่อ
dot
อัลบั้มภาพ
dot
bulletภาพกิจกรรม
bulletผลงานเด่นที่ผ่านมา
dot
รายงานการประชุม
dot
dot
ข้อมูลจังหวัด และ สถิติการค้า
dot
bulletข้อมูลจังหวัดตาก
bulletสถิติการค้าชายแดน จังหวัดตาก
bulletท่าสินค้า และ คลังสินค้า ชายแดน
bulletจุดท่องเที่ยวในจังหวัดตาก
dot
ข่าวสารประเทศเพื่อนบ้าน
dot
bulletพม่า
bulletจีน
bulletเวียดนาม
bulletกัมพูชา
bulletลาว
bulletฐานข้อมูลกลุ่มประเทศ GMS
dot
ลิงค์ที่น่าสนใจ
dot
bulletHOT LINKS
bullet รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง
bulletโครงการป้ายของดีจังหวัดตาก


http://www.dft.go.th/th-th/index


สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 28 ส.ค. 50

สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

คลังชูเลือกตั้งกระตุ้นศก.-ธปท.ชี้จีดีพี4-5%

          ขุนคลังได้ทีชี้การกำหนดวันเลือกตั้ง 23 ธ.ค.ช่วยสร้างความเชื่อมั่นจากความชัดเจนทางการเมือง เงินหมุนเวียนในระบบสะพัดช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ประกาศเดินหน้าเมกะโปรเจกต์ภายใน 2 เดือน ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติแจงทูต-กงสุลใหญ่มั่นใจจีดีพีปีนี้โต 4-5% แม้ส่งออกชะลอ ส่วนปัญหาซับไพรม์กระทบไทยทางอ้อม แต่อาจทำค่าบาทและเงินทั่วโลกผันผวน เอกชนเฮกำหนดวันเลือกตั้งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่น

          นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง กล่าวถึงการกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคมนี้ว่า เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้เกิดความชัดเจนทางการเมือง หลังร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ผ่านการลงประชามติ โดยสิ่งสำคัญที่จะต้องติดตามคือ รัฐบาลชุดใหม่จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร และต้องการให้การเมืองหลังการเลือกตั้งเป็นไปอย่างราบรื่นไม่แตกแยกทางสังคม เพื่อดึงความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจกลับคืนมา

          สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง รัฐบาลพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคการลงทุน ซึ่งคาดว่าภายใน 1 - 2 เดือนนี้ การลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจกต์) จะเริ่มเป็นรูปธรรม รวมทั้งรัฐบาลจะกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคผ่านงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2551 และในเดือนตุลาคมนี้เงินเดือนข้าราชการจะขึ้นอีกร้อยละ 4 ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น และเมื่อมีการกำหนดวันเลือกตั้งที่แน่นอนแล้วก็จะยิ่งเป็นตัวเสริมทำให้ความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้น เพราะจะมีเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง แต่ไม่อยากคาดเดาว่าจะมีมากน้อยเท่าใด เพราะไม่อยากให้มีการใช้เงินมากเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด

          ส่วนการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลทั่วโลกประจำปี 2550 ที่กระทรวงต่างประเทศวานนี้ (27 ส.ค.) นายฉลองภพเปิดเผยว่า ได้มีการหารือเพื่อทำความชัดเจนเพื่อสื่อสารให้ต่างประเทศเกิดความเชื่อมั่น ประกอบด้วยการให้ข้อมูลการออกมาตรการกันสำรอง 30% โดยยืนยันว่าการใช้มาตรการดังกล่าวเพื่อดูแลความผันผวนทางการเงินไม่ได้ปิดกั้นเงินทุนจากต่างชาติ มีการชี้แจงถึงการเปลี่ยนผ่านนโยบายหลักของประเทศจากนโยบายทุนนิยมในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาเป็นนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง โดยยึดหลักการเดินสายกลาง ซึ่งต่างชาติอาจจะเข้าใจผิด โดยประเทศไทยยืนยันว่าไม่ได้หันหลังให้กับโลก แต่พร้อมรับเงินทุนจากต่างชาติ

          รมว.คลังกล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงาน มาเป็นอุตสาหกรรมใช้เทคโนโลยีขั้นกลางและสูง ซึ่งจำเป็นต้องมีการดูแลภาคเอกชนและภาคแรงงาน

          “รัฐบาลต้องการให้เอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไปทำความเข้าใจกับต่างประเทศให้ถูกต้อง ยืนยันว่าไม่ได้หันหลังให้โลกและพร้อมใช้เวทีสากลที่มีสื่อต่างประเทศเข้าร่วมงานให้ข้าราชการร่วมชี้แจง” นายฉลองภพกล่าว

          **แบงก์ชาติยันจีดีพีปีไทยโต4-5%

          นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภายหลังเข้าให้ข้อมูลด้านเศรษฐกิจของประเทศกับที่ประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ของไทยทั่วโลก ที่กระทรวงต่างประเทศ ว่า เศรษฐกิจไทยปี 2550 จะขยายตัวระหว่าง 4-5% แม้ว่าการส่งออกซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญจะชะลอตัวลงในช่วงครึ่งปีหลังตามทิศทางเศรษฐกิจโลก

          ส่วนปัญหาซับไพรม์ ธปท.มองว่ายังไม่กระทบโดยตรงกับไทย แต่มีผลทางอ้อม ซึ่งกำลังเฝ้าระวัง และดูว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะยืดเยื้อยาวนานหรือไม่ นอกจากนี้ ธปท.จะติดตามแนวโน้มของภาวะเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังอย่างใกล้ชิด และยังเชื่อว่าการส่งออกจะเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป ซึ่งแม้จะชะลอตัวลงแต่ก็คงจะไม่กระทบคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวม

          "เท่าที่ได้ติดตามปัญหาซับไพรม์ที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ยังมีผลกับไทยค่อนข้างน้อยมาก แต่หากปัญหาซับไพรม์ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ชะลอตัว ก็จะทำให้การส่งออกทั่วโลกได้รับผลกระทบ รวมทั้งไทยด้วย แต่ก็อยู่ในการคาดการณ์ของ ธปท.อยู่แล้วว่าการส่งออกมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากช่วงต้นปี" นางธาริษากล่าวและว่า การส่งออกในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งชะลอการเติบโตลงเหลือเพียง 5.9% นั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการปิดตัวของโรงงานกลั่นน้ำมัน แต่ต้องตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดว่ามีปัจจัยมาจากเรื่องใดกันแน่ เพราะยังค่อนข้างสับสน เช่น การส่งออกข้าว ซึ่งตัวเลขของกรมศุลกากรระบุว่าลดลง ขณะที่ตัวเลขของกรมการค้าระหว่างประเทศระบุว่ามีการส่งออกเพิ่มขึ้น

          ด้านนางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงินและบริหารเงินสำรอง ธปท. กล่าวว่า ขณะนี้ค่าเงินบาทของไทยเริ่มกลับมีเสถียรภาพมากขึ้น หลังจากที่มีปัญหาซับไพรม์ของสหรัฐส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติมีการเทขายหุ้นบางส่วนแล้วแลกกลับเป็นเงินตราต่างประเทศออกไป และมีบางส่วนมีการรอดูจังหวะการลงทุนในไทยอยู่ ทำให้ในขณะนี้ค่าเงินบาทเริ่มอ่อนค่าลง

          “แบงก์ชาติเชื่อว่าปัญหาซับไพรม์ยังไม่จบ อาจมีปัญหาขึ้นมาอีกได้ เพราะการอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบของแต่ละประเทศปัญหาคงไม่ใช่ทำให้ปัญหาจบลงง่ายๆ เพราะตลาดยังไม่นิ่ง โอกาสค่าเงินบาท รวมทั้งค่าเงินทั้งโลกยังวิ่งขึ้นๆ ลงๆ เร็วอยู่ ส่วนแบงก์ชาติจะทำอะไรก็ต้องรอดูให้ดีก่อน ซึ่งเราก็ต้องดูแลอยู่แล้ว ไม่เฉพาะดูเฉพาะค่าเงินบาทของไทยอย่างเดียว ต้องดูตามสภาพและปัจจัยข้างนอกประกอบด้วย แต่ตอนนี้เรายังเชื่อว่ายังรับมือกับสถานการณ์ได้อยู่”

          นางผ่องเพ็ญกล่าวว่า ขณะนี้ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าเริ่มมีความสมดุลมากขึ้น โดยผู้ส่งออกยังมีการค้าขายกันตามปกติ ส่วนผู้นำเข้าก็เริ่มมีการจ่ายเงินบาทมากขึ้นแล้ว ซึ่งต่างกับช่วงก่อนหน้าที่เงินบาทแข็งค่า ผู้นำเข้าไม่ค่อยได้มีการซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศมากนัก อย่างไรก็ตามก็ต้องระมัดระวังการเคลื่อนไหวของค่าเงินขึ้นเร็วลงเร็วในช่วงนี้ด้วย

          ***เอกชนตอบรับแต่ขิงแก่อย่าอู้งาน

          นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การกำหนดวันเลือกตั้งที่แน่นอนทำให้ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น เพราะเป็นไปตามที่ภาคเอกชนคาดการณ์ไว้ ซึ่งในระยะสั้นการเลือกตั้งจะมีผลดีต่อระบบเศรษฐกิจถ้ามีเงินออกมาหมุนเพิ่มขึ้นในช่วงเลือกตั้ง แต่ระยะกลางคงต้องดูหน้าตาของรัฐบาลว่าจะออกมาเป็นแบบไหน

          นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลกำหนดเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค.ว่า จะทำให้นักลงทุนทั้งในและนอกประเทศมีความเชื่อมั่นเพิ่มเข้ามาอีกหลังจากรัฐธรรมนูญผ่านการลงประชามติแล้วแต่ที่ผ่านมาก็ยอมรับว่ายังไม่แน่ใจว่าปีนี้จะมีเลือกตั้งหรือไม่ ดังนั้นความชัดเจนดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนธุรกิจจากนี้ไปได้ดีขึ้นเพราะรู้ทิศทางว่าปีหน้าจะมีรัฐบาลแน่นอนแล้ว

          “ แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะผ่านลงประชามติแต่หลายฝ่ายเองยังไม่แน่ว่าจะมีเลือกตั้งหรือไม่ เมื่อรู้แล้วก็ถือเป็นการปลดล็อคทางเศรษฐกิจและการเมือง ต่างชาติที่ไม่ยอมรับประเทศเราเพราะไม่เป็นประชาธิปไตยก็จะได้ผ่อนคลายมากขึ้นก็จะส่งผลดีในแง่จิตวิทยาที่จะเห็นภาพที่ชัดเจนของการเมืองไทยในอีก 5 เดือนข้างหน้า”นายธนิตกล่าว

          อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งจะทำให้บรรยากาศชัดเจนมากขึ้นแต่หลังเลือกตั้งแล้วก็จะต้องติดตามดูอีกครั้งว่ารัฐบาลจะมาจากฝ่ายเขียวที่สนับสนุนรัฐธรรมนูญ หรือ ฝ่ายแดงที่ต่อต้านรัฐธรรมนูญ ในการจัดตั้งรัฐบาลและหากการจัดตั้งเป็นรัฐบาลผสมแล้วทำให้เกิดการแตกแยกแล้วมีการก่อม็อบอีกก็อาจทำลายบรรยากาศการลงทุนในปีหน้าได้เช่นกัน

          นายธนิตกล่าวว่า ปัญหาค่าเงินบาท และปัญหาซับไพรม์ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำหรับธุรกิจไทยอยู่ดังนั้นเวลาที่เหลืออีก 5 เดือนของรัฐบาลก็ควรเร่งสะสางงานที่ควรจะต้องสรุปในรัฐบาลนี้ให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะต้องเร่งสร้างความชัดเจนเรื่องของปัญหาค่าเงินบาท กฎหมายต่างๆ โดยเฉพาะด้านการเงิน เป็นต้น ไม่ใช่ให้ทุกอย่างไปจบในรัฐบาลใหม่.

 

Source - ผู้จัดการรายวัน (Th)

Tuesday, August 28, 2007  01:09

 

ชี้ลงทุน-บริโภคฟื้นรับเลือกตั้ง23ธ.ค.

          รัฐบาล-กกต.ประกาศวันเลือกตั้งทั่วไป 23 ธ.ค. ระบุเหมาะสมที่สุด 'สุรยุทธ์' มั่นใจการเมืองกลับสู่ครรลองของประชาธิปไตย 'ฉลองภพ' ชี้การเมืองชัดเจนหนุนเศรษฐกิจฟื้นตัว ขณะภาคธุรกิจขานรับ โบรกฯ คาดบรรยากาศลงทุนดีขึ้นเนื่องจากมีความแน่นอน 'ประมนต์' ระบุผู้บริโภค-นักลงทุนมั่นใจ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจระยะสั้น

          การเลือกตั้งทั่วไปมีความชัดเจนหลังจากที่รัฐธรรมนูญผ่านการลงประชามติ โดยในช่วงบ่ายวานนี้ (27 ส.ค.) พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต. นายประวิง คชาชีวะ รองเลขาธิการกกต.และนายบุญยเกียรติ รักชาติเจริญ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการเลือกตั้ง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที

          จากนั้นทั้งหมดร่วมแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยนายอภิชาต กล่าวว่า ในการหารือมีมติกำหนดให้วันที่ 23 ธ.ค.เป็นวันเลือกตั้ง ซึ่งตามกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายวันสุดท้ายที่สามารถจะเป็นวันเลือกตั้งได้คือวันที่ 13 ม.ค. 2551 แต่วันที่ 13 ม.ค.หรือวันที่ 6 ม.ค.ยังติดปัญหาหลายอย่าง อาทิเช่น การออกเสียงลงคะแนนล่วงหน้า ซึ่งจะไปตรงกับวันหยุดสิ้นปี และเกี่ยวเนื่องกับเทศกาลปีใหม่ จึงมีความเห็นตรงกันว่าวันที่เหมาะสมที่สุดและมีเวลาพอให้กับพรรคการเมืองต่างๆ ได้ดำเนินการคือวันที่ 23 ธ.ค. และวันนี้กกต.ก็ได้นำปฏิทินที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการจัดการเลือกตั้งมาเสนอกับนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งงบประมาณสำหรับจัดการเลือกตั้งคาดว่าจะใช้ประมาณ 1,900 ล้านบาท

          "กกต.จะพยายามให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมอย่างดีที่สุด และมีความเที่ยงธรรมมากที่สุดตามพระราชประสงค์ จึงหวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนจะมีความเข้าใจว่าจะต้องเลือกคนดีเข้ามาปกครองบ้านเมือง และช่วยกันตัดสินใจด้วยตัวเองอย่างถูกต้อง ไม่ไปอยู่ภายใต้การซื้อเสียง หวังว่าประชาชนจะเข้าใจว่าถึงเวลาที่จำเป็นของชาติบ้านเมืองที่ต้องร่วมมือกันเพื่อให้ได้คนดี"

          พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ข้อยุติดังกล่าวยังต้องดำเนินการต่อไปตามขั้นตอน ขณะนี้คงต้องรอให้ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งอีก 3 ฉบับผ่านความเห็นชอบก่อน หลังจากนั้นก็จะนำขึ้นกราบบังคมทูลฯ กำหนดวันเลือกตั้งตามพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งต่อไป ทั้งนี้ ในส่วนของรัฐบาลก็มีความพร้อมในการสนับสนุน โดยเฉพาะการดูแลความสงบเรียบร้อยในการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)ได้มีการตั้งศูนย์อำนวยการตั้งแต่วันลงประชามติรัฐธรรมนูญแล้ว และจะใช้ศูนย์ดังกล่าวดำเนินการต่อไป ทั้งเรื่องการดูแลความสงบเรียบร้อย

          เมื่อถามว่ามั่นใจใช่หรือไม่ว่าวันเลือกตั้งจะเป็นวันที่ 23 ธ.ค. และไม่คิดว่าจะเกิดอุบัติเหตุการเมืองใดๆ ขึ้นมาอีก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการพูดคุยกันวันนี้ไม่คิดว่าน่าจะมีอะไร เพราะทุกคนมองไปถึงการที่จะมีการเลือกตั้ง และกลับไปสู่ครรลองของประชาธิปไตย

          เผยต่างชาติเข้าใจไทยหลังประชามติ

          ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมเอกอัครราชทูต และกงสุลใหญ่ทั่วโลกประจำปี 2550 ว่า ได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างฝ่ายบริหารและเอกอัครราชทูต รวมทั้งกงสุลใหญ่จากหลายประเทศ 93 คน ประเด็นหลักคือเรื่องมุมมองของประเทศต่างๆ ที่เอกอัครราชทูตไทยได้ไปทำหน้าที่ในประเทศนั้นๆ สะท้อนมุมมองของรัฐบาลและประชาชนของประเทศเหล่านั้นให้รับทราบซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการดำเนินการสร้างความเข้าใจที่ดีต่อไป

          ทั้งนี้ ภาพรวมสรุปได้ว่า ทั้งในส่วนของทวีปอเมริกา ยุโรป แอฟริกา มองการดำเนินการของเราไม่ว่าจะเป็นส่วนของรัฐบาล หรือสนช.หรือการดำเนินการลงประชามติว่าเป็นไปตามขั้นตอนถือเป็นความพอใจของทุกๆ ประเทศในระดับที่ดีขึ้นกว่าช่วงต้นปีที่ผ่านมา และคงต้องรอการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นทั่วประเทศอีกครั้ง ส่วนตัวเขาได้ชี้แจงให้บรรดาเอกอัครราชทูตทราบถึงการดำเนินการหลักๆ ทั้งเรื่องสถานการณ์ในภาคใต้ เรื่องเศรษฐกิจ ที่ได้ดำเนินการมาในช่วง 8 เดือน และสิ่งที่เราคาดคิดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในอีก 4-5 เดือนข้างหน้า

          'ฉลองภพ' ชี้การเมืองหนุนศก.ฟื้น

          ดร.ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค.นี้ ถือว่าเป็นจุดที่ทำให้ทุกอย่างมีความชัดเจนมากขึ้น แต่หลังเลือกตั้งก็ต้องมาดูว่าอำนาจเก่าจะกลับมาหรือไม่ เพราะการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นไม่ต้องการให้เกิดความแตกแยก หากไม่แตกแยก ภาวะเศรษฐกิจจะกลับมาเป็นปกติ แต่ตอนนี้ถือว่าไม่ปกติ ซึ่งเป็นปัญหาของการเมืองที่ทำให้เกิดความแตกแยก

          ดังนั้นต้องการให้ความแตกแยกหมดไปเร็ว เพราะประชาชนต้องการปรองดอง ซึ่งเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง ได้ความชัดเจนเรื่องการเมืองมาเสริม รัฐเองก็จะเร่งรัดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมาเสริม เช่น โครงการลงทุนขนาดใหญ่ หรือ เมกะโปรเจค ซึ่งจะเห็นเป็นรูปธรรมใน 1-2 เดือนนับจากนี้ ในขณะที่การใช้งบประมาณปี 2551 ก็จะกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศได้อีกแนวทางหนึ่ง รวมทั้งการขึ้นเงินเดือนของข้าราชการ 4% ก็จะมีส่วนช่วยได้ และช่วงการเลือกตั้งก็จะมีเม็ดเงินสะพัดด้วย แต่ก็ขอเตือนว่าไม่อยากให้ประชาชนใช้เงินเกินขอบเขต

          โบรกฯชี้นักลงทุนมั่นใจมากขึ้น

          ด้านนายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ บล. กิมเอ็ง ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่รัฐบาลกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจนออกมาเป็นวันที่ 23 ธ.ค.นั้น ทำให้ความกังวลกับสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลายลงได้อย่างมาก เพราะสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับ ตั้งแต่การร่างรัฐธรรมนูญ การลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญ ตลอดจนการกำหนดวันเลือกตั้ง

          “เป็นเรื่องดี ที่มีการกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจนออกมา เพราะทำให้ทุกอย่างมีความแน่นอนมากขึ้น และผู้ลงทุนเองก็ไม่ชอบที่จะเห็นอะไรซึ่งไม่มีความแน่นอน ดังนั้นเมื่อทุกอย่างคลี่คลายลงในทางที่ดี ก็น่าจะส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนโดยรวมให้ดีขึ้นได้ด้วย” นายมนตรีกล่าว

          ด้านนายไพบูลย์ นรินทรางกูร กรรมการผู้จัดการ บล.ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่าวันเลือกตั้งที่รัฐบาลกำหนดไว้นั้น ถือว่าเป็นไปตามคาดเพียงแต่เรื่องนี้คงยังไม่ส่งผลดีต่อการลงทุนในระยะสั้น เนื่องจากยังมีปัจจัยการเมืองเรื่องอื่นที่ต้องจับตาดูอยู่ ซึ่งรวมถึงเรื่องการแต่งตั้งผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ) รวมถึงการแต่งตั้งโยกย้ายทหารประจำปีด้วย เพราะเรื่องเหล่านี้อาจกลายเป็นประเด็นกดดันการลงทุนขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตามการกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจนนี้ ถือว่าส่งผลดีต่อการลงทุนระยะปานกลาง

          “ตอนนี้ยังมีปัจจัยที่เราต้องติดตามต่อ คือ เรื่องการเมืองและการแต่งตั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่ ประเด็นเหล่านี้อาจเป็นตัวแปรกดดันการลงทุนในระยะสั้นได้” นายไพบูลย์กล่าว

          เอกชนชี้บริโภค-ลงทุนฟื้น

          นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การที่รัฐบาลกำหนดเวลาเรื่องตั้งให้ชัดเจนครั้งนี้ถือเป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้ผู้บริโภค และนักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้น โดยเชื่อว่าในระยะสั้น ความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะฟื้นกลับมาในเวลาไม่นาน ส่วนการลงทุนอาจจะไม่ฟื้นกลับมาในทันที เนื่องจากนักลงทุนอาจจะรอติดตามนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะมีทิศทางอย่างไร และติดตามว่าใครจะมาเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล

          "แต่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของปีนี้ คงไม่เปลี่ยนแปลงจากประมาณการเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 4.1%"

          ด้านนายดุสิต นนทะนาคร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่าภาคเอกชนและประชาชนส่วนใหญ่คาดหวังว่าเมื่อมีการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นไปแล้วจะมีการเลือกตั้งตามมา ซึ่งหลังจากการเลือกตั้งเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้นมาก็จะส่งผลในเรื่องของการทำงานของรัฐบาลที่ชัดเจนมากขึ้นและอย่างน้อยจะส่งผลดีต่อจิตวิทยาด้านเศรษฐกิจ

          เขาเห็นว่าแม้จะมีการกำหนดการเลือกตั้งที่ชัดเจนแล้ว แต่อาจจะมีผลทางเศรษฐกิจและธุรกิจปีนี้ไม่มาก โดยผลทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่จะไปอยู่ที่ปีหน้ามากกว่า เนื่องจากปีนี้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากช่วงครึ่งปีแรกของปีมามาก เช่น การบริโภคหดตัวลง การแข็งค่าของเงินบาท และการส่งออกที่เริ่มชะลอตัว

          'สดศรี'หวั่นวุ่นวายไม่ผ่านมติกกต.

          ด้านนางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้งด้านกิจกรรมพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวว่า อาจจะมีปัญหา เพราะไม่ได้มีการปรึกษากับพรรคการเมือง และก่อนหน้านี้ตุลาการรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยที่ 1/2549 ว่า การกำหนดวันเลือกตั้งโดยไม่ได้ปรึกษาพรรคการเมืองนั้น ไม่ถูกต้อง และอาจเกิดความวุ่นวายเหมือนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2549 แต่เมื่อรัฐบาลและประธานกกต.หารือกันแล้วก็คงต้องจัดประชุมพรรคการเมือง เพื่อแจ้งวันเลือกตั้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

          ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า อำนาจในการกำหนดวันเลือกตั้ง ก็เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ใช่ กกต. และตามปกติการกำหนดวันเลือกตั้งก็ไม่ต้องเป็นมติกกต.ก่อน เพราะเมื่อมีกฎหมายลูกแล้ว ครม.สามารถออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งได้ กกต.เป็นเพียงผู้ให้ข้อมูลเท่านั้น

          พรรคการเมืองเคลื่อนไหวคึกคัก

          ส่วนที่อาคาร ถลาง ถนนหลานหลวง ที่ทำการกลุ่มรวมใจไทย ได้มีการประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อเปิดที่ทำการกลุ่มรวมใจไทย เป็นการภายใน โดยมี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษากลุ่มรวมใจไทย และนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ นายพิมล ศรีวิกรม์ และนายอุทัย พิมพ์ใจชน รวมสมาชิกกลุ่มที่มาร่วมงานกว่า 200 คน และนายสมศักดิ์ และนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมาได้เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีด้วย

          ที่บ้านมัชฌิมา วันเดียวกัน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน หัวหน้ากลุ่มมัชฌิมา แถลงภายหลังการประชุมสมาชิกกลุ่มมัชฌิมา ถึงการรวมกลุ่มมัชฌิมาและกลุ่มรวมใจไทย เพื่อตั้งพรรคการเมืองว่า มีข้อมูลใหม่ที่เป็นประโยชน์ เกี่ยวกับการควบรวมต่างๆ ไม่เฉพาะมัชฌิมา กับรวมใจไทยเท่านั้น แต่จะมีในส่วนอื่นๆ ที่จะต้องประสานกันเพื่อให้เกิดการปรองดองที่แท้จริง แต่จะใช้ระยะเวลาเท่าไรนั้น ยังไม่ทราบ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (27 ส.ค.)  กลุ่มมัชฌิมา ได้ทำหนังสือถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอเลื่อนการจดทะเบียนพรรคมัชฌิมาธิปไตย ในวันที่ 28 ส.ค. เวลา 13.00 น. ออกไปก่อน

          ส่วนที่สำนักงานกกต.นายประมวล รุจนเสรี พร้อมคณะได้เข้ายื่นเรื่องขอจดตั้งพรรค “ประชามติ”  โดยมีนายประมวล เป็นหัวหน้าพรรค และขณะที่ในช่วงเช้า มีผู้ขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคเพิ่มคือพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีนายบรรจงศักดิ์ วงศ์รัตนวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค และพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ยื่นขอตั้งพรรคเสธ.แดงด้วย

Source - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (Th)

Tuesday, August 28, 2007  02:25

 

กลุ่มอสังหาฯหวัง กนง.ลด ดบ. คาดสิ้นปีสินเชื่อบ้าน 2.5 แสนล.

          ภาคอสังหาริมทรัพย์คาดการประชุม กนง.วันที่ 29 ส.ค.นี้ จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก ซึ่งจะส่งผลดีต่ออสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัว เมื่อบวกกับการเมืองและการเลือกตั้งมีความชัดเจนขึ้น คาดสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ใหม่ทั้งระบบปีนี้มีประมาณ 250,000 ล้านบาท

          นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวแสดงทรรศนะเกี่ยวกับทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วงครึ่งปีหลัง ว่า ตามปกติทุกช่วงไตรมาส 4 ของปีภาคอสังหาริมทรัพย์จะดีขึ้นทุกปี โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคมยอดขายจะสูงขึ้น ส่งผลให้ยอดสินเชื่อดีขึ้นต่อเนื่องติดต่อกันมาตลอด 2 - 3 ปี โดยเฉพาะปีนี้  คาดว่าเมื่อสถานการณ์การเมืองชัดเจน และเมื่อรัฐบาลกำหนดวันเลือกตั้งชัดเจน น่าจะทำให้ผู้ชะลอซื้อบ้านกลับมาตัดสินใจซื้อบ้านมากกว่าเดิม

          กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวคาดการณ์ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วันที่ 29 สิงหาคมนี้ ว่า กนง.น่าจะปรับลดลงอีกประมาณ 0.25% เพราะเป้าหมายการดูแลอัตราเงินเฟ้อคงไม่ใช่ปัจจัยสำคัญมากในช่วงนี้ อัตราดอกเบี้ยน่าจะลดลงได้อีก ส่วนปัญหาสินเชื่อที่อยู่อาศัยด้อยคุณภาพ หรือซับไพร์มสหรัฐฯ คงไม่ส่งผลโดยตรงต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย แต่จะกระทบทางอ้อมจากภาวะตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง และสินเชื่อรูปแบบซับไพร์มของสหรัฐฯยังไม่มีในประเทศไทย ที่จะเน้นปล่อยสินเชื่อผู้มีรายได้ประจำ ซึ่งมองว่า ยอดสินเชื่อใหม่ทั้งระบบปีนี้จะมีจำนวน 250,000 ล้านบาท หลังจากครึ่งปีแรกมีสินเชื่อที่อยู่อาศัย 120,000 ล้านบาท

          นายขรรค์ กล่าวว่า ธนาคารอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เพื่อที่จะแยกตัวออกไปเป็นองค์กรอิสระภายใน 5 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ เชื่อว่าศูนย์ข้อมูลฯจะสามารถสร้างรายได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งพิงงบประมาณจากธนาคารและภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบันไม่สามารถระบุได้ว่าศูนย์ข้อมูลฯจะผันตัวเองเป็นองค์กรแบบใด แต่ธนาคารก็พร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่

          ด้านนายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธปท. น่าจะมีการปรับลดลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังจากที่ประเทศไทยประสบปัญหาการบริโภคของภาคเอกชนชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง เพราะการปรับอัตราดอกเบี้ยลงจะช่วยกระตุ้นภาคการใช้จ่ายของประชาชนได้มากขึ้น ส่วนปัญหา SUP-Prime ที่ผันผวนอยู่ในขณะนี้ ถือว่าเป็นผลดีกับประเทศไทย เพราะถือว่าเป็นเครื่องมือในการช่วยเตือนสติทั้งในส่วนของลูกหนี้และธนาคารพาณิชย์ ไม่ให้เกิดการเร่งปล่อยสินเชื่อมากเกินไป และมีความระมัดระวังในการอนุมัติสินเชื่อเพิ่มขึ้นด้วย

          นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานคณะกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย คาดว่าทิศทางดอกเบี้ยระยะสั้นน่าจะลดลงได้อีก เพราะ ธปท.ไม่ควรเป็นห่วงอัตราดอกเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากการลดดอกเบี้ยจะช่วยกระตุ้นการบริโภคเพิ่มขึ้นจากที่เคยชะลอการใช้จ่าย ซึ่งจะทำให้ภาคอสังหาริมทรพย์ดีขึ้นตามไปด้วย และเรียกร้องให้ธนาคารพาณิชย์เร่งปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้สอดคล้องกับดอกเบี้ยระยะสั้นที่ลดลงไปแล้ว เพราะธนาคารต่างๆยังลดดอกเบี้ยล่าช้า รวมถึงรัฐบาลควรตัดสินใจเดินหน้าโครงการรถไฟฟ้าเพื่อให้เกิดการลงทุนและส่งผลต่อธุรกิจต่อเนื่องดีขึ้น โดยเฉพาะภาคอสังหริมทรัพย์ให้ฟื้นตัว

 

Source - กระแสหุ้น (Th)

Tuesday, August 28, 2007  04:11

 

คาดธงกนง.ลดดบ. 0.25%

          ** อสังหาฯตีปีกกิจการฟื้น

          แบงก์ชาติรับสภาพส่งออกครึ่งปีหลังชะลอตัว จับตาผลกระทบซับไพร์ม หวั่นรุนแรงกระทบเศรษฐกิจไทยศูนย์วิจัยกสิกรฯคาดกนง.ปรับลดดอกเบี้ยลงอีก0.25% ภาคอสังหาฯขานรับส่งผลดีต่อการฟื้นตัวหลังประชาชนชะลอใช้จ่ายคาดสินเชื่อใหม่ทั้งระบบปีนี้ 2.5แสนล้าน คลังโชว์ 10 เดือนจ่ายหนี้เงินกู้กว่า1.3แสนล้าน ส่วนหนี้สาธารณะล่าสุดลด3.168 ล้านล้าน

          เมื่อวันที่ 27 ส.ค.50 ในการประชุมเอกอัครราชทูตไทยและกงสุลใหญ่ทั่วโลก 91คนที่กระทรวงการต่างประเทศได้มีการจัดสัมมนาภายใต้หัวข้อ "ทิศทางและแนวนโยบายเศรษฐกิจไทย"โดยมีนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.อุตสาหกรรมนายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง นายนิตย์ พิบูลสงคราม รมว.ต่างประเทศ นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ประธานสมาคมธนาคารไทยและนายประมนต์สุธีวงศ์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเข้าร่วมการสัมมนา

          นางธาริษาเปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้ได้อธิบายภาวะเศรษฐกิจไทยให้บรรดาเอกอัครราชทูตไทยทราบ โดยเฉพาะแนวโน้มครึ่งปีหลังที่การส่งออกชะลอตัว โดยตัวเลขส่งออกเดือนก.ค.ขยายตัวเพียงร้อยละ 5.9 โดยสาเหตุส่วนหนึ่งจากการที่การส่งออกน้ำมันไปโรงกลั่นประเทศสิงคโปร์ลดลงถึงร้อยละ 60 เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งในไทยปิดซ่อมบำรุงการขยายตัวของการส่งออกข้าวลดลง ซึ่งยังต้องรอตรวจสอบตัวเลขอีกครั้ง เนื่องจากตัวเลขการส่งออกข้าวกรมศุลกากรลดลงค่อนข้างมาก ขณะที่ตัวเลขกรมการค้าภายในกลับเพิ่มขึ้นอาจจะมีตัวเลขเหลื่อมเดือนแต่คาดว่าจะเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้นอย่างไรก็ตามการส่งออกที่ชะลอตัวลงครึ่งปีหลังเป็นไปตามที่ธปท.คาดการณ์ไว้ดังนั้นจึงเชื่อว่าอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจปีนี้จะยังเติบโตร้อยละ 4-5 ตามที่ประเมินไว้

          นางธาริษากล่าวยอมรับว่า ยังต้องติดตามปัญหาสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ด้อยคุณภาพ(ซับไพร์ม)ว่าผลกระทบจะลุกลามต่อเศรษฐกิจสหรัฐมากกว่าที่คาดไว้และจะขยายวงกว้างไปยังประเทศอื่นหรือไม่ หากผลกระทบรุนแรงจะมีผลต่อการส่งออกของประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้ แต่จนถึงขณะนี้ยืนยันว่า ผลกระทบโดยตรงต่อไทยยังไม่มีเป็นเพียงผลกระทบทางอ้อมซึ่งไม่รุนแรง

          ด้านบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทยจำกัดรายงานว่า ได้ประเมินคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)อาจมีความโน้มเอียงที่จะมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ1 วันซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกร้อยละ0.25จากร้อยละ 3.25 เหลือร้อยละ 3.00ในการประชุมรอบที่ 6 ของปีวันที่ 29 ส.ค.นี้เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจโดยเฉพาะในภาวะที่ความเสี่ยงทางด้านเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำและไม่น่าวิตกเช่นในปัจจุบัน

          นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)กล่าวในงานสัมมนาการบูรณาการข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ว่า ทิศทางอสังหาริมทรัพย์ครึ่งปีหลังโดยเฉพาะไตรมาส 4 ภาคอสังหาริมทรัพย์จะดีขึ้นทุกปี เพราะเดือนพ.ย.-ธ.ค.ยอดขายจะสูงขึ้น และช่วงดังกล่าวยอดสินเชื่อจะดีขึ้นต่อเนื่องมาแล้ว 2-3 ปี โดยเฉพาะปีนี้เมื่อสถานการณ์การเมืองชัดเจน และเมื่อรัฐบาลกำหนดวันเลือกตั้งชัดเจน น่าจะทำให้ผู้ชะลอซื้อบ้านกลับมาตัดสินใจซื้อบ้านมากกว่าเดิม

          ส่วนอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นนั้น คาดว่าการประชุม กนง.วันที่ 29 ส.ค.น่าจะปรับลดลงอีกประมาณร้อยละ 0.25 เพราะเป้าหมายการดูแลอัตราเงินเฟ้อคงไม่ใช่ปัจจัยสำคัญมากในช่วงนี้ อัตราดอกเบี้ยน่าจะลดลงได้อีก ส่วนปัญหาสินเชื่อที่อยู่อาศัยด้อยคุณภาพ หรือซับไพร์มสหรัฐ คงไม่ส่งผลโดยตรงต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย แต่จะกระทบทางอ้อมจากภาวะตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง และสินเชื่อรูปแบบซับไพร์มของสหรัฐยังไม่มีในประเทศไทย ที่จะเน้นปล่อยสินเชื่อผู้มีรายได้ประจำ ซึ่งมองว่ายอดสินเชื่อใหม่ทั้งระบบปีนี้จะมีจำนวน 250,000 ล้านบาท หลังจากครึ่งปีแรกมีสินเชื่อที่อยู่อาศัย 120,000 ล้านบาท

          ด้านนายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า หากกนง.ไม่ลดดอกเบี้ยอาจมีความเป็นห่วงการรักษาระดับอัตราดอกเบี้ย ให้สอดคล้องกับธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ซึ่งยังสูงกว่า แต่เห็นว่าการที่ดอกเบี้ยสหรัฐสูงขึ้นจะเป็นสิ่งที่ดีเพราะจะทำให้เงินทุนบางส่วนไหลกลับนอกประเทศบ้างช่วยลดปัญหาเงินบาทแข็งค่าขณะนี้

          นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานคณะกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าว ทิศทางดอกเบี้ยระยะสั้นน่าจะลดลงได้อีก ธปท.ไม่ควรเป็นห่วงอัตราดอกเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากการลดดอกเบี้ยจะช่วยกระตุ้นการบริโภคเพิ่มขึ้นจากที่เคยชะลอการใช้จ่าย ซึ่งจะทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ดีขึ้นตามไปด้วย

          ด้านสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะรายงานการปรับโครงสร้างหนี้ 10 เดือนแรกปีงบประมาณ2550ว่ากระทรวงการคลังได้ปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศโดยแปลงตั๋วเงินคลังที่ออกเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ8.3 หมื่นล้านบาทเป็นพันธบัตรและออกพันธบัตรและตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ เพื่อชดใช้ความเสียหายให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน(FIDF)ในส่วนของFIDF 1 วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท

          ส่วนรัฐวิสาหกิจในภาพรวม มีการกู้เงินเพื่อชำระหนี้เดิมด้วยดอกเบี้ยต่ำลง (Rollover) 19,601 ล้านบาท ขณะที่หนี้ต่างประเทศ กระทรวงการคลังได้ปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ต่างประเทศโดยการชำระคืนก่อนครบกำหนด 28,890 ล้านบาท และRefinance เงินกู้ต่างประเทศด้วยเงินบาท 17,200 ล้านบาท สามารถลดยอดหนี้คงค้างได้รวม 28,890 ล้านบาทและลดภาระดอกเบี้ยได้รวม 2,370 ล้านบาท

          นอกจากนี้ ยังได้บริหารความเสี่ยงหนี้เงินกู้ Floating Rate Notes (FRNs)และหนี้เงินกู้ Samurai Bond โดยการซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า วงเงิน 300ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 48,000 ล้านเยน ตามลำดับ สำหรับรัฐวิสาหกิจ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน)ได้ปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ต่างประเทศวงเงินรวม 14,920 ล้านบาท

          ด้านการชำระหนี้ของภาครัฐระยะ 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2550 กระทรวงการคลังได้ชำระคืนต้นเงินกู้ ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจากงบประมาณรวม 131,450ล้านบาท และเดือนก.ค.50 กระทรวงการคลังได้ชำระหนี้จากงบประมาณ 22,431 ล้านบาท เป็นการชำระคืนเงินต้น 10,158 ล้านบาท ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวม 12,273ล้านบาท

          สำหรับหนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นเดือนมิ.ย.50 มีจำนวน 3,168,426 ล้านบาทหรือร้อยละ 37.72 ของจีดีพีเป็นหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง 2,031,575 ล้านบาทหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 891,015 ล้านบาท หนี้สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ200,120ล้านบาท และหนี้องค์กรของรัฐอื่น 45,716 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนพ.ค.หนี้สาธารณะลดลง 43,166 ล้านบาท โดยหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรงลดลง 34,081ล้านบาท

 

Source - สยามรัฐ (Th)

Tuesday, August 28, 2007  04:15

 

เมื่อ"หนิงเซี่ย-ไทย" "กันเปย"  ผนึกผลิต"ฮาลาล"สู่โลก

          โดย วชิระ ผุดผ่อง

          "หนิงเซี่ย" เรียกอย่างเป็นทางการว่า เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน มีเมืองหลวงชื่อ "หยินชวน" ได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดของจีน

          ด้วยขนาดของหนิงเซี่ยไม่ใหญ่มากนัก โดยพื้นที่เท่ากับ 1 ใน 10 ของประเทศไทย ปี 2548 พบว่ามีประชากรเพียง 5.96 ล้านคน เป็นชนชาติ "ฮั่น" ราวร้อยละ 65 ที่เหลือเป็นชนกลุ่มน้อยอื่นซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนชาติ "หุย" โดย 1 ใน 3 นับถือศาสนาอิสลาม ทั้งนี้ ทั้งประเทศจีนมีชาวมุสลิมอยู่ประมาณ 20 ล้านคน (จีนมีประชากรประมาณ 1,300 ล้านคน มากเป็นอันดับหนึ่งของโลก 93% เป็นชาวฮั่นที่เหลือ 7% เป็นชนกลุ่มน้อย คือ ชนเผ่าจ้วง หุย อุยกูร์ หยี ทิเบต แม้ว แมนจู มองโกล ไตหรือไท เกาซัน)

          แม้ว่าจะเป็นมุสลิม แต่การอยู่ร่วมกันของ 2 ชนชาติต่างศาสนาดังกล่าว กลับอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนและสงบสุขอย่างยิ่ง ทุกคนมีความรู้สึกว่าเป็นจีนเช่นเดียวกัน ใครจะนับถือศาสนาใดไม่ใช่เรื่องใหญ่ พรรคคอมมิวนิสต์จีนต่างหาก คือผู้ที่ดูแลพวกเขา

          ข้อความนี้ "สินติ ตั้งรพีพากร" ครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจีนอย่างลึกซึ้งระบุ

          หนิงเซี่ย ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ทางตอนบนของ "แม่น้ำหวงเหอ" หรือ "แม่น้ำเหลือง" อันลือลั่น มีทรัพยากรธรรมชาติมากมายทั้งถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ พืชผัก เป็นแหล่งผลิต "เก๋ากี้" พืชสมุนไพรอันทรงค่า

          ที่สำคัญ ผู้คนที่นั่นยัง "ดั้งเดิม" อยู่มาก ขณะเดียวกันพื้นเพเป็นชาวมุสลิมจึงผลิตอาหาร "ฮาลาล" อัยบริสุทธิ์ส่งออกยังพี่น้องชาวมุสลิมทั่วโลก

          16-19 สิงหาคมที่ผ่านมา "พระนาย สุวรรณรัฐ" ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.ศอ.บต.) จัดงาน "เทศกาลอาหารมุสลิมหรืออาหารฮาลาลนานาชาติ ครั้งที่ 2" ที่เมืองหยินชวน ไปเชื่อมสัมพันธ์การค้าและการลงทุน โดย "พีรพล ตริยะเกษม" ที่ปรึกษานายกสมาคมมิตรภาพไทย-จีน เป็นกุนซือใหญ่

          ส่วน "เกริกไกร จีระแพทย์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นหัวเรือนำทีมเจรจากับ "หวัง เจิ้ง เหว่ย" ผู้ว่าการเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย ผสาน "พระนาย" "พิเชษฐ์ สถิรชวาล" เลขาธิการคณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย พร้อมนำผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ประกอบการอาหารฮาลาลของไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหรรม นักธุรกิจ กลุ่มอาชีพต่างๆ ประธานหอการค้าจังหวัด ไปร่วม

          สินค้าอาหารฮาลาล สินค้าพื้นเมืองในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปแสดง ตั้งวางอย่างภาคภูมิ

          ที่ฮือฮามากคือ "มังคุด" "ลองกอง" รวมทั้ง "ต้มยำกุ้ง" เป็นดาวเด่น ชนิดที่เรียกว่า ประเทศที่ไปร่วมงานถึง 18 ประเทศที่เป็นมุสลิม เช่น อิหร่าน มาเลเซีย และประเทศอื่นในทวีปแอฟริกา ต้องมองกันตาปริบๆ ฝ่ายต้อนรับคือหนิงเซี่ยเองก็ยอมรับว่าไทยคือสีสันของงานมากที่สุด

          "มังคุด" ที่ราคาตกต่ำสุดในประเทศบ้านเกิด ชาวจีนที่หยินชวนแย่งกันซื้อในราคา 7 ลูก 50 บาท

          ส่วน "ลองกอง" ผลไม้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งปลูกกันมากแต่ราคาวูบในไทย นำไปให้พี่น้องชาวจีนได้ชิม 500 กิโลกรัม โดยล่องแม่น้ำโขงไปส่งที่คุนหมิง บินข้ามไปหนิงเซี่ย ส่วนหนึ่งถูกแปลงเป็นน้ำลองกอง ผู้ไปร่วมงานแย่งกันชิมอย่างสนุกสนาน

          "พีรพล" บอกว่า การไปเปิดตลาดที่หยินชวน ทำให้ไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้น จากเดิมที่คุ้นกับไต้หวัน มาเลเซีย สื่อมวลชนท้องถิ่นลงข่าวทุกวัน มีรายงานว่าคนอย่างน้อย 5 พันคนต่อวัน เข้าไปในบู๊ธแสดงสินค้าของไทย ซึ่งใหญ่ครึ่งหนึ่งของพื้นที่จัดงาน เมื่อรวมกับ 18 ประเทศที่ไปร่วมจัดนิทรรศการงานดังกล่าว

          นับจากนี้ อาหารฮาลาลและสินค้าอื่นๆ ที่ไปจากไทย จะได้รับสิทธิพิเศษมากขึ้นจากหนิงเซี่ย โดยเฉพาะสินค้าจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีความเป็นมุสลิมเฉกเช่นเดียวกับชาวหนิงเซี่ย

          เป็น "มิตรภาพ" ที่ไม่วันจืดจาง สำหรับ "ไทยและจีน" จริงๆ

Source - เว็บไซต์มติชน (Th)

Tuesday, August 28, 2007  04:24

 

หนี้สินที่เพิ่มขึ้น

          คอลัมน์ บทบรรณาธิการ

          ผลการสำรวจสภาพหนี้ครัวเรือนของประชาชนทั่วประเทศ โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยครั้งล่าสุด โดยสำรวจจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 10,000 บาท ไปจนกระทั่งมีรายได้มากกว่า 90,000 บาทต่อเดือน 1,178 ตัวอย่าง

          พบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 78.2 มีหนี้สิน และมีเพียงร้อยละ 21.8 เท่านั้นที่ไม่มีหนี้สิน โดยหนี้สินเฉลี่ยของครัวเรือนอยู่ที่ 132,262.35 บาทต่อครอบครัว เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 13.2

          และทำให้อัตราหนี้สินครัวเรือนต่อผลผลิตรวมประชาชาติ (จีดีพี) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 29.09 เป็นร้อยละ 31.23

          รวมทั้งพบว่าสัดส่วนของหนี้นอกระบบเพิ่มสูงขึ้นจากร้อยละ 26.1 ของหนี้ทั้งหมดเป็นร้อยละ 32.2 ในปีนี้

          แม้ผู้วิจัยจะระบุว่า ปัญหาหนี้สินครัวเรือนไทยยังไม่ส่งผลกระทบถึงภาวะเศรษฐกิจมหภาค หรือจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจเช่นเดียวกันกับในปี 2540

          แต่จากการสำรวจก็พบว่า ครอบครัวที่มีรายได้อยู่ระหว่าง 10,000-20,000 บาท เป็นกลุ่มที่มีปัญหาในการชำระหนี้มากที่สุด

          โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาระหนี้สินครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นนั้น นอกจากจะมาจากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวจนทำให้รายได้ไม่พอกับรายจ่ายแล้ว อีกส่วนหนึ่งยังเกิดจากพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงไปของประชาชนโดยทั่วไปอีกด้วย

          ดังนั้นนอกจากรัฐบาลจะพยายามกระตุ้นให้ภาวะเศรษฐกิจกลับคืนสู่สภาพปกติแล้ว ยังจะต้องรณรงค์ให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายและการครองชีวิตให้เหมาะสมอีกด้วย

          ไม่เช่นนั้นแล้วปัญหาจะวนย้อนกลับมาใหม่ ในอนาคต

          ’ญหาหนี้สินของครอบครัวที่มีรายได้น้อย เป็นปัญหาหลักที่ควบคู่กับเศรษฐกิจไทยมานับตั้งแต่มีการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นครั้งแรกเมื่อเกือบ 50 ปีที่แล้ว

          การกระโจนเข้าสู่เศรษฐกิจการตลาด ที่ต่อมายกระดับขึ้นเป็นกระแสโลกาภิวัตน์ โดยปราศจากหรือมีภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจและจิตใจไม่เพียงพอ ไม่เพียงแต่จะก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดปัญหาสังคมและวัฒนธรรมรุนแรงยิ่งขึ้นอีกด้วย

          ฉะนั้นหากต้องการแก้ไขปัญหาความยากจนหรือหนี้สินของประชาชน จึงไม่สามารถแก้ไขด้วยการใช้เงินหรือวิธีการทางเศรษฐกิจเท่านั้น

          แต่ต้องใช้ใจหรือวิธีการทางสังคมและวัฒนธรรมเข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญ เพื่อสร้างความนิยมและแนวทางการดำรงชีวิตแบบใหม่

          เพื่อป้องกันมิให้ปัญหาวนกลับไปซ้ำรอยเดิมเช่นที่เคยเป็นมา

 

Source - เว็บไซต์ข่าวสด (Th)

Tuesday, August 28, 2007  04:52

 

แอร์ มาดากัสการ์ ร่วมสัมมนา กลยุทธ์การค้า/ลงทุนในแอฟริกา

          นายอรรถวุฒิ คุ้มพิทักษ์ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด สายการบินแอร์ มาดากัสการ์ นำทีมขายร่วมงานสัมมนา "กลยุทธ์การค้า การลงทุนในแอฟริกา" ในฐานะตัวแทนจากภาคเอกชน เพื่อให้คำปรึกษาและแนะนำด้านการเดินทางแก่นักลงทุนที่สนใจเดินทางเพื่อติดต่อการค้าและการลงทุนในประเทศแถบแอฟริกา ซึ่งจัดขึ้นโดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเดอะ แกรนด์ อยุธยา เมื่อเร็วๆนี้

          ปัจจุบัน สายการบินแอร์ มาดากัสการ์ ให้บริการเที่ยวบินเส้นทาง กรุงเทพฯ - รียูเนี่ยน - อันตนานาริโว เมืองหลวงของประเทศมาดากัสการ์ ทุกวันอังคาร และวันเสาร์ 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

 

Source - พิมพ์ไทย (Th)

Tuesday, August 28, 2007  06:14

 




บทความ/สาระ

คนตาก พร้อมบิน เร่งรัดให้ขยายสนามบิน ฟื้นการใช้สนามบินรับโบอิ้ง บูมท่องเที่ยว ขนส่งสินค้า รับ AEC
รัฐไทย-เมียนมา หารือเพิ่มจุดผ่านแดนถาวร กระตุ้นการค้าสองชาติขยายตัว
แม่สอด เขตเศรษฐกิจพิเศษหมื่นล้าน
"แม่สอด" เกต์เวย์ถนนระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก
พม่า โอกาสการค้า-การลงทุนที่ SMEs ไทยไม่ควรมองข้าม
เปิดฟ้ามะละแหม่ง แม่สอดสานท่องเที่ยว
ประธานหอการค้าตาก เผยเขตเศรษฐกิจชายแดนแม่สอด เนื้อหอม นักธุรกิจ"ไทย-จีน-ญี่ปุ่น" สนใจลงทุนชายแดน และฝั่งพม่า
พฤติกรรมผู้บริโภคในอาเซียน”...ตัวแปรสำคัญที่ SMEs ไทยควรรู้ก่อนก้าวสู่ AEC
พลังงานน้ำมัน...ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
พริกกะเหรี่ยง : การพัฒนาพันธุ์พื้นเมืองสู่พันธุ์การค้า
เดินทางเสริมสร้างมงคลกับ 9 วัดอารามหลวง
ไฮไลท์“ลอยกระทง” เสน่ห์สีสันแห่งสายน้ำ
เหลียวหลังแลหน้าเลือกตั้งพม่า7พ.ย.
อสังหาฯป่วน 'แบงก์'ระงับปล่อยกู้ แนะกลยุทธ์ไม่ให้ถูกยึดบ้าน ผ่อนไม่ได้มีทางออก!
เอกชนจี้สลายขั้วรัฐบาลเก่า _ทุกภาคส่วนเริ่มมีหวัง ลุ้นได้นายกฯใหม่คนดีมีฝีมือ
เชื่อมทาง 3 แม่ สู่แดน 3 หมอก
เพิ่มงบฯขาดดุลแสนล้าน ไม่ใช่หลักประกันความเสี่ยงเศรษฐกิจ 52
'สมชาย' +เซ่นตุลาเดือด + บิ๊กธุรกิจบีบยุบสภา หวั่นความรุนแรงลุกลามทุบท่องเที่ยว ตลาดทุนป่นปี้
เชียร์กองทัพ “ปฏิวัติ” ก่อนชาติพัง! 2 ขั้วเมิน “คนกลาง” –ชี้ ‘คนชั้นสูง’ เสริมจุดแข็งพันธมิตร
วิกฤตสหรัฐกระทบไทย ชำแหละกองทุนรวม ผู้ถือหุ้นเจ๊งระนาว!
ทุนเชียงรายเพรียกหา“ศูนย์กระจายสินค้า” รับระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้เชื่อมจีน
หอฯเหนือถกแผนรับมือคุนหมิง-กรุงเทพฯหวั่นไทยเป็นทางผ่าน
เลห์แมนล้มฉุดทุนไทย + ต่างชาติเทขาย 2 แสนล้าน/ธนาคารแห่งประเทศไทยผวาเงินไหลออก/เอไอเอสำรองฉุกเฉินเพียบ
เกษตร4แสนไร่สังเวยอุทกภัย ประกันเมินพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก
เปิดบัญชีกลุ่มธุรกิจหลังสิ้นยุค ‘ทักษิณ’เรืองอำนาจ ธุรกิจอิงการเมืองฟุบ บิ๊กอสังหาฯ กระอัก
'รัฐบาลทำอะไรผิด' ทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงตรงไหน?
ทองทุบสถิติ 30 ปี ถือ 7วันกำไร 600 บาท เซียนเตือนอย่า'บุ่มบ่าม'
“พลังงานทางเลือก” จุดเปลี่ยนเกมค่ายรถ มะกัน-ญี่ปุ่นใครจะคว้าชัยในเวทีใหม่
สตง.พบ 2 โครงการปล่อยกู้ 'ฮุนเซน' เอื้อชินคอร์ป? คดีเอ็กซิมแบงก์ โผล่เขมร ทักษิณ!ตัวการอีกแล้ว
20.08น. วินาทีเปิดปักกิ่งเกมส์ โชว์สปิริตเอเชียที่สุดแห่งโอลิมปิก
ศึกแบงก์ชิงเงินฝากปรอทแตก
นอมินีรากหญ้า ถึงยุค ‘คนไทย’ ตายหยังเขียด
รัฐถังแตกสั่งรื้อภาษีที่ดินใหม่ คนมี 'บ้าน-ที่ดิน'อ่วมจน-รวย !จ่ายเท่ากัน
ปราสาทพระวิหาร 'มรดกโลก'ทับซ้อน พลังงานไทย-เขมร
ค้าปลีกระนองแท็กทีมแข่งโลตัส + ชูกลยุทธ์เชิงรุก-เปิดดีลิเวอรีตีกินตลาดต่างอำเภอ
ปลุกสำนึกพลเมืองรวมพลังฝ่าทางตันสังคมไทย
น้ำมันพ่นพิษขาดดุลการค้า-เดินสะพัดสูงสุด 'เลี้ยบ'ลั่นเร่งออกมาตรการรับมือให้เร็วขึ้น
โชว์ห่วยลุ้นสนช. เข็นพ.ร.บ.ค้าปลีก ทันสมัย'สุรยุทธ์'
กูรูร้านอาหาร/ค้าปลีกไทยใน'ดูไบ' ชี้ช่อง'ทำธุรกิจแดนอาหรับ'
สินค้าจ่อขึ้นราคาอีกรอบ + หลังบะหมี่ขาวมาม่านำร่องขึ้นเป็น 7 บาท/มาลีบ่นอุบต้นทุนกระป๋องขึ้น 20%
ข้าวยากน้ำมันแพง
ข้าวแกงแซงฟาสต์ฟูด + คนไทยคอตกสินค้ายกทัพขึ้นราคา/เมย์เดย์ค่าจ้างเพิ่มแค่ 9 บาท
แผนแก้วิกฤตอาหารโลกแค่ภาพลวงตา ข้อมูลจริง คนไทยตายผ่อนส่ง!
มองโลจิสติกส์ไทย ผ่านมิติ 'ดร.ปรีชา พันธุมสินชัย' แนะสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วยRosettaNet
กลยุทธ์บริหารโลจิสติกส์ด้วยการจัดสรรเป้าประสิทธิภาพ(ตอนจบ)
ชี้ช่องรัฐ... วางโมเดล 'เอาชนะ' ต้นทุนโลจิสติกส์พุ่ง
กลยุทธ์บริหารโลจิสติกส์ด้วยการจัดสรรเป้าประสิทธิภาพ(ตอน1
ไทยเปิบข้าวแพงขึ้น 30% + แบรนด์ข้าวถุงงัดข้อ 'มิ่งขวัญ' งดส่งโมเดิร์นเทรด, แบงก์แฉเล่ห์โรงสีเบี้ยวหนี้
น้ำมันตลาดโลกพุ่ง ปตท. สุดอั้น ตรึงราคารัฐเหลว
ดาวน์30บาทถอยเชฟโรเลต โตโยต้าเกทับซื้อวีโก้ลุ้นรับวีโก้
เปิดเดินรถไฟเชื่อมไทย-ลาวเม.ย.นี้
ผู้ผลิตยอมอุ้มผู้บริโภค + ยูนิลีเวอร์/สหพัฒนฯขานรับกรมการค้าภายใน มีนาคม-กรกฎาคม ลดราคาสินค้า 2-3 บาท/ชิ้น
หอการค้าเชียงรายเดินหน้าเชื่อม4ชาติ
เดิมพัน 4 หมื่นล้านปั๊มเศรษฐกิจ + 'คลัง' คาดหวังอสังหาฯ-มนุษย์เงินเดือนปลุกกำลังซื้อดันจีดีพีโต 6%
UD Packaging เทรนด์ใหม่....รู้ก่อนรวยก่อน
สงครามสินค้าราคาแพง ฉากจบที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
บีบธปท.ลดดอกเบี้ย + เอกชนพ้องเสียงกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้านเงินไหลเข้าเก็งกำไร2ต่อดอกเบี้ย-ค่าเงิน-ซับไพรม์
วิกฤติราคาน้ำมันกำลัง เปลี่ยนขั้วอำนาจเศรษฐกิจโลก
เคล็บลับเก็งกำไร”บ้าน-ที่ดิน” เปิดทำเลทอง ทั่วประเทศ
กลเม็ดหาน่านน้ำใหม่ ของ 3 แบรนด์ที่ยักษ์ใหญ่ฟัดไม่ลง
หลากปัญหารุมเร้า... ปี2550-2551 คนไทยเสี่ยงป่วยทางจิต
เศรษฐกิจฝืด เงินบาทแข็ง ทัวร์ใน-นอก แก้เกมดึงคนเที่ยวปีใหม่
พลิกตำรารบ 3 แบรนด์ “โครงการหลวง
เปิดโผ....10 อาชีพฮอตฮิต เรียนแล้วไม่ตกงาน !
ทุ่มแจกโบนัสสู้เงินเฟ้อ + ปลอบขวัญสู้ศึกของแพงปี 51 / TDRI แนะปรับรายได้ต้องไม่น้อยกว่า 7.5%
ลูกเล่นการตลาด 4 พรรคการเมืองใหญ่
ยักษ์ไทยการ์เมนต์ออกอาการเซ + ยอดขายวืดเกือบ 700 ล้าน/จีน-ปินส์ก๊อปปี้สินค้าตีตลาดยับ
ชำแหละส่งออกโค้งสุดท้าย เป้า 4.9 ล้านล้าน พลาด-ไม่พลาด?
คนจีน-คนไทยก็เจอของแพงเหมือนกัน
เจาะกลวิธีหาเงิน 6 พรรคใหญ่ อภิมหาโปรเจกล้านๆ ๆ ฝันที่เป็นจริง
คลังรีดแวต-ภาษีเงินได้ + ขยายฐานรายได้เข้ารัฐ/รับมือประชานิยมรัฐบาลหน้า
ยักษ์ค้าปลีกแข็งข้อพาณิชย์ เมินร่วมถกไกด์ไลน์ค้าปลีก
เส้นทางไล่ล่าใหม่ 2 อภิไทคูน เจริญ-ธนินทร์
เอ็มโอยู'ค้าปลีก เป็นธรรมทุกฝ่าย เลิกขายต่ำกว่าทุน
โมเดิร์นเทรดรุกฆาต! ขวางพ.ร.บ.ค้าปลีกฯสุดฤทธิ์
ระวังตกเป็นเหยื่อรายใหม่ แฉสารพัดกลโกง การเงิน!
โชวห่วยขอนแก่นประสานสมาชิกเร่งทำคัตเอาต์หนุนพ.ร.บ.ค้าปลีก
ยุทธศาสตร์แห่งอนาคตสู้ศึกใน-นอก ยุคผู้ประกอบการไทยโดดเดี่ยว ชนิดไม่ต้องง้อรัฐบาลใหม่
สินค้าฝ่อมนต์ปลุกลูกค้าเสื่อม
สิ้นปีส่งออกอาหารทะลุ 6 แสนล.2 สภาฯเชื่อปีหน้าสิ้นคาแพงขึ้น
ยุบ ร.ส.พ.องค์กรฟอกหนัง-แบตเตอรี่ยังไม่พอ อีก 2 แห่งจ่อคิว! “สบพ.-กคช.” หนาว
หอฯลำปางชวนนักศึกษาประกวดแผนการตลาด
ฟูจิฟาร์ม” ข้าวญี่ปุ่นบนแผ่นดินไทย
Stacey ปฏิวัติวงการของขวัญ ชูจุดขายผู้รับไม่พอใจ ‘เปลี่ยนได้’
เปิดบันทึกสู้ศึกโมเดิร์นเทรด"โชวห่วย"แพร่ มุ่งคืนกำไรโครงการ 4-ลุ้นเกิด"สำนึกท้องถิ่น"
พาณิชย์เจียระไนมุกดาหาร ศูนย์กลางการท่องเที่ยวชายแดน
‘20 กฎ’ ลดภาษีบุคคลธรรมดา (2) article
‘20 กฎ’ ลดภาษีบุคคลธรรมดา (1) article
อันตราย! อากาศร้อนจัดเสี่ยงเกิดโรค “ฮีตสโตรก
ทุนจีนลุยลงทุนจากเชียงรุ้ง-ริมน้ำโขง/คสศ.จี้รัฐปรับแผนรับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ article
เวียดนาม-สหรัฐฯ ดี๊ด๊านัดเจรจาเตรียมเปิด FTA article
รุ่น "เตี่ย" กับ "เสี่ย" "รอยต่อ" ธุรกิจสองเจนฯ article
อุด "รูรั่ว" กิจการ article
สิ่งที่ได้เรียนรู้ จากการเป็นผู้ประกอบการ article
แต่งร้านให้ได้ล้าน : ฟื้นฟูร้านค้าปลีกด้วยดีไซน์ article
โชวห่วยฮึดสู้โมเดิร์นเทรดอีก ชูเพลงปลุกใจ-อัดซัปพลายเออร์ช่วยไม่เต็มที่ article
แนวรบค้าปลีกภูธรปี"50 ระอุ รัฐบาล-สนช.เร่งคลอด พ.ร.บ.ค้าปลีก โชห่วยลุ้นช่วยต่อลมหายใจธุรกิจ article
ค้าชายแดนเฮพม่าจู๋จี๋กะเหรี่ยง article
ส่งออกเวียดโต 22% เชื่อปีหน้าทะลุ $46 พันล้าน article
แนะ3ขุมพลังศก.จีนจับมือรุกตลาดโลก article
เลขาฯ ยูเอ็น แสดงความยินดีที่พม่าปล่อยตัวนักโทษการเมือง article
ผู้ถือหุ้นชี้ชะตาไอทีวี +วิบากกรรมสื่อเสรี รอโหวตต่อชีวิต 29 ธ.ค. ลือเทมาเสกขายหุ้นทิ้ง มีกลุ่มใหม่จ้องเสียบ article
เราจะปล่อยให้ ร้านค้าปลีกไทยตายหมดหรือ article
ต้มยำกุ้งปัดส่งเงินหนุนโจรใต้ จี้"สุรยุทธ์"พูดให้ชัดหวั่นคุมเข้ม article
จุดเปลี่ยนประเทศไทย article
15 แนวทางการปรับตัวของค้าปลีกท้องถิ่น เพื่อความอยู่รอด article
ดัชนีเชื่อมั่นคนไทยปรับเพิ่มในรอบ5เดือนอานิสงส์คปค article
เมื่อโลตัสแม่สาย บุกทำลายวิถีการค้าท้องถิ่นยับ มินิมาร์ท-ซุปเปอร์สโตร์-โชว์ห่วยปิดกิจการเพียบ article
หลัก 5 ประการที่ร้านค้าปลีกควรใส่ใจ article
เปิดรูโหว่ "หวยบนดิน" "เงินบาป" ที่คนเห็นแก่ได้ อยากล้วง article
Singapore most competitive economy in Asia: survey article
New migrant worker regulations in Tak Province article
พาณิชย์เพิ่งตื่นคุมกำเนิดโมเดิร์นเทรดช่วยโชห่วย article
ค้าปลีกไทยเดี้ยงหมดทางสู้จี้รัฐเข้มกติกาคุมยักษ์ต่างชาติ article
หอฯเมืองคอนชี้เศรษฐกิจฝืด ห้างฯยักษ์สู้เดือดดับค้าปลีก article
หอฯกระบี่ ปลุก อปท.ต้านค้าปลีกข้ามชาติ หวั่นรายย่อยท้องถิ่นสูญพันธุ์ article
ขายสาขา"ริมปิงซูเปอร์มาร์เก็ต"ให้ท็อปส์ "ตันตรานนท์"พ่ายทุนค้าปลีกข้ามชาติ article
นโยบายก๊าซหุงต้ม 2 ราคา ทางแก้ไม่สะเด็ดน้ำของรัฐ
New capital brings Myanmar rulers closer to problem border regions article
กสิกรไทยรุกขยายตลาดSMEsใต้ชี้"อุตฯยาง-รถยนต์-จยย."ยังฉลุย article
Change Management จงเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงคนอื่น article
ร้านทองพิษณุโลกอัดโปรโมชั่นดึงลูกค้าเข้าร้าน article
โอเชียน ชุมพร ปรับกลยุทธ์รับศึกโมเดิร์นเทรด article
สินค้าชิงช่องทางค้าปลีกทุกเม็ด เซลส์-หน่วยรถหัวปั่นสร้างยอด article
แปลงโฉมบรรจุภัณฑ์ เปลี่ยนดีไซน์ ดันยอดขาย เพิ่มมูลค่า article
ปักหลัก"จังหวัดเบ๊นเตร"ผลิตครบวงจร "ลิเบอร์ตี้-แอพพาเรล"ย้ายฐานไปญวน article
สรุปผลโพล "คุณเห็นด้วยกับการตัดถนนเส้นอุ้มผาง-คลองลาน หรือไม่?" article
'หอการค้าไทย' ชี้เศรษฐกิจปีนี้โตไม่เกิน4% เหตุการเมืองอึมครึม article
ไปรอด ไปโลด : รู้เรา ด้วยแผนธุรกิจ article
จีนจัดทัพเตรียมใหญ่ในอาเซียน article
งานแสดงสินค้านำเข้า-ส่งออกเมืองคุนหมิงของจีนปี 2006 article
ศูนย์การค้าจีนไทยก่อตั้งขึ้นที่เมืองคุนหมิน article
บทสัมภาษณ์นายด่านศุลกากรเชียงแสน "สนับสนุนเขตปลอดภาษีหรือนิคมปลอดภาษีสินค้าจีนที่เชียงราย" article
แผนลงทุน Contract Farming ปี 2549-2550 จังหวัดตาก article
ขอเชิญร่วมถวายพระพรและบริจาคในโครงการ "ไทยทั้งชาติ ถวายพระพร ร้อยอักษร ถวายพระเจ้าอยู่หัว" article
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 15 ส.ค. 2550
สินค้าเปิดศึกรับลมหนาว +สกินแคร์/เสื้อกันหนาว/เครื่องทำน้ำอุ่นอัดกิจกรรมแย่งแชร์อุตลุด
เสื้อผ้าโลคัลลุ้นเศรษฐกิจฟื้น + พีน่ากรุ๊ปเร่งบริหารต้นทุนเพิ่มทางรอด/บลู พินฯเลื่อนนำเข้า 2 แบรนด์อินเตอร์
เชิญบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยนากรีส
ก๊าซหุงต้มถังละ300 +ชง 'ปิยสวัสดิ์' ชี้ขาดเดือนนี้/จี้แท็กซี่ติดเอ็นจีวี รับเปลี่ยนตัวถังฟรี ***หัวหน้าข่าวต่อ::สินค้าจ่อปรับราคาอีก10รายการ
อุดรฯตั้งหอการค้าระดับอำเภอ รองรับศก.ขยายตัว
ขุมทรัพย์ครึ่งแสนล้านไทย ยังไม่ติดเชื้อไฟสงครามย่างกุ้ง
เผือกร้อน...บิ๊กหอการค้าไทย 19 หอฯภาคอีสานสิ้นหวัง พ.ร.บ.ค้าปลีก
ศูนย์การค้ารวมพลังร้องพาณิชย์ ค้าน"ม.24"พรบ.ค้าปลีกฉบับสนช.
นักธุรกิจไทยหนีลงทุนพม่าซบเวียดนาม ด้านหอฯ เชียงรายเร่งหม่องเปิดด่านจีน
พ.ร.บ.ค้าปลีกแท้ง! โมเดิร์นเทรดเฮ... กรรมาธิการสนช.แห้ว
เปิดโอทอปบึงลาดโพธิ์ บริการนักท่องเที่ยว
ปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตามอง
บริหารการเงิน...เพื่อชีวิตที่พอเพียง
Silverlake” อาณาจักรไร่องุ่นของ “สุพรรษา” นางเอกรุ่นใหญ่
‘สปันจ์’ เบเกอรี่เงินล้านลุยแฟรนไชส์
เชื่อมั่นภาค ‘การค้า-บริการ’โงหัวไม่ขึ้น สสว.เผยดัชนี “อสังหาฯ” กระทบหนักสุด
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 04 ก.ย. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 5 ก.ย. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 28 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 28 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 23 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันที่ 23 ส.คง 50
เชิญเข้าร่วมงานแสดงสินค้าTHAIFEX - World of Food ASIA 2008
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันที่ 21 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 21 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 20 ส.ค. 50
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 20 ส.คง 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 16 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 16 ส.ค. 50
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 16 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 15 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประจำวันที่ 15 ส.ค.50
ดูริโอ้” ธุรกิจนักเศรษฐศาสตร์ คนตกงานสู่เถ้าแก่รุ่นเยาว์
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2550
ฮงล้วแม่สอดสู้ค้าปลีกต่างชาติ ดึงลูกค้าไทย-พม่ากลับมาถึง 60%
ฮงล้วแม่สอดสู้ค้าปลีกต่างชาติ ดึงลูกค้าไทย-พม่ากลับมาถึง 60%
ยักษ์ค้าปลีก/คอนซูมเมอร์ ออกแคมเปญกระตุ้นกำลังซื้อ
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
สรุปข่าวเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 06 ส.ค. 2550
เที่ยวอิ่มบุญกับไฮไลท์งานเข้าพรรษา
อนาคต"โชวห่วย"ใต้เงามัจจุราช(จบ) ห้างยักษ์ยึดทั่วไทยจุดจบร้านชุมชน
โมเดิร์นเทรดส่งโมเดลใหม่อาละวาด เย้ยกฎหมายค้าปลีกไทยเงื้อง่าราคาแพง
“ปิยะบุตร” ย้ำอุตฯ สิ่งทอยังไปได้-แถมต้องการแรงงานอีกเพียบ
ปัญหาแรงงานเข้าขั้นวิกฤติ 7จังหวัดอันดามันขาดแคลนหนัก
สิ่งทอผวาอียู-สหรัฐเลิกเซฟการ์ดจีน +มีผลบังคับใช้ไทยตกที่นั่งลำบาก/สั่งเบนเข็มเร่งยึดตลาดอาเซียน
ผลสำรวจ SMEs ให้ความหวังเชื่อปี 50 ทำรายได้ 4.908 ลล.บ.
ผลสำรวจ SMEs ให้ความหวังเชื่อปี 50 ทำรายได้ 4.908 ลล.บ.
เตรียมลดภาษีกู้เศรษฐกิจชายแดนใต้ เล็งผุดนิคมฯฮาลาลแห่ง 2 ที่นราธิวาส
ไม้พม่าทะลักเข้าไทยต่อเนื่อง 6 เดือน 1.5 หมื่นตัน 260 ล.
หอการค้าอุดรฯไอเดียกระฉูด จัดประกวด "แผนธุรกิจ" นักศึกษา ปูทางสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่
หอการค้า-เอกชนสงขลาชงรัฐ 6 มาตรการ อุ้มธุรกิจ12 อำเภอเสริมเขตพัฒนาพิเศษฯ
กรมส่งเสริมฯสอบข้อเท็จจริง"ผักกางมุ้ง" ย้ำหากรัฐผิดพร้อมเลิกหนี้เกษตรกรพบพระ
กรมส่งเสริมฯสอบข้อเท็จจริง"ผักกางมุ้ง" ย้ำหากรัฐผิดพร้อมเลิกหนี้เกษตรกรพบพระ
นักธุรกิจภูเก็ตนำเข้าจยย.ไฟฟ้าจากจีน เจาะตลาดกลุ่มประหยัดน้ำมัน-ดูแลสวล.
เงียบมานาน..พม่าพูดชัดประเคนหลุมก๊าซให้จีน
เตรียมความพร้อมโลจิสติกส์ไทย รับสถานการณ์เปิดเสรีการค้าจีน-อาเซียน
เส้นทางต่อสู้ค้าส่งค้าปลีกรายย่อยยุคค้าปลีกข้ามชาติสยายปีกเต็มเมือง
หอฯตราดชี้ปัญหาศก.-การเมือง ไม่กระทบท่องเที่ยว-ค้าชายแดน
พาณิชย์จัดประชุมใหญ่ดันธุรกิจไทยโกอินเตอร์
เผยพ.ร.บ.ค้าปลีกกระทบผู้บริโภค จับตาผลกระห่วงโซ่ธุรกิจทั้งระบบ
โชวห่วยร้องพาณิชย์ยักษ์ค้าปลีกเร่งผุดสาขา
กรมพัฒนาธุรกิจฯ ดัน SMEs โกอินเตอร์ มั้นใจเศรษฐกิจชะลอตัวไม่กระทบธุรกิจไทย
สิ่งทอ - จักรยานยนต์ธุรกิจดาวรุ่ง …!แนะพ่อค้าไทยเกาะติดเวียดนามฟีเวอร์
โชวห่วยพะเยาผนึกสมาพันธ์ฯต้านห้างยักษ์ แนะปิดทางเข้า-พ่อค้าปากช่องนัดม็อบ 27 เม.ย.
ทันเกมภาษี (1)
โชวห่วยเชียงคำขึ้นป้ายต้าน"โลตัส"ทั่วเมือง หวังผังเมืองรวมสกัดทุนยักษ์ตอกเข็ม20พ.ค.
เปิดรายละเอียดสาระสำคัญ ร่างรัฐธรรมนูญ 2550
‘20 กฎ’ ลดภาษี บุคคลธรรมดา (3)
พ.ร.บ.ค้าปลีก: การตัดสินใจเพื่อคนไทยใช่หรือไม่? (ตอนจบ)
พ.ร.บ.ค้าปลีก : การตัดสินใจเพื่อคนไทยใช่หรือไม่? (ตอนที่ 1)
จาก ย่างกุ้ง สู่ราชธานี เนย์ปิดอว์
สสว.ยกระดับผู้ประกอบการแข่งขันเวทีโลก ‘ปิยะบุตร’เชื่อมั่น SMEs แกนหลักขับเคลื่อนศก.ไทย article
หอฯไทยจัดถกประเด็นเขตอุตสาหกรรมกัมพูชา article
อย่ามองข้าม Talent Management article
'อาเซียนซัมมิต'เครื่องร้อน ผู้นำ10ชาติตั้งเออีซีเร็วขึ้น 5 ปี article
เวียดนามเศรษฐกิจร้อน ส่งซิกลดค่าเงินด่ง? article
เก็บภาพประทับใจกับสถานที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นในความทรงจำ article
อินเดียขุดไอเดียทำโรงไฟฟ้าพม่าชิงก๊าซกับ ปตท. article
ธปท.เผยประเมินผลกระทบตลาดหุ้นไว้แล้ว-ยืนกรานไม่ทวนมาตรการ 30% article
ปล่อยรัฐฟ้องล้มละลาย ทางออกสุดท้าย'ไอทีวี' article
'สนธิ'สั่งปรับทัพรับมือรบในเมือง ปูดคนเถื่อนชุมนุม10ธ.ค. article
สุรยุทธ์ยัน ทหารสืบอำนาจ จะลาออก! article
นายกฯให้ศาลตัดสินทักษิณกลับเมืองไทย article
กมธ.ติดตามแก้ปัญหาสุวรรณภูมิลุยตรวจ-แก้ปัญหา “สุวรรณภูมิ” article
คนทีโอทีดิ้นส่งข้อมูลให้“คุณชายอุ๋ย” article
คตส.เตรียมฟันอีก 2 โครงการใหญ่ - สรุปที่ดิน “พจมาน” ก่อนปีใหม่ article
พม่าสั่งแบงก์ใหญ่ตรวจละเอียดห้ามรับฝาก ‘เงินบาป' article
ปิดทางนอมินีต่างด้าว พาณิชย์แก้ กม.คุมสิทธิ์ออกเสียง article
หากคนเลวไม่สำนึก ก็สมานฉันท์ได้ยาก ย้ำบ้านเมืองที่ล่มจม ‘ฝ่ายดี’ยังไม่สามัคคี article
หม่อมอุ๋ยยันไม่ป้องอ.สรรพากร ย้ำโทษต้องเป็นไปตามกฏหมาย article
บิ๊กแอร์บัสสยบกระแสลบ โชว์ A380 แตะ'สุวรรณภูมิ' article
ทรท.ร้อนตัว!!..รีบปฏิเสธส่งคนร่วมม็อบ 10 ธ.ค. article
ทางการหม่องลงดาบเจ้าหน้าที่ศุลกากรทุจริตอีกนับร้อย article
เวียดนามเปิดสะพานแขวนเชื่อมอ่าวฮาลอง article
"สมภพ"ยันร่างกฎหมายค้าปลีกเป็นธรรม article
คนกรุงเตรียมควักกระเป๋าเพิ่ม บีทีเอสสรุปชัดขึ้นราคา 1 มี.ค.50 article
แรลลี่โฮจิมินห์-อุบลฯ-มุกดาหารร่วมเปิดสะพานมิตรภาพ article
มิติใหม่น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ นวัตกรรมรับกระแสรักสุขภาพ article
เชียงใหม่ฝันค้างสูญเม็ดเงินกว่า 3 พันล้าน "แม้ว"ไม่อยู่สารพัดเมกะโปรเจกต์ถูกระงับ article
อุ๋ยยื่นฟันรวด ครม.ทักษิณ ปลัดคลัง-บอร์ดออกหวยผิด ก.ม. article
สมาพันธ์ฯต้านค้าปลีกยักษ์บีบสนช. เร่งคลอดพ.ร.บ.ค้าปลีกก่อนเจอม็อบ article
พระเทพฯเสด็จเปิดสะพานโขง2 ค้าชายแดนคึกคัก-สินค้าผ่านเพิ่ม40% article
"ชวน"แนะฟื้นฟูสามเหลี่ยมศก.- เสริม 5 จว.เขตพิเศษฯ article
บทพิสูจน์นโยบายโปร่งใสของรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ article
เอ็กซิมแบงก์ไทยช่วยขายพันธบัตรลาวระดมทุนน้ำเทิน 2 article
ไทย+17 ชาติ เซ็นลงขันทำทางรถไฟทรานส์เอเชีย article
พม่าจัดฉาก 'ซูจี' พบ 'แกมบารี' หวั่นถูกลงแส้ article
ตั้งราคาอย่างไร ให้กำไรที่สุด article
การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา กลไกสำคัญในการเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย article
Burmese workers fear Thai ID papers article
เปิด"คู่มือ"สู่"สุวรรณภูมิ" ไม่หลง-ไม่ไกล-ไปได้หลายทาง article
ลาก่อน...“ดอนเมือง” ที่คิดถึง article
ขอเชิญร่วมงาน "หอการค้าแฟร์ 2006" article
พม่า...โอกาสในแดนสนธยา article
ดัชนีความสุขผู้บริโภคเดือนก.ค.ลดลงจากเดือน มิ.ย.จากปัญหาการเมืองและค่าครองชีพ article
เดอะวอฟเฟิล’ ดันชอปพรีเมียม ยกระดับชนแฟรนไชส์ขนมนอก article
เผย 3 ปัจจัยหลักเตือนชะลอลงทุน สสว.เตรียมตั้งศูนย์เตือนภัย SMEs article
ชูธุรกิจโรงพยาบาลแชมเปี้ยนโปรดักต์ เชียงใหม่ลุ้น5พันล้านสปีด"ฮับสุขภาพ" article
‘โลตัส’ ลองของรุกเมืองปากพนัง - โชวห่วยม็อบต้านสุดฤทธิ์ article
ติวเข้มโชห่วยรับมือห้างค้าปลีกข้ามชาติรุกตลาดต่างจังหวัด article
ตั้งฮั่วเส็งฮึดสู้ศึกค้าปลีกลุยมินิซูเปอร์มาร์เก็ต article
เซย์ไฮ กับแนวคิด พรีเมี่ยม คอนวีเนี่ยนสโตร์ article
หอฯกระบี่ชูธงต้านยักษ์ค้าปลีก หวั่นซ้ำรอยทุบโชห่วยสูญพันธุ์ article
10 วิธีเริ่มธุรกิจแบบ "ฉลาดๆ" article
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่10(พ.ศ.2550-2554) article
การใช้ Competency ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ อย่างมีประสิทธิภาพ article
จริยธรรมธุรกิจและจรรยาบรรณ article
ข่าวดี!!! เชิญสั่งจองเสื้อสีเหลือง ตราสัญลักษณ์ รุ่นใหม่ มีกระเป๋า article
ตลาดส่งออกไอศกรีมไทย article
โอกาศและอุปสรรค การส่งออกสินค้า OTOP article
การส่งออก อัญมณีและเครื่องประดับของอินเดีย article
อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของกัมพูชา article
ขอเชิญร่วมแข่งขันแรลลี่การกุศล “หอการค้าไทย Family Rally” 49 article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.